อยู่ในโรงแรมแล้วพื้นเริ่มสั่น รถไฟหยุดกะทันหัน หรือโทรศัพท์ส่งเสียงเตือนดังขึ้น หากไม่คุ้นกับภัยพิบัติในญี่ปุ่นและอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก ก็อาจไม่รู้ว่าควรทำอะไรก่อน
เริ่มจากป้องกันตัวเอง แล้วดูว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนและมีอันตรายชนิดใด การอยู่ริมทะเลกับอยู่กลางเมือง หรือการเจอแผ่นดินไหวกับฝนหนัก ต้องตอบสนองต่างกัน บทความนี้อธิบาย 15 เรื่องสำหรับนักท่องเที่ยวไทย ตั้งแต่การเตรียมข้อมูล การอพยพ กฎของสถานที่ ไปจนถึงการขอความช่วยเหลือในญี่ปุ่น
เช็กสถานการณ์ก่อน: ตอนนี้ควรทำอะไรเป็นอันดับแรก
| สถานการณ์ | ทำก่อน | อย่าทำ |
|---|---|---|
| พื้นสั่นหรือมีแจ้งเตือนแผ่นดินไหว | ป้องกันศีรษะ อยู่ห่างจากของที่อาจตก ล้ม หรือเลื่อนมาชน | ถ่ายวิดีโอ จัดกระเป๋า หรือวิ่งแย่งกันออกประตู |
| อยู่ใกล้ทะเลและรู้สึกสั่นแรง หรือสั่นเบาแต่ยาวนาน | อพยพไปที่สูงหรือจุดปลอดภัยสำหรับสึนามิทันที | รอดูทะเลหรือรอประกาศเตือนก่อนค่อยหนี |
| ฝนหนักและมีคำสั่งอพยพ | ตรวจพื้นที่ประกาศกับตำแหน่งของเรา แล้วออกจากพื้นที่เสี่ยง | รอจนถึงระดับ 5 |
| รถไฟหยุดระหว่างสถานี | จับราวให้มั่น ฟังประกาศและทำตามพนักงาน | เปิดประตูลงไปบนรางเอง |
| ไฟไหม้ บาดเจ็บรุนแรง หรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน | อยู่ในจุดปลอดภัยและโทร 119 | โทรถามข้อมูลท่องเที่ยวก่อนขอหน่วยฉุกเฉิน |
| เหตุอาชญากรรมหรืออุบัติเหตุที่ต้องการตำรวจ | โทร 110 | คิดว่าใช้หมายเลขฉุกเฉินเหมือนในไทย |
ก่อนเที่ยวและเมื่อถึงโรงแรม
1. เตรียมข้อมูลภาษาไทย พร้อมชื่อและที่อยู่ภาษาญี่ปุ่น
เตรียมข้อมูลก่อนเดินทางจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายกว่ารอค้นหาแอปแปลภาษาหรือหมายเลขโทรศัพท์ตอนเกิดเหตุ แอป Safety tips ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (Japan Tourism Agency: JTA) รองรับภาษาไทย ใช้รับข้อมูลแผ่นดินไหว สึนามิ สภาพอากาศอันตราย และข้อมูลอพยพได้ ตรวจการตั้งค่าพื้นที่และการแจ้งเตือนก่อนใช้
อย่าพึ่งแอปเพียงอย่างเดียว เพราะอาจไม่มีสัญญาณ หรือการแจ้งเตือนแผ่นดินไหวอาจมาไม่ทันแรงสั่นสะเทือน ต้องดูสถานการณ์ ฟังประกาศ และอ่านคำแนะนำของสถานที่ร่วมด้วย
- บันทึกชื่อโรงแรม ที่อยู่ และเบอร์โทรเป็นภาษาญี่ปุ่น
- ตกลงวิธีติดต่อกันหากพลัดหลง และบันทึกข้อมูลประกันเดินทาง
- เก็บหมายเลขตำรวจ 110 และรถพยาบาล/ดับเพลิง 119
