เลือกที่เที่ยวตามพื้นที่
| พื้นที่ | ที่เที่ยวเด่น | เหมาะกับใคร | เริ่มจาก |
|---|---|---|---|
| ฮิโรชิมะ・มิยาจิมะ | สวนสันติภาพ โดมปรมาณู ศาลเจ้าอิสึกุชิมะ กระเช้ามิยาจิมะ | มาครั้งแรก ไม่เช่ารถ | สถานี JR ฮิโรชิมะ |
| ริมทะเลเซโตะใน | พิพิธภัณฑ์ยามาโตะ เกาะกระต่าย โอโนมิจิ โทโมะโนะอุระ | ชอบเมืองท่าและทะเล | สถานี JR คุเระ โอโนมิจิ ฟุกุยามะ |
| ภูเขาทางเหนือ | หุบเขาไทชากุ ฟาร์มเซระ ลานสกี | มีรถ ชอบธรรมชาติ | ทางด่วนชูโงกุ |
ฮิโรชิมะ・มิยาจิมะ: มรดกโลกสองแห่ง
1. สวนสันติภาพฮิโรชิมะ(平和記念公園)

สวนสันติภาพฮิโรชิมะตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เคยเป็นย่านนากาจิมะ ย่านการค้าและที่อยู่อาศัยกลางเมืองที่ถูกทำลายจนราบในวันที่ 6 สิงหาคม 1945 หลังสงครามเมืองตัดสินใจเปลี่ยนที่นี่เป็นสวนกว้าง 122,100 ตารางเมตร มีอนุสรณ์และแผ่นจารึกรวม 35 จุด จุดที่ทำให้หลายคนหยุดยืนนานที่สุดคืออนุสรณ์ผู้เสียชีวิตรูปโค้ง เพราะเมื่อมองลอดช่องโค้งจะเห็นเปลวไฟสันติภาพและโดมปรมาณูเรียงอยู่บนแนวเดียวกันพอดี
เส้นทางที่เดินง่ายคือเริ่มจากฝั่งโดมปรมาณู ข้ามแม่น้ำเข้าสวน แวะอนุสรณ์สันติภาพเด็กที่มีนกกระเรียนกระดาษหลากสีจากทั่วโลกแขวนอยู่เต็ม แล้วไปจบที่พิพิธภัณฑ์สันติภาพ ในสวนยังมีต้นไม้ราว 1,500 ต้น รวมซากุระราว 300 ต้น และต้นไม้ที่รอดจากระเบิดปรมาณูให้ได้เห็นด้วยตาตัวเอง เหมาะกับทุกคนที่มาฮิโรชิมะครั้งแรก และคนที่อยากเข้าใจเรื่องราวของเมืองก่อนไปเที่ยวที่อื่นต่อ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง | ฟรี |
| เวลาทำการ | เข้าได้ตลอดเวลา |
| วันหยุด | ไม่มี |
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง | จากสถานี JR ฮิโรชิมะ นั่งรถรางสาย 2 หรือ 6 ราว 20 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
2. พิพิธภัณฑ์สันติภาพฮิโรชิมะ(広島平和記念資料館)

พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมะเล่าเรื่องวันที่ระเบิดปรมาณูลูกแรกของโลกถูกใช้กับเมืองจริง ผ่านข้าวของของผู้เสียชีวิต ทั้งเสื้อผ้าที่ไหม้เกรียม กล่องข้าวของนักเรียน และภาพถ่ายเมืองที่เหลือแต่ซาก อาคารหลักออกแบบโดยทังเงะ เค็นโซ สถาปนิกคนสำคัญของญี่ปุ่นยุคหลังสงคราม นิทรรศการไม่ได้เน้นตัวเลขความเสียหายอย่างเดียว แต่เล่าผ่านชีวิตของคนทีละคน ทำให้ผู้ชมจำนวนมากเดินออกมาด้วยความรู้สึกที่ต่างจากตอนเดินเข้าไป
ช่วงสายถึงบ่ายคนแน่นมาก ถ้าอยากชมแบบไม่เบียด ให้เลือกช่วงเช้าตรู่หรือช่วงท้ายวัน ซึ่งคนน้อยที่สุด แต่สองช่วงนี้ต้องจองรอบเข้าชมออนไลน์ล่วงหน้า ควรเผื่อเวลาอ่านคำบรรยายอย่างใจเย็น แล้วออกไปเดินต่อในสวนสันติภาพด้านนอก เหมาะกับผู้ใหญ่และเด็กโตที่อยากเข้าใจประวัติศาสตร์ ภาพบางส่วนในห้องจัดแสดงค่อนข้างหนัก ผู้ปกครองที่พาเด็กเล็กมาควรเตรียมตัวไว้ก่อน
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง | จากสถานี JR ฮิโรชิมะ นั่งรถรางราว 15 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
3. โดมปรมาณู(原爆ドーム)

โดมปรมาณูเดิมคือหอส่งเสริมอุตสาหกรรมจังหวัดฮิโรชิมะ อาคารสไตล์ยุโรปที่มีหลังคาโดมเป็นเอกลักษณ์ริมแม่น้ำโมโตยาสุ เมื่อระเบิดปรมาณูระเบิดเหนือเมืองในปี 1945 อาคารหลังนี้อยู่ใกล้จุดระเบิดมาก แรงอัดเกือบทั้งหมดจึงกดลงมาจากด้านบน โครงเหล็กของโดมและผนังบางส่วนจึงยังตั้งอยู่ได้ ปี 1996 ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในฐานะสัญลักษณ์ที่เตือนให้โลกไม่ลืมความโหดร้ายของอาวุธนิวเคลียร์
โดมเปิดให้ชมจากภายนอกเท่านั้น ไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ มุมที่คนนิยมถ่ายรูปคือจากฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ ซึ่งเห็นซากอาคารสะท้อนบนผิวน้ำ ถ้ามีเวลาให้แวะอีกครั้งตอนค่ำที่มีไฟส่องตัวอาคาร บรรยากาศเงียบและชวนคิดกว่าช่วงกลางวันมาก ควรดูคู่กับสวนสันติภาพและพิพิธภัณฑ์ในเช้าเดียวกัน เพราะอยู่ห่างกันแค่เดินข้ามสะพาน เหมาะกับทุกคนที่มาฮิโรชิมะ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง | ฟรี (ชมจากภายนอกเท่านั้น) |
| เวลาทำการ | ชมได้ตลอดเวลา |
| เวลาที่ควรเผื่อ | ดูเฉพาะโดมราว 20–30 นาที |
| การเดินทาง | จากสถานี JR ฮิโรชิมะ นั่งรถรางราว 20 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
4. สวนชุกเคเอ็น(縮景園)

