เลือกที่เที่ยวตามพื้นที่
| พื้นที่ | ที่เที่ยวเด่น | เหมาะกับใคร | การเดินทางหลัก |
|---|---|---|---|
| ทตโตริตะวันออก (เมืองทตโตริ อิวามิ วากาสะ จิซุ) | เนินทรายทตโตริ ชายฝั่งอุระโดเมะ ศาลเจ้าฮาคุโตะ | ทริปแรก สายธรรมชาติ สายทะเล | รถบัสจากสถานี JR ทตโตริ และรถบัสวนลูปคิรินจิชิ |
| ทตโตริตอนกลาง (คุระโยชิ มิซาสะ ยูริฮามะ) | ย่านโกดังผนังขาว หอนาเกะอิเระโด พิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัด | สายเมืองเก่า สายวัด สายออนเซ็น | JR ไปสถานีคุระโยชิ แล้วต่อรถบัส |
| ทตโตริตะวันตก (โยนาโกะ ซาไกมินาโตะ ไดเซ็น) | ถนนมิซึกิ ชิเงรุ ภูเขาไดเซ็น พิพิธภัณฑ์โชจิ อูเอดะ | แฟนการ์ตูน นักเดินเขา สายถ่ายรูป | JR ไปโยนาโกะหรือซาไกมินาโตะ บนภูเขาควรเช่ารถ |
ทตโตริตะวันออก: เนินทรายและชายฝั่งหินแกรนิต
1. เนินทรายทตโตริ (Tottori Sand Dunes)

เนินทรายทตโตริคือผืนทรายกว้างริมทะเลญี่ปุ่นที่กลายเป็นภาพจำอันดับหนึ่งของจังหวัด สิ่งที่ทำให้ที่นี่ต่างจากชายหาดทั่วไปคือความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในทะเลทราย เดินลงแอ่งทรายแล้วปีนขึ้นสันเนินอุมะโนะเซะ พอถึงขอบสันจะเห็นทรายสุดสายตาอยู่ด้านหลังและทะเลสีน้ำเงินอยู่ด้านหน้าในภาพเดียว บนผิวทรายยังมีลายคลื่นที่ลมสร้างขึ้นเรียกว่า “ฟูมง” ซึ่งชัดหรือจางต่างกันไปในแต่ละวัน
เริ่มที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวซึ่งมีนิทรรศการอธิบายว่าลมสร้างรูปทรงของเนินทรายอย่างไร แล้วค่อยเดินขึ้นสันเนินแบบไม่รีบ เพราะการก้าวบนทรายใช้แรงกว่าที่เห็น ควรใส่รองเท้าที่เททรายออกง่ายบริเวณทางเข้ามีบริการถ่ายรูปกับอูฐ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะทรายก็อยู่ติดกัน เหมาะกับทริปแรกในทตโตริ คนชอบถ่ายภาพวิวกว้าง และครอบครัวที่อยากให้เด็กได้วิ่งเล่นบนทราย
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ | อย่างน้อย 1 ชั่วโมง |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
2. พิพิธภัณฑ์ศิลปะทราย (The Sand Museum)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะทรายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงประติมากรรมทรายขนาดใหญ่ภายในอาคาร ผลงานทุกชิ้นปั้นจากทรายและน้ำโดยช่างแกะสลักทรายจากหลายประเทศ และเปลี่ยนธีมใหม่ทุกปี เมื่อจบนิทรรศการงานทั้งหมดจะถูกทลายกลับเป็นทราย ภาพที่เห็นในแต่ละปีจึงไม่มีวันซ้ำ ปี 2026 เป็นนิทรรศการธีมประเทศสเปน ถ่ายทอดเรื่องราวของสเปนผ่านงานทรายที่ละเอียดจนแทบไม่เชื่อว่าปั้นจากทราย
ลองยืนดูรายละเอียดอย่างใบหน้าคนหรือลวดลายอาคารใกล้ ๆ ก่อน แล้วค่อยถอยออกมามองทั้งฉากจากมุมกว้าง จะเห็นความยิ่งใหญ่ของงานได้ชัดขึ้น พิพิธภัณฑ์อยู่ติดกับเนินทรายทตโตริ จึงเที่ยวต่อกันได้ในครึ่งวัน และเป็นแผนสำรองที่ดีสำหรับวันฝนตกหรือแดดแรงเกินจะเดินบนทราย เหมาะกับครอบครัว คนชอบงานศิลปะ และคนที่อยากเห็นทรายในอีกรูปแบบหนึ่ง
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ | นิทรรศการสเปน 24 เมษายน 2026–3 มกราคม 2027 |
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | 9:00–18:00 น. (เข้ารอบสุดท้าย 17:30 น.) |
| วันหยุด | เปิดทุกวันตลอดช่วงนิทรรศการ |
| การเดินทาง | จากสถานี JR ทตโตริ นั่งรถบัสสายเนินทรายราว 21 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
3. ชายฝั่งอุระโดเมะ (Uradome Coast)

ชายฝั่งอุระโดเมะคือแนวหน้าผาและเกาะหินแกรนิตยาวราว 15 กิโลเมตรในเมืองอิวามิ ทางตะวันออกสุดของจังหวัด น้ำทะเลที่นี่ใสจนมองเห็นพื้นจากบนเรือ เพราะพื้นทะเลเป็นทรายควอตซ์ ไฮไลต์คือเกาะเซนกันมัตสึชิมะ เกาะหินที่มีถ้ำเจาะทะลุและมีต้นสนขึ้นอยู่บนยอด ภาพหินสีอ่อน ต้นสนเขียว และน้ำสีฟ้าอมเขียวทำให้ที่นี่เป็นมุมทะเลญี่ปุ่นที่ต่างจากภาพจำโดยสิ้นเชิง
วิธีที่ดีที่สุดคือขึ้นเรือชมเกาะรอบละราว 40 นาที เรือจะพาเข้าใกล้โขดหินและถ้ำที่เดินเข้าไปจากฝั่งไม่ได้ แต่ถ้าคลื่นลมไม่ดีเรืออาจงด จึงควรมีแผนสำรองเดินชมวิวตามทางเดินริมฝั่งซึ่งไม่เสียค่าใช้จ่าย หน้าร้อนแวะเล่นน้ำที่หาดฮิงาชิฮามะที่อยู่ในเมืองเดียวกันได้ เหมาะกับคนรักทะเล สายถ่ายภาพ และคนที่อยากเห็นทะเลญี่ปุ่นมุมที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ | 1 มีนาคม–30 พฤศจิกายน (ฤดูเดินเรือ) |
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ | ล่องเรือราว 40 นาที |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
4. ศาลเจ้าฮาคุโตะ (Hakuto Shrine)