- เตรียมแผนที่กับข้อมูลจองที่เปิดดูแบบออฟไลน์ได้
ตัวอย่าง: หากต้องเรียกรถพยาบาล การแสดงชื่อโรงแรม ที่อยู่ภาษาญี่ปุ่น และหมายเลขห้อง ช่วยระบุตำแหน่งได้ชัดกว่าการบอกชื่อโรงแรมภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว

เมื่อเกิดแผ่นดินไหว
2. ป้องกันศีรษะและร่างกายก่อนแปลข้อความหรือถ่ายคลิป
緊急地震速報 — การแจ้งเตือนแผ่นดินไหวล่วงหน้า บอกว่าอาจมีแรงสั่นสะเทือนรุนแรง ไม่ได้หมายความว่ายังมีเวลาอีกหลายนาที บางครั้งมีเวลาเพียงไม่กี่วินาที
หากอยู่ในอาคาร ให้ป้องกันศีรษะใต้โต๊ะที่แข็งแรง หรือในจุดที่ไม่มีของตก ล้ม หรือเลื่อนมาชน อยู่ห่างจากกระจก ตู้สูง และชั้นสินค้า
ตัวอย่าง: ได้ยินเสียงเตือนในห้องพัก อย่าเดินไปถ่ายวิวที่หน้าต่างหรือเริ่มเก็บกระเป๋า ให้ป้องกันตัวเองก่อน แม้โทรศัพท์ไม่เตือน แต่ถ้ารู้สึกสั่นก็ต้องทำเช่นเดียวกัน การไม่มีเสียงเตือนไม่ใช่หลักฐานว่าปลอดภัย

3. ไม่รีบพุ่งออกจากอาคาร และระวังกำแพงกับของตกเมื่ออยู่ข้างนอก
การวิ่งออกประตูระหว่างที่กำลังสั่นอาจทำให้ล้ม หรือถูกกระจกและชิ้นส่วนอาคารตกใส่ รอให้แรงสั่นสงบแล้วตรวจพื้นและทางออก ระวังเศษกระจกและอย่าเดินเท้าเปล่า
ถ้าอยู่กลางเมือง ให้ระวังกำแพงบล็อก ตู้จำหน่ายสินค้า ป้าย และกระจกเหนือศีรษะ ป้องกันศีรษะแล้วเลือกจุดที่ปลอดภัยตามสภาพรอบตัว หากมีอาคารแข็งแรงใกล้ ๆ และเข้าไปได้อย่างปลอดภัย การหลบเข้าอาคารก็เป็นทางเลือกหนึ่ง
ตัวอย่าง: อย่าวิ่งไปกลางถนนเพียงเพราะเห็นว่ารถว่าง หรือไปยืนชิดกำแพงที่อาจพัง พื้นที่กลางแจ้งไม่ได้ปลอดภัยทุกจุด
4. ดูทางหนีไฟของโรงแรม และไม่ใช้ลิฟต์เมื่อหนีไฟ
เมื่อเช็กอิน ให้ดูแผนผังอพยพที่ประตูห้องหรือจุดที่โรงแรมจัดไว้ หาให้รู้ว่าบันไดหนีไฟและทางออกอื่นอยู่ที่ไหน ไม่รู้แค่ทางไปลิฟต์ที่ใช้ตามปกติ
หลังแรงสั่นสงบ ให้ฟังประกาศและพนักงาน อย่าตัดสินใจออกจากอาคารหรือรออยู่ต่อเพียงเพราะเห็นแขกคนอื่นทำ หากต้องอพยพจากไฟไหม้ ไม่ใช้ลิฟต์ ให้ใช้เส้นทางที่ได้รับคำแนะนำ และอย่าย้อนกลับห้องเพื่อเอาสัมภาระ
ตัวอย่าง: แม้พาสปอร์ตอยู่ในกระเป๋าในห้อง ก็ไม่ควรย้อนผ่านทางเดินที่มีควันเพื่อกลับไปเอา ออกไปยังจุดปลอดภัยแล้วแจ้งพนักงาน หากต้องการความช่วยเหลือในการเคลื่อนที่หรือมีเด็กเล็ก ควรปรึกษาวิธีอพยพตั้งแต่ตอนเข้าพัก

5. อยู่บนรถไฟให้จับราว และไม่ลงรางด้วยตัวเอง
รถไฟอาจหยุดกะทันหันเมื่อเกิดแผ่นดินไหว หากยืนอยู่ให้จับราวหรือห่วงให้มั่นเพื่อลดโอกาสล้ม แม้หยุดนานระหว่างสถานี ก็อย่าเปิดประตูลงไปเอง เพราะอาจมีรถไฟขบวนอื่นหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นอันตราย