ชุกเคเอ็นเป็นสวนญี่ปุ่นของตระกูลอาซาโนะ เจ้าเมืองฮิโรชิมะ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1620 ชื่อสวนแปลว่า “ย่อทิวทัศน์” เพราะจำลองภูเขา หุบเขา สะพาน และเกาะเล็ก ๆ ไว้รอบบ่อน้ำใหญ่กลางสวน เดินเพียงรอบเดียวก็เหมือนได้ดูทิวทัศน์หลายแบบต่อกัน สวนเคยได้รับความเสียหายหนักจากระเบิดปรมาณูและได้รับการบูรณะจนกลับมาสวยอีกครั้ง จึงเป็นอีกมุมหนึ่งที่บอกเล่าการฟื้นตัวของเมือง
ทางเดินวนรอบบ่อพาผ่านสะพานหินโค้ง ศาลาริมน้ำ และเนินเล็ก ๆ ที่มองกลับมาเห็นทั้งสวน ช่วงซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีสวยเป็นพิเศษ แต่วันธรรมดาช่วงไหนก็เงียบสงบกว่าย่านสวนสันติภาพมาก สวนอยู่ติดพิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัด จึงเที่ยวคู่กันได้ในครึ่งวัน เหมาะกับคนที่อยากพักจากตัวเมืองสักชั่วโมง และคนที่ชอบถ่ายภาพสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด | 29–31 ธ.ค. |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
5. พิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดฮิโรชิมะ(広島県立美術館)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดฮิโรชิมะเก็บผลงานกว่า 5,200 ชิ้น ครอบคลุมทั้งศิลปะญี่ปุ่นและศิลปะตะวันตก ชิ้นที่ทำให้คนไทยหลายคนแปลกใจคือผลงานของซัลวาดอร์ ดาลี ที่อยู่ในคอลเลกชันของที่นี่ นอกจากนี้ยังมีงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดฮิโรชิมะ และงานหัตถศิลป์ญี่ปุ่นที่หมุนเวียนจัดแสดง ตัวอาคารตั้งอยู่ติดกับสวนชุกเคเอ็น ทำให้ได้ทั้งศิลปะและสวนญี่ปุ่นในที่เดียว
ถ้าดูเฉพาะนิทรรศการคอลเลกชันใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมง จึงจัดคู่กับชุกเคเอ็นในครึ่งวันได้สบาย ๆ ช่วงที่มีนิทรรศการพิเศษควรเผื่อเวลาเพิ่ม และวันศุกร์เปิดถึงค่ำ เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวช่วงเย็นหลังจากดูที่อื่นมาแล้ว ที่นี่เหมาะกับคนชอบศิลปะ และเป็นแผนสำรองที่ดีสำหรับวันฝนตกในเมืองฮิโรชิมะ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง | จากสถานี JR ฮิโรชิมะ นั่งรถบัสฮิโรชิมะ เมปุรุปุ |
| แผนที่ | Google Maps |
6. ปราสาทฮิโรชิมะ(広島城)

ปราสาทฮิโรชิมะสร้างขึ้นปลายศตวรรษที่ 16 โดยโมริ เทรุโมโตะ บนที่ราบปากแม่น้ำโอตะ จนได้ชื่อเล่นว่า “ริโจ” หรือปราสาทปลาคาร์ป หอปราสาทเดิมพังลงจากระเบิดปรมาณูในปี 1945 หอที่เห็นในปัจจุบันจึงเป็นหลังที่สร้างขึ้นใหม่หลังสงคราม และตั้งแต่มีนาคม 2026 หอปราสาทปิดให้เข้าชมภายในอย่างถาวรแล้ว แต่ตัวหอยังตั้งอยู่ให้ชมจากภายนอกเหมือนเดิม
สิ่งที่ยังเที่ยวได้เต็มที่คือส่วนนิโนมารุ ซึ่งบูรณะประตูและป้อมไม้ให้กลับมาใกล้เคียงของเดิม และเปิดให้เข้าฟรี จากนั้นเดินเลียบคูน้ำและกำแพงหินรอบปราสาท มุมที่สวยคือจากริมคูน้ำที่เห็นหอปราสาทสะท้อนผิวน้ำ ช่วงซากุระบานบรรยากาศดีเป็นพิเศษ ที่นี่อยู่ในระยะเดินจากโดมปรมาณู จึงแทรกเข้าไปในวันเดียวกับสวนสันติภาพได้ เหมาะกับคนชอบประวัติศาสตร์และคนที่อยากเดินเล่นกลางเมือง
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ | นิโนมารุและรอบคูน้ำราว 1 ชั่วโมง |
| การเดินทาง | จากสถานี JR ฮิโรชิมะ นั่งรถรางลงป้ายคามิยะโจฮิงาชิ แล้วเดินราว 15 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
7. พิพิธภัณฑ์มาสด้า(マツダミュージアム)

พิพิธภัณฑ์มาสด้าอยู่ในพื้นที่โรงงานจริงของมาสด้า บริษัทรถยนต์ที่ถือกำเนิดและยังมีสำนักงานใหญ่อยู่ในฮิโรชิมะ การเข้าชมเป็นทัวร์นำชมยาว 120 นาที ได้เห็นรถรุ่นประวัติศาสตร์ เครื่องยนต์โรตารีที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ และที่พิเศษที่สุดคือส่วนหนึ่งของเส้นทางพาไปดูสายการประกอบที่กำลังผลิตรถจริง ซึ่งพิพิธภัณฑ์รถยนต์ทั่วไปไม่มีให้ดู
ทัวร์ไม่เสียเงิน แต่ต้องจองออนไลน์ล่วงหน้าเท่านั้น และระบบเปิดจองล่วงหน้าราว 3 เดือน ถ้าไม่ได้ภาษาญี่ปุ่นให้เลือกรอบบ่ายซึ่งบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ พิพิธภัณฑ์เปิดเฉพาะวันธรรมดาเป็นหลัก จึงต้องจัดวันให้ลงตัวตั้งแต่ตอนวางแผน และควรไปถึงก่อนเวลานัด เหมาะกับคนรักรถ ครอบครัวที่มีเด็กโต และคนที่อยากเห็นโรงงานญี่ปุ่นของจริง
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง | เดินจากสถานี JR มุคาอินาดะ (ทางออกทิศใต้) ราว 5 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
8. ศาลเจ้าอิสึกุชิมะ(厳島神社)

