ผู้คนเดินบนเนินทรายทตโตริริมทะเลญี่ปุ่น

25 ที่เที่ยวทตโตริ|เนินทราย ไดเซ็น และถนนโยไค ทั้ง 3 พื้นที่

แชร์บทความนี้

FacebookXLINE

IG・Messenger: แชร์ผ่านแอป (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)

ทตโตริเป็นจังหวัดที่มีประชากรน้อยที่สุดของญี่ปุ่น อยู่ริมทะเลญี่ปุ่นในภูมิภาคซันอิน แต่มีภูมิประเทศแปลกตาที่หาไม่ได้ที่อื่น ทั้งเนินทรายขนาดใหญ่ริมทะเล ชายฝั่งหินแกรนิตที่น้ำใสจนเห็นพื้น วัดที่เกาะอยู่บนหน้าผา และภูเขาไดเซ็นที่สูงที่สุดของภูมิภาคชูโกกุ

บทความนี้รวม 25 ที่เที่ยวทตโตริ แบ่งตาม 3 พื้นที่ คือฝั่งตะวันออกรอบเมืองทตโตริ ตอนกลางรอบคุระโยชิ และฝั่งตะวันตกรอบโยนาโกะ ซาไกมินาโตะ และไดเซ็น บอกว่าแต่ละที่เด่นเรื่องอะไร ค่าเข้าเท่าไร และไปอย่างไร ข้อมูล ณ กันยายน 2026

เนื้อหาในบทความย่อ −ดู +
  1. เลือกที่เที่ยวตามพื้นที่
  2. ทตโตริตะวันออก: เนินทรายและชายฝั่งหินแกรนิต
  3. ทตโตริตอนกลาง: เมืองเก่าคุระโยชิและวัดบนหน้าผา
  4. ทตโตริตะวันตก: ถนนโยไค ภูเขาไดเซ็น และทะเลสาบนาคะอุมิ
  5. จัดเส้นทางตามจำนวนวัน
  6. คำถามที่พบบ่อย
  7. วางแผนเที่ยวทตโตริต่อ

เลือกที่เที่ยวตามพื้นที่

พื้นที่ที่เที่ยวเด่นเหมาะกับใครการเดินทางหลัก
ทตโตริตะวันออก (เมืองทตโตริ อิวามิ วากาสะ จิซุ)เนินทรายทตโตริ ชายฝั่งอุระโดเมะ ศาลเจ้าฮาคุโตะทริปแรก สายธรรมชาติ สายทะเลรถบัสจากสถานี JR ทตโตริ และรถบัสวนลูปคิรินจิชิ
ทตโตริตอนกลาง (คุระโยชิ มิซาสะ ยูริฮามะ)ย่านโกดังผนังขาว หอนาเกะอิเระโด พิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดสายเมืองเก่า สายวัด สายออนเซ็นJR ไปสถานีคุระโยชิ แล้วต่อรถบัส
ทตโตริตะวันตก (โยนาโกะ ซาไกมินาโตะ ไดเซ็น)ถนนมิซึกิ ชิเงรุ ภูเขาไดเซ็น พิพิธภัณฑ์โชจิ อูเอดะแฟนการ์ตูน นักเดินเขา สายถ่ายรูปJR ไปโยนาโกะหรือซาไกมินาโตะ บนภูเขาควรเช่ารถ

ทตโตริตะวันออก: เนินทรายและชายฝั่งหินแกรนิต

1. เนินทรายทตโตริ (Tottori Sand Dunes)

เนินทรายทตโตริและทะเลญี่ปุ่น

เนินทรายทตโตริคือผืนทรายกว้างริมทะเลญี่ปุ่นที่กลายเป็นภาพจำอันดับหนึ่งของจังหวัด สิ่งที่ทำให้ที่นี่ต่างจากชายหาดทั่วไปคือความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในทะเลทราย เดินลงแอ่งทรายแล้วปีนขึ้นสันเนินอุมะโนะเซะ พอถึงขอบสันจะเห็นทรายสุดสายตาอยู่ด้านหลังและทะเลสีน้ำเงินอยู่ด้านหน้าในภาพเดียว บนผิวทรายยังมีลายคลื่นที่ลมสร้างขึ้นเรียกว่า “ฟูมง” ซึ่งชัดหรือจางต่างกันไปในแต่ละวัน

เริ่มที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวซึ่งมีนิทรรศการอธิบายว่าลมสร้างรูปทรงของเนินทรายอย่างไร แล้วค่อยเดินขึ้นสันเนินแบบไม่รีบ เพราะการก้าวบนทรายใช้แรงกว่าที่เห็น ควรใส่รองเท้าที่เททรายออกง่ายบริเวณทางเข้ามีบริการถ่ายรูปกับอูฐ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะทรายก็อยู่ติดกัน เหมาะกับทริปแรกในทตโตริ คนชอบถ่ายภาพวิวกว้าง และครอบครัวที่อยากให้เด็กได้วิ่งเล่นบนทราย

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • เดินชมเนินทรายฟรี ไม่ต้องจอง
  • กิจกรรมต่าง ๆ มีค่าใช้จ่ายแยก
เวลาทำการ
  • เนินทรายเข้าได้ตลอด
  • ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 9:00–17:00 น.
วันหยุด
  • เนินทรายไม่มีวันปิด
  • ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวหยุดวันพุธที่ 2 ของเดือน ช่วงธันวาคม–กุมภาพันธ์
เวลาที่ควรเผื่อ

อย่างน้อย 1 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • จากสถานี JR ทตโตริ นั่งรถบัสราว 20–22 นาที
    ลงป้ายเนินทรายทตโตริ (砂丘会館)
  • ขับรถมีลานจอดหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 500 เยน
แผนที่Google Maps

2. พิพิธภัณฑ์ศิลปะทราย (The Sand Museum)

ทางเข้าพิพิธภัณฑ์ศิลปะทรายทตโตริและลานจอดรถในปี 2014

พิพิธภัณฑ์ศิลปะทรายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงประติมากรรมทรายขนาดใหญ่ภายในอาคาร ผลงานทุกชิ้นปั้นจากทรายและน้ำโดยช่างแกะสลักทรายจากหลายประเทศ และเปลี่ยนธีมใหม่ทุกปี เมื่อจบนิทรรศการงานทั้งหมดจะถูกทลายกลับเป็นทราย ภาพที่เห็นในแต่ละปีจึงไม่มีวันซ้ำ ปี 2026 เป็นนิทรรศการธีมประเทศสเปน ถ่ายทอดเรื่องราวของสเปนผ่านงานทรายที่ละเอียดจนแทบไม่เชื่อว่าปั้นจากทราย

ลองยืนดูรายละเอียดอย่างใบหน้าคนหรือลวดลายอาคารใกล้ ๆ ก่อน แล้วค่อยถอยออกมามองทั้งฉากจากมุมกว้าง จะเห็นความยิ่งใหญ่ของงานได้ชัดขึ้น พิพิธภัณฑ์อยู่ติดกับเนินทรายทตโตริ จึงเที่ยวต่อกันได้ในครึ่งวัน และเป็นแผนสำรองที่ดีสำหรับวันฝนตกหรือแดดแรงเกินจะเดินบนทราย เหมาะกับครอบครัว คนชอบงานศิลปะ และคนที่อยากเห็นทรายในอีกรูปแบบหนึ่ง

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

นิทรรศการสเปน 24 เมษายน 2026–3 มกราคม 2027

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 800 เยน
  • นักเรียนประถม–มัธยม 400 เยน
  • เด็กก่อนวัยเรียนฟรี
เวลาทำการ

9:00–18:00 น. (เข้ารอบสุดท้าย 17:30 น.)