ตัวอย่าง: เห็นว่าโรงแรมอยู่ไม่ไกล ไม่ได้หมายความว่าจะเดินออกจากรถไปได้ ให้ฟังประกาศและทำตามพนักงาน หากต้องอพยพ ให้รอการนำทาง ที่สถานีก็ไม่ควรเบียดกันไปยังประตูตรวจตั๋วหรือบันได เจ้าหน้าที่อาจต้องตรวจความปลอดภัยก่อน
ถ้าเห็นไฟ ควัน หรือมีผู้บาดเจ็บและอันตรายใกล้ตัว ให้แจ้งพนักงานผ่านอุปกรณ์สื่อสารฉุกเฉินหรือวิธีที่รถไฟนั้นกำหนด อ่านเรื่องการใช้รถไฟตามปกติได้ที่ กฎและมารยาทบนรถไฟและในสถานีญี่ปุ่น
6. ถ้ากำลังขับรถ อย่าเบรกกะทันหันหรือกีดขวางรถฉุกเฉิน
เมื่อเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ ให้หลีกเลี่ยงการหักพวงมาลัยและเบรกกะทันหัน ค่อย ๆ หยุดทางด้านซ้ายของถนนอย่างปลอดภัย แล้วตรวจข้อมูลจราจรและสภาพรอบตัว ถนนอาจเสียหาย สัญญาณไฟหยุดทำงาน หรือมีสิ่งของกีดขวาง
หากต้องทิ้งรถเพื่ออพยพ ให้ย้ายออกนอกถนนเท่าที่ทำได้อย่างปลอดภัย ถ้าจำเป็นต้องจอดบนถนน ให้ชิดซ้าย ดับเครื่อง และไม่กีดขวางคนอพยพหรือการกู้ภัย สำหรับสถานการณ์เช่นนี้ ตำรวจญี่ปุ่นแนะนำให้ปิดกระจก ไม่ล็อกประตู และทิ้งกุญแจไว้ในจุดที่มองหาได้ง่ายภายในรถ เพื่อให้เคลื่อนย้ายรถได้เมื่อจำเป็น นี่เป็นแนวทางเมื่อทิ้งรถบนถนนเพื่ออพยพจากแผ่นดินไหวใหญ่ ไม่ใช่วิธีจอดรถตามปกติ
อย่าคิดว่ารถจะพาหนีได้เร็วกว่าเสมอ แนวทางสำหรับแผ่นดินไหวใหญ่ระบุไม่ให้ใช้รถเพื่ออพยพ ยกเว้นกรณีจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น การหนีสึนามิ ตรวจแผนอพยพของพื้นที่และทำตามคำสั่งที่จุดเกิดเหตุด้วย เรื่องการขับรถทั่วไปอ่านที่ กฎการขับรถและใช้รถเช่าในญี่ปุ่น
สึนามิ ไต้ฝุ่น และฝนหนัก
7. อยู่ใกล้ทะเลแล้วสั่นแรงหรือสั่นนาน ให้อพยพโดยไม่รอคำเตือน
ถ้าอยู่บริเวณชายฝั่งและรู้สึกสั่นแรง หรือสั่นไม่แรงแต่ช้าและยาวนาน ให้คิดถึงสึนามิและอพยพไปที่สูงหรือจุดปลอดภัยที่กำหนดทันที ไม่ต้องรอประกาศ หากมีคำเตือนสึนามิ แม้ไม่รู้สึกแผ่นดินไหวก็ต้องตอบสนอง เพราะสึนามิอาจมาจากแผ่นดินไหวที่เกิดไกลออกไป
ตัวอย่าง: กำลังถ่ายรูปริมทะเลแล้วรู้สึกสั่น อย่าเดินไปดูน้ำหรือกลับไปเอาของที่ชายหาด ให้เดินตามป้ายและการนำทางไปยังจุดปลอดภัย
สึนามิมาได้หลายระลอก น้ำลดหลังคลื่นแรกไม่ได้แปลว่าจบแล้ว อย่าเข้าใกล้ชายฝั่งหรือแม่น้ำจนกว่าจะยกเลิกคำเตือนและประกาศเฝ้าระวัง และติดตามคำแนะนำล่าสุดขณะอยู่ที่จุดอพยพด้วย