ศาลเจ้าอิสึกุชิมะสร้างยื่นลงไปในทะเลของเกาะมิยาจิมะ โดยรูปแบบอาคารที่เห็นทุกวันนี้วางรากฐานไว้ตั้งแต่ยุคของไทระโนะ คิโยโมริ ในศตวรรษที่ 12 ระเบียงไม้สีชาดทอดเชื่อมอาคารต่าง ๆ เหนือผิวน้ำ และมีโทริอิใหญ่ตั้งอยู่กลางทะเลด้านหน้า เวลาน้ำขึ้นทั้งศาลเจ้าดูเหมือนลอยอยู่บนทะเล ภาพนี้ทำให้ที่นี่ได้เป็นมรดกโลกและกลายเป็นภาพจำของญี่ปุ่นทั่วโลก
เคล็ดลับสำคัญคือเช็กตารางน้ำขึ้นน้ำลงก่อนไป เพราะได้ภาพคนละแบบ ช่วงน้ำขึ้นจะเห็นศาลเจ้าลอยน้ำ ส่วนช่วงน้ำลงเดินบนหาดทรายไปถึงโคนเสาโทริอิได้ ศาลเจ้าเปิดตั้งแต่เช้าตรู่ การมาถึงก่อนกรุ๊ปทัวร์จะได้ถ่ายรูปสบายกว่ามาก หลังชมศาลเจ้าแล้วเดินต่อไปวัดไดโชอินหรือขึ้นกระเช้าไปเขามิเซ็งได้ เหมาะกับทุกคน และคุ้มที่จะค้างบนเกาะหนึ่งคืนเพื่อดูบรรยากาศตอนเย็น
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด | ไม่มี |
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง | จากสถานี JR มิยาจิมะกุจิ เดินไปท่าเรือราว 6 นาที นั่งเฟอร์รีราว 10 นาที แล้วเดินจากท่าเรือบนเกาะราว 15 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
9. กระเช้ามิยาจิมะ(宮島ロープウエー)

กระเช้ามิยาจิมะพาขึ้นเขามิเซ็ง ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นจุดสูงสุดของเกาะ โดยนั่งกระเช้าสองช่วงต่อกัน ช่วงแรกเป็นกระเช้าเล็กที่วิ่งวนต่อเนื่องผ่านป่าหุบเขาโมมิจิดานิ ช่วงที่สองเป็นกระเช้าใหญ่ที่ลอยข้ามหุบเขา ระหว่างทางจะเห็นหมู่เกาะน้อยใหญ่ของทะเลเซโตะในค่อย ๆ กางออกด้านล่าง เป็นมุมมองของมิยาจิมะที่คนเดินอยู่แค่ริมทะเลไม่มีทางได้เห็น
สถานีต้นทางอยู่ในสวนโมมิจิดานิ ห่างจากท่าเรือพอสมควร วิธีที่ประหยัดแรงที่สุดคือนั่งรถรับส่งฟรีจากจุดใกล้ท่าเรือ เมื่อถึงสถานีบนแล้ว ถ้ายังมีแรงให้เดินต่อไปยอดเขาซึ่งวิวเปิดกว้างกว่าเดิม ควรใส่รองเท้าผ้าใบเพราะทางเดินเป็นหินและบันได เวลาเดินรถเปลี่ยนตามวัน ควรเช็กก่อนขึ้นเกาะ เหมาะกับคนชอบวิวทะเลและคนที่อยากเดินเขาเบา ๆ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
10. วัดไดโชอิน(大聖院)

วัดไดโชอินเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดบนเกาะมิยาจิมะ ก่อตั้งในปี 806 โดยพระคูไก ผู้ก่อตั้งนิกายชินงง หลังกลับจากจีนและมาบำเพ็ญเพียรบนเขามิเซ็ง วัดตั้งไล่ระดับขึ้นไปตามเนินเขาด้านหลังศาลเจ้าอิสึกุชิมะ ระหว่างทางขึ้นมีกงล้อพระสูตรเรียงรายให้หมุนขอพร รูปปั้นพระอรหันต์ห้าร้อยองค์ที่แต่ละองค์มีสีหน้าต่างกัน และมุมเล็ก ๆ ให้ค้นหาอีกมาก
ที่นี่คนน้อยกว่าศาลเจ้ามาก ทั้งที่อยู่ห่างกันแค่เดินขึ้นเนิน จึงเหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศสงบของวัดญี่ปุ่นจริง ๆ ถ้าอยากลองมากกว่าเดินชม วัดเปิดให้คนทั่วไปร่วมกิจกรรม เช่น นั่งสมาธิเซ็นและคัดลอกพระสูตร โดยต้องนัดล่วงหน้า ทางขึ้นมีบันไดหลายช่วง ควรเดินช้า ๆ และเผื่อเวลาถ่ายรูป เหมาะกับคนชอบวัด สายถ่ายภาพ และคนที่อยากหลบฝูงชนบนเกาะ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ | 45 นาที–1 ชั่วโมง |
| การเดินทาง | เดินจากท่าเรือมิยาจิมะราว 30 นาที ผ่านศาลเจ้าอิสึกุชิมะ |
| แผนที่ | Google Maps |
11. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมิยาจิมะ(宮島水族館)

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมิยาจิมะเลือกจัดแสดงเฉพาะสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในทะเลเซโตะในรอบเกาะ รวมราว 350 ชนิด กว่า 13,000 ตัว จุดขายจึงไม่ใช่ขนาด แต่คือการได้เห็นทะเลที่อยู่ตรงหน้าเกาะจากมุมใต้น้ำ ตู้ที่ไม่ควรพลาดคือตู้จำลองแพเลี้ยงหอยนางรมของอ่าวฮิโรชิมะ มีเชือกห้อยหอยเป็นแนวยาวจากผิวน้ำลงไปถึงก้นตู้ และมีปลาเล็กปลาน้อยว่ายวนอยู่รอบ ๆ เหมือนแนวปะการังเทียม
ใช้เวลาชมทั้งพิพิธภัณฑ์ราวชั่วโมงครึ่ง ถ้ามากับเด็กและแวะโซนสัมผัสนาน ๆ ควรเผื่อมากกว่านั้น หลังจากดูตู้แพหอยแล้ว ลองเดินกลับไปกินหอยนางรมย่างที่ถนนคนเดินบนเกาะ จะเข้าใจที่มาของอาหารจานนั้นมากขึ้น ตัวอาคารอยู่เลยศาลเจ้าไปไม่ไกล จึงเดินต่อจากศาลเจ้าได้พอดี เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก และเป็นแผนสำรองที่ดีในวันที่ฝนตกบนเกาะ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | 9:00–17:00 น. |
| วันหยุด | มีวันหยุดชั่วคราวเพื่อบำรุงรักษา ไม่ตายตัว |
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง | เดินจากท่าเรือมิยาจิมะราว 25 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
12. พิพิธภัณฑ์ชิโมเสะ โอตาเกะ(しもせ美術館)