ศาลเจ้าฮาคุโตะผูกพันกับตำนาน “กระต่ายขาวแห่งอินาบะ” ในโคจิกิ บันทึกเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น เรื่องเล่าว่ากระต่ายที่ถูกถลกขนได้เทพโอคุนินุชิช่วยรักษา แล้วทำนายว่าเทพองค์นี้จะได้ครองคู่กับเจ้าหญิงที่ทุกคนหมายปอง ศาลเจ้าแห่งนี้จึงเป็นที่นิยมมาขอพรเรื่องความรักและคู่ครอง ทางเดินเข้าศาลเจ้ามีรูปปั้นกระต่ายขาวหลากหลายท่าทางเรียงรายให้เก็บภาพได้ตลอดทาง
ไหว้เสร็จแล้วข้ามถนนไปเดินเล่นที่หาดฮาคุโตะ ซึ่งเป็นฉากของตำนาน มองออกไปจะเห็นเกาะเล็ก ๆ กลางทะเลที่ผูกกับเรื่องเล่าของกระต่าย ในศาลเจ้ามีเครื่องราง หินผูกสัมพันธ์ และโกะชูอินให้เลือกเป็นที่ระลึก ข้างกันเป็นสถานีริมทางที่ใช้เป็นลานจอดรถร่วม เหมาะกับคู่รัก คนที่อยากขอพรเรื่องความรัก และคนที่ชอบเรื่องเล่าตำนานญี่ปุ่น
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
5. ซากปราสาททตโตริ (Tottori Castle Ruins)

ซากปราสาททตโตริตั้งอยู่บนเนินเขาคิวโชซังกลางเมือง แม้จะไม่มีหอปราสาทเหลือให้เห็น แต่กำแพงหินที่ก่อซ้อนกันหลายยุคทำให้ที่นี่เหมือนพิพิธภัณฑ์กำแพงหินกลางแจ้ง จุดที่ต้องไปดูคือ “มากิอิชิกากิ” กำแพงหินทรงโค้งกลมที่หาดูที่อื่นไม่ได้ ส่วนประตูนาคาโนะโกะมงที่สร้างคืนขึ้นใหม่ทำให้ทางเข้าปราสาทกลับมามีหน้าตาใกล้เคียงอดีต
ช่วงต้นเมษายนซากุระบานทั่วบริเวณซากปราสาท เป็นจุดชมซากุระระดับต้น ๆ ของจังหวัด ถ้าไม่อยากเจอคนเยอะให้มาก่อน 9 โมงเช้า เดินเล่นช้า ๆ ไล่ดูกำแพงหินแต่ละยุคแล้วค่อยขึ้นไปบนลานด้านบน การเดินทางจากสถานีด้วยรถบัสวนเมืองสะดวก และเที่ยวต่อสวนคันนงอินในวันเดียวกันได้ เหมาะกับคนชอบประวัติศาสตร์ สายถ่ายภาพซากุระ และคนที่อยากเดินเล่นกลางเมืองแบบไม่เสียค่าเข้า
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง | ฟรี |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
6. สวนคันนงอิน (Kannon-in Garden)

สวนคันนงอินเป็นสวนญี่ปุ่นแบบนั่งชมริมสระของวัดคันนงอิน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทัศนียภาพงดงามระดับชาติ (名勝) กลางสระมีเกาะรูปเต่าที่เป็นสัญลักษณ์ของอายุยืน ส่วนในวัดยังมีพระประธานที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่า “คันนงเลื่อนขั้น” ซึ่งมีผู้มาขอพรเรื่องหน้าที่การงาน
เสน่ห์ของที่นี่คือการนั่งบนระเบียงไม้ของห้องโถง จิบมัทฉะกับขนมที่รวมอยู่ในค่าเข้า แล้วค่อย ๆ มองสวนจากขอบระเบียงไปจนสุดสระ ควรเผื่อเวลานั่งเงียบ ๆ สักพักเพื่อให้เห็นแสงบนผิวน้ำเปลี่ยนไป ไม่ต้องรีบเดินรอบ อยู่ไม่ไกลจากสถานีทตโตริ นั่งรถบัสวนเมืองมาได้ เหมาะกับคนชอบสวนญี่ปุ่น คนที่ต้องการมุมสงบ และคนที่อยากพักจังหวะระหว่างวันเที่ยว
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง | 650 เยน รวมมัทฉะ |
| เวลาทำการ | 9:00–17:00 น. |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
7. พิพิธภัณฑ์หัตถกรรมพื้นบ้านทตโตริ (Tottori Folk Crafts Museum)

พิพิธภัณฑ์หัตถกรรมพื้นบ้านทตโตริก่อตั้งโดยนายแพทย์โยชิดะ โชยะ ผู้ไม่ได้เป็นแค่นักสะสม แต่ยังออกแบบงานให้ช่างฝีมือทั่วจังหวัดผลิต จนงานคราฟต์ของทตโตริกลับมามีชีวิตในชีวิตประจำวัน ภายในจัดแสดงของสะสมกว่า 5,000 ชิ้นที่ครอบคลุมงานฝีมือหลายประเภท ตัวอาคารสร้างเมื่อปี 1957 และขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งก่อสร้างทางวัฒนธรรมของชาติ บรรยากาศจึงอบอุ่นเหมือนเดินเข้าบ้านของคนรักงานคราฟต์
ดูของในตู้จัดแสดงแล้วเดินออกไปที่ร้านข้างกัน ซึ่งขายงานหัตถกรรมแบบเดียวกับที่เพิ่งเห็นให้ซื้อกลับบ้านได้ทันที ทำให้ได้ของฝากที่มีเรื่องราวจริง พิพิธภัณฑ์อยู่บนถนนมิงเกคังห่างสถานีทตโตริเพียงไม่กี่นาที จึงแวะได้แม้มีเวลาเหลือก่อนขึ้นรถไฟ เหมาะกับคนชอบงานคราฟต์ ของใช้ดีไซน์เรียบง่าย และคนที่อยากเข้าใจวัฒนธรรมมิงเกของญี่ปุ่น
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | 10:00–17:00 น. |
| วันหยุด |
|
| การเดินทาง | เดินจากทางออกทิศเหนือของสถานี JR ทตโตริราว 5 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
8. น้ำตกอาเมดากิ (Amedaki Falls)

