คู่มือนี้อธิบายระบบคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป โดยผู้ซื้อจะต้องทำขั้นตอนให้ครบตามเงื่อนไขของระบบรีฟันด์
ซื้อของแบบ Tax-free ในญี่ปุ่น ต้องจ่ายเงินอย่างไร ต้องทำอะไรที่สนามบิน และจะได้เงินคืนจากใคร? หลักของระบบคืนภาษีคือ จ่ายราคาที่รวมภาษีที่ร้านก่อน นำสินค้าออกจากญี่ปุ่นโดยผ่านการยืนยันของศุลกากร แล้วรับเงินคืนจากร้านหรือผู้ให้บริการคืนเงินของร้าน การซื้อของเสร็จจึงยังไม่ใช่จุดจบของขั้นตอน
คู่มือนี้เน้นคนไทยที่มาเที่ยวญี่ปุ่นระยะสั้นและนำสินค้ากลับไปด้วยตนเอง หากคุณอาศัย ทำงาน หรือเรียนอยู่ในญี่ปุ่น การมีพาสปอร์ตไทยและกำลังบินกลับไทย ไม่ได้ทำให้มีสิทธิ์ซื้อแบบ Tax-free โดยอัตโนมัติ ควรเริ่มจากตรวจสิทธิ์ของตัวเองก่อนเลือกซื้อของ
จำลำดับนี้ไว้: ซื้อของ → เก็บสินค้า → ยืนยันก่อนโหลดกระเป๋า → รับเงินคืน
- ก่อนซื้อ: เช็กสิทธิ์ ร้าน และยอดซื้อคุณต้องเข้าเงื่อนไขผู้ซื้อ ร้านต้องรองรับ Tax-free และยอดซื้อก่อนภาษีต้องถึงเกณฑ์
- ที่ร้าน: แสดงพาสปอร์ตและจ่ายราคารวมภาษีทำรายการ Tax-free ให้เรียบร้อย พร้อมตรวจวิธีรับเงินคืนและค่าธรรมเนียมของร้าน
- ระหว่างเที่ยว: เก็บสินค้าให้ครบและเตรียมนำออกอย่ากินหรือใช้ของสิ้นเปลืองที่จะขอคืนภาษี และจัดกระเป๋าให้หยิบตรวจได้
- วันบินกลับ: ยืนยันที่สนามบินก่อนฝากสัมภาระนำพาสปอร์ตและสินค้าทั้งหมดไปด้วย หากระบบให้ตรวจสินค้า ต้องพบเจ้าหน้าที่จนจบขั้นตอน
- หลังยืนยัน: รับเงินคืนตามระบบของร้านร้านหรือผู้ให้บริการที่ร้านมอบหมายเป็นผู้คืนเงิน ช่องทางและเวลารับเงินขึ้นอยู่กับร้าน
1. ก่อนซื้อ: คุณมีสิทธิ์หรือไม่ และต้องซื้อเท่าไร
คนไทยที่มาเที่ยวกับคนไทยที่อยู่ญี่ปุ่น ใช้เงื่อนไขต่างกัน
สำหรับนักท่องเที่ยวไทยทั่วไป จุดสำคัญคือเป็นผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่ในญี่ปุ่น และเข้าประเทศด้วยสถานะที่อยู่ในเกณฑ์ เช่น Temporary Visitor หรือผู้พำนักระยะสั้น โดยทั่วไปต้องยังไม่ครบ 6 เดือนนับจากเข้าประเทศ และยังอยู่ภายในระยะเวลาพำนักที่ได้รับอนุญาต อย่าดูเพียงสัญชาติหรือเที่ยวบินขากลับอย่างเดียว
ตัวอย่างเช่น คุณอยู่ไทยแล้วมาเที่ยวญี่ปุ่นหนึ่งสัปดาห์ด้วยสถานะผู้พำนักระยะสั้น ย่อมเป็นกรณีที่ควรตรวจสิทธิ์ซื้อ Tax-free ได้ แต่ถ้าคุณทำงานหรือเรียนและอาศัยอยู่ในญี่ปุ่น แล้วซื้อของก่อนกลับไปเยี่ยมบ้านในไทย โดยทั่วไปจะไม่เข้าเงื่อนไขเดียวกับนักท่องเที่ยว ควรแจ้งสถานะจริงกับร้านและไม่ใช้พาสปอร์ตของคนอื่นซื้อแทน
