ภาพปก: ภูเขาไดเซ็นสะท้อนบนสระน้ำของพิพิธภัณฑ์ · ภาพต้นฉบับ: 663highland · CC BY 2.5
ข้อมูลพื้นฐาน
| ข้อมูลสถานที่ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อภาษาไทย | พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายโชจิ อูเอดะ(植田正治写真美術館) |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Shoji Ueda Museum of Photography |
| ชื่อภาษาญี่ปุ่น | 植田正治写真美術館 |
| จังหวัด | ทตโตริ — อำเภอไซฮากุ เมืองโฮกิ |
| ที่อยู่ภาษาญี่ปุ่น | 〒689-4107 鳥取県西伯郡伯耆町須村353-3 |
| ที่อยู่ภาษาอังกฤษ | 353-3 Sumura, Hoki, Saihaku District, Tottori 689-4107, Japan |
| เวลาทำการ | 10:00–17:00 (เข้าชมได้ถึง 16:30) |
| วันหยุด | ทุกวันอังคาร (ถ้าตรงวันหยุดนักขัตฤกษ์เลื่อนเป็นวันถัดไป); ปิดฤดูหนาว 11 ธันวาคม – สิ้นเดือนกุมภาพันธ์; ปิดช่วงเปลี่ยนนิทรรศการ |
| ที่จอดรถ | ฟรี รถยนต์ 100 คัน รถบัสใหญ่ 9 คัน |
| โทรศัพท์ | 0859-39-8000(ภาษาญี่ปุ่น) |
ค่าใช้จ่ายและการจอง
| ค่าเข้าชมและการจอง | ผู้ใหญ่ 1,000 เยน; นักเรียนมัธยมปลายและนักศึกษา 500 เยน; ประถมและมัธยมต้น 300 เยน; หมู่คณะ 20 คนขึ้นไปลดเหลือ 900 / 400 / 200 เยน; ผู้พิการและผู้ติดตาม 1 คนจ่ายครึ่งราคาเมื่อแสดงบัตร; ไม่ต้องจองล่วงหน้า |
|---|
จุดเด่นและสิ่งที่ไม่ควรพลาด
เลนส์หนัก 625 กิโลกรัมที่ทำให้ทั้งห้องเป็นกล้อง
เลนส์ตัวนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางสูงสุด 600 มิลลิเมตร ประกอบจากชิ้นแก้ว 5 ชิ้นใน 2 กลุ่ม เฉพาะแก้วหนัก 245 กิโลกรัม รวมกระบอกเป็น 625 กิโลกรัม ทางยาวโฟกัส 8,400 มิลลิเมตร ค่าเอฟ 32 มุมรับภาพ 21 องศา ตัวเลขชุดนี้ทำให้มันเป็นเลนส์กล้องขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีอยู่
สิ่งที่เกิดขึ้นคือห้องจัดแสดงกลายเป็นตัวกล้องเอง แสงจากภูเขาไดเซ็นผ่านเลนส์เข้ามาแล้วไปตกบนผนังฝั่งตรงข้ามเป็นวงกลมกว้าง 7 เมตร และเพราะเป็นภาพจากเลนส์ตรง ๆ ไม่ผ่านการประมวลผลใด ๆ ภูเขาจึงกลับหัว คนที่ยืนดูจะได้เห็นหลักการพื้นฐานของกล้องถ่ายรูปในขนาดเท่าห้อง ซึ่งเข้ากันพอดีกับการเป็นพิพิธภัณฑ์ภาพถ่าย
ช่างภาพที่ไม่เคยย้ายไปไหน
โชจิ อูเอดะ เกิดปี 1913 ที่เมืองซาไก จังหวัดทตโตริ ซึ่งปัจจุบันคือเมืองซาไกมินาโตะ เปิดร้านถ่ายรูปของตัวเองตั้งแต่อายุ 19 ในปี 1932 และทำงานต่อเนื่องเกือบ 70 ปีจนเสียชีวิตในปี 2000 ตลอดเวลานั้นเขาอยู่กับพื้นที่ซันอิน ไม่ได้ย้ายไปโตเกียวเหมือนช่างภาพร่วมสมัยคนอื่น และเรียกตัวเองว่าช่างภาพสมัครเล่นมาตลอด
ผลงานของเขาถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่นิวยอร์กในปี 1958 ได้รับเชิญไปเทศกาลภาพถ่ายนานาชาติเมืองอาร์ลในปี 1978 และได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์ศิลปะและอักษรศาสตร์จากฝรั่งเศสในปี 1996 ก่อนหน้านั้นมีรางวัลนิกะครั้งที่ 2 ในปี 1954 รางวัลประจำปีของสมาคมภาพถ่ายญี่ปุ่นในปี 1975 และการเชิดชูจากสำนักงานวัฒนธรรมในปี 1978
คำว่าอูเอดะโจ หรือสไตล์อูเอดะ เป็นคำที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศส หมายถึงการจัดวางคนในภาพเหมือนวางวัตถุ บนฉากหลังที่เป็นท้องฟ้า เส้นขอบฟ้า และเนินทรายของซันอิน เป็นภาพถ่ายที่จัดฉากอย่างเปิดเผยในยุคที่ภาพถ่ายญี่ปุ่นกำลังเชื่อว่าต้องสมจริง
อาคารของทาคามัตสึกับภูเขากลับหัวบนน้ำ
อาคารออกแบบโดยชิน ทาคามัตสึ เปิดในปี 1995 เป็นกล่องคอนกรีตเปลือยหลายก้อนวางอยู่บนที่ราบเชิงเขา มีสระน้ำตื้นคั่นระหว่างก้อนอาคาร เมื่อยืนในตำแหน่งที่ถูกต้อง ภูเขาไดเซ็นจะปรากฏกลับหัวบนผิวน้ำ พร้อมกับกรอบคอนกรีตที่ตัดท้องฟ้าเป็นช่อง
ภาพกลับหัวจึงเกิดขึ้นสองครั้งในที่เดียวกัน ครั้งหนึ่งบนผิวน้ำด้วยการสะท้อน อีกครั้งบนผนังด้วยเลนส์ สำหรับพิพิธภัณฑ์ที่เก็บงานของคนที่ถ่ายภาพภูเขาลูกนี้มาทั้งชีวิต นี่คือรายละเอียดที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ

วิธีเที่ยวและเวลาที่ควรเผื่อ
เผื่อราว 60 ถึง 90 นาทีสำหรับห้องจัดแสดง ห้องเลนส์ และการเดินรอบอาคาร เป็นการประเมินของกองบรรณาธิการ ไม่ใช่เวลาอย่างเป็นทางการ ถ้าตั้งใจดูงานนิทรรศการหมุนเวียนอย่างละเอียดควรเผื่อเพิ่มอีกราวครึ่งชั่วโมง
เวลาเข้าชมคือ 10:00 ถึง 17:00 และรับเข้าถึง 16:30 การมาช่วงบ่ายแก่ ๆ จึงเสี่ยงที่จะดูไม่ทัน โดยเฉพาะเมื่อภาพบนผนังจากเลนส์ขึ้นกับแสงข้างนอก วันที่ฟ้าเปิดและภูเขาไม่ถูกเมฆบังคือวันที่ได้เห็นภาพชัดที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องที่คุมไม่ได้และควรเผื่อใจไว้
ปฏิทินเป็นเรื่องที่ต้องดูก่อนออกเดินทางจริง ๆ พิพิธภัณฑ์ปิดทุกวันอังคาร ถ้าวันอังคารตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์จะเลื่อนไปปิดวันถัดไป และปิดยาวช่วงฤดูหนาวตั้งแต่ 11 ธันวาคมถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากนี้ยังมีวันปิดช่วงเปลี่ยนนิทรรศการซึ่งไม่ตรงกันในแต่ละปี ตารางนิทรรศการอยู่บนหน้านิทรรศการของเว็บไซต์
ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 1,000 เยน นักเรียนมัธยมปลายและนักศึกษา 500 เยน ประถมและมัธยมต้น 300 เยน มาเป็นหมู่คณะตั้งแต่ 20 คนขึ้นไปลดเหลือ 900, 400 และ 200 เยนตามลำดับ ผู้พิการพร้อมผู้ติดตามหนึ่งคนจ่ายครึ่งราคาเมื่อแสดงบัตร ไม่ต้องจองล่วงหน้า และมีร้านขายของที่ระลึกอยู่ในอาคาร
การเดินทาง
ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการมีรถ ขับจากทางด่วนโยนาโกะ ลงที่ไดเซ็นโคเง็นสมาร์ทไอซี ซึ่งเป็นทางลงสำหรับรถติดอีทีซีเท่านั้น แล้วขับต่ออีกราว 5 ถึง 10 นาที ตัวเลขที่ประกาศไว้ต่างกันเล็กน้อยแล้วแต่แหล่ง ควรเผื่อไว้ที่ 10 นาที จากสถานีเจอาร์โยนาโกะขับราว 20 นาที
ด้วยรถไฟ สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานีคิชิโมโตะ จากนั้นนั่งแท็กซี่ราว 5 นาที หรือใช้รถบัสตามคำขอของเมืองโฮกิซึ่งใช้เวลาราว 10 นาทีและต้องจองล่วงหน้า ระบบรถบัสตามคำขอเป็นบริการภาษาญี่ปุ่น ถ้าไม่มีคนช่วยจอง แท็กซี่จากหน้าสถานีจะตรงไปตรงมากว่า
จากสนามบินโยนาโกะคิทาโรนั่งแท็กซี่ราว 45 นาที หรือขับรถเช่าราว 40 นาที ที่จอดรถของพิพิธภัณฑ์ฟรี รองรับรถยนต์ 100 คันและรถบัสใหญ่ 9 คัน จึงไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดแม้ในวันหยุด

ให้คนขับหรือเจ้าหน้าที่ดูข้อความภาษาญี่ปุ่นนี้
伯耆町の植田正治写真美術館までお願いします。鳥取県立美術館ではありません。
〒689-4107 鳥取県西伯郡伯耆町須村353-3
ความหมาย: ขอไปที่พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายโชจิ อูเอดะ ในเมืองโฮกิ ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดทตโตริ
สิ่งที่ควรเช็กก่อนเดินทาง
เรื่องแรกคือวันปิด การเดินทางมาถึงทตโตริตะวันตกแล้วเจอประตูปิดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริง เพราะปิดทั้งวันอังคาร ช่วงเปลี่ยนนิทรรศการ และตลอดฤดูหนาวสามเดือนกว่า ถ้าทริปอยู่ในเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ที่นี่แทบจะตัดออกจากแผนได้เลย
เรื่องที่สองคือกฎการถ่ายภาพภายในห้องจัดแสดง ซึ่งไม่มีประกาศไว้ชัดเจน จึงควรถามที่เคาน์เตอร์เมื่อไปถึง นิทรรศการหมุนเวียนมักมีเงื่อนไขต่างจากงานสะสมถาวร
เรื่องที่สามคือภาษา ข้อมูลภาษาอังกฤษบนเว็บไซต์มีจำกัด และป้ายในอาคารเป็นภาษาญี่ปุ่นเป็นหลัก การอ่านประวัติของช่างภาพมาก่อนจะทำให้ดูงานได้สนุกกว่ามาก
เรื่องสุดท้ายคือชื่อ ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายโชจิ อูเอดะ ในเมืองโฮกิ ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดทตโตริที่อยู่คนละเมืองกัน และไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ในเมืองซาไกมินาโตะซึ่งเป็นบ้านเกิดของช่างภาพ เวลาบอกคนขับควรใช้ชื่อภาษาญี่ปุ่นพร้อมชื่อเมือง
สถานที่เที่ยวใกล้เคียง
พิพิธภัณฑ์อยู่ที่เชิงเขาไดเซ็น จึงต่อกับการขึ้นเขาไดเซ็นได้ในทริปเดียว สำหรับคนที่ไม่ได้มาเดินเขา ภูเขาลูกเดียวกันนี้คือสิ่งที่มองเห็นจากทั้งสระน้ำและผนังห้องเลนส์ ถัดไปทางตะวันออกมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดทตโตริและย่านโกดังผนังปูนขาวคุระโยชิ ซึ่งจัดรวมเป็นวันเดียวกันได้ถ้ามีรถ ดูบทความท่องเที่ยวญี่ปุ่นอื่น ๆ สำหรับไอเดียทริปต่อ