พิพิธภัณฑ์ชิโมเสะออกแบบโดยบัน ชิเงรุ สถาปนิกรางวัลพริตซ์เกอร์ปี 2014 เปิดเมื่อมีนาคม 2023 ที่เมืองโอตาเกะ ริมทะเลเซโตะใน และในปี 2024 ได้รับรางวัลแวร์ซายในฐานะพิพิธภัณฑ์ที่สวยที่สุดในโลก ความพิเศษคือห้องจัดแสดง 8 ห้องที่เป็นกล่องหุ้มกระจกคนละสี ตั้งลอยอยู่บนแอ่งน้ำและย้ายตำแหน่งได้ ภาพที่เห็นจากภายนอกในแต่ละครั้งจึงอาจไม่เหมือนเดิม
ลำดับที่แนะนำคือเข้าอาคารดูงานก่อน แล้วค่อยออกมาเดินรอบแอ่งน้ำและสวนตอนท้าย เพราะแสงช่วงบ่ายแก่ทำให้กระจกสีกับผิวน้ำเข้มขึ้นและถ่ายรูปสวยที่สุด ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากมิยาจิมะ จึงรวมไว้ในวันเดียวกันได้ ถ้ามีรถจะสะดวกกว่ามาก เหมาะกับคนชอบสถาปัตยกรรม สายถ่ายภาพ และคนที่อยากเห็นพิพิธภัณฑ์รุ่นใหม่ของญี่ปุ่น
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | 9:30–17:00 น. |
| วันหยุด |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ | 1 ชั่วโมงครึ่ง–2 ชั่วโมง รวมสวนและระเบียง |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
ริมทะเลเซโตะใน: เมืองท่าและเกาะ
13. พิพิธภัณฑ์ยามาโตะ คุเระ(大和ミュージアム)

คุเระเคยเป็นฐานทัพเรือและอู่ต่อเรือสำคัญของญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่เรือรบยามาโตะถูกต่อขึ้น พิพิธภัณฑ์ยามาโตะเล่าเรื่องของเมืองนี้ผ่านเทคโนโลยีการต่อเรือและผู้คนในยุคนั้น ไฮไลต์คือเรือรบยามาโตะย่อส่วน 1 ใน 10 ยาว 26.3 เมตร วางอยู่กลางโถงชั้นหนึ่ง สร้างโดยอ้างอิงแบบแปลน ภาพถ่าย และข้อมูลจริง พิพิธภัณฑ์เพิ่งเปิดใหม่หลังปรับปรุงเมื่อ 23 เมษายน 2026
เดินดูเรือรอบลำจากชั้นล่างก่อน แล้วขึ้นไปมองจากชั้นสองจะเห็นรายละเอียดบนดาดฟ้าเรือชัดขึ้น ฝั่งตรงข้ามถนนยังมีพิพิธภัณฑ์เรือดำน้ำที่มีเรือดำน้ำจริงตั้งอยู่ ถ้ามาคุเระวันเดียวให้จัดคู่กับสองที่นี้ และปิดท้ายด้วยอาเรคาราสุโกจิมะ เหมาะกับคนชอบประวัติศาสตร์ เรือ และเทคโนโลยี และเที่ยวได้ทุกสภาพอากาศเพราะอยู่ในอาคารทั้งหมด
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | 9:00–18:00 น. |
| วันหยุด |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง | เดินจากสถานี JR คุเระตามทางเดินลอยราว 5 นาที (JR ฮิโรชิมะ–คุเระ ราว 35–45 นาที) |
| แผนที่ | Google Maps |
14. อาเรคาราสุโกจิมะ(アレイからすこじま)

อาเรคาราสุโกจิมะเป็นสวนริมน้ำธรรมดา ๆ ที่บังเอิญอยู่ติดฐานทัพเรือคุเระ ยืนบนทางเดินริมน้ำก็เห็นเรือดำน้ำจริงของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลจอดเรียงอยู่ห่างออกไปไม่กี่สิบเมตร บางวันมีเรือพิฆาตจอดสลับกันไป ฐานเรือดำน้ำในหลายประเทศเป็นพื้นที่ปิด การได้เห็นใกล้ขนาดนี้จากสวนสาธารณะจึงหาได้ยากมาก รอบสวนยังมีเครนยกตอร์ปิโดเก่าและอาคารอิฐแดงของโรงงานอาวุธกองทัพเรือเดิม
ที่นี่ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ ไม่มีป้ายบรรยายหรือรอบแสดง สิ่งที่เห็นคือฐานทัพที่ใช้งานอยู่จริง ช่วงที่น่ามาที่สุดคือตอนเช้าและตอนเย็น เพราะมีพิธีชักธงขึ้นและชักธงลง เดินเล่นสักครึ่งชั่วโมงแล้วนั่งพักม้านั่งริมน้ำก็เพลินแล้ว เหมาะกับคนชอบเรือ สายถ่ายภาพ และคนที่ไปพิพิธภัณฑ์ยามาโตะมาแล้วอยากเห็นคุเระในปัจจุบัน
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ | ช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและตก ซึ่งมีพิธีชักธงขึ้นและลง |
| ค่าเข้าชมและการจอง | ฟรี |
| เวลาทำการ | เข้าได้ตลอดเวลา |
| วันหยุด | ไม่มี |
| เวลาที่ควรเผื่อ | 30–45 นาที |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
15. อนุสรณ์อิริฟุเนยามะ(入船山記念館)