วันหยุด

เปิดทุกวันตลอดช่วงนิทรรศการ

การเดินทาง

จากสถานี JR ทตโตริ นั่งรถบัสสายเนินทรายราว 21 นาที
ลงป้ายหน้าพิพิธภัณฑ์ (砂の美術館前) เดินราว 1 นาที

แผนที่Google Maps

3. ชายฝั่งอุระโดเมะ (Uradome Coast)

ชายฝั่งหินอุระโดเมะที่มีเกาะหินโผล่กลางทะเลสีเขียวมรกตในจังหวัดทตโตริ

ชายฝั่งอุระโดเมะคือแนวหน้าผาและเกาะหินแกรนิตยาวราว 15 กิโลเมตรในเมืองอิวามิ ทางตะวันออกสุดของจังหวัด น้ำทะเลที่นี่ใสจนมองเห็นพื้นจากบนเรือ เพราะพื้นทะเลเป็นทรายควอตซ์ ไฮไลต์คือเกาะเซนกันมัตสึชิมะ เกาะหินที่มีถ้ำเจาะทะลุและมีต้นสนขึ้นอยู่บนยอด ภาพหินสีอ่อน ต้นสนเขียว และน้ำสีฟ้าอมเขียวทำให้ที่นี่เป็นมุมทะเลญี่ปุ่นที่ต่างจากภาพจำโดยสิ้นเชิง

วิธีที่ดีที่สุดคือขึ้นเรือชมเกาะรอบละราว 40 นาที เรือจะพาเข้าใกล้โขดหินและถ้ำที่เดินเข้าไปจากฝั่งไม่ได้ แต่ถ้าคลื่นลมไม่ดีเรืออาจงด จึงควรมีแผนสำรองเดินชมวิวตามทางเดินริมฝั่งซึ่งไม่เสียค่าใช้จ่าย หน้าร้อนแวะเล่นน้ำที่หาดฮิงาชิฮามะที่อยู่ในเมืองเดียวกันได้ เหมาะกับคนรักทะเล สายถ่ายภาพ และคนที่อยากเห็นทะเลญี่ปุ่นมุมที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

1 มีนาคม–30 พฤศจิกายน (ฤดูเดินเรือ)

ค่าเข้าชมและการจอง
  • เดินชมชายฝั่งฟรี
  • เรือชมเกาะ
    ผู้ใหญ่ 1,800 เยน
    เด็กประถม 900 เยน
  • ไม่ต้องจองล่วงหน้า
เวลาทำการ
  • เรือออกทุกชั่วโมง 9:30–15:30 น.
  • ทางเดินชมวิวเข้าได้ตลอด
วันหยุด
  • เรือเดินทุกวันในฤดู
  • งดเมื่อสภาพอากาศไม่ดี
เวลาที่ควรเผื่อ

ล่องเรือราว 40 นาที

การเดินทาง
  • จากสถานี JR อิวามิ นั่งรถบัสราว 15 นาที
    ลงป้ายหน้าท่าเรือ (島めぐり遊覧船のりば前)
  • จากสถานี JR ทตโตริ
    รถบัสราว 35–40 นาที
แผนที่Google Maps

4. ศาลเจ้าฮาคุโตะ (Hakuto Shrine)

ทางเดินในศาลเจ้าฮาคุโตะและรูปกระต่ายสองข้างทาง

ศาลเจ้าฮาคุโตะผูกพันกับตำนาน “กระต่ายขาวแห่งอินาบะ” ในโคจิกิ บันทึกเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น เรื่องเล่าว่ากระต่ายที่ถูกถลกขนได้เทพโอคุนินุชิช่วยรักษา แล้วทำนายว่าเทพองค์นี้จะได้ครองคู่กับเจ้าหญิงที่ทุกคนหมายปอง ศาลเจ้าแห่งนี้จึงเป็นที่นิยมมาขอพรเรื่องความรักและคู่ครอง ทางเดินเข้าศาลเจ้ามีรูปปั้นกระต่ายขาวหลากหลายท่าทางเรียงรายให้เก็บภาพได้ตลอดทาง

ไหว้เสร็จแล้วข้ามถนนไปเดินเล่นที่หาดฮาคุโตะ ซึ่งเป็นฉากของตำนาน มองออกไปจะเห็นเกาะเล็ก ๆ กลางทะเลที่ผูกกับเรื่องเล่าของกระต่าย ในศาลเจ้ามีเครื่องราง หินผูกสัมพันธ์ และโกะชูอินให้เลือกเป็นที่ระลึก ข้างกันเป็นสถานีริมทางที่ใช้เป็นลานจอดรถร่วม เหมาะกับคู่รัก คนที่อยากขอพรเรื่องความรัก และคนที่ชอบเรื่องเล่าตำนานญี่ปุ่น

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ไหว้ฟรี
  • เครื่องราง หินผูกสัมพันธ์ และโกะชูอินมีค่าใช้จ่ายแยก
เวลาทำการ
  • เขตศาลเจ้าเดินไหว้ได้
  • สำนักงานศาลเจ้า 9:00–16:00 น.
การเดินทาง
  • จากสถานี JR ทตโตริ นั่งรถบัสสายชายฝั่งฮาคุโตะราว 40 นาที
    ลงป้ายหน้าศาลเจ้า (白兎神社前)
  • ขับรถจาก Tottori-nishi IC ราว 20 นาที
แผนที่Google Maps

5. ซากปราสาททตโตริ (Tottori Castle Ruins)

ซากกำแพงหินของปราสาททตโตริบนเนินเขาคิวโชซัง

ซากปราสาททตโตริตั้งอยู่บนเนินเขาคิวโชซังกลางเมือง แม้จะไม่มีหอปราสาทเหลือให้เห็น แต่กำแพงหินที่ก่อซ้อนกันหลายยุคทำให้ที่นี่เหมือนพิพิธภัณฑ์กำแพงหินกลางแจ้ง จุดที่ต้องไปดูคือ “มากิอิชิกากิ” กำแพงหินทรงโค้งกลมที่หาดูที่อื่นไม่ได้ ส่วนประตูนาคาโนะโกะมงที่สร้างคืนขึ้นใหม่ทำให้ทางเข้าปราสาทกลับมามีหน้าตาใกล้เคียงอดีต

ช่วงต้นเมษายนซากุระบานทั่วบริเวณซากปราสาท เป็นจุดชมซากุระระดับต้น ๆ ของจังหวัด ถ้าไม่อยากเจอคนเยอะให้มาก่อน 9 โมงเช้า เดินเล่นช้า ๆ ไล่ดูกำแพงหินแต่ละยุคแล้วค่อยขึ้นไปบนลานด้านบน การเดินทางจากสถานีด้วยรถบัสวนเมืองสะดวก และเที่ยวต่อสวนคันนงอินในวันเดียวกันได้ เหมาะกับคนชอบประวัติศาสตร์ สายถ่ายภาพซากุระ และคนที่อยากเดินเล่นกลางเมืองแบบไม่เสียค่าเข้า

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ต้นเมษายน (ซากุระ)
  • ช่วงเช้าก่อน 9:00 น. คนน้อย
ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี

การเดินทาง
  • จากสถานี JR ทตโตริ นั่งรถบัสวนเมือง 100 เยน “คุรุนาชิ” สายสีเขียวราว 8 นาที
  • ไม่มีลานจอดของตัวเอง
แผนที่Google Maps

6. สวนคันนงอิน (Kannon-in Garden)

สระน้ำของสวนคันนงอินที่มีก้อนหินวางเรียงริมน้ำและเนินเขาเขียวเป็นฉากหลัง

สวนคันนงอินเป็นสวนญี่ปุ่นแบบนั่งชมริมสระของวัดคันนงอิน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทัศนียภาพงดงามระดับชาติ (名勝) กลางสระมีเกาะรูปเต่าที่เป็นสัญลักษณ์ของอายุยืน ส่วนในวัดยังมีพระประธานที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่า “คันนงเลื่อนขั้น” ซึ่งมีผู้มาขอพรเรื่องหน้าที่การงาน

เสน่ห์ของที่นี่คือการนั่งบนระเบียงไม้ของห้องโถง จิบมัทฉะกับขนมที่รวมอยู่ในค่าเข้า แล้วค่อย ๆ มองสวนจากขอบระเบียงไปจนสุดสระ ควรเผื่อเวลานั่งเงียบ ๆ สักพักเพื่อให้เห็นแสงบนผิวน้ำเปลี่ยนไป ไม่ต้องรีบเดินรอบ อยู่ไม่ไกลจากสถานีทตโตริ นั่งรถบัสวนเมืองมาได้ เหมาะกับคนชอบสวนญี่ปุ่น คนที่ต้องการมุมสงบ และคนที่อยากพักจังหวะระหว่างวันเที่ยว

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง

650 เยน รวมมัทฉะ

เวลาทำการ

9:00–17:00 น.