น้ำตกอาเมดากิสูงราว 40 เมตร กว้างราว 4 เมตร ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 100 น้ำตกของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในหุบเขาที่มีน้ำตกเล็กใหญ่รวม 48 แห่ง และเป็นสถานที่บำเพ็ญเพียรมาตั้งแต่โบราณ สายน้ำที่ตกลงจากหน้าผาหินกลางป่าลึกให้บรรยากาศเย็นและขลัง ต่างจากสปอตริมทะเลของทตโตริอย่างสิ้นเชิง หลังปิดซ่อมความเสียหายจากไต้ฝุ่น น้ำตกเพิ่งกลับมาเปิดให้เข้าชมอีกครั้งเมื่อ 4 กรกฎาคม 2026
ทางเข้าไปถึงตัวน้ำตกเป็นทางเดินในป่า ควรใส่รองเท้าที่พื้นเกาะดีและระวังทางลื่นหลังฝนตก ตอนนี้เข้าได้ถึงตัวน้ำตกหลักเท่านั้น ส่วนน้ำตกฮาโกดากิและจุดที่ลึกเข้าไปยังปิดอยู่ รถบัสมีไม่กี่เที่ยว การขับรถมาเองจึงสะดวกที่สุด และมีลานจอดฟรี เหมาะกับคนรักธรรมชาติ คนที่อยากหนีร้อนในหน้าร้อน และคนที่อยากเห็นทตโตริมุมภูเขา
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง | ฟรี ไม่ต้องจอง |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
9. บ้านตระกูลอิชิตานิ เมืองจิซุ (Ishitani Residence)

บ้านตระกูลอิชิตานิเป็นบ้านของตระกูลเจ้าของที่ดินและป่าไม้รายใหญ่ ตั้งอยู่ในจิซุ เมืองพักแรมเก่าบนเส้นทางเดินทางสมัยเอโดะ ความมั่งคั่งของตระกูลสะท้อนออกมาในคานไม้ขนาดใหญ่เหนือโถงดินที่ต้องแหงนมอง ห้องทาทามิที่ต่อกันเป็นแนวยาว และสวนญี่ปุ่นที่มองเห็นจากในบ้าน ทำให้เห็นภาพชีวิตของตระกูลใหญ่ในชนบทญี่ปุ่นได้ชัดกว่าการดูในหนังสือ
ค่อย ๆ เดินชมทีละห้อง ลองนั่งมองสวนจากขอบห้องทาทามิ แล้วออกไปเดินต่อในย่านจิซุจูกุที่ยังมีบ้านเก่าหลงเหลือ เป็นจุดที่บรรยากาศเงียบ ไม่พลุกพล่าน เดินจากสถานีจิซุได้ และถ้าขับรถมาก็มีที่จอดฟรีในย่านให้ใช้ เหมาะกับคนชอบสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม คนที่อยากเห็นชนบทของทตโตริ และคนที่ชอบเที่ยวแบบช้า ๆ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | 10:00–17:00 น. (เข้าครั้งสุดท้าย 16:30 น.) |
| วันหยุด |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
10. หาดฮิงาชิฮามะ (Higashihama Beach)

หาดฮิงาชิฮามะอยู่ในเมืองอิวามิ ทางตะวันออกสุดของจังหวัด ผ่านการตรวจคุณภาพน้ำทะเลในระดับสูงสุด AA ของญี่ปุ่น น้ำจึงใสจนมองเห็นพื้นทรายชัดเจน สุดหาดมีโขดหินและถ้ำเล็ก ๆ ให้เดินสำรวจ ต่างจากหาดทรายเรียบทั่วไป
ช่วงเปิดเล่นน้ำมีห้องน้ำ ฝักบัวน้ำอุ่น และจุดล้างเท้าที่ร้านริมหาด จึงมาแบบไม่ต้องเตรียมอะไรมากก็ได้ ถ้ามาช่วงพีกของหน้าร้อนควรมาเช้าเพราะที่จอดเต็มเร็ว ส่วนคนที่มารถไฟ สายซันอินมีขบวนไม่ถี่ ควรจดเวลารถเที่ยวกลับไว้ก่อนออกเดินทาง เหมาะกับครอบครัว คนที่อยากเล่นน้ำทะเลใสแบบไม่แออัด และคนที่เที่ยวต่อกับชายฝั่งอุระโดเมะ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ | ช่วงเปิดเล่นน้ำ 17 กรกฎาคม–16 สิงหาคม 2026 |
| ค่าเข้าชมและการจอง | ฟรี ไม่ต้องจอง |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
ทตโตริตอนกลาง: เมืองเก่าคุระโยชิและวัดบนหน้าผา
11. หอนาเกะอิเระโด ภูเขามิโตคุซัง (Nageiredo)

หอนาเกะอิเระโดของวัดซัมบุตสึจิเป็นอาคารไม้สมบัติชาติที่สร้างแทรกอยู่ในเว้าหน้าผาของภูเขามิโตคุซังในเมืองมิซาสะ จนทุกวันนี้ยังไม่มีใครอธิบายได้แน่ชัดว่าคนโบราณยกอาคารขึ้นไปวางตรงนั้นได้อย่างไร ภาพหอไม้ที่เกาะอยู่บนหน้าผาจึงเป็นหนึ่งในภาพที่น่าทึ่งที่สุดของทตโตริ ภูเขานี้กับออนเซ็นมิซาสะยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกญี่ปุ่นร่วมกัน
จะเห็นหอได้ใกล้ต้องปีนเส้นทางภูเขาที่ต้องใช้ทั้งมือและเท้า เกาะรากไม้และโขดหินขึ้นไปเป็นช่วง ๆ จึงต้องใส่รองเท้าที่พื้นเกาะดีและมีร่างกายพร้อม ระหว่างทางมีศาลาเก่าหลายหลังที่ควรหยุดชม ใครปีนไม่ไหวยังมีจุดชมหอจากระยะไกล แนะนำพักที่ออนเซ็นมิซาสะแล้วมาแต่เช้า เหมาะกับสายผจญภัยที่แข็งแรง และคนที่อยากเห็นสถาปัตยกรรมที่ไม่มีที่ไหนเหมือน
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
12. ย่านโกดังผนังขาวคุระโยชิ (Shirakabe Dozogun)