อนุสรณ์อิริฟุเนยามะคือบ้านพักผู้บัญชาการเขตทหารเรือคุเระเดิม ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติในปี 1998 ตัวบ้านแบ่งเป็นฝั่งตะวันตกสำหรับรับแขกทางการ และฝั่งญี่ปุ่นสำหรับใช้ชีวิตจริง ต่อกันอยู่ในหลังเดียว สิ่งที่หาดูยากคือผนังและเพดานห้องฝั่งตะวันตกที่บุด้วยคินคาราคามิ กระดาษปั๊มลายนูนปิดโลหะสีทอง ซึ่งแทบสูญหายไปจากญี่ปุ่นแล้ว
เวลาเดินเข้าห้องรับแขก ลองสังเกตว่าแสงที่ตกกระทบผนังคินคาราคามิเปลี่ยนไปตามมุมมองอย่างไร แล้วเดินต่อไปฝั่งญี่ปุ่นเพื่อดูว่าวัสดุและสัดส่วนห้องต่างกันแค่ไหน บ้านตั้งอยู่ในสวนบนเนินเขา เงียบกว่าย่านสถานี ถ้ามีเวลาเหลือให้แวะพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมืองคุเระที่อยู่ใกล้กัน เหมาะกับคนชอบสถาปัตยกรรมยุคเมจิและคนที่อยากเห็นคุเระอีกมุมนอกจากเรือรบ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | 9:00–17:00 น. |
| วันหยุด |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง | เดินจากสถานี JR คุเระราว 13 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
16. เกาะโอคุโนชิมะ เกาะกระต่าย(大久野島)

เกาะโอคุโนชิมะมีกระต่ายหลายร้อยตัวอาศัยอยู่อย่างอิสระทั่วเกาะ พอลงจากเรือกระต่ายก็วิ่งเข้ามาหาเองโดยไม่กลัวคน แต่เบื้องหลังภาพน่ารักนี้คือประวัติที่มืดมน ก่อนและระหว่างสงคราม เกาะนี้เป็นที่ตั้งโรงงานผลิตแก๊สพิษของกองทัพ จนเคยถูกลบออกจากแผนที่ทางการ วันนี้ยังมีซากโรงงาน คลังเก็บ และฐานปืนกระจายอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้า และมีพิพิธภัณฑ์แก๊สพิษที่เล่าเรื่องนี้ไว้อย่างตรงไปตรงมา
กฎของเกาะคือห้ามไล่จับและห้ามอุ้มกระต่าย ให้อาหารได้แต่ต้องเป็นอาหารที่เหมาะสม เส้นรอบเกาะราว 4 กิโลเมตร เดินรอบใช้ราว 2 ชั่วโมง หรือปั่นจักรยานราว 1 ชั่วโมง ตารางเรือเป็นตัวกำหนดแผนทั้งวัน ควรจดเวลาเรือเที่ยวกลับไว้ตั้งแต่ขาไป บนเกาะมีที่พักพร้อมออนเซ็นสำหรับคนที่อยากค้างคืน เหมาะกับคนรักสัตว์ ครอบครัว และคนที่ปั่นเส้นชิมานามิไคโดซึ่งแวะมาจากฝั่งเอฮิเมะได้
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด | พิพิธภัณฑ์แก๊สพิษปิด 29 ธ.ค.–3 ม.ค. |
| เวลาที่ควรเผื่อ | 3–4 ชั่วโมงบนเกาะ รวมเล่นกับกระต่ายและเข้าพิพิธภัณฑ์ |
| การเดินทาง | จากสถานี JR ทาดาโนอุมิ เดินไปท่าเรือราว 7 นาที แล้วนั่งเรือราว 15 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
17. สวนซังเคเอ็น(三景園)

ซังเคเอ็นเป็นสวนญี่ปุ่นแบบเดินวนชม สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงการเปิดสนามบินฮิโรชิมะ บนพื้นที่ราว 6 เฮกตาร์ ชื่อสวนหมายถึงทิวทัศน์สามแบบของจังหวัด คือภูเขา หมู่บ้าน และทะเล สวนจึงจำลองภาพตั้งแต่ต้นน้ำในหุบเขา ไหลผ่านลำธารและน้ำตก ลงไปถึงบ่อใหญ่ที่เป็นเหมือนชายฝั่งทะเลเซโตะใน ทั้งหมดอยู่ในระยะเดินไม่กี่ร้อยเมตร
สวนมีดอกไม้ให้ชมเกือบทั้งปี ทั้งเทศกาลดอกบ๊วยในเดือนมีนาคม ดอกโบตั๋นและอะซาเลียกับใบไม้เขียวใหม่ในเดือนพฤษภาคม และไฮเดรนเยียในเดือนมิถุนายน จุดเด่นที่ไม่เหมือนที่อื่นคืออยู่ห่างจากอาคารผู้โดยสารสนามบินแค่เดิน 5 นาที จึงใช้เวลาว่างก่อนขึ้นเครื่องมาเดินเล่นได้ เหมาะกับคนที่บินเข้าออกฮิโรชิมะและมีเวลาเหลือสักชั่วโมงครึ่ง
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด | 29–31 ธ.ค. |
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง | เดินจากอาคารผู้โดยสารสนามบินฮิโรชิมะราว 5 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
18. วัดเซ็นโคจิและเนินโอโนมิจิ(千光寺・尾道)