ซื้อจากร้านที่รองรับ Tax-free และแจ้งก่อนทำรายการ
ไม่ใช่ทุกร้านในญี่ปุ่นที่ทำ Tax-free ได้ มองหาป้าย Tax-free และสอบถามพนักงานก่อนจ่ายเงิน โดยเฉพาะห้างที่ต้องไปเคาน์เตอร์เฉพาะหลังชำระเงิน เพราะขั้นตอนและเวลาปิดรับบริการอาจต่างจากเวลาเปิดร้าน
ระบบนี้สำหรับสินค้าที่เข้าเงื่อนไขและจะนำออกจากญี่ปุ่น ไม่ได้หมายความว่าค่าใช้จ่ายทุกอย่างระหว่างเที่ยวจะขอคืนภาษีได้ ค่าโรงแรมและค่าอาหารที่รับประทานในร้านไม่ใช่การซื้อสินค้าเพื่อนำออกในระบบนี้ และสินค้าบางประเภท เช่น ทองคำหรือแพลทินัมแท่ง ก็ไม่อยู่ในกลุ่มสินค้าที่ใช้สิทธิ์นี้ได้
ยอดซื้อก่อนภาษีอย่างน้อย 5,000 เยน ต่อร้านในวันเดียวกัน
เกณฑ์พื้นฐานคือซื้อจากร้านเดียวกันในวันเดียวกัน รวม มูลค่าก่อนภาษีอย่างน้อย 5,000 เยน จึงไม่ควรดูเฉพาะยอดรวมที่จ่าย หรือรวมยอดจากคนละร้านเอง หากเป็นห้างหรือศูนย์การค้าที่มีเคาน์เตอร์รวม ให้ถามว่าสามารถรวมร้านใดได้บ้างตามระบบของสถานที่นั้น
ตัวอย่างเช่น ซื้อของก่อนภาษี 3,000 เยนที่ร้าน A และอีก 2,000 เยนที่ร้าน B ไม่ได้แปลว่ารวมเป็น 5,000 เยนเพื่อขอ Tax-free ได้เสมอไป จำนวนและขนาดสินค้าก็ควรเป็นของที่คุณจะนำออกไปด้วยตนเองได้จริง
2. ที่ร้าน: แสดงพาสปอร์ต จ่ายเงิน และตกลงวิธีคืนเงิน

พกพาสปอร์ตตัวจริงไปซื้อของ
ร้านต้องตรวจข้อมูลผู้ซื้อและสิทธิ์ในการทำ Tax-free จึงควรพกพาสปอร์ตตัวจริงไป ไม่ควรวางแผนโดยใช้เพียงภาพถ่ายหรือสำเนา หากร้านรองรับ QR code สำหรับการซื้อสินค้าปลอดภาษีใน Visit Japan Web ก็อาจใช้ช่องทางนั้นได้ตามเงื่อนไข แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกร้านรองรับ และยังต้องใช้พาสปอร์ตในขั้นตอนออกจากประเทศ
บอกพนักงานตั้งแต่ต้นว่าต้องการทำ Tax-free ตรวจชื่อและรายการซื้อ และเก็บใบเสร็จพร้อมข้อมูลติดต่อร้านไว้จนได้รับเงินคืนครบ
จ่ายราคารวมภาษีก่อน แล้วจึงขอคืนส่วนภาษี
อย่าเข้าใจว่าเห็นป้าย Tax-free แล้วจะจ่ายเฉพาะราคาก่อนภาษีทันที ในระบบคืนภาษี คุณชำระราคารวมภาษีก่อน และรับเงินคืนเมื่อผ่านเงื่อนไขการนำสินค้าออก
ตัวอย่างสินค้าที่เสียภาษี 10%
ราคาก่อนภาษี 10,000 เยน + ภาษี 1,000 เยน = จ่าย 11,000 เยน
ส่วนภาษีที่ใช้คำนวณคืนคือ 1,000 เยน ไม่ใช่ 10% ของ 11,000 เยน
สินค้ามีอัตราภาษีต่างกัน และอาจมีค่าธรรมเนียมบริการ ทำให้ยอดรับจริงต่างจากตัวอย่าง ควรตรวจรายละเอียดในใบเสร็จและเงื่อนไขของร้าน แทนการคิดว่าทุกครั้งจะได้เงินคืนเท่ากับ 10% ของยอดที่จ่าย
ถามเรื่องเงินคืนให้จบตั้งแต่ยังอยู่ที่ร้าน