การเดินทาง
  • จากสถานี JR ทตโตริ นั่งรถบัสวนเมือง 100 เยนสายสีแดง
    ลงป้ายอุเอมาจิ (上町) เดินราว 3 นาที
  • หรือเดินจากสถานีราว 20 นาที
แผนที่Google Maps

7. พิพิธภัณฑ์หัตถกรรมพื้นบ้านทตโตริ (Tottori Folk Crafts Museum)

อาคารไม้สองชั้นของพิพิธภัณฑ์หัตถกรรมพื้นบ้านทตโตริริมถนนมิงเกคัง

พิพิธภัณฑ์หัตถกรรมพื้นบ้านทตโตริก่อตั้งโดยนายแพทย์โยชิดะ โชยะ ผู้ไม่ได้เป็นแค่นักสะสม แต่ยังออกแบบงานให้ช่างฝีมือทั่วจังหวัดผลิต จนงานคราฟต์ของทตโตริกลับมามีชีวิตในชีวิตประจำวัน ภายในจัดแสดงของสะสมกว่า 5,000 ชิ้นที่ครอบคลุมงานฝีมือหลายประเภท ตัวอาคารสร้างเมื่อปี 1957 และขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งก่อสร้างทางวัฒนธรรมของชาติ บรรยากาศจึงอบอุ่นเหมือนเดินเข้าบ้านของคนรักงานคราฟต์

ดูของในตู้จัดแสดงแล้วเดินออกไปที่ร้านข้างกัน ซึ่งขายงานหัตถกรรมแบบเดียวกับที่เพิ่งเห็นให้ซื้อกลับบ้านได้ทันที ทำให้ได้ของฝากที่มีเรื่องราวจริง พิพิธภัณฑ์อยู่บนถนนมิงเกคังห่างสถานีทตโตริเพียงไม่กี่นาที จึงแวะได้แม้มีเวลาเหลือก่อนขึ้นรถไฟ เหมาะกับคนชอบงานคราฟต์ ของใช้ดีไซน์เรียบง่าย และคนที่อยากเข้าใจวัฒนธรรมมิงเกของญี่ปุ่น

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 500 เยน
  • นักศึกษา 300 เยน
  • มัธยมปลายลงไปฟรี
เวลาทำการ

10:00–17:00 น.

วันหยุด
  • วันพุธ (ตรงวันหยุดนักขัตฤกษ์เลื่อนเป็นวันถัดไป)
  • ช่วงปีใหม่
  • อาจปิดช่วงเปลี่ยนของจัดแสดง
การเดินทาง

เดินจากทางออกทิศเหนือของสถานี JR ทตโตริราว 5 นาที

แผนที่Google Maps

8. น้ำตกอาเมดากิ (Amedaki Falls)

น้ำตกอาเมดากิที่ตกจากหน้าผาสูงลงแอ่งน้ำ มีสายรุ้งพาดอยู่เหนือแอ่งด้านล่าง

น้ำตกอาเมดากิสูงราว 40 เมตร กว้างราว 4 เมตร ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 100 น้ำตกของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในหุบเขาที่มีน้ำตกเล็กใหญ่รวม 48 แห่ง และเป็นสถานที่บำเพ็ญเพียรมาตั้งแต่โบราณ สายน้ำที่ตกลงจากหน้าผาหินกลางป่าลึกให้บรรยากาศเย็นและขลัง ต่างจากสปอตริมทะเลของทตโตริอย่างสิ้นเชิง หลังปิดซ่อมความเสียหายจากไต้ฝุ่น น้ำตกเพิ่งกลับมาเปิดให้เข้าชมอีกครั้งเมื่อ 4 กรกฎาคม 2026

ทางเข้าไปถึงตัวน้ำตกเป็นทางเดินในป่า ควรใส่รองเท้าที่พื้นเกาะดีและระวังทางลื่นหลังฝนตก ตอนนี้เข้าได้ถึงตัวน้ำตกหลักเท่านั้น ส่วนน้ำตกฮาโกดากิและจุดที่ลึกเข้าไปยังปิดอยู่ รถบัสมีไม่กี่เที่ยว การขับรถมาเองจึงสะดวกที่สุด และมีลานจอดฟรี เหมาะกับคนรักธรรมชาติ คนที่อยากหนีร้อนในหน้าร้อน และคนที่อยากเห็นทตโตริมุมภูเขา

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี ไม่ต้องจอง

การเดินทาง
  • ขับรถจากทางออกทตโตริของทางด่วนทตโตริราว 40 นาที ลานจอดฟรี
  • รถบัสฮิโนมารุจากสถานี JR ทตโตริราว 60 นาที (เที่ยวรถน้อย)
แผนที่Google Maps

9. บ้านตระกูลอิชิตานิ เมืองจิซุ (Ishitani Residence)

ห้องเสื่อทาทามิในบ้านตระกูลอิชิตานิ ถ่ายปี 2015

บ้านตระกูลอิชิตานิเป็นบ้านของตระกูลเจ้าของที่ดินและป่าไม้รายใหญ่ ตั้งอยู่ในจิซุ เมืองพักแรมเก่าบนเส้นทางเดินทางสมัยเอโดะ ความมั่งคั่งของตระกูลสะท้อนออกมาในคานไม้ขนาดใหญ่เหนือโถงดินที่ต้องแหงนมอง ห้องทาทามิที่ต่อกันเป็นแนวยาว และสวนญี่ปุ่นที่มองเห็นจากในบ้าน ทำให้เห็นภาพชีวิตของตระกูลใหญ่ในชนบทญี่ปุ่นได้ชัดกว่าการดูในหนังสือ

ค่อย ๆ เดินชมทีละห้อง ลองนั่งมองสวนจากขอบห้องทาทามิ แล้วออกไปเดินต่อในย่านจิซุจูกุที่ยังมีบ้านเก่าหลงเหลือ เป็นจุดที่บรรยากาศเงียบ ไม่พลุกพล่าน เดินจากสถานีจิซุได้ และถ้าขับรถมาก็มีที่จอดฟรีในย่านให้ใช้ เหมาะกับคนชอบสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม คนที่อยากเห็นชนบทของทตโตริ และคนที่ชอบเที่ยวแบบช้า ๆ

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 600 เยน
  • มัธยมปลาย 500 เยน
  • ประถม–มัธยมต้น 400 เยน
เวลาทำการ

10:00–17:00 น. (เข้าครั้งสุดท้าย 16:30 น.)

วันหยุด
  • วันพุธ (ตรงวันหยุดราชการเลื่อนเป็นวันถัดไป)
  • ช่วงปีใหม่
การเดินทาง
  • เดินจากสถานีจิซุราว 10 นาที
  • ขับรถจากจิซุ IC ราว 5 นาที
แผนที่Google Maps

10. หาดฮิงาชิฮามะ (Higashihama Beach)

หาดฮิงาชิฮามะ เมืองอิวามิ จังหวัดทตโตริ มองจากจุดชมวิวฮิงาชิฮามะ

หาดฮิงาชิฮามะอยู่ในเมืองอิวามิ ทางตะวันออกสุดของจังหวัด ผ่านการตรวจคุณภาพน้ำทะเลในระดับสูงสุด AA ของญี่ปุ่น น้ำจึงใสจนมองเห็นพื้นทรายชัดเจน สุดหาดมีโขดหินและถ้ำเล็ก ๆ ให้เดินสำรวจ ต่างจากหาดทรายเรียบทั่วไป

ช่วงเปิดเล่นน้ำมีห้องน้ำ ฝักบัวน้ำอุ่น และจุดล้างเท้าที่ร้านริมหาด จึงมาแบบไม่ต้องเตรียมอะไรมากก็ได้ ถ้ามาช่วงพีกของหน้าร้อนควรมาเช้าเพราะที่จอดเต็มเร็ว ส่วนคนที่มารถไฟ สายซันอินมีขบวนไม่ถี่ ควรจดเวลารถเที่ยวกลับไว้ก่อนออกเดินทาง เหมาะกับครอบครัว คนที่อยากเล่นน้ำทะเลใสแบบไม่แออัด และคนที่เที่ยวต่อกับชายฝั่งอุระโดเมะ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ช่วงเปิดเล่นน้ำ 17 กรกฎาคม–16 สิงหาคม 2026

ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี ไม่ต้องจอง

การเดินทาง
  • จากสถานี JR ฮิงาชิฮามะ (สายซันอิน) โดยรถยนต์ราว 4 นาที
  • ขับรถจากอุระโดเมะ IC ราว 8 นาที
แผนที่Google Maps

ทตโตริตอนกลาง: เมืองเก่าคุระโยชิและวัดบนหน้าผา

11. หอนาเกะอิเระโด ภูเขามิโตคุซัง (Nageiredo)

หอนาเกะอิเระโดบนหน้าผาภูเขามิโตคุซัง

หอนาเกะอิเระโดของวัดซัมบุตสึจิเป็นอาคารไม้สมบัติชาติที่สร้างแทรกอยู่ในเว้าหน้าผาของภูเขามิโตคุซังในเมืองมิซาสะ จนทุกวันนี้ยังไม่มีใครอธิบายได้แน่ชัดว่าคนโบราณยกอาคารขึ้นไปวางตรงนั้นได้อย่างไร ภาพหอไม้ที่เกาะอยู่บนหน้าผาจึงเป็นหนึ่งในภาพที่น่าทึ่งที่สุดของทตโตริ ภูเขานี้กับออนเซ็นมิซาสะยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกญี่ปุ่นร่วมกัน