โอโนมิจิเป็นเมืองท่าที่บ้านเรือนและวัดเก่าเกาะไล่ระดับขึ้นไปบนเนินเขาริมช่องแคบ วัดเซ็นโคจิตั้งอยู่กลางเนินนี้ มองลงมาเห็นหลังคาบ้าน ทางรถไฟ และช่องแคบที่เรือข้ามฟากแล่นไปมา ความเสน่ห์ของเมืองอยู่ที่ตรอกแคบและบันไดหินที่ลัดเลาะระหว่างวัด บ้านเก่า และร้านเล็ก ๆ เดินไปเรื่อย ๆ ก็เจอมุมถ่ายรูปใหม่ตลอด
วิธีที่เหนื่อยน้อยที่สุดคือนั่งกระเช้าเซ็นโคจิซังราว 3 นาทีขึ้นไปจุดชมวิวบนยอดก่อน มองเห็นเมืองและสะพานที่ข้ามไปเกาะมุไกชิมะ แล้วค่อยเดินลงผ่านวัดเซ็นโคจิและตรอกบันไดกลับสู่ตัวเมือง ใส่รองเท้าที่เดินสบายเพราะทางลาดชันและเป็นขั้นบันไดตลอด เหมาะกับคนชอบเดินเล่นถ่ายรูป และคนที่อยากเห็นเมืองเล็กริมทะเลเซโตะในในแบบที่ยังมีชีวิตอยู่
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| การเดินทาง | จากสถานี JR โอโนมิจิ นั่งรถบัสราว 3 นาที แล้วเดิน 1 นาทีถึงสถานีกระเช้า |
| แผนที่ | Google Maps |
19. พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมืองโอโนมิจิ(尾道市立美術館)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมืองโอโนมิจิตั้งอยู่ในสวนเซ็นโคจิบนยอดเนิน ตัวอาคารปรับปรุงโดยอันโด ทาดาโอะ สถาปนิกชื่อดังของญี่ปุ่น ส่วนหนึ่งยังคงหลังคาทรงญี่ปุ่นของอาคารเดิม อีกส่วนเป็นผนังกระจกที่เปิดรับวิวทะเลเซโตะในและเมืองเก่าด้านล่าง การเดินดูตัวอาคารจากภายนอกและจากลานรอบ ๆ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการมาที่นี่ไม่แพ้การดูงานศิลปะข้างใน
นิทรรศการหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามรอบ ควรเช็กก่อนว่ามีอะไรจัดแสดงอยู่ ลำดับที่สะดวกคือขึ้นกระเช้าเซ็นโคจิซังมาก่อน ดูพิพิธภัณฑ์และจุดชมวิวบนยอด แล้วค่อยเดินลงเนินผ่านวัดกลับเข้าเมือง จะได้ทั้งศิลปะ วิว และเมืองเก่าในรอบเดียว เหมาะกับคนชอบสถาปัตยกรรม คนชอบศิลปะ และคนที่อยากนั่งมองวิวเงียบ ๆ ในโอโนมิจิ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | 9:00–17:00 น. |
| วันหยุด |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง | จากสถานี JR โอโนมิจิ นั่งรถบัสราว 3 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
20. โทโมะโนะอุระ(鞆の浦)

โทโมะโนะอุระเป็นเมืองท่าเก่าที่ในอดีตเรือต้องแวะรอกระแสน้ำเปลี่ยนก่อนแล่นต่อในทะเลเซโตะใน ย่านนี้จึงยังมีท่าบันไดหินลงสู่ทะเล โกดังเก่า และบ้านพ่อค้าเรียงราย จนได้รับการคัดเลือกเป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารเก่าของชาติ สัญลักษณ์ของเมืองคือโคมไฟโจยาโตสูง 5.5 เมตร ที่สร้างในปี 1859 เพื่อนำทางเรือเข้าท่า ยังตั้งอยู่ริมน้ำให้เห็นจนทุกวันนี้
วิธีเที่ยวที่ดีที่สุดคือเดินช้า ๆ ตามตรอกเก่ารอบท่าเรือ แวะชิมเหล้าสมุนไพรโฮเมชูที่เป็นของขึ้นชื่อของเมือง และรอดูแสงเย็นที่ตกกระทบโคมไฟกับท่าบันไดหิน เมืองนี้เงียบ ไม่มีสถานีรถไฟ จึงรักษาบรรยากาศเก่าไว้ได้ดี ถ้ามีเวลาเหลือนั่งเรือข้ามไปเกาะเซ็นซุยจิมะที่อยู่ตรงหน้าได้ เหมาะกับคนชอบเมืองเก่า สายถ่ายภาพ และคนที่อยากหนีเมืองใหญ่สักวัน
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง | เดินชมเมืองและโคมไฟโจยาโตฟรี |
| เวลาทำการ | ชมโคมไฟได้ตลอดเวลา |
| การเดินทาง | จากสถานี JR ฟุกุยามะ ทางออกใต้ นั่งรถบัสสายโทโมะราว 30 นาที |
| แผนที่ | โทโมะโนะอุระGoogle Maps |
21. อาบุโตะคันนง(阿伏兎観音)

อาบุโตะคันนงเป็นศาลไม้สีชาดที่ตั้งยื่นออกมาจากหน้าผาริมทะเลที่ปลายคาบสมุทรนูมาคูมะ และเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ ระเบียงรอบศาลลาดเอียงลงไปทางทะเลเล็กน้อย ราวกันตกก็ทำไว้ต่ำกว่าปกติ ยืนแล้วรู้สึกเหมือนทะเลอยู่ใต้เท้า ที่นี่เป็นที่เคารพของคนที่มาขอบุตรและขอให้คลอดปลอดภัย รวมถึงชาวเรือที่มาขอความปลอดภัยในการเดินเรือมาแต่โบราณ
จากระเบียงจะมองเห็นหมู่เกาะของทะเลเซโตะในเรียงกันไปทั้งแนว พร้อมเส้นทางเดินเรือที่เรือแล่นผ่านอยู่ตลอด ภาพศาลที่เกาะหน้าผาสวยที่สุดเมื่อมองจากด้านล่างหรือจากฝั่งทะเล จึงควรเผื่อเวลาเดินหามุมถ่ายรูปด้วย ทางขึ้นเป็นบันได และระเบียงค่อนข้างหวาดเสียว ผู้ที่พาเด็กเล็กควรจับมือไว้ตลอด อยู่ไม่ไกลจากโทโมะโนะอุระ จึงเที่ยวคู่กันได้ เหมาะกับคนชอบวิวทะเลและคนที่อยากเห็นศาลเจ้าในตำแหน่งที่ไม่เหมือนใคร
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | 9:00–16:00 น. |
| วันหยุด | ไม่แน่นอน |
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง | จากสถานี JR ฟุกุยามะ ประตูใต้ นั่งรถบัสราว 47 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
ภูเขาทางเหนือ: หุบเขา ดอกไม้ และหิมะ
22. ทะเลสาบชินริวโกะ หุบเขาไทชากุ(帝釈峡・神龍湖)