8. คำสั่งอพยพใช้กับคนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงนักท่องเที่ยว
เมื่อมีฝนหนักหรือไต้ฝุ่น ให้ตรวจว่าที่พักและตำแหน่งปัจจุบันอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ดินถล่ม หรือน้ำทะเลหนุนหรือไม่ ข้อมูลอพยพหลักที่เทศบาลออกมีความหมายดังนี้
| ข้อมูลจากเทศบาล | ควรทำอย่างไร |
|---|---|
| ระดับ 3 高齢者等避難 | ผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องใช้เวลาอพยพให้ออกจากพื้นที่เสี่ยง นักท่องเที่ยวที่ต้องใช้เวลาเดินทางหรือไม่คุ้นทางก็ควรตัดสินใจแต่เนิ่น ๆ |
| ระดับ 4 避難指示 | ผู้ที่อยู่ในจุดอันตรายภายในพื้นที่ประกาศให้อพยพ |
| ระดับ 5 緊急安全確保 | ภัยเกิดขึ้นหรือใกล้เกิดอย่างยิ่ง อาจอพยพตามปกติไม่ได้แล้ว ต้องป้องกันชีวิตทันทีตามสถานการณ์ |
อย่ารอระดับ 5 และอย่าเข้าใจว่าแผ่นดินไหวจะต้องไล่ระดับตามตารางนี้ด้วย ข้อมูลเตือนจากหน่วยอุตุนิยมวิทยากับคำสั่งอพยพจากเทศบาลเป็นคนละส่วน แม้ยังไม่มีคำสั่งอพยพ ข้อมูลอันตรายและสภาพรอบตัวก็อาจทำให้ต้องตัดสินใจหนีล่วงหน้า
ตัวอย่าง: พักริมแม่น้ำแล้วมีคำสั่งอพยพ อย่าคิดว่าไม่เกี่ยวเพราะเราไม่ใช่คนในพื้นที่ ให้ใช้ที่อยู่โรงแรมตรวจเขตประกาศและถามพนักงานถึงจุดอพยพ ไม่ฝ่าเส้นทางที่น้ำท่วมแล้ว และไม่ออกไปดูแม่น้ำที่กำลังเพิ่มระดับ
เลือกที่อพยพและวางแผนการเดินทางต่อ
9. จุดอพยพกับศูนย์พักพิงไม่เหมือนกัน ใกล้ที่สุดอาจไม่เหมาะกับภัยครั้งนี้
| คำที่เห็น | หน้าที่หลัก |
|---|---|
| 指定緊急避難場所 | จุดอพยพฉุกเฉินเพื่อหลบอันตรายและป้องกันชีวิต |
| 指定避難所 | ศูนย์พักพิงสำหรับผู้ที่อพยพมาและต้องพักอยู่ช่วงหนึ่ง |
| 一時滞在施設 | สถานที่รับพักชั่วคราว เช่น สำหรับคนที่กลับที่พักไม่ได้เพราะระบบขนส่งหยุด |
จุดอพยพฉุกเฉินกำหนดแยกตามภัย เช่น สึนามิ น้ำท่วม แผ่นดินไหว หรือไฟไหม้ขนาดใหญ่ บางแห่งทำหน้าที่หลายแบบ แต่ไม่ควรเหมารวมว่าใช้ได้กับทุกภัย
ตัวอย่าง: โรงเรียนที่ใกล้ที่สุดอาจไม่ใช่จุดที่เหมาะกับสึนามิ อย่าเลือกเพียงเพราะเป็นโรงเรียนหรือสวน ให้ตรวจว่าเหมาะกับภัยครั้งนี้หรือไม่ ที่โรงแรมหรือสถานีสามารถแสดงตำแหน่งแล้วถามว่า “ตอนนี้ควรอพยพจากตรงนี้ไปที่ไหน”
10. รถไฟหยุดแล้ว อย่ารีบมุ่งไปสถานีหรือสนามบินทันที
เมื่อระบบขนส่งหยุดจากแผ่นดินไหวหรือไต้ฝุ่น การเดินไกลบนเส้นทางที่ไม่คุ้น หรือรีบไปสนามบิน อาจเพิ่มอันตราย ให้ตรวจความปลอดภัยตรงที่อยู่ ข้อมูลของผู้ให้บริการ และคำแนะนำของโรงแรมหรือสถานที่ก่อน ถ้ารอในที่ปลอดภัยได้ ก็อาจเหมาะกว่าการออกเดินทางทันที