จะเห็นหอได้ใกล้ต้องปีนเส้นทางภูเขาที่ต้องใช้ทั้งมือและเท้า เกาะรากไม้และโขดหินขึ้นไปเป็นช่วง ๆ จึงต้องใส่รองเท้าที่พื้นเกาะดีและมีร่างกายพร้อม ระหว่างทางมีศาลาเก่าหลายหลังที่ควรหยุดชม ใครปีนไม่ไหวยังมีจุดชมหอจากระยะไกล แนะนำพักที่ออนเซ็นมิซาสะแล้วมาแต่เช้า เหมาะกับสายผจญภัยที่แข็งแรง และคนที่อยากเห็นสถาปัตยกรรมที่ไม่มีที่ไหนเหมือน

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • นอกช่วงปิดเส้นทางราวธันวาคม–มีนาคม
  • วันที่อากาศแจ่ม
ค่าเข้าชมและการจอง
  • เขตวัดหลัก
    ผู้ใหญ่ 400 เยน
  • รวมขึ้นไปหอนาเกะอิเระโด
    ผู้ใหญ่ 1,200 เยน
  • ลงทะเบียนหน้างาน ไม่รับจอง
เวลาทำการ
  • เขตวัดหลัก 8:00–17:00 น.
  • ลงทะเบียนขึ้นเขา 8:00–15:00 น. และต้องลงถึงด้านล่างภายใน 16:30 น.
วันหยุด
  • เปิดทุกวัน
  • ห้ามขึ้นเขาเมื่อฝนตก ลมแรง หรือมีหิมะ
การเดินทาง
  • จากสถานี JR คุระโยชิ นั่งรถบัสราว 40 นาที
  • จากออนเซ็นมิซาสะนั่งรถราว 10 นาที
แผนที่Google Maps

12. ย่านโกดังผนังขาวคุระโยชิ (Shirakabe Dozogun)

ถนนเลียบคลองทามางาวะกับบ้านไม้เก่าในย่านคุระโยชิ

ย่านโกดังผนังขาวคุระโยชิคือแนวโกดังเก่าผนังปูนขาว หลังคากระเบื้องสีแดง สร้างในสมัยเอโดะและเมจิ เรียงรายริมคลองทามางาวะที่มีสะพานหินทอดข้ามเป็นช่วง ๆ ผนังขาวตัดกับแผ่นไม้สีเข้มด้านล่างและหลังคาสีแดงคือภาพที่คนนึกถึงเมื่อพูดถึงคุระโยชิ ที่สำคัญคือโกดังเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่ฉากให้ถ่ายรูป หลายหลังยังใช้งานจริงในฐานะร้านค้าและคาเฟ่

เดินเล่นได้ฟรีตลอดวัน ลองเดินเลียบคลองช้า ๆ แล้วแวะร้านงานฝีมือหรือคาเฟ่ในโกดังเก่า จากที่นี่เดินต่อไปสวนอุสึบุกิได้ ส่วนพิพิธภัณฑ์ฟิกเกอร์ก็ใช้รถบัสสายเดียวกัน จึงรวมเป็นทริปครึ่งวันถึงหนึ่งวันได้ง่าย ร้านแต่ละร้านมีเวลาเปิดปิดของตัวเอง ถ้ามีร้านที่อยากเข้าควรเช็กก่อน เหมาะกับคนชอบเมืองเก่า สายถ่ายภาพ และคนที่อยากเดินเที่ยวแบบสบาย ๆ

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • เดินชมย่านฟรี
  • กิจกรรมและร้านค้ามีค่าใช้จ่ายแยก
เวลาทำการ
  • เดินชมได้ตลอด
  • ร้านแต่ละร้านมีเวลาของตัวเอง
การเดินทาง

จากสถานี JR คุระโยชิ นั่งรถบัสราว 12 นาที
ลงป้าย 赤瓦・白壁土蔵 เดินต่อราว 5 นาที

แผนที่Google Maps

13. พิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดทตโตริ (Tottori Museum of Art)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดทตโตริ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดทตโตริเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งใหม่ของจังหวัด ตั้งอยู่ในเมืองคุระโยชิ ออกแบบโดยสำนักงานของฟุมิฮิโกะ มากิ สถาปนิกชื่อดังระดับโลกของญี่ปุ่น ตัวอาคารจึงเป็นเหตุผลให้มาเยือนพอ ๆ กับงานศิลปะที่จัดแสดง จุดเด่นคือพื้นที่ส่วนกลางที่เปิดให้เดินเข้าชมได้โดยไม่ต้องซื้อบัตร ทำให้แม้ไม่ได้ตั้งใจดูนิทรรศการก็ยังได้สัมผัสงานออกแบบของอาคาร

ก่อนมาให้เช็กว่าช่วงนั้นมีนิทรรศการอะไร แล้วตัดสินใจว่าจะซื้อบัตรหรือแค่เดินชมอาคาร พิพิธภัณฑ์อยู่ห่างสถานีคุระโยชิเพียงนั่งรถบัสไม่นาน รถประจำทางลงหน้าพิพิธภัณฑ์พอดี จึงรวมกับย่านโกดังผนังขาวในวันเดียวได้สบาย และเป็นที่หลบฝนหรือหลบแดดที่ดี เหมาะกับคนชอบสถาปัตยกรรม คนชอบศิลปะ และคนที่อยากเห็นมุมใหม่ของคุระโยชิ

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • เข้าอาคารฟรี
  • นิทรรศการเก็บค่าเข้าแยก
เวลาทำการ

9:00–17:00 น.
(เข้าได้ถึง 16:30 น.)

วันหยุด
  • วันจันทร์ (ตรงวันหยุดนักขัตฤกษ์เลื่อนเป็นวันถัดไป)
  • 29 ธันวาคม–3 มกราคม
การเดินทาง

จากสถานี JR คุระโยชิ นั่งรถบัสราว 10 นาที
ลงป้าย 県立美術館前 ถึงทันที

แผนที่Google Maps

14. พิพิธภัณฑ์ฟิกเกอร์คุระโยชิ (Kurayoshi Figure Museum)

ห้องเรียนเดิมภายในอาคารทรงกลมของอดีตโรงเรียนประถมเมเรน

พิพิธภัณฑ์ฟิกเกอร์คุระโยชิอยู่ในอาคารเรียนทรงกลมอายุเกือบ 70 ปี ซึ่งเป็นอาคารแบบที่หาดูได้ยากแล้วในญี่ปุ่น ภายในถูกปรับเป็นพิพิธภัณฑ์ฟิกเกอร์ ชั้นสองจัดแสดงฟิกเกอร์กว่า 2,000 ตัว ชั้นหนึ่งเป็นนิทรรศการพิเศษที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ และชั้นสามเป็นแกลเลอรีเฉพาะทาง การเดินวนตามโถงทรงกลมของโรงเรียนเก่าไปพร้อมกับดูฟิกเกอร์ตัวจิ๋วคือประสบการณ์ที่ไม่เหมือนพิพิธภัณฑ์ไหน

ถ้ามีเวลาควรเลือกบัตรชมทั้งหมด จะได้ดูครบทั้งนิทรรศการถาวรและนิทรรศการพิเศษ ใช้เวลาไล่ดูรายละเอียดของงานปั้นแต่ละตัวให้เต็มที่ พิพิธภัณฑ์ใช้รถบัสสายเดียวกับย่านโกดังผนังขาว จึงเที่ยวต่อกันได้สบาย ใครขับรถมาก็มีลานจอดฟรี เหมาะกับแฟนอนิเมะ สายสะสมฟิกเกอร์ และคนที่ชอบอาคารเก่าหน้าตาแปลกไม่เหมือนใคร

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ชมทั้งหมด
    ผู้ใหญ่ 1,300 เยน
  • ประถม–มัธยมต้น 650 เยน
  • เฉพาะนิทรรศการถาวร 1,000 เยน
  • ไม่ต้องจอง
เวลาทำการ
  • 9:00–17:00 น.
  • กรกฎาคม–กันยายนถึง 18:00 น.
วันหยุด

เปิดทุกวันตลอดปี

การเดินทาง
  • จากสถานี JR คุระโยชิ นั่งรถบัสลงป้ายฮิโรเซะโจ (広瀬町) เดินต่อราว 5 นาที
  • มีลานจอดฟรี
แผนที่Google Maps

15. สวนอุสึบุกิ (Utsubuki Park)