ทะเลสาบชินริวโกะเป็นทะเลสาบยาวราว 8 กิโลเมตรที่ทอดตัวคดเคี้ยวอยู่ในหุบเขาไทชากุ ทางเหนือของจังหวัด หุบเขานี้เป็นภูมิประเทศหินปูน หน้าผาสองฝั่งจึงสูงชันและมีร่องรอยการกัดเซาะของน้ำเป็นแนวชัด ต่างจากทะเลสาบทั่วไปที่มีเนินเขาค่อย ๆ ลาดลง สะพานสีแดงที่ทอดข้ามผิวน้ำสีเขียวเข้มคือภาพที่คนจำได้มากที่สุด
วิธีเที่ยวที่ได้ภาพครบที่สุดคือลงเรือชมวิวล่องผ่านช่องหุบเขา แล้วเดินเล่นรอบท่า ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีราวปลายตุลาคมถึงกลางพฤศจิกายน สีแดงส้มตัดกับหน้าผาหินและน้ำสีเขียวสวยเป็นพิเศษ และเรือเปิดทุกวันในช่วงนี้ ถ้าอยากเดินเส้นทางในหุบเขาไทชากุต่อควรเผื่อครึ่งวันขึ้นไป พื้นที่นี้ไม่มีรถสาธารณะที่สะดวก เหมาะกับคนขับรถเที่ยวและคนชอบธรรมชาติ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ | ใบไม้เปลี่ยนสีราวปลายตุลาคม–กลางพฤศจิกายน |
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | เรือชมวิว 9:00–17:00 น. |
| วันหยุด | เรือชมวิวหยุดวันพุธ (ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเปิดทุกวัน) |
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | จุดอ้างอิงบนแผนที่: ทะเลสาบชินริวโกะ หุบเขาไทชากุGoogle Maps |
23. ฟาร์มที่ราบสูงเซระ(世羅高原農場)

ฟาร์มที่ราบสูงเซระเป็นฟาร์มดอกไม้บนเนินเขากว้างทางตอนกลางของจังหวัด ดอกไม้หลักเปลี่ยนไปสามรอบในหนึ่งปี ฤดูใบไม้ผลิมีซากุระย้อยราว 800 ต้นกับทิวลิปราว 750,000 ต้นที่ปลูกเป็นลวดลายจนเหมือนภาพวาดจากดอกไม้ ฤดูร้อนทั้งเนินกลายเป็นสีเหลืองจากทานตะวันราว 1.1 ล้านต้น บนพื้นที่กว้างกว่าสนามเบสบอลของฮิโรชิมะ และฤดูใบไม้ร่วงเป็นทุ่งดอกรักเร่
ค่าเข้าชมเปลี่ยนทุกวันตามสภาพการบาน ช่วงที่ดอกไม้สวยเต็มที่จะแพงที่สุด ควรเช็กสถานะดอกไม้ก่อนออกเดินทาง เดินชมแปลงรอบหนึ่งใช้ราวชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมง ถ้าแวะคาเฟ่ดอกไม้ที่มีชาสมุนไพรและให้เด็กเล่นกิจกรรมด้วยก็อยู่ได้ครึ่งวัน ฟาร์มอยู่ในเขตภูเขา ต้องขับรถมา เหมาะกับครอบครัว สายถ่ายรูป และคนที่อยากเห็นทุ่งดอกไม้แบบสุดสายตา
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | 9:00–17:00 น. |
| วันหยุด | ช่วงที่มีงานดอกไม้เปิดทุกวัน |
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
24. เขื่อนฮาจิ(土師ダム)

เขื่อนฮาจิกั้นน้ำจนเกิดเป็นทะเลสาบยาจิโยะ รอบทะเลสาบปลูกซากุระไว้ราว 3,000 ต้น ช่วงซากุระบานทั้งริมน้ำจะกลายเป็นแนวสีชมพูยาว และมีประดับไฟตอนกลางคืนให้เห็นซากุระสะท้อนผิวน้ำ พื้นที่รอบทะเลสาบยังจัดเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ มีสวนโนโดโกเอะ สนามหญ้า และเครื่องเล่นขนาดใหญ่ และในฤดูใบไม้ร่วงก็เป็นจุดชมใบไม้แดงอีกแห่ง
วิธีเที่ยวที่สนุกคือเช่าจักรยานปั่นรอบทะเลสาบ ชมซากุระไปพร้อมกับวิวน้ำ หรือปูเสื่อนั่งปิกนิกบนสนามหญ้าแบบคนท้องถิ่น ช่วงเทศกาลซากุระวันเสาร์อาทิตย์ที่จอดรถเก็บค่าบำรุงและคนค่อนข้างเยอะ ควรมาเช้า รถสาธารณะมีรอบน้อย จึงเหมาะกับคนที่เช่ารถ และจัดเป็นทริปวันเดียวรวมกับซากปราสาทโคริยามะที่อยู่ในเมืองเดียวกันได้ เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเป็นพิเศษ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
25. น้ำตกโจเซดากิ(常清滝)