ตัวอย่าง: รถไฟไปสนามบินหยุดในตอนเย็น ก่อนออกไปหาแท็กซี่เพราะกลัวตกเครื่อง ให้ตรวจถนนและสถานการณ์สนามบินด้วย ที่พักชั่วคราวในสถานีต้องผ่านการตรวจพื้นที่และความปลอดภัย ไม่ใช่ทุกสถานีจะรับให้นอนได้เสมอ
เมื่อปลอดภัยแล้วจึงติดต่อโรงแรม สายการบิน หรือผู้ให้บริการเพื่อเปลี่ยนแผน ไม่ให้ความกังวลเรื่องการจองมาก่อนความปลอดภัย
11. ถึงศูนย์พักพิงให้ติดต่อจุดรับแจ้ง และเคารพกฎส่วนรวม
เมื่อถึงศูนย์พักพิง ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนว่าเป็นนักท่องเที่ยวจากไทย ไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่น และมากี่คน หากมีโรคประจำตัว แพ้อาหาร ตั้งครรภ์ มีทารก หรือต้องการความช่วยเหลือในการเคลื่อนที่ ให้บอกแต่เนิ่น ๆ อย่าคิดว่าอาหารหรือยาที่แจกใช้ได้กับทุกคน
ทำตามคำแนะนำเรื่องพื้นที่พัก รับสิ่งของ ห้องน้ำ ขยะ และเวลาปิดไฟ ไม่วางสัมภาระขวางประตูหรือทางเดิน และไม่ถ่ายหรือเผยแพร่ใบหน้า ที่นอน หรือรายชื่อผู้พักโดยไม่ได้รับอนุญาต
ตัวอย่าง: หากจะบอกครอบครัวที่ไทยว่าอยู่ที่ไหน ให้ส่งชื่อสถานที่กับข้อความว่าปลอดภัย แทนวิดีโอที่เห็นคนอื่นนอนอยู่ การแจ้งข่าวของเราไม่ควรละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ที่กำลังเดือดร้อน

ขอความช่วยเหลือให้ตรงหน่วยงาน
12. รถพยาบาลและดับเพลิงโทร 119 ตำรวจโทร 110
| หมายเลขในญี่ปุ่น | ใช้เมื่อไร |
|---|---|
| 119 | รถพยาบาล ไฟไหม้ และเหตุที่ต้องการหน่วยดับเพลิง |
| 110 | เหตุอาชญากรรม อุบัติเหตุจราจร และเหตุฉุกเฉินที่ต้องการตำรวจ |
| 050-3816-2787 | Japan Visitor Hotline สำหรับข้อมูลและความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยว ไม่ใช่หมายเลขเรียกรถฉุกเฉิน |
หากผู้ป่วยไม่ตอบสนอง หายใจลำบาก หรือบาดเจ็บรุนแรง ให้โทร 119 อย่ารอติดต่อประกันหรือสถานทูตให้เสร็จก่อนจนการขอความช่วยเหลือล่าช้า ส่วนคำถามเรื่องรถไฟหรือแผนเที่ยวไม่ใช่เหตุให้โทร 110 หรือ 119
Japan Visitor Hotline เปิดตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ให้คำแนะนำเป็นภาษาอังกฤษ จีน และเกาหลี ไม่ใช่สายด่วนภาษาไทย และใช้แทน 110 หรือ 119 ไม่ได้
13. พูดญี่ปุ่นไม่ได้ก็เริ่มจากแจ้งสถานที่และสิ่งที่เกิดขึ้น
เมื่อโทร 119 เจ้าหน้าที่จะถามว่าไฟไหม้หรือขอรถพยาบาล อยู่ที่ไหน และมีอาการอย่างไร ค่อย ๆ ตอบเท่าที่ทราบ เตรียมประโยคสั้น ๆ ต่อไปนี้ไว้แสดงให้คนใกล้ตัวช่วยได้
| ต้องการบอก | ข้อความภาษาญี่ปุ่นสำหรับอ่านหรือแสดง |