สวนสาธารณะอุสึบุกิ เมืองคุระโยชิ จังหวัดทตโตริ

สวนอุสึบุกิเปิดมาตั้งแต่ปี 1904 บนเนินเขาข้างย่านเมืองเก่าคุระโยชิ มีซากุระราว 1,000 ต้นและดอกสึสึจิราว 500 ต้น ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 100 จุดชมซากุระของญี่ปุ่น นอกจากดอกไม้ ในสวนยังมีฮิริวคาคุ อาคารไม้ที่สร้างขึ้นเพื่อรับเสด็จ และบ่อฮาโงโรโมะที่ผูกกับตำนานนางฟ้า ทำให้การเดินชมสวนมีเรื่องราวให้ติดตามมากกว่าการดูดอกไม้อย่างเดียว

ช่วงซากุระบานราวต้นเมษายนคือช่วงที่สวยที่สุดและคนมากที่สุด ลานจอดเต็มเร็ว ควรมาถึงก่อนสิบโมงเช้า ในสวนยังมีมุมสัตว์เล็กที่เด็ก ๆ เข้าชมได้ฟรี และเดินลงจากสวนไปย่านโกดังผนังขาวได้เลย จึงเที่ยวคู่กันได้ในครึ่งวัน เหมาะกับครอบครัว คนชอบเดินชมดอกไม้ และคนที่อยากเห็นซากุระกับเมืองเก่าในทริปเดียว

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ต้นเมษายน (ซากุระ)

ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี ไม่ต้องจอง

วันหยุด

เข้าได้ตลอดทั้งปี

การเดินทาง

จากสถานี JR คุระโยชิ นั่งรถบัสไปทางย่านโกดังผนังขาวราว 12–15 นาที แล้วเดินต่อไม่กี่นาที

แผนที่Google Maps

16. ภูเขาเซ็นโจซัง (Mount Senjo)

หน้าผาเบียวบุอิวะของภูเขาเซ็นโจซัง

ภูเขาเซ็นโจซังสูง 615 เมตร อยู่ในเมืองโคโตอุระ และเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติไดเซ็น-โอกิ จุดเด่นคือเบียวบุอิวะ หน้าผาหินเสากว้างราว 600 เมตรที่ตั้งตรงเหมือนฉากกั้นห้องแบบญี่ปุ่น และน้ำตกสองสายที่ไหลลงจากหน้าผา โดยสายหนึ่งสูงถึง 109 เมตร ภูเขานี้ยังเป็นฉากของศึกในปี 1333 ที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น และยังมีร่องรอยให้เห็นระหว่างทาง

เส้นทางขึ้นยอดใช้เวลาเพียงราว 1 ชั่วโมง จึงเหมาะกับคนที่อยากเดินป่าแต่ไม่อยากใช้เวลาทั้งวันแบบภูเขาไดเซ็น ไม่มีรถประจำทางถึงทางขึ้นเขา ต้องใช้รถเช่าหรือแท็กซี่ มีลานจอดรถใกล้ทางขึ้น เส้นทางลื่นและอันตรายในวันฝนตกหรือช่วงมีหิมะ ควรเลือกวันอากาศดี เหมาะกับคนชอบเดินป่าระยะสั้น คนที่ชอบภูมิประเทศแปลกตา และสายประวัติศาสตร์

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี ไม่ต้องจอง

วันหยุด
  • ขึ้นได้ตลอดปี
  • หลีกเลี่ยงวันฝนตกและช่วงมีหิมะ
เวลาที่ควรเผื่อ

เดินขึ้นยอดราว 1 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • จากสถานี JR อาคาซากิ นั่งรถราว 30 นาที
  • ขับรถจาก IC โคโตอุระเซ็นโจซังราว 30 นาที
แผนที่ภูเขาเซ็นโจซังGoogle Maps

ทตโตริตะวันตก: ถนนโยไค ภูเขาไดเซ็น และทะเลสาบนาคะอุมิ

17. ถนนมิซึกิ ชิเงรุ และพิพิธภัณฑ์ (Mizuki Shigeru Road)

พิพิธภัณฑ์มิซึกิ ชิเงรุ ปลายถนนมิซึกิ ชิเงรุ โรด เมืองซาไกมินาโตะ

เมืองท่าซาไกมินาโตะคือบ้านเกิดของมิซึกิ ชิเงรุ ผู้วาดการ์ตูน “เกะเกะเกะ โนะ คิทาโร่” ถนนมิซึกิ ชิเงรุ โรดจากสถานีมีรูปปั้นบรอนซ์โยไค 177 ตัวเรียงรายตลอดทาง และสุดถนนคือพิพิธภัณฑ์มิซึกิ ชิเงรุที่ปรับปรุงใหม่เมื่อเมษายน 2024 พิพิธภัณฑ์ไม่ได้มีแค่โลกของภูตผีญี่ปุ่น แต่ยังเล่าชีวิตของเขาอย่างตรงไปตรงมา รวมถึงช่วงสงครามที่ไม่ได้ถูกเล่าแบบเบาบาง

เดินจากสถานีตามถนนไปเรื่อย ๆ ถ่ายรูปกับโยไคตัวที่ชอบ แล้วปิดท้ายที่พิพิธภัณฑ์ ในพิพิธภัณฑ์มีถ้ำโยไคและงานต้นฉบับที่เปลี่ยนหมุนเวียน ควรเผื่อเวลาอ่านเรื่องราวให้เต็มที่ ตั๋วซื้อออนไลน์ได้หรือซื้อหน้างานก็ได้ ถนนเส้นนี้เดินตรงทางเดียวไม่ต้องดูแผนที่ เหมาะกับแฟนการ์ตูนญี่ปุ่น ครอบครัว และคนที่ชอบเรื่องโยไค

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 1,000 เยน
  • มัธยม 500 เยน
  • ประถม 300 เยน
  • ซื้อออนไลน์หรือหน้างาน
  • เดินชมถนนฟรี
เวลาทำการ

9:30–17:00 น.
(เข้าได้ถึง 16:30 น.)

วันหยุด

เปิดทุกวันตลอดปี

การเดินทาง

นั่ง JR สายซาไกจากสถานีโยนาโกะไปสถานีซาไกมินาโตะ แล้วเดินตามถนนราว 10 นาที

แผนที่Google Maps

18. ภูเขาไดเซ็น (Mount Daisen)

ภูเขาไดเซ็น ภูเขาสูงที่สุดของภูมิภาคชูโกกุ

ไดเซ็นสูง 1,729 เมตร เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในภูมิภาคชูโกกุ และถูกเรียกว่า “ฟูจิแห่งโฮกิ” เพราะมองจากฝั่งตะวันตกจะเห็นทรงสวยคล้ายภูเขาไฟฟูจิ ยอดสูงสุดไม่เปิดให้คนขึ้นไปยืน ปลายทางของนักปีนเขาจึงเป็นยอดมิเซ็นที่ความสูง 1,709 เมตร ระหว่างทางช่วงกลางเป็นป่าบีชธรรมชาติ และบริเวณยอดมีต้นคยาระโบกุ ไม้พุ่มเตี้ยที่เป็นเอกลักษณ์ของภูเขาลูกนี้

มีธรรมเนียมที่น่ารักคือหยิบหินก้อนเล็กจากลานจอดรถเชิงเขาคนละก้อน แบกขึ้นไปวางบนยอด เพื่อช่วยซ่อมยอดเขาที่ถูกเหยียบและน้ำกัดเซาะ เส้นทางมาตรฐานนัตสึยามะไม่มีจุดเติมน้ำ ต้องพกน้ำให้พอ และห้ามเดินนอกทางไม้ ใครไม่ปีนก็เดินเล่นย่านวัดไดเซ็นจิที่เชิงเขาได้ เหมาะกับนักเดินเขาที่แข็งแรง และคนที่อยากเห็นวิวจากจุดสูงสุดของภูมิภาค

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ไม่มีค่าเข้า
  • เงินสมทบเข้าเขา 500 เยนต่อครั้ง
  • ไกด์นำปีนเขาต้องจองล่วงหน้า
เวลาที่ควรเผื่อ

เส้นทางนัตสึยามะขึ้น–ลงราว 6 ชั่วโมง

การเดินทาง

จากสถานี JR โยนาโกะ นั่งรถบัสราว 50 นาที
ลงป้ายไดเซ็นจิ ซึ่งอยู่ใกล้ปากทางขึ้นเขา

แผนที่วัดไดเซ็นจิ: จุดอ้างอิงสถานที่เดินเที่ยวเชิงเขา (ไม่ใช่ยอดเขาหรือจุดเริ่มเดินเขา)Google Maps