ย่านโกดังผนังขาวคุระโยชิคือแนวโกดังเก่าผนังปูนขาว หลังคากระเบื้องสีแดง สร้างในสมัยเอโดะและเมจิ เรียงรายริมคลองทามางาวะที่มีสะพานหินทอดข้ามเป็นช่วง ๆ ผนังขาวตัดกับแผ่นไม้สีเข้มด้านล่างและหลังคาสีแดงคือภาพที่คนนึกถึงเมื่อพูดถึงคุระโยชิ ที่สำคัญคือโกดังเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่ฉากให้ถ่ายรูป หลายหลังยังใช้งานจริงในฐานะร้านค้าและคาเฟ่
เดินเล่นได้ฟรีตลอดวัน ลองเดินเลียบคลองช้า ๆ แล้วแวะร้านงานฝีมือหรือคาเฟ่ในโกดังเก่า จากที่นี่เดินต่อไปสวนอุสึบุกิได้ ส่วนพิพิธภัณฑ์ฟิกเกอร์ก็ใช้รถบัสสายเดียวกัน จึงรวมเป็นทริปครึ่งวันถึงหนึ่งวันได้ง่าย ร้านแต่ละร้านมีเวลาเปิดปิดของตัวเอง ถ้ามีร้านที่อยากเข้าควรเช็กก่อน เหมาะกับคนชอบเมืองเก่า สายถ่ายภาพ และคนที่อยากเดินเที่ยวแบบสบาย ๆ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| การเดินทาง | จากสถานี JR คุระโยชิ นั่งรถบัสราว 12 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
13. พิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดทตโตริ (Tottori Museum of Art)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดทตโตริเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งใหม่ของจังหวัด ตั้งอยู่ในเมืองคุระโยชิ ออกแบบโดยสำนักงานของฟุมิฮิโกะ มากิ สถาปนิกชื่อดังระดับโลกของญี่ปุ่น ตัวอาคารจึงเป็นเหตุผลให้มาเยือนพอ ๆ กับงานศิลปะที่จัดแสดง จุดเด่นคือพื้นที่ส่วนกลางที่เปิดให้เดินเข้าชมได้โดยไม่ต้องซื้อบัตร ทำให้แม้ไม่ได้ตั้งใจดูนิทรรศการก็ยังได้สัมผัสงานออกแบบของอาคาร
ก่อนมาให้เช็กว่าช่วงนั้นมีนิทรรศการอะไร แล้วตัดสินใจว่าจะซื้อบัตรหรือแค่เดินชมอาคาร พิพิธภัณฑ์อยู่ห่างสถานีคุระโยชิเพียงนั่งรถบัสไม่นาน รถประจำทางลงหน้าพิพิธภัณฑ์พอดี จึงรวมกับย่านโกดังผนังขาวในวันเดียวได้สบาย และเป็นที่หลบฝนหรือหลบแดดที่ดี เหมาะกับคนชอบสถาปัตยกรรม คนชอบศิลปะ และคนที่อยากเห็นมุมใหม่ของคุระโยชิ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | 9:00–17:00 น. |
| วันหยุด |
|
| การเดินทาง | จากสถานี JR คุระโยชิ นั่งรถบัสราว 10 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
14. พิพิธภัณฑ์ฟิกเกอร์คุระโยชิ (Kurayoshi Figure Museum)

พิพิธภัณฑ์ฟิกเกอร์คุระโยชิอยู่ในอาคารเรียนทรงกลมอายุเกือบ 70 ปี ซึ่งเป็นอาคารแบบที่หาดูได้ยากแล้วในญี่ปุ่น ภายในถูกปรับเป็นพิพิธภัณฑ์ฟิกเกอร์ ชั้นสองจัดแสดงฟิกเกอร์กว่า 2,000 ตัว ชั้นหนึ่งเป็นนิทรรศการพิเศษที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ และชั้นสามเป็นแกลเลอรีเฉพาะทาง การเดินวนตามโถงทรงกลมของโรงเรียนเก่าไปพร้อมกับดูฟิกเกอร์ตัวจิ๋วคือประสบการณ์ที่ไม่เหมือนพิพิธภัณฑ์ไหน
ถ้ามีเวลาควรเลือกบัตรชมทั้งหมด จะได้ดูครบทั้งนิทรรศการถาวรและนิทรรศการพิเศษ ใช้เวลาไล่ดูรายละเอียดของงานปั้นแต่ละตัวให้เต็มที่ พิพิธภัณฑ์ใช้รถบัสสายเดียวกับย่านโกดังผนังขาว จึงเที่ยวต่อกันได้สบาย ใครขับรถมาก็มีลานจอดฟรี เหมาะกับแฟนอนิเมะ สายสะสมฟิกเกอร์ และคนที่ชอบอาคารเก่าหน้าตาแปลกไม่เหมือนใคร
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด | เปิดทุกวันตลอดปี |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
15. สวนอุสึบุกิ (Utsubuki Park)

สวนอุสึบุกิเปิดมาตั้งแต่ปี 1904 บนเนินเขาข้างย่านเมืองเก่าคุระโยชิ มีซากุระราว 1,000 ต้นและดอกสึสึจิราว 500 ต้น ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 100 จุดชมซากุระของญี่ปุ่น นอกจากดอกไม้ ในสวนยังมีฮิริวคาคุ อาคารไม้ที่สร้างขึ้นเพื่อรับเสด็จ และบ่อฮาโงโรโมะที่ผูกกับตำนานนางฟ้า ทำให้การเดินชมสวนมีเรื่องราวให้ติดตามมากกว่าการดูดอกไม้อย่างเดียว
ช่วงซากุระบานราวต้นเมษายนคือช่วงที่สวยที่สุดและคนมากที่สุด ลานจอดเต็มเร็ว ควรมาถึงก่อนสิบโมงเช้า ในสวนยังมีมุมสัตว์เล็กที่เด็ก ๆ เข้าชมได้ฟรี และเดินลงจากสวนไปย่านโกดังผนังขาวได้เลย จึงเที่ยวคู่กันได้ในครึ่งวัน เหมาะกับครอบครัว คนชอบเดินชมดอกไม้ และคนที่อยากเห็นซากุระกับเมืองเก่าในทริปเดียว
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ | ต้นเมษายน (ซากุระ) |
| ค่าเข้าชมและการจอง | ฟรี ไม่ต้องจอง |
| วันหยุด | เข้าได้ตลอดทั้งปี |
| การเดินทาง | จากสถานี JR คุระโยชิ นั่งรถบัสไปทางย่านโกดังผนังขาวราว 12–15 นาที แล้วเดินต่อไม่กี่นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
16. ภูเขาเซ็นโจซัง (Mount Senjo)