น้ำตกโจเซดากิเป็นน้ำตกสามชั้นสูง 126 เมตร และเป็นน้ำตกแห่งเดียวในจังหวัดฮิโรชิมะที่ติดทำเนียบ 100 น้ำตกของญี่ปุ่น สายน้ำไหลลงหน้าผาหินไรโอไลต์เป็นขั้น ๆ ท่ามกลางป่าทางเหนือสุดของเมืองมิโยชิ ติดกับจังหวัดชิมาเนะ และยังได้รับการยกย่องเป็นทัศนียภาพงดงามของจังหวัดมาตั้งแต่ปี 1960
จากลานจอดรถเดินเข้าไปตามทางในป่าริมลำธารราว 500 เมตรก็ถึงจุดชมน้ำตก สั้นพอที่จะแวะระหว่างขับรถเที่ยวภาคเหนือ ช่วงที่น้ำแรงและสวยที่สุดคือหลังฝนตกและช่วงหิมะละลายในต้นฤดูใบไม้ผลิ ส่วนฤดูหนาวจะได้ภาพน้ำตกกลางหิมะ ควรใส่รองเท้าพื้นไม่ลื่นเพราะทางเดินอาจเปียกหรือมีน้ำแข็ง เหมาะกับคนขับรถเที่ยวและคนชอบธรรมชาติแบบเงียบ ๆ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง | ฟรี |
| เวลาทำการ | เข้าได้ตลอดวัน |
| เวลาที่ควรเผื่อ | 40 นาที–1 ชั่วโมง รวมเดินไปกลับ 500 เมตรจากลานจอดรถ |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
จัดเส้นทางตามจำนวนวัน
| จำนวนวัน | เส้นทาง | การเดินทาง |
|---|---|---|
| 1 วัน | เช้าสวนสันติภาพและโดมปรมาณู บ่ายมิยาจิมะ | รถราง JR และเรือเฟอร์รี |
| 2 วัน | เพิ่มคุเระ (พิพิธภัณฑ์ยามาโตะ) หรือพักคืนบนมิยาจิมะ | JR สายคุเระ |
| 3 วัน | เพิ่มโอโนมิจิกับโทโมะโนะอุระทางตะวันออก | JR สายซันโย |
| มีรถ | ขึ้นเหนือไปหุบเขาไทชากุ ฟาร์มเซระ | ทางด่วนชูโงกุ |
คำถามที่พบบ่อย
เที่ยวฮิโรชิมะวันเดียวไปไหนดี
ช่วงเช้าสวนสันติภาพ พิพิธภัณฑ์ และโดมปรมาณู ช่วงบ่ายไปมิยาจิมะ ดูศาลเจ้าอิสึกุชิมะและโทริอิ
ไปมิยาจิมะยังไง
รถไฟ JR สายซันโยจากสถานีฮิโรชิมะไปสถานีมิยาจิมะกุจิ แล้วนั่งเรือเฟอร์รีราว 10 นาที ภาษีเยือนเกาะ 100 เยนเก็บรวมกับค่าเรือ
ปราสาทฮิโรชิมะยังเข้าได้ไหม
หอคอยปราสาทปิดถาวรตั้งแต่มีนาคม 2026 แต่ส่วนนิโนมารุยังเปิดให้เข้าฟรี
โอโนมิจิไปจากฮิโรชิมะยังไง
นั่งชินคันเซ็นไปสถานีมิฮาระหรือฟุกุยามะ แล้วต่อรถไฟ JR สายซันโยไปสถานีโอโนมิจิ
วางแผนเที่ยวฮิโรชิมะต่อ
- อาหารฮิโรชิมะ
- ของฝากฮิโรชิมะ
- ฮิโรชิมะ มิยาจิมะ 1 วัน
- ซากุระฮิโรชิมะ
- ใบไม้แดงฮิโรชิมะ
- เที่ยวฮิโรชิมะ: รวมข้อมูลทั้งจังหวัด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง · เว็บไซต์ภายนอก26 ลิงก์
ลิงก์ด้านล่างเปิดเว็บไซต์ภายนอกในแท็บใหม่
- 1. สวนสันติภาพฮิโรชิมะ(平和記念公園) — ภาพ: มองผ่านช่องโค้งของอนุสรณ์ เห็นเปลวไฟสันติภาพและโดมปรมาณูเรียงบนเส้นเดียวกัน · ภาพ: Balon Greyjoy / Wikimedia Commons (CC0) (commons.wikimedia.org) ↗
- 2. พิพิธภัณฑ์สันติภาพฮิโรชิมะ(広島平和記念資料館) — ภาพ: อาคารหลักยกลอยบนเสา ทำให้ชั้นล่างกลายเป็นช่องเดินลอด · ภาพ: そらみみ / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0) (commons.wikimedia.org) ↗
- 3. โดมปรมาณู(原爆ドーム) — โดมปรมาณูริมแม่น้ำ มองจากฝั่งสวนสันติภาพ · ภาพ: そらみみ / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0) (commons.wikimedia.org) ↗
- 4. สวนชุกเคเอ็น(縮景園) — ภาพ: Jakub Hałun (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons
- 5. พิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดฮิโรชิมะ(広島県立美術館) — ภาพ: ตัวอาคารมองจากภายในสวนชุกเคเอ็ง · ภาพ: そらみみ / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0) (commons.wikimedia.org) ↗
- 6. ปราสาทฮิโรชิมะ(広島城) — ส่วนนิโนมารุที่บูรณะด้วยโครงสร้างไม้เมื่อปี 1994 ซึ่งยังเข้าชมได้ฟรี · ภาพ: wongwt / Wikimedia Commons (CC BY-SA 2.0) (commons.wikimedia.org) ↗
- 7. พิพิธภัณฑ์มาสด้า(マツダミュージアム) — ภาพ: รถแข่งมาสด้า 787B เครื่องยนต์โรตารี · ภาพ: Aos.1905 / Wikimedia Commons (CC BY 4.0) (commons.wikimedia.org) ↗
- 8. ศาลเจ้าอิสึกุชิมะ(厳島神社) — ภาพ: Jakub Hałun (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 4.0 / Wikimedia Commons
- 9. กระเช้ามิยาจิมะ(宮島ロープウエー) — ภาพ: กระเช้าตู้เล็กของช่วงแรกลอยเหนือป่า · ภาพ: Dive! Hiroshima (สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิม่า) (dive-hiroshima.com) ↗
- 10. วัดไดโชอิน(大聖院) — ภาพ: วิหารหลักของวัดไดโชอิน · ภาพ: Dive! Hiroshima (สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิม่า) (dive-hiroshima.com) ↗
- 11. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมิยาจิมะ(宮島水族館) — ภาพ: ตู้จำลองแพเลี้ยงหอยนางรม มีเชือกหอยห้อยลงจากผิวน้ำ · ภาพ: Dive! Hiroshima (สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิม่า) (dive-hiroshima.com) ↗
- 12. พิพิธภัณฑ์ชิโมเสะ โอตาเกะ(しもせ美術館) — ภาพ: ภายในอาคารมองออกไปเห็นทะเลเซโตะอุจิ · ภาพ: Dive! Hiroshima (สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิม่า) (dive-hiroshima.com) ↗
- 13. พิพิธภัณฑ์ยามาโตะ คุเระ(大和ミュージアム) — ภาพ: อาคารพิพิธภัณฑ์ยามาโตะ ริมท่าเรือคุเระ · ภาพ: Dive! Hiroshima (สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิม่า) (dive-hiroshima.com) ↗
- 14. อาเรคาราสุโกจิมะ(アレイからすこじま) — ภาพ: เรือพิฆาตประดับธงจอดในอ่าวคุเระ · ภาพ: Dive! Hiroshima (สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิม่า) (dive-hiroshima.com) ↗
- 15. อนุสรณ์อิริฟุเนยามะ(入船山記念館) — ภาพ: อาคารฝั่งตะวันตกแบบโครงไม้ครึ่งท่อน · ภาพ: Dive! Hiroshima (สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิม่า) (dive-hiroshima.com) ↗
- 16. เกาะโอคุโนชิมะ เกาะกระต่าย(大久野島) — ภาพ: จุดถ่ายรูปรูปหูกระต่ายที่ติดตั้งริมชายฝั่ง · ภาพ: Dive! Hiroshima