19. ศาลเจ้าโอกามิยามะ โอกุมิยะ (Ogamiyama Shrine Okumiya)

อาคารศาลเจ้าโอกามิยามะโอกุมิยะกับภูเขาไดเซ็นด้านหลัง

ศาลเจ้าโอกามิยามะ โอกุมิยะตั้งอยู่กลางป่าบนเนินเขาไดเซ็น อาคารหลักสร้างขึ้นในปี 1805 และกางปีกออกยาวราว 50 เมตร ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่ผิดคาดเมื่อโผล่พ้นแนวต้นไม้ ทางขึ้นศาลเจ้าเป็นทางเดินหินธรรมชาติที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น และยังมีประตูที่หันหลังให้คนที่มาไหว้ ซึ่งเป็นรายละเอียดแปลกที่หาดูได้ยากในศาลเจ้าทั่วไป

จากย่านวัดไดเซ็นจิให้เดินขึ้นทางหินราว 15–20 นาที ไม่มีทางรถขึ้นถึงตัวศาลเจ้า ควรใส่รองเท้าที่เดินสบายและระวังหินลื่นหลังฝนตก ช่วงเช้าอากาศเย็นและคนน้อย บรรยากาศในป่ายิ่งเงียบสงบ เที่ยวต่อกับวัดไดเซ็นจิได้ในเส้นทางเดียวกัน เหมาะกับคนชอบศาลเจ้าเก่ากลางป่า คนชอบเดินเท้าระยะสั้น และคนที่มาเที่ยวไดเซ็นแต่ไม่ได้ปีนถึงยอด

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • เดินไหว้ฟรี
  • ขึ้นไหว้ในอาคาร 500 เยน
  • ไม่ต้องจอง
เวลาทำการ
  • เขตศาลเจ้าเดินเข้าได้ตลอด
  • สำนักงานศาลเจ้า 9:00–16:00 น.
การเดินทาง

จากสถานี JR โยนาโกะ นั่งรถบัสราว 50 นาที
ลงป้ายไดเซ็นจิ แล้วเดินขึ้นทางหินราว 15–20 นาที

แผนที่Google Maps

20. พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายโชจิ อูเอดะ (Shoji Ueda Museum)

ผนังคอนกรีตโค้งของอาคารพิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายโชจิ อูเอดะ

พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายโชจิ อูเอดะอุทิศให้ช่างภาพชาวทตโตริผู้ไม่เคยย้ายออกจากบ้านเกิด และโด่งดังจากภาพบุคคลที่จัดวางบนเนินทรายอย่างมีเอกลักษณ์ อาคารคอนกรีตออกแบบโดยชิน ทาคามัตสึ ตั้งอยู่กลางทุ่งที่มองเห็นภูเขาไดเซ็นเต็มตา และในวันลมสงบจะเห็นภาพภูเขาสะท้อนกลับหัวบนผิวน้ำหน้าอาคาร ที่นี่จึงเป็นทั้งพิพิธภัณฑ์และจุดชมวิวไปพร้อมกัน

ห้ามพลาดห้องที่ทั้งห้องกลายเป็นกล้องถ่ายรูป ด้วยเลนส์หนัก 625 กิโลกรัมที่ฉายภาพภูเขาไดเซ็นกลับหัวเป็นวงกลมกว้างราว 7 เมตร เข้าไปยืนในความมืดแล้วจะรู้สึกเหมือนอยู่ในกล้อง การขับรถมาสะดวกที่สุด และที่นี่ปิดยาวช่วงฤดูหนาว ควรวางแผนให้ตรงช่วงเปิด เหมาะกับคนชอบถ่ายภาพ คนชอบสถาปัตยกรรม และคนที่อยากเห็นไดเซ็นในมุมที่ไม่ธรรมดา

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

มีนาคม–ต้นธันวาคม (ปิดฤดูหนาว)

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 1,000 เยน
  • มัธยมปลายและนักศึกษา 500 เยน
  • ประถม–มัธยมต้น 300 เยน
  • ไม่ต้องจอง
เวลาทำการ

10:00–17:00 น.
(เข้าได้ถึง 16:30 น.)

วันหยุด
  • วันอังคาร (ตรงวันหยุดนักขัตฤกษ์เลื่อนเป็นวันถัดไป)
  • ปิดฤดูหนาว 11 ธันวาคม–สิ้นกุมภาพันธ์
  • ช่วงเปลี่ยนนิทรรศการ
การเดินทาง
  • จากสถานี JR คิชิโมโตะ
    แท็กซี่ราว 5 นาที
  • ขับรถจากสถานี JR โยนาโกะราว 20 นาที
แผนที่Google Maps

21. สวนนกน้ำโยนาโกะ (Yonago Waterbird Sanctuary)

ฝูงหงส์โคฮาคุโจซึ่งบินมาข้ามฤดูหนาวในญี่ปุ่น

สวนนกน้ำโยนาโกะอยู่ริมทะเลสาบนาคะอุมิ ทุกฤดูหนาวหงส์โคฮาคุโจราว 1,000 ตัวจะบินมาพักข้ามฤดูที่นี่ และนี่คือจุดที่ได้ดูหงส์ใกล้ที่สุด นอกจากหงส์ยังพบห่านป่ามากัง ฮิชิคุอิ และนกอินทรีหางขาว ซึ่งล้วนขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติของญี่ปุ่น อาคารสังเกตการณ์ทำให้ดูนกได้สบายโดยไม่ต้องยืนตากลมหนาวริมทะเลสาบ

ช่วงพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่หงส์อยู่ครบฝูง และวันเสาร์อาทิตย์ในฤดูหนาวสวนเปิดตั้งแต่ 7 โมงเช้า เหมาะกับคนที่อยากเห็นนกออกหากินยามเช้า ส่วนหน้าร้อนก็ยังมีนกชนิดอื่นให้ดู ทางเดินจากป้ายรถเมล์ค่อนข้างไกล ถ้ามากับเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุแนะนำแท็กซี่ ชาวต่างชาติจ่ายค่าเข้าในราคาพิเศษ เหมาะกับครอบครัว คนรักธรรมชาติ และสายถ่ายภาพสัตว์

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ (หงส์อยู่ครบฝูง)

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 310 เยน
  • ชาวต่างชาติ 200 เยน
  • มัธยมต้นลงไปและผู้มีอายุ 70 ปีขึ้นไปฟรี
  • ไม่ต้องจอง
เวลาทำการ
  • 9:00–17:30 น.
  • พฤศจิกายน–มีนาคม เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เปิด 7:00 น.
วันหยุด
  • วันอังคาร (ตรงวันหยุดนักขัตฤกษ์เลื่อนเป็นวันถัดไป)
  • วันถัดจากวันหยุดนักขัตฤกษ์ (ยกเว้นเสาร์–อาทิตย์)
  • 29 ธันวาคม–3 มกราคม
การเดินทาง
  • จากสถานี JR โยนาโกะ
    แท็กซี่ราว 10 นาที
  • หรือรถบัสสายอุจิฮามะราว 20 นาที
    ลงป้ายโนริโคชิ แล้วเดินราว 20 นาที
แผนที่Google Maps

22. สวนมินาโตะยามะ ซากปราสาทโยนาโกะ

ซากประตูหินของปราสาทโยนาโกะกับซากุระบาน
ซากประตูหินของปราสาทในช่วงซากุระบาน · ภาพต้นฉบับ: Saigen Jiro · CC0 สาธารณสมบัติ

สวนมินาโตะยามะคือที่ตั้งของปราสาทโยนาโกะ ปราสาทที่ตัวอาคารหายไปทั้งหลังเหลือไว้เพียงกำแพงหินบนเนินเขา แต่สิ่งที่ทำให้คนยอมเดินขึ้นมาคือวิวจากฐานหอคอยบนยอด ซึ่งเป็นวิว 360 องศาที่เห็นภูเขาไดเซ็น ทะเลสาบนาคะอุมิ และทะเลญี่ปุ่นได้พร้อมกันในที่เดียว หาจุดชมวิวที่รวมทั้งภูเขา ทะเลสาบ และทะเลไว้ครบแบบนี้ได้ไม่ง่ายนัก

เดินจากเชิงเนินขึ้นไปราว 15 นาทีก็ถึงฐานหอคอย ควรเลือกวันฟ้าใสเพื่อให้เห็นไดเซ็นชัด ที่เชิงเนินมีซากุระราว 500 ต้น ฤดูใบไม้ผลิจึงคึกคักเป็นพิเศษ ที่นี่เดินจากสถานีโยนาโกะได้ ไม่ต้องเช่ารถ ต่างจากหลายสปอตในทตโตริตะวันตก และสำหรับคนขับรถก็มีที่จอดฟรี เหมาะกับคนที่มีเวลาไม่มากในโยนาโกะ คนชอบวิวพาโนรามา และสายประวัติศาสตร์