- ใครเป็นผู้คืนเงิน: ร้านเองหรือผู้ให้บริการรายใด
- รับเงินผ่านช่องทางใด และต้องลงทะเบียนข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อไร
- มีค่าธรรมเนียมหรือไม่ และยอดสุทธิที่จะได้รับคำนวณอย่างไร
- หลังผ่านการยืนยันของศุลกากรแล้ว ต้องรอเท่าไร ต้องลงทะเบียนหรือยื่นขอรับเงินภายในวันใด และติดต่อที่ไหนหากยังไม่ได้รับเงิน
ค่าธรรมเนียมบริการคืนเงินเป็นเรื่องของร้านหรือผู้ให้บริการตามเงื่อนไขที่แจ้ง ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมคืนภาษีที่รัฐบาลเรียกเก็บจากนักท่องเที่ยว ควรอ่านเงื่อนไขก่อนตกลงซื้อ
3. ระหว่างเที่ยว: สินค้าต้องอยู่ครบและพร้อมนำออกจากญี่ปุ่น
ของกินและเครื่องสำอางที่จะขอคืนภาษี อย่าใช้ระหว่างอยู่ญี่ปุ่น
เหตุผลของการคืนภาษีคือสินค้าจะถูกนำออกจากญี่ปุ่น หากกินขนมหรือใช้เครื่องสำอางที่ซื้อแบบ Tax-free ไปแล้วบางส่วนหรือทั้งหมด จะไม่สามารถทำเหมือนว่ายังมีสินค้าครบเพื่อนำออกได้ การไม่มีถุงซีลพิเศษไม่ได้หมายความว่าเปิดกินหรือใช้ได้ตามใจ
ถ้าต้องการซื้อขนมกินระหว่างเที่ยวหรือซื้อครีมใช้ที่โรงแรม ให้บอกพนักงานก่อนคิดเงินว่ารายการนั้นจะใช้ในญี่ปุ่น และแยกจากรายการที่จะทำ Tax-free โดยแต่ละรายการซื้อยังต้องเข้าเงื่อนไขของร้านและยอดซื้อที่กำหนด
ขาดเพียงชิ้นเดียว อาจทำให้ทั้งรายการซื้อนั้นคืนภาษีไม่ได้

การยืนยันสินค้าทำเป็นหน่วยตามข้อมูลรายการซื้อที่ร้านบันทึก หากสินค้าบางชิ้นในรายการเดียวกันนำออกไม่ได้ จะไม่ใช่แค่ตัดภาษีของชิ้นที่หายออกแล้วคืนส่วนที่เหลือได้เสมอไป แต่ รายการซื้อนั้นทั้งหมดจะไม่ผ่านการยืนยันเพื่อนำออก
ตัวอย่างเช่น ซื้อกระเป๋าและขนมในรายการ Tax-free เดียวกัน แล้วกินขนมหมดที่โรงแรม แม้ยังมีกระเป๋าอยู่ ก็ไม่ควรคาดว่าจะขอคืนเฉพาะภาษีของกระเป๋าในรายการนั้นได้ จึงต้องตรวจทั้งรายการ ไม่ใช่ดูเพียงของชิ้นใหญ่หรือราคาแพง
เสื้อผ้าหรือของใช้ทนทาน ไม่เหมือนสินค้าที่ใช้แล้วหมดไป
สินค้าที่ไม่ใช่ของสิ้นเปลือง เช่น เสื้อผ้า อาจใช้ระหว่างอยู่ญี่ปุ่นได้ หากยังถือครองและนำออกไปด้วยตนเองตามเงื่อนไข จึงไม่ควรเหมารวมว่าสินค้าทุกชนิดต้องไม่เคยเปิดหรือไม่เคยใช้เลย แต่ต้องแยกจากอาหารและเครื่องสำอางที่บริโภคหรือใช้แล้วปริมาณลดลง
กำหนด 90 วัน และการคืนหรือเปลี่ยนสินค้า
ต้องทำการยืนยันเพื่อนำสินค้าออกกับศุลกากรภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อ กำหนดนี้เกี่ยวกับสินค้าและการคืนภาษี ไม่ใช่จำนวนวันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในญี่ปุ่น