|---|---|
| ช่วยเรียกรถพยาบาล | 救急車を呼んでください。 |
| ไฟไหม้ | 火事です。 |
| ไม่เข้าใจญี่ปุ่น พูดไทย | 日本語が分かりません。タイ語を話します。 |
| อยู่ตามที่อยู่นี้ | 場所は、この住所です。 |
| ชื่อโรงแรม ชั้น และห้อง | ホテル名は○○、○階の○号室です。 |
ถ้าไม่รู้ที่อยู่ ให้บอกชื่อโรงแรม สถานี ร้าน หรือสิ่งที่เป็นจุดสังเกต อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น เริ่มเมื่อไร มีกี่คน ตามคำถามของเจ้าหน้าที่ ระบบดับเพลิงมีการนำล่ามทางโทรศัพท์มาใช้ แต่ไม่ควรรับรองว่าทุกพื้นที่จะพูดทุกภาษาได้ทันที หากมีคนพูดญี่ปุ่นอยู่ใกล้ ให้ขอความช่วยเหลือ
อย่าโทรทดลองหมายเลขฉุกเฉินเพื่อตรวจว่าใช้ได้หรือไม่ ให้ตรวจเงื่อนไขการโทรของ SIM และอุปกรณ์กับผู้ให้บริการก่อนเดินทาง

14. ถ้าไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน ให้หาสถานพยาบาลและตรวจเงื่อนไขการรักษา
กรณีฉุกเฉินให้ใช้ 119 แต่หากต้องการตรวจรักษาตามปกติ ให้หาสถานพยาบาลที่เหมาะสม ขอให้โรงแรมหรือผู้ให้บริการประกันช่วยดูสถานพยาบาลและภาษาที่รองรับ ตรวจแผนก เวลารับผู้ป่วย และเงื่อนไขการติดต่อด้วย
ตัวอย่าง: โรงพยาบาลระบุว่ามีภาษาอังกฤษ ไม่ได้แปลว่ามีภาษาไทย เตรียมชื่อยา โรคประจำตัว และประวัติแพ้ไว้ให้อธิบายได้
การมาถึงโรงพยาบาลด้วยรถพยาบาลไม่ได้หมายความว่าค่าตรวจหรือค่ารักษาทั้งหมดฟรี ตรวจความคุ้มครองประกันและวิธีชำระเงิน แต่หากมีอาการอันตรายต่อชีวิต อย่ารอเรื่องค่าใช้จ่ายหรือประกันจนชะลอการเรียกรถพยาบาล
15. แจ้งคนที่บ้านเมื่อปลอดภัย และเช็กก่อนแชร์ข่าวภัยพิบัติ
เมื่ออยู่ในจุดปลอดภัยแล้ว ให้ติดต่อผู้ร่วมเดินทางและครอบครัวที่ไทย บอกตำแหน่งและสถานการณ์สั้น ๆ เช่น “อยู่โรงแรม○○ ปลอดภัย กำลังรอในอาคาร จะติดต่ออีกครั้งประมาณ○โมง” วางแผนการติดต่อโดยไม่ใช้แบตเตอรี่จนหมด
ก่อนแชร์ข่าว ให้ตรวจแหล่งข้อมูล พื้นที่ และเวลาเผยแพร่ ไม่ส่งต่อคลิปเก่าหรือประกาศของอีกจังหวัดเหมือนเป็นสถานการณ์ตรงที่เราอยู่ หากต้องการความช่วยเหลือด้านกงสุลสำหรับคนไทย ให้ดูข้อมูลทางการของกระทรวงการต่างประเทศไทย สถานทูต หรือสถานกงสุลไทยในญี่ปุ่น
ความช่วยเหลือด้านกงสุลมีหน้าที่ต่างจากหน่วยกู้ภัย ดับเพลิง และตำรวจในพื้นที่ หากมีอันตรายเร่งด่วนต้องขอหน่วยฉุกเฉินก่อน
คำญี่ปุ่นที่ช่วยอ่านประกาศและป้าย
- 緊急地震速報
- การแจ้งเตือนแผ่นดินไหวล่วงหน้า ให้รีบป้องกันตัวจากแรงสั่น
- 津波警報
- คำเตือนสึนามิ หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงให้รีบอพยพ
- 避難指示
- คำสั่งอพยพ ให้ออกจากจุดอันตรายภายในพื้นที่ประกาศ
- 緊急安全確保
- ให้ป้องกันชีวิตทันที อาจหนีออกไปตามปกติไม่ได้แล้ว
- 避難場所
- จุดอพยพเพื่อหลบอันตราย ต้องดูว่ารองรับภัยชนิดใด
- 避難所
- ศูนย์พักพิงสำหรับอยู่ชั่วคราวหลังอพยพ
- 非常口
- ทางออกฉุกเฉิน ตรวจเส้นทางตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ
- 運転見合わせ
- หยุดเดินรถชั่วคราว ตรวจข้อมูลผู้ให้บริการก่อนย้ายที่
อย่าดูเฉพาะคำแปล ต้องดูพื้นที่ประกาศ ชนิดภัย และตำแหน่งของเราร่วมกันด้วย

แหล่งข้อมูลทางการและเครดิตภาพ
- กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น: การปฏิบัติตัวเมื่อได้ยินแจ้งเตือนแผ่นดินไหว / ข้อจำกัดของการแจ้งเตือน
- กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น: เตรียมพร้อมแผ่นดินไหวและสึนามิ
- สำนักคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น: ระดับเตือนภัย 5 ระดับ / ความต่างของข้อมูลอากาศกับข้อมูลอพยพ
- กรุงโตเกียว: การปฏิบัติตัวเมื่อเกิดแผ่นดินไหว
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น: ผู้ขับรถเมื่อเกิดแผ่นดินไหวใหญ่
- JR East: การรับมือแผ่นดินไหวที่สถานี / คำแนะนำเมื่อรถไฟหยุดฉุกเฉิน
- Hyatt Regency Tokyo Bay: ตัวอย่างคำแนะนำเหตุฉุกเฉินของโรงแรม
- สำนักคณะรัฐมนตรี: ประเภทจุดอพยพ / ข้อมูลศูนย์พักพิง / กรุงโตเกียว: ข้อกำหนดเรื่องการถ่ายภาพและความเป็นส่วนตัวในศูนย์พักพิง
- สำนักงานดับเพลิงและจัดการภัยพิบัติ: คู่มือเรียกรถพยาบาลภาษาไทย / การรองรับผู้ใช้ภาษาต่างประเทศ
- ตำรวจนครบาลโตเกียว: ข้อมูลฉุกเฉินสำหรับนักท่องเที่ยว
- Japan Tourism Agency: ข้อมูลเจ็บป่วย ภัยพิบัติ และแอป Safety tips / JNTO: Japan Visitor Hotline / คู่มือเมื่อเจ็บป่วยในญี่ปุ่น
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไทย: รายชื่อสายด่วนสถานทูตและสถานกงสุล
เครดิตภาพ
ภาพปก: Okumatsushima tsunami P1130116 โดย David.Monniaux ถ่ายวันที่ 25 ตุลาคม 2010 ใช้ภายใต้ CC BY-SA 3.0 ภาพย่อจากต้นฉบับ เป็นตัวอย่างลักษณะป้ายแผนที่หนีสึนามิในญี่ปุ่น ไม่ใช่แผนที่เส้นทางอพยพปัจจุบันของสถานที่นั้น คำว่า 津波避難路マップ หมายถึงแผนที่เส้นทางอพยพสึนามิ
ภาพป้ายทางออกฉุกเฉิน: Yuudou5437 โดย Mariemon จากวิกิพีเดียภาษาญี่ปุ่น ถ่ายวันที่ 24 พฤษภาคม 2010 ใช้ภายใต้ CC BY 3.0 ใช้ภาพย่อจากต้นฉบับ ภาพประกอบอีก 6 ภาพเป็นภาพจำลองด้วย AI ไม่ใช่ภาพภัยพิบัติหรือเหตุการณ์จริง