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ฤดูใบไม้ผลิช่วงซากุระบาน
  • วันฟ้าใสเห็นไดเซ็นชัด
ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี ไม่ต้องจอง

เวลาทำการ
  • เมษายน–ตุลาคม 9:00–19:00 น.
  • พฤศจิกายน–มีนาคม 9:00–17:00 น.
วันหยุด

ไม่มี

เวลาที่ควรเผื่อ

เดินขึ้นถึงฐานหอคอยราว 15 นาที

การเดินทาง
  • เดินจากสถานี JR โยนาโกะราว 20 นาที
  • หรือรถบัสวนเมืองดันดันบัส
    ลงป้ายมินาโตะยามะโคเอ็น
  • ที่จอดฟรี
แผนที่Google Maps

23. พิพิธภัณฑ์ทะเลและวิถีชีวิต ซาไกมินาโตะ

พิพิธภัณฑ์ทะเลและวิถีชีวิต ซาไกมินาโตะ

พิพิธภัณฑ์ทะเลและวิถีชีวิตแห่งซาไกมินาโตะคือ “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ไม่มีน้ำสักหยด” จัดแสดงสัตว์ทะเลสตัฟฟ์ราว 700 ชนิด 4,000 ตัว ในอดีตโรงบ่มสาเกสมัยเมจิที่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ตั้งแต่ปี 1994 ไฮไลต์คือปลาแสงอาทิตย์ยาว 2.7 เมตร ปลาพญานาค 4.2 เมตร และฉลามขาว 3.8 เมตร ซึ่งปกติแทบไม่มีโอกาสได้เห็นใกล้ขนาดนี้

นอกจากสัตว์ทะเลยังมีโซนเครื่องมือประมงและงานฝีมือของคนท้องถิ่น ช่วยให้เข้าใจชีวิตของเมืองท่าประมงแห่งนี้มากขึ้น เดินจากสถานีได้ และอยู่ใกล้ถนนมิซึกิ ชิเงรุ จึงแวะต่อในทริปซาไกมินาโตะวันเดียวได้ง่าย เป็นที่เที่ยวในร่มที่ดีสำหรับวันฝนตก เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก คนชอบสัตว์ทะเล และคนที่อยากเห็นซาไกมินาโตะนอกเหนือจากโยไค

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 410 เยน
  • ประถม–มัธยมปลาย 100 เยน
  • เด็กเล็กและผู้มีอายุ 70 ปีขึ้นไปฟรี
  • ไม่ต้องจอง
เวลาทำการ

9:30–17:00 น. (ปิดรับ 16:30 น.)

วันหยุด
  • วันอังคาร (ตรงวันหยุดนักขัตฤกษ์เลื่อนเป็นวันถัดไป)
  • 29 ธันวาคม–3 มกราคม
การเดินทาง

เดินจากสถานี JR ซาไกมินาโตะราว 20 นาที หรือแท็กซี่ไม่กี่นาที

แผนที่Google Maps

24. แหล่งโบราณคดีมุกิบันดะ (Mukibanda Yayoi Site)

บ้านหลุมจำลองในแหล่งโบราณคดีมุกิบันดะ
บ้านหลุมและยุ้งยกพื้นที่จำลองขึ้นในเขตมุกิยามะ · ภาพต้นฉบับ: Saigen Jiro · CC0 สาธารณสมบัติ

แหล่งโบราณคดีมุกิบันดะคือซากหมู่บ้านยุคยาโยอิบนเนินเขาในเมืองไดเซ็น กินพื้นที่ราว 152 เฮกตาร์ จัดเป็นหนึ่งในแหล่งยุคยาโยอิขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น เรื่องน่าสนใจคือถูกค้นพบเพราะมีโครงการจะสร้างสนามกอล์ฟ ภายในมีบ้านหลุมจำลองให้เดินชม และสุสานรูปทรงแปลกที่มีมุมทั้งสี่ยื่นออกมา ซึ่งเป็นรูปแบบเฉพาะของภูมิภาคนี้

เดินขึ้นไปบนเนินแล้วมองออกไปจะเข้าใจทันทีว่าทำไมคนโบราณเลือกตั้งหมู่บ้านตรงนี้ เพราะเห็นทั้งทะเลและที่ราบเบื้องล่าง มีเจ้าหน้าที่บรรยายฟรี และกิจกรรมยุคยาโยอิที่จ่ายเพียงค่าวัสดุ การขับรถมาสะดวกที่สุดและมีที่จอดฟรี เหมาะกับคนชอบประวัติศาสตร์ ครอบครัวที่อยากให้เด็กได้ลงมือทำ และคนที่อยากเห็นญี่ปุ่นยุคก่อนมีปราสาทและวัด

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ฟรี
  • กิจกรรมยุคยาโยอิเสียเฉพาะค่าวัสดุ
  • ไม่ต้องจองสำหรับผู้มาเอง
เวลาทำการ

9:00–17:00 น.
(เข้าได้ถึง 16:30 น.)

วันหยุด
  • วันจันทร์ที่ 4 ของเดือน (ตรงวันหยุดนักขัตฤกษ์เลื่อนเป็นวันถัดไป)
  • 29 ธันวาคม–3 มกราคม
การเดินทาง
  • ขับรถจากโยโดเอะ IC หรือไดเซ็น IC ราว 5 นาที
  • จากสถานี JR โยโดเอะ
    แท็กซี่ราว 5 นาที
แผนที่Google Maps

25. ศาลเจ้าคาโมจิ (Kamochi Shrine)

บันไดหินราว 90 ขั้นที่ขึ้นไปยังอาคารหลักของศาลเจ้าคาเนโมจิ

ศาลเจ้าคาโมจิในเมืองฮิโนะเขียนชื่อด้วยอักษร 金持 ที่อ่านความหมายได้ว่า “มีเงิน” คนญี่ปุ่นจากทั่วประเทศจึงเดินทางมาขอพรเรื่องโชคลาภและการเงิน แต่ที่มาของชื่อจริง ๆ ไม่เกี่ยวกับเงินเลย หุบเขาแถบนี้เคยเป็นแหล่งทรายเหล็กสำหรับผลิตเหล็กทำดาบญี่ปุ่น และอักษรตัวแรกของชื่อในสมัยนั้นหมายถึงเหล็ก ทางขึ้นศาลเจ้าเป็นบันได 90 ขั้นที่มีต้นไม้อายุราว 600 ปียืนต้นอยู่

ไหว้เสร็จแล้วแวะร้านเครื่องรางซึ่งมีเครื่องรางเรื่องโชคลาภให้เลือก และถ้ามาตรงวันที่ 25 ของเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม หรือตุลาคม จะมีพิธีชำระกระเป๋าสตางค์ ศาลเจ้าอยู่ลึกในหุบเขาทางใต้ของจังหวัด ไม่ใช่จุดแวะผ่าน รถไฟและรถบัสไม่สะดวก ควรขับรถมา เหมาะกับคนที่อยากขอพรเรื่องการเงิน คนชอบศาลเจ้าเงียบในป่า และคนที่ชอบเรื่องเล่าเบื้องหลังชื่อสถานที่

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ไหว้ฟรี
  • พิธีชำระกระเป๋าสตางค์ 2,000 เยน (วันที่ 25 ของเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม ตุลาคม)
เวลาทำการ
  • เขตศาลเจ้าเข้าได้ตลอด
  • ร้านเครื่องราง 10:00–16:00 น.
วันหยุด

ร้านเครื่องรางเปิดทุกวัน

การเดินทาง
  • ขับรถจากโคฟุ IC ราว 20 นาที
  • จากสถานี JR เนอุ (สายฮาคุบิ)
    แท็กซี่ราว 7 นาที
แผนที่Google Maps

จัดเส้นทางตามจำนวนวัน

จำนวนวันเส้นทาง
1 วัน ไม่เช่ารถเนินทรายทตโตริ พิพิธภัณฑ์ทราย แล้วกลับเข้าเมืองชมซากปราสาทและพิพิธภัณฑ์หัตถกรรม
2 วัน 1 คืนวันแรกฝั่งตะวันออก วันที่สองนั่ง JR ไปคุระโยชิแล้วต่อซาไกมินาโตะ
3 วันขึ้นไปเพิ่มภูเขาไดเซ็นหรือหอนาเกะอิเระโด และเรือชมชายฝั่งอุระโดเมะ