ภูเขาเซ็นโจซังสูง 615 เมตร อยู่ในเมืองโคโตอุระ และเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติไดเซ็น-โอกิ จุดเด่นคือเบียวบุอิวะ หน้าผาหินเสากว้างราว 600 เมตรที่ตั้งตรงเหมือนฉากกั้นห้องแบบญี่ปุ่น และน้ำตกสองสายที่ไหลลงจากหน้าผา โดยสายหนึ่งสูงถึง 109 เมตร ภูเขานี้ยังเป็นฉากของศึกในปี 1333 ที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น และยังมีร่องรอยให้เห็นระหว่างทาง
เส้นทางขึ้นยอดใช้เวลาเพียงราว 1 ชั่วโมง จึงเหมาะกับคนที่อยากเดินป่าแต่ไม่อยากใช้เวลาทั้งวันแบบภูเขาไดเซ็น ไม่มีรถประจำทางถึงทางขึ้นเขา ต้องใช้รถเช่าหรือแท็กซี่ มีลานจอดรถใกล้ทางขึ้น เส้นทางลื่นและอันตรายในวันฝนตกหรือช่วงมีหิมะ ควรเลือกวันอากาศดี เหมาะกับคนชอบเดินป่าระยะสั้น คนที่ชอบภูมิประเทศแปลกตา และสายประวัติศาสตร์
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง | ฟรี ไม่ต้องจอง |
| วันหยุด |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ | เดินขึ้นยอดราว 1 ชั่วโมง |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | ภูเขาเซ็นโจซังGoogle Maps |
ทตโตริตะวันตก: ถนนโยไค ภูเขาไดเซ็น และทะเลสาบนาคะอุมิ
17. ถนนมิซึกิ ชิเงรุ และพิพิธภัณฑ์ (Mizuki Shigeru Road)

เมืองท่าซาไกมินาโตะคือบ้านเกิดของมิซึกิ ชิเงรุ ผู้วาดการ์ตูน “เกะเกะเกะ โนะ คิทาโร่” ถนนมิซึกิ ชิเงรุ โรดจากสถานีมีรูปปั้นบรอนซ์โยไค 177 ตัวเรียงรายตลอดทาง และสุดถนนคือพิพิธภัณฑ์มิซึกิ ชิเงรุที่ปรับปรุงใหม่เมื่อเมษายน 2024 พิพิธภัณฑ์ไม่ได้มีแค่โลกของภูตผีญี่ปุ่น แต่ยังเล่าชีวิตของเขาอย่างตรงไปตรงมา รวมถึงช่วงสงครามที่ไม่ได้ถูกเล่าแบบเบาบาง
เดินจากสถานีตามถนนไปเรื่อย ๆ ถ่ายรูปกับโยไคตัวที่ชอบ แล้วปิดท้ายที่พิพิธภัณฑ์ ในพิพิธภัณฑ์มีถ้ำโยไคและงานต้นฉบับที่เปลี่ยนหมุนเวียน ควรเผื่อเวลาอ่านเรื่องราวให้เต็มที่ ตั๋วซื้อออนไลน์ได้หรือซื้อหน้างานก็ได้ ถนนเส้นนี้เดินตรงทางเดียวไม่ต้องดูแผนที่ เหมาะกับแฟนการ์ตูนญี่ปุ่น ครอบครัว และคนที่ชอบเรื่องโยไค
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | 9:30–17:00 น. |
| วันหยุด | เปิดทุกวันตลอดปี |
| การเดินทาง | นั่ง JR สายซาไกจากสถานีโยนาโกะไปสถานีซาไกมินาโตะ แล้วเดินตามถนนราว 10 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
18. ภูเขาไดเซ็น (Mount Daisen)

ไดเซ็นสูง 1,729 เมตร เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในภูมิภาคชูโกกุ และถูกเรียกว่า “ฟูจิแห่งโฮกิ” เพราะมองจากฝั่งตะวันตกจะเห็นทรงสวยคล้ายภูเขาไฟฟูจิ ยอดสูงสุดไม่เปิดให้คนขึ้นไปยืน ปลายทางของนักปีนเขาจึงเป็นยอดมิเซ็นที่ความสูง 1,709 เมตร ระหว่างทางช่วงกลางเป็นป่าบีชธรรมชาติ และบริเวณยอดมีต้นคยาระโบกุ ไม้พุ่มเตี้ยที่เป็นเอกลักษณ์ของภูเขาลูกนี้
มีธรรมเนียมที่น่ารักคือหยิบหินก้อนเล็กจากลานจอดรถเชิงเขาคนละก้อน แบกขึ้นไปวางบนยอด เพื่อช่วยซ่อมยอดเขาที่ถูกเหยียบและน้ำกัดเซาะ เส้นทางมาตรฐานนัตสึยามะไม่มีจุดเติมน้ำ ต้องพกน้ำให้พอ และห้ามเดินนอกทางไม้ ใครไม่ปีนก็เดินเล่นย่านวัดไดเซ็นจิที่เชิงเขาได้ เหมาะกับนักเดินเขาที่แข็งแรง และคนที่อยากเห็นวิวจากจุดสูงสุดของภูมิภาค
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ | เส้นทางนัตสึยามะขึ้น–ลงราว 6 ชั่วโมง |
| การเดินทาง | จากสถานี JR โยนาโกะ นั่งรถบัสราว 50 นาที |
| แผนที่ | วัดไดเซ็นจิ: จุดอ้างอิงสถานที่เดินเที่ยวเชิงเขา (ไม่ใช่ยอดเขาหรือจุดเริ่มเดินเขา)Google Maps |
19. ศาลเจ้าโอกามิยามะ โอกุมิยะ (Ogamiyama Shrine Okumiya)

ศาลเจ้าโอกามิยามะ โอกุมิยะตั้งอยู่กลางป่าบนเนินเขาไดเซ็น อาคารหลักสร้างขึ้นในปี 1805 และกางปีกออกยาวราว 50 เมตร ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่ผิดคาดเมื่อโผล่พ้นแนวต้นไม้ ทางขึ้นศาลเจ้าเป็นทางเดินหินธรรมชาติที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น และยังมีประตูที่หันหลังให้คนที่มาไหว้ ซึ่งเป็นรายละเอียดแปลกที่หาดูได้ยากในศาลเจ้าทั่วไป
จากย่านวัดไดเซ็นจิให้เดินขึ้นทางหินราว 15–20 นาที ไม่มีทางรถขึ้นถึงตัวศาลเจ้า ควรใส่รองเท้าที่เดินสบายและระวังหินลื่นหลังฝนตก ช่วงเช้าอากาศเย็นและคนน้อย บรรยากาศในป่ายิ่งเงียบสงบ เที่ยวต่อกับวัดไดเซ็นจิได้ในเส้นทางเดียวกัน เหมาะกับคนชอบศาลเจ้าเก่ากลางป่า คนชอบเดินเท้าระยะสั้น และคนที่มาเที่ยวไดเซ็นแต่ไม่ได้ปีนถึงยอด
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| การเดินทาง | จากสถานี JR โยนาโกะ นั่งรถบัสราว 50 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
20. พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายโชจิ อูเอดะ (Shoji Ueda Museum)

พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายโชจิ อูเอดะอุทิศให้ช่างภาพชาวทตโตริผู้ไม่เคยย้ายออกจากบ้านเกิด และโด่งดังจากภาพบุคคลที่จัดวางบนเนินทรายอย่างมีเอกลักษณ์ อาคารคอนกรีตออกแบบโดยชิน ทาคามัตสึ ตั้งอยู่กลางทุ่งที่มองเห็นภูเขาไดเซ็นเต็มตา และในวันลมสงบจะเห็นภาพภูเขาสะท้อนกลับหัวบนผิวน้ำหน้าอาคาร ที่นี่จึงเป็นทั้งพิพิธภัณฑ์และจุดชมวิวไปพร้อมกัน
ห้ามพลาดห้องที่ทั้งห้องกลายเป็นกล้องถ่ายรูป ด้วยเลนส์หนัก 625 กิโลกรัมที่ฉายภาพภูเขาไดเซ็นกลับหัวเป็นวงกลมกว้างราว 7 เมตร เข้าไปยืนในความมืดแล้วจะรู้สึกเหมือนอยู่ในกล้อง การขับรถมาสะดวกที่สุด และที่นี่ปิดยาวช่วงฤดูหนาว ควรวางแผนให้ตรงช่วงเปิด เหมาะกับคนชอบถ่ายภาพ คนชอบสถาปัตยกรรม และคนที่อยากเห็นไดเซ็นในมุมที่ไม่ธรรมดา
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ | มีนาคม–ต้นธันวาคม (ปิดฤดูหนาว) |
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | 10:00–17:00 น. |
| วันหยุด |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
21. สวนนกน้ำโยนาโกะ (Yonago Waterbird Sanctuary)

สวนนกน้ำโยนาโกะอยู่ริมทะเลสาบนาคะอุมิ ทุกฤดูหนาวหงส์โคฮาคุโจราว 1,000 ตัวจะบินมาพักข้ามฤดูที่นี่ และนี่คือจุดที่ได้ดูหงส์ใกล้ที่สุด นอกจากหงส์ยังพบห่านป่ามากัง ฮิชิคุอิ และนกอินทรีหางขาว ซึ่งล้วนขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติของญี่ปุ่น อาคารสังเกตการณ์ทำให้ดูนกได้สบายโดยไม่ต้องยืนตากลมหนาวริมทะเลสาบ
ช่วงพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่หงส์อยู่ครบฝูง และวันเสาร์อาทิตย์ในฤดูหนาวสวนเปิดตั้งแต่ 7 โมงเช้า เหมาะกับคนที่อยากเห็นนกออกหากินยามเช้า ส่วนหน้าร้อนก็ยังมีนกชนิดอื่นให้ดู ทางเดินจากป้ายรถเมล์ค่อนข้างไกล ถ้ามากับเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุแนะนำแท็กซี่ ชาวต่างชาติจ่ายค่าเข้าในราคาพิเศษ เหมาะกับครอบครัว คนรักธรรมชาติ และสายถ่ายภาพสัตว์
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ | พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ (หงส์อยู่ครบฝูง) |
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
22. สวนมินาโตะยามะ ซากปราสาทโยนาโกะ

สวนมินาโตะยามะคือที่ตั้งของปราสาทโยนาโกะ ปราสาทที่ตัวอาคารหายไปทั้งหลังเหลือไว้เพียงกำแพงหินบนเนินเขา แต่สิ่งที่ทำให้คนยอมเดินขึ้นมาคือวิวจากฐานหอคอยบนยอด ซึ่งเป็นวิว 360 องศาที่เห็นภูเขาไดเซ็น ทะเลสาบนาคะอุมิ และทะเลญี่ปุ่นได้พร้อมกันในที่เดียว หาจุดชมวิวที่รวมทั้งภูเขา ทะเลสาบ และทะเลไว้ครบแบบนี้ได้ไม่ง่ายนัก
เดินจากเชิงเนินขึ้นไปราว 15 นาทีก็ถึงฐานหอคอย ควรเลือกวันฟ้าใสเพื่อให้เห็นไดเซ็นชัด ที่เชิงเนินมีซากุระราว 500 ต้น ฤดูใบไม้ผลิจึงคึกคักเป็นพิเศษ ที่นี่เดินจากสถานีโยนาโกะได้ ไม่ต้องเช่ารถ ต่างจากหลายสปอตในทตโตริตะวันตก และสำหรับคนขับรถก็มีที่จอดฟรี เหมาะกับคนที่มีเวลาไม่มากในโยนาโกะ คนชอบวิวพาโนรามา และสายประวัติศาสตร์
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง | ฟรี ไม่ต้องจอง |
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด | ไม่มี |
| เวลาที่ควรเผื่อ | เดินขึ้นถึงฐานหอคอยราว 15 นาที |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
23. พิพิธภัณฑ์ทะเลและวิถีชีวิต ซาไกมินาโตะ

พิพิธภัณฑ์ทะเลและวิถีชีวิตแห่งซาไกมินาโตะคือ “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ไม่มีน้ำสักหยด” จัดแสดงสัตว์ทะเลสตัฟฟ์ราว 700 ชนิด 4,000 ตัว ในอดีตโรงบ่มสาเกสมัยเมจิที่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ตั้งแต่ปี 1994 ไฮไลต์คือปลาแสงอาทิตย์ยาว 2.7 เมตร ปลาพญานาค 4.2 เมตร และฉลามขาว 3.8 เมตร ซึ่งปกติแทบไม่มีโอกาสได้เห็นใกล้ขนาดนี้
นอกจากสัตว์ทะเลยังมีโซนเครื่องมือประมงและงานฝีมือของคนท้องถิ่น ช่วยให้เข้าใจชีวิตของเมืองท่าประมงแห่งนี้มากขึ้น เดินจากสถานีได้ และอยู่ใกล้ถนนมิซึกิ ชิเงรุ จึงแวะต่อในทริปซาไกมินาโตะวันเดียวได้ง่าย เป็นที่เที่ยวในร่มที่ดีสำหรับวันฝนตก เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก คนชอบสัตว์ทะเล และคนที่อยากเห็นซาไกมินาโตะนอกเหนือจากโยไค
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | 9:30–17:00 น. (ปิดรับ 16:30 น.) |
| วันหยุด |
|
| การเดินทาง | เดินจากสถานี JR ซาไกมินาโตะราว 20 นาที หรือแท็กซี่ไม่กี่นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
24. แหล่งโบราณคดีมุกิบันดะ (Mukibanda Yayoi Site)

แหล่งโบราณคดีมุกิบันดะคือซากหมู่บ้านยุคยาโยอิบนเนินเขาในเมืองไดเซ็น กินพื้นที่ราว 152 เฮกตาร์ จัดเป็นหนึ่งในแหล่งยุคยาโยอิขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น เรื่องน่าสนใจคือถูกค้นพบเพราะมีโครงการจะสร้างสนามกอล์ฟ ภายในมีบ้านหลุมจำลองให้เดินชม และสุสานรูปทรงแปลกที่มีมุมทั้งสี่ยื่นออกมา ซึ่งเป็นรูปแบบเฉพาะของภูมิภาคนี้
เดินขึ้นไปบนเนินแล้วมองออกไปจะเข้าใจทันทีว่าทำไมคนโบราณเลือกตั้งหมู่บ้านตรงนี้ เพราะเห็นทั้งทะเลและที่ราบเบื้องล่าง มีเจ้าหน้าที่บรรยายฟรี และกิจกรรมยุคยาโยอิที่จ่ายเพียงค่าวัสดุ การขับรถมาสะดวกที่สุดและมีที่จอดฟรี เหมาะกับคนชอบประวัติศาสตร์ ครอบครัวที่อยากให้เด็กได้ลงมือทำ และคนที่อยากเห็นญี่ปุ่นยุคก่อนมีปราสาทและวัด
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | 9:00–17:00 น. |
| วันหยุด |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
25. ศาลเจ้าคาโมจิ (Kamochi Shrine)

ศาลเจ้าคาโมจิในเมืองฮิโนะเขียนชื่อด้วยอักษร 金持 ที่อ่านความหมายได้ว่า “มีเงิน” คนญี่ปุ่นจากทั่วประเทศจึงเดินทางมาขอพรเรื่องโชคลาภและการเงิน แต่ที่มาของชื่อจริง ๆ ไม่เกี่ยวกับเงินเลย หุบเขาแถบนี้เคยเป็นแหล่งทรายเหล็กสำหรับผลิตเหล็กทำดาบญี่ปุ่น และอักษรตัวแรกของชื่อในสมัยนั้นหมายถึงเหล็ก ทางขึ้นศาลเจ้าเป็นบันได 90 ขั้นที่มีต้นไม้อายุราว 600 ปียืนต้นอยู่
ไหว้เสร็จแล้วแวะร้านเครื่องรางซึ่งมีเครื่องรางเรื่องโชคลาภให้เลือก และถ้ามาตรงวันที่ 25 ของเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม หรือตุลาคม จะมีพิธีชำระกระเป๋าสตางค์ ศาลเจ้าอยู่ลึกในหุบเขาทางใต้ของจังหวัด ไม่ใช่จุดแวะผ่าน รถไฟและรถบัสไม่สะดวก ควรขับรถมา เหมาะกับคนที่อยากขอพรเรื่องการเงิน คนชอบศาลเจ้าเงียบในป่า และคนที่ชอบเรื่องเล่าเบื้องหลังชื่อสถานที่
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด | ร้านเครื่องรางเปิดทุกวัน |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
จัดเส้นทางตามจำนวนวัน
| จำนวนวัน | เส้นทาง |
|---|---|
| 1 วัน ไม่เช่ารถ | เนินทรายทตโตริ พิพิธภัณฑ์ทราย แล้วกลับเข้าเมืองชมซากปราสาทและพิพิธภัณฑ์หัตถกรรม |
| 2 วัน 1 คืน | วันแรกฝั่งตะวันออก วันที่สองนั่ง JR ไปคุระโยชิแล้วต่อซาไกมินาโตะ |
| 3 วันขึ้นไป | เพิ่มภูเขาไดเซ็นหรือหอนาเกะอิเระโด และเรือชมชายฝั่งอุระโดเมะ |
คำถามที่พบบ่อย
ถ้ามีเวลาเที่ยวทตโตริแค่วันเดียว ควรไปที่ไหน
ไปเนินทรายทตโตริตอนเช้าก่อนแดดแรง แวะพิพิธภัณฑ์ศิลปะทราย แล้วกลับเข้าเมืองชมซากปราสาททตโตริ ทั้งหมดไปด้วยรถบัสจากสถานี JR ทตโตริได้
ไม่ขับรถ เที่ยวทตโตริได้ไหม
ได้สำหรับเมืองทตโตริ คุระโยชิ โยนาโกะ และซาไกมินาโตะที่มีรถไฟและรถบัส ที่ควรเช่ารถคือภูเขาไดเซ็น ศาลเจ้าคาโมจิ และพื้นที่ภูเขาทางใต้
เนินทรายทตโตริเสียค่าเข้าไหม
ไม่เสีย เดินชมฟรี ค่าใช้จ่ายมีเฉพาะที่จอดรถ กิจกรรม และพิพิธภัณฑ์ทรายที่อยู่ข้างๆ
ควรพักที่ไหน
พักใกล้สถานี JR ทตโตริถ้าเน้นเนินทราย หรือโยนาโกะถ้าจะไปซาไกมินาโตะและไดเซ็น
วางแผนเที่ยวทตโตริต่อ
- อาหารทตโตริ — 10 เมนูท้องถิ่น
- ของฝากทตโตริ
- ซากุระทตโตริ 9 จุด
- เที่ยวทตโตริหน้าร้อน
- ใบไม้แดงทตโตริ 11 จุด
- เที่ยวเมืองทตโตริ 1 วัน ไม่เช่ารถ
- ซาไกมินาโตะ โยนาโกะ 1 วัน
- เที่ยวทตโตริ — หน้ารวมทุกพื้นที่
ดูที่เที่ยวอื่นๆ ใน ที่เที่ยวทั้งหมด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง · เว็บไซต์ภายนอก31 ลิงก์
ลิงก์ด้านล่างเปิดเว็บไซต์ภายนอกในแท็บใหม่
- 1. เนินทรายทตโตริ (Tottori Sand Dunes) — ภาพ: 江戸村のとくぞう (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons
- 2. พิพิธภัณฑ์ศิลปะทราย (The Sand Museum) — ทางเข้าพิพิธภัณฑ์และบริเวณจอดรถ ถ่ายปี 2014; ผังอาจเปลี่ยน · ภาพต้นฉบับ: Cheng-en Cheng (commons.wikimedia.org) ↗ · CC BY-SA 2.0 (creativecommons.org) ↗ · ตัดภาพเป็นสัดส่วน 3:2 และย่อขนาด
- 3. ชายฝั่งอุระโดเมะ (Uradome Coast) — แนวชายฝั่งหินแกรนิตของอุระโดเมะ · ภาพ: 663highland / Wikimedia Commons (CC BY 2.5) (commons.wikimedia.org) ↗
- 4. ศาลเจ้าฮาคุโตะ (Hakuto Shrine) — ทางเดินและรูปกระต่าย ถ่ายปี 2010 · ภาพต้นฉบับ: tme181 (commons.wikimedia.org) ↗ · CC BY 3.0 (creativecommons.org) ↗ · ตัดภาพเป็นสัดส่วน 3:2 และย่อขนาด
- 5. ซากปราสาททตโตริ (Tottori Castle Ruins) — กำแพงหินที่เหลืออยู่ของซากปราสาททตโตริ · ภาพ: Suicasmo / CC BY-SA 4.0 ผ่าน Wikimedia Commons (commons.wikimedia.org) ↗
- 6. สวนคันนงอิน (Kannon-in Garden) — สระและหินของสวนคันนงอิน สวนแบบนั่งชม · ภาพ: เว็บไซต์ท่องเที่ยวทางการเทศบาลนครทตโตริ (torican.jp) ↗
- 7. พิพิธภัณฑ์หัตถกรรมพื้นบ้านทตโตริ (Tottori Folk Crafts Museum) — อาคารพิพิธภัณฑ์ที่สร้างในปี 1957 · ภาพ: เว็บไซต์ทางการพิพิธภัณฑ์หัตถกรรมพื้นบ้านทตโตริ (tottori-mingei.jp) ↗
- 8. น้ำตกอาเมดากิ (Amedaki Falls) — น้ำตกอาเมดากิ สูงราว 40 เมตร · ภาพ: เว็บไซต์ท่องเที่ยวทางการเทศบาลนครทตโตริ (torican.jp) ↗
- 9. บ้านตระกูลอิชิตานิ เมืองจิซุ (Ishitani Residence) — ห้องเสื่อทาทามิในบ้านตระกูลอิชิตานิ ถ่ายปี 2015 · ภาพต้นฉบับ: 663highland (commons.wikimedia.org) ↗ · CC BY 2.5 (creativecommons.org) ↗ · ย่อขนาด
- 10. หาดฮิงาชิฮามะ (Higashihama Beach) — หาดฮิงาชิฮามะ มองจากจุดชมวิวฮิงาชิฮามะ · ภาพ: Nawaika / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0) (commons.wikimedia.org) ↗
- 11. หอนาเกะอิเระโด ภูเขามิโตคุซัง (Nageiredo) — ภาพ: Copyright © 2003 David Monniaux (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons
- 12. ย่านโกดังผนังขาวคุระโยชิ (Shirakabe Dozogun) — ถนนเลียบคลองทามางาวะ · ภาพต้นฉบับ: 663highland (commons.wikimedia.org) ↗ · CC BY 2.5 (creativecommons.org) ↗
- 13. พิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดทตโตริ (Tottori Museum of Art) — ภาพ: Vetalapancavimsatika (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons
- 14. พิพิธภัณฑ์ฟิกเกอร์คุระโยชิ (Kurayoshi Figure Museum) — ห้องเรียนเดิมภายในอาคารทรงกลม ผนังโค้งไปตามรูปวงกลมของตึก · ภาพ: KASEI / CC BY 3.0 ผ่าน Wikimedia Commons (commons.wikimedia.org) ↗
- 15. สวนอุสึบุกิ (Utsubuki Park) — ซากุระบานเต็มที่พร้อมโคมไฟในสวนสาธารณะอุสึบุกิ · ภาพ: アラツク / CC BY-SA 4.0 ผ่าน Wikimedia Commons (commons.wikimedia.org) ↗
- 16. ภูเขาเซ็นโจซัง (Mount Senjo) — หน้าผาเบียวบุอิวะที่ล้อมยอดเขาเซ็นโจซังไว้เหมือนกำแพง · ภาพ: Reggaeman / CC BY-SA 3.0 ผ่าน Wikimedia Commons (commons.wikimedia.org) ↗
- 17. ถนนมิซึกิ ชิเงรุ และพิพิธภัณฑ์ (Mizuki Shigeru Road) — ภาพ: จังหวัดทตโตริ(とっとり旅) (tottori-guide.jp) ↗
- 18. ภูเขาไดเซ็น (Mount Daisen) — ภาพ: kobeoyaji (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 2.1 jp / Wikimedia Commons
- 19. ศาลเจ้าโอกามิยามะ โอกุมิยะ (Ogamiyama Shrine Okumiya) — อาคารศาลเจ้ากับภูเขาไดเซ็นด้านหลัง · ภาพต้นฉบับ: Reggaeman (commons.wikimedia.org) ↗ · CC BY-SA 3.0 (creativecommons.org) ↗
- 20. พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายโชจิ อูเอดะ (Shoji Ueda Museum) — กล่องคอนกรีตและผนังโค้งที่ชิน ทาคามัตสึออกแบบ · ภาพต้นฉบับ: 663highland (commons.wikimedia.org) ↗ · CC BY 2.5 (creativecommons.org) ↗
- 21. สวนนกน้ำโยนาโกะ (Yonago Waterbird Sanctuary) — ฝูงหงส์โคฮาคุโจซึ่งบินมาข้ามฤดูหนาวในญี่ปุ่น (ภาพตัวอย่างชนิดนก) · ภาพ: Alpsdake / CC BY-SA 4.0 ผ่าน Wikimedia Commons (commons.wikimedia.org) ↗
- 23. พิพิธภัณฑ์ทะเลและวิถีชีวิต ซาไกมินาโตะ — ภาพ: KASEI (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons
- 25. ศาลเจ้าคาโมจิ (Kamochi Shrine) — บันไดหินราว 90 ขั้นที่ทอดขึ้นไปยังอาคารหลัก · ภาพต้นฉบับ: KOKOKU-m1ne10 (commons.wikimedia.org) ↗ · CC BY 3.0 (creativecommons.org) ↗
- ภาพหลัก — ภาพ: Hashi photo (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons







