หากคืนหรือเปลี่ยนสินค้า ให้แจ้งร้านว่าเป็นรายการ Tax-free เพื่อให้ร้านจัดการข้อมูลการซื้อให้ถูกต้อง เก็บเอกสารฉบับล่าสุดและอย่าคิดว่ารายการเดิมจะปรับตามเองโดยไม่ต้องแจ้ง
จัดกระเป๋าโดยเผื่อการตรวจสินค้า
เก็บพาสปอร์ต ใบเสร็จ ข้อมูลคืนเงิน และสินค้าที่ซื้อไว้ในตำแหน่งหยิบได้ ไม่ควรแพ็กจนเปิดไม่ได้ เพราะอาจต้องนำออกแสดง หากซื้อสินค้าชิ้นละ 1 ล้านเยนขึ้นไปก่อนภาษี อาจถูกขอเอกสารเพิ่มเติม เช่น ใบรับประกันหรือใบรับรองสินค้า จึงควรเก็บไว้ด้วย
ของเหลวและสัมภาระยังต้องเป็นไปตามกฎการบิน อย่าแก้ปัญหาด้วยการถือของทุกอย่างขึ้นเครื่องโดยไม่ตรวจข้อจำกัดกับสายการบิน
4. วันบินกลับ: ทำเรื่องก่อนโหลดกระเป๋า และดูผลให้จบ

ไปจุดยืนยันก่อนฝากสัมภาระ
อย่าเพิ่งส่งกระเป๋าที่มีสินค้า Tax-free ให้สายการบิน จุดยืนยันอยู่ในบริเวณอาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศก่อนฝากสัมภาระ ต้องมีพาสปอร์ตและสินค้าทั้งหมดอยู่กับคุณขณะทำขั้นตอน แม้ระบบจะไม่ได้ขอตรวจของทุกคน ก็ต้องพร้อมให้ตรวจ
หากโหลดกระเป๋าไปแล้ว จะไม่สามารถเรียกกระเป๋ากลับมาเพียงเพื่อแสดงสินค้าขอคืนภาษีได้ตามปกติ จึงควรเผื่อเวลาหาจุดบริการและการตรวจสินค้าเพิ่มเติม ไม่ควรไปถึงสนามบินโดยเหลือเวลาแค่พอขึ้นเครื่อง
ใช้พาสปอร์ตที่เครื่อง หรือช่องทาง Visit Japan Web ที่รองรับ
ทำการยืนยันด้วยพาสปอร์ตที่เครื่องสำหรับขั้นตอน Tax-free หรือใช้ Visit Japan Web ตามช่องทางที่สนามบินรองรับ สำหรับการทำผ่าน Visit Japan Web ต้องอยู่ในบริเวณและเชื่อมต่อ Wi-Fi เฉพาะที่กำหนด ไม่ใช่ทำจากโรงแรมแล้วถือว่าจบการยืนยันสินค้าได้
การกรอกข้อมูลเข้าญี่ปุ่นใน Visit Japan Web ไม่ใช่การยืนยันนำสินค้า Tax-free ออกโดยอัตโนมัติ ให้มองหาขั้นตอนสำหรับสินค้าปลอดภาษีขาออกและทำตามคำแนะนำ ณ สนามบิน
ผลสีเขียวกับสีแดง ต้องทำต่อไม่เหมือนกัน
- สีเขียว: ไม่ต้องตรวจสินค้าเพิ่มเติม การยืนยันเสร็จตามผลที่ระบบแสดง จึงดำเนินการฝากสัมภาระและขั้นตอนเดินทางต่อได้
- สีแดง: ต้องตรวจสินค้า นำพาสปอร์ตและสินค้าไปที่จุดตรวจของศุลกากร และทำให้จบก่อนส่งกระเป๋าให้สายการบิน
สีในที่นี้คือผลของขั้นตอนยืนยันสินค้า Tax-free ตอนออกจากญี่ปุ่น ไม่ใช่ช่องแดงหรือเขียวสำหรับสำแดงของตอนเข้าประเทศ หากได้รับผลว่าต้องตรวจ แต่ไม่ไปพบเจ้าหน้าที่ จะยังถือว่าทำไม่ครบขั้นตอน
ต่อเครื่องในญี่ปุ่น ต้องวางแผนกระเป๋าก่อนเที่ยวบินแรก
หากบินภายในประเทศแล้วต่อเที่ยวบินต่างประเทศ ให้ทำการยืนยันที่สนามบินสุดท้ายที่ออกจากญี่ปุ่น เช่น บินซัปโปโรไปฮาเนดะ แล้วบินจากฮาเนดะกลับไทย ต้องคิดถึงการตรวจที่ฮาเนดะ
ก่อนฝากกระเป๋าที่สนามบินต้นทาง ให้ถามสายการบินว่าจะจัดการสัมภาระอย่างไรเพื่อให้สินค้าอยู่กับคุณเมื่อต้องตรวจที่สนามบินขาออก อย่าสันนิษฐานว่ากระเป๋าที่ส่งตรงถึงไทยจะถูกนำออกมาให้ตรวจได้เอง และยังต้องทำตามข้อจำกัดของเหลวและสัมภาระของสายการบิน
5. รับเงินคืน: ติดต่อร้านหรือผู้ให้บริการ ไม่ใช่รอเงินสดจากศุลกากร
ผู้คืนเงินคือร้านที่คุณซื้อสินค้า หรือผู้ให้บริการคืนเงินที่ร้านมอบหมาย ศุลกากรมีหน้าที่ตรวจยืนยันเงื่อนไขนำสินค้าออก ไม่ใช่ผู้คืนเงินสดให้ทุกคนที่ผ่านการตรวจ
ช่องทางคืนเงินมีได้ เช่น โอนเข้าบัญชีธนาคาร คืนเข้าบัตรเครดิต โอนผ่านแอป หรือรับเงินสดที่จุดบริการในสนามบินขาออก แต่ร้านแต่ละแห่งรองรับไม่เหมือนกัน ต้องเลือกและลงทะเบียนตามคำแนะนำของร้าน รวมถึงตรวจเงื่อนไขบัญชีหรือบัตรที่ใช้รับเงิน
จึงไม่ควรเข้าใจว่า “พอศุลกากรยืนยันเสร็จ จะได้เงินสดทันทีที่สนามบินแน่นอน” บางช่องทางต้องรอเงินเข้าภายหลัง และอาจมีค่าธรรมเนียม ให้เก็บใบเสร็จ หลักฐานขั้นตอน และข้อมูลติดต่อจนตรวจยอดคืนครบ
ถ้ายังไม่ได้รับเงินภายในเวลาที่ร้านแจ้ง ให้ติดต่อร้านหรือผู้ให้บริการที่ระบุในเอกสาร พร้อมข้อมูลรายการซื้อ ไม่ควรเริ่มจากถามศุลกากรว่าทำไมเงินยังไม่เข้าบัญชี เพราะเป็นคนละหน้าที่กัน
ถ้าเจอปัญหาระหว่างทาง ควรทำอย่างไร
เผลอกินหรือใช้สินค้าสิ้นเปลืองไปแล้ว ทำอย่างไร?
แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ศุลกากรเกี่ยวกับสินค้าที่บริโภคหรือใช้ไปแล้ว อย่าทำรายการผ่านเครื่องตามปกติโดยถือว่ามีสินค้าครบ และอย่าซื้อของอื่นมาแทนแล้วคิดว่ารายการบันทึกจะตรงกันเอง
ส่งสินค้าไปไทยทางไปรษณีย์เองแทนการถือออกได้ไหม?
ขั้นตอนสำหรับนักท่องเที่ยวที่ส่งสินค้าด้วยตนเองทางไปรษณีย์ไม่สามารถนำมาใช้แทนการยืนยันนำออกในคู่มือนี้ได้ หากต้องการให้ร้านจัดส่งสินค้าไปต่างประเทศ ให้สอบถามร้านเรื่องระบบและเงื่อนไขเฉพาะก่อนซื้อ อย่าส่งเองแล้วคิดว่าจะขอคืนภาษีแบบเดียวกับของที่ถือไปสนามบินได้
ยืนยันผ่านแล้ว ฝากสินค้าไว้ให้เพื่อนในญี่ปุ่นได้ไหม?
ไม่ได้ ต้องนำสินค้าที่ผ่านการยืนยันออกจากญี่ปุ่นโดยไม่ล่าช้า การยืนยันไม่ใช่เพียงรับสิทธิ์คืนเงินแล้วนำสินค้าไปใช้หรือโอนให้คนอื่นในญี่ปุ่น หากไม่นำออกตามเงื่อนไข อาจถูกเรียกเก็บภาษีและมีโทษตามกฎหมาย
ได้คืนภาษีญี่ปุ่นแล้ว แปลว่านำเข้าไทยได้ทุกอย่างไหม?
ไม่ใช่ สิทธิ์คืนภาษีของญี่ปุ่นกับกฎนำเข้าสินค้าของไทยเป็นคนละเรื่อง หากซื้อจำนวนมาก สินค้ามูลค่าสูง หรือของที่มีข้อจำกัด ควรตรวจเงื่อนไขของศุลกากรไทยและกฎสายการบินแยกต่างหาก
ก่อนออกจากโรงแรมวันกลับ เช็กให้ครบอีกครั้ง
- มีพาสปอร์ตตัวจริง และรู้ว่าต้องไปสนามบินขาออกแห่งใด
- สินค้าทั้งหมดในแต่ละรายการซื้ออยู่ครบ และยังอยู่ในกำหนด 90 วัน
- ไม่มีอาหารหรือเครื่องสำอางในรายการ Tax-free ที่กินหรือใช้ไปแล้วโดยยังไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่
- จัดกระเป๋าให้หยิบตรวจสินค้าได้ และจะทำขั้นตอนก่อนส่งกระเป๋าให้สายการบิน
- รู้ว่าร้านหรือผู้ให้บริการรายใดคืนเงิน ผ่านช่องทางใด และมีค่าธรรมเนียมอย่างไร
- เก็บใบเสร็จ ข้อมูลติดต่อ และหลักฐานที่เกี่ยวข้องจนได้รับเงินคืนครบ
คำที่อาจพบที่ร้านและสนามบิน
- 免税 / Tax-free
- การยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่เข้าเงื่อนไข ต้องทำขั้นตอนให้ครบ ไม่ใช่ส่วนลดสำหรับทุกคน
- 税込 / Tax included
- ราคารวมภาษีแล้ว เป็นยอดที่จ่ายก่อนรับคืนส่วนภาษีตามเงื่อนไข
- 税抜 / Tax excluded
- ราคาก่อนภาษี ใช้ดูเกณฑ์ยอดซื้อขั้นต่ำ 5,000 เยน
- 税関 / Customs
- ศุลกากร หน่วยงานที่ตรวจยืนยันการนำสินค้าออก
- 返金 / Refund
- การคืนเงิน ดำเนินการโดยร้านหรือผู้ให้บริการที่ร้านมอบหมาย
- 免税手続 / Tax-free procedure
- ขั้นตอนสำหรับสินค้าปลอดภาษี ให้ตรวจว่าเป็นจุดบริการของร้านหรือขั้นตอนยืนยันที่สนามบิน
อ่านเรื่องเดินทางเข้าและออกญี่ปุ่นเพิ่มเติม
กฎการซื้อ Tax-free ไม่ใช่กฎการนำของเข้าญี่ปุ่น หากกำลังจัดกระเป๋าขามา อ่าน ข้อควรรู้เรื่องนำอาหารเข้าญี่ปุ่น และ เงื่อนไขเข้าญี่ปุ่นสำหรับนักท่องเที่ยวไทย เพื่อเตรียมตัวแยกตามขั้นตอน
แหล่งข้อมูลทางการ
- สำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่น: ขั้นตอนและข้อควรระวังสำหรับผู้ซื้อสินค้า Tax-free
- สำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่น: คำถามที่พบบ่อยสำหรับผู้เดินทาง รวมถึงช่องทางคืนเงิน
- สำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่น: คำถามที่พบบ่อยสำหรับร้านค้า เรื่องสินค้า ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไข
- สำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่น: ผังตรวจสิทธิ์ผู้ซื้อชาวต่างชาติ
- กรมสรรพากรญี่ปุ่น: คำถามและคำตอบเกี่ยวกับระบบคืนภาษี
- กรมสรรพากรญี่ปุ่น: ขอบเขตการยกเว้นภาษีสำหรับการส่งออก
- สำนักงานดิจิทัลญี่ปุ่น: คู่มือ Visit Japan Web
เครดิตภาพ
ภาพปก: Ginza Main Street โดย Christophe95 ถ่ายวันที่ 8 กันยายน 2018 ผ่าน Wikimedia Commons สัญญาอนุญาต CC BY-SA 4.0 ปรับขนาดเพื่อแสดงผล ภาพถนนช้อปปิ้ง ไม่ใช่ภาพจุดคืนภาษี ภาพประกอบในบทความสร้างด้วย AI เพื่ออธิบายแต่ละขั้นตอน ไม่ใช่เอกสารหรือสถานที่ราชการจริง