คำถามที่พบบ่อย

ถ้ามีเวลาเที่ยวทตโตริแค่วันเดียว ควรไปที่ไหน

ไปเนินทรายทตโตริตอนเช้าก่อนแดดแรง แวะพิพิธภัณฑ์ศิลปะทราย แล้วกลับเข้าเมืองชมซากปราสาททตโตริ ทั้งหมดไปด้วยรถบัสจากสถานี JR ทตโตริได้

ไม่ขับรถ เที่ยวทตโตริได้ไหม

ได้สำหรับเมืองทตโตริ คุระโยชิ โยนาโกะ และซาไกมินาโตะที่มีรถไฟและรถบัส ที่ควรเช่ารถคือภูเขาไดเซ็น ศาลเจ้าคาโมจิ และพื้นที่ภูเขาทางใต้

เนินทรายทตโตริเสียค่าเข้าไหม

ไม่เสีย เดินชมฟรี ค่าใช้จ่ายมีเฉพาะที่จอดรถ กิจกรรม และพิพิธภัณฑ์ทรายที่อยู่ข้างๆ

ควรพักที่ไหน

พักใกล้สถานี JR ทตโตริถ้าเน้นเนินทราย หรือโยนาโกะถ้าจะไปซาไกมินาโตะและไดเซ็น

วางแผนเที่ยวทตโตริต่อ

ดูที่เที่ยวอื่นๆ ใน ที่เที่ยวทั้งหมด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง · เว็บไซต์ภายนอก31 ลิงก์

ลิงก์ด้านล่างเปิดเว็บไซต์ภายนอกในแท็บใหม่

  1. 1. เนินทรายทตโตริ (Tottori Sand Dunes) — ภาพ: 江戸村のとくぞう (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons
  2. 2. พิพิธภัณฑ์ศิลปะทราย (The Sand Museum) — ทางเข้าพิพิธภัณฑ์และบริเวณจอดรถ ถ่ายปี 2014; ผังอาจเปลี่ยน · ภาพต้นฉบับ: Cheng-en Cheng (commons.wikimedia.org) ↗ · CC BY-SA 2.0 (creativecommons.org) ↗ · ตัดภาพเป็นสัดส่วน 3:2 และย่อขนาด
  3. 3. ชายฝั่งอุระโดเมะ (Uradome Coast) — แนวชายฝั่งหินแกรนิตของอุระโดเมะ · ภาพ: 663highland / Wikimedia Commons (CC BY 2.5) (commons.wikimedia.org) ↗
  4. 4. ศาลเจ้าฮาคุโตะ (Hakuto Shrine) — ทางเดินและรูปกระต่าย ถ่ายปี 2010 · ภาพต้นฉบับ: tme181 (commons.wikimedia.org) ↗ · CC BY 3.0 (creativecommons.org) ↗ · ตัดภาพเป็นสัดส่วน 3:2 และย่อขนาด
  5. 5. ซากปราสาททตโตริ (Tottori Castle Ruins) — กำแพงหินที่เหลืออยู่ของซากปราสาททตโตริ · ภาพ: Suicasmo / CC BY-SA 4.0 ผ่าน Wikimedia Commons (commons.wikimedia.org) ↗
  6. 6. สวนคันนงอิน (Kannon-in Garden) — สระและหินของสวนคันนงอิน สวนแบบนั่งชม · ภาพ: เว็บไซต์ท่องเที่ยวทางการเทศบาลนครทตโตริ (torican.jp) ↗
  7. 7. พิพิธภัณฑ์หัตถกรรมพื้นบ้านทตโตริ (Tottori Folk Crafts Museum) — อาคารพิพิธภัณฑ์ที่สร้างในปี 1957 · ภาพ: เว็บไซต์ทางการพิพิธภัณฑ์หัตถกรรมพื้นบ้านทตโตริ (tottori-mingei.jp) ↗
  8. 8. น้ำตกอาเมดากิ (Amedaki Falls) — น้ำตกอาเมดากิ สูงราว 40 เมตร · ภาพ: เว็บไซต์ท่องเที่ยวทางการเทศบาลนครทตโตริ (torican.jp) ↗
  9. 9. บ้านตระกูลอิชิตานิ เมืองจิซุ (Ishitani Residence) — ห้องเสื่อทาทามิในบ้านตระกูลอิชิตานิ ถ่ายปี 2015 · ภาพต้นฉบับ: 663highland (commons.wikimedia.org) ↗ · CC BY 2.5 (creativecommons.org) ↗ · ย่อขนาด
  10. 10. หาดฮิงาชิฮามะ (Higashihama Beach) — หาดฮิงาชิฮามะ มองจากจุดชมวิวฮิงาชิฮามะ · ภาพ: Nawaika / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0) (commons.wikimedia.org) ↗
  11. 11. หอนาเกะอิเระโด ภูเขามิโตคุซัง (Nageiredo) — ภาพ: Copyright © 2003 David Monniaux (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons
  12. 12. ย่านโกดังผนังขาวคุระโยชิ (Shirakabe Dozogun) — ถนนเลียบคลองทามางาวะ · ภาพต้นฉบับ: 663highland (commons.wikimedia.org) ↗ · CC BY 2.5 (creativecommons.org) ↗
  13. 13. พิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดทตโตริ (Tottori Museum of Art) — ภาพ: Vetalapancavimsatika (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons
  14. 14. พิพิธภัณฑ์ฟิกเกอร์คุระโยชิ (Kurayoshi Figure Museum) — ห้องเรียนเดิมภายในอาคารทรงกลม ผนังโค้งไปตามรูปวงกลมของตึก · ภาพ: KASEI / CC BY 3.0 ผ่าน Wikimedia Commons (commons.wikimedia.org) ↗
  15. 15. สวนอุสึบุกิ (Utsubuki Park) — ซากุระบานเต็มที่พร้อมโคมไฟในสวนสาธารณะอุสึบุกิ · ภาพ: アラツク / CC BY-SA 4.0 ผ่าน Wikimedia Commons (commons.wikimedia.org) ↗
  16. 16. ภูเขาเซ็นโจซัง (Mount Senjo) — หน้าผาเบียวบุอิวะที่ล้อมยอดเขาเซ็นโจซังไว้เหมือนกำแพง · ภาพ: Reggaeman / CC BY-SA 3.0 ผ่าน Wikimedia Commons (commons.wikimedia.org) ↗
  17. 17. ถนนมิซึกิ ชิเงรุ และพิพิธภัณฑ์ (Mizuki Shigeru Road) — ภาพ: จังหวัดทตโตริ(とっとり旅) (tottori-guide.jp) ↗
  18. 18. ภูเขาไดเซ็น (Mount Daisen) — ภาพ: kobeoyaji (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 2.1 jp / Wikimedia Commons
  19. 19. ศาลเจ้าโอกามิยามะ โอกุมิยะ (Ogamiyama Shrine Okumiya) — อาคารศาลเจ้ากับภูเขาไดเซ็นด้านหลัง · ภาพต้นฉบับ: Reggaeman (commons.wikimedia.org) ↗ · CC BY-SA 3.0 (creativecommons.org) ↗
  20. 20. พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายโชจิ อูเอดะ (Shoji Ueda Museum) — กล่องคอนกรีตและผนังโค้งที่ชิน ทาคามัตสึออกแบบ · ภาพต้นฉบับ: 663highland (commons.wikimedia.org) ↗ · CC BY 2.5 (creativecommons.org) ↗
  21. 21. สวนนกน้ำโยนาโกะ (Yonago Waterbird Sanctuary) — ฝูงหงส์โคฮาคุโจซึ่งบินมาข้ามฤดูหนาวในญี่ปุ่น (ภาพตัวอย่างชนิดนก) · ภาพ: Alpsdake / CC BY-SA 4.0 ผ่าน Wikimedia Commons (commons.wikimedia.org) ↗
  22. 23. พิพิธภัณฑ์ทะเลและวิถีชีวิต ซาไกมินาโตะ — ภาพ: KASEI (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons
  23. 25. ศาลเจ้าคาโมจิ (Kamochi Shrine) — บันไดหินราว 90 ขั้นที่ทอดขึ้นไปยังอาคารหลัก · ภาพต้นฉบับ: KOKOKU-m1ne10 (commons.wikimedia.org) ↗ · CC BY 3.0 (creativecommons.org) ↗
  24. ภาพหลัก — ภาพ: Hashi photo (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons

แชร์บทความนี้

FacebookXLINE

IG・Messenger: แชร์ผ่านแอป (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)

รวมเรื่องเที่ยวทตโตริ

เรื่องแนวเดียวกันทั่วญี่ปุ่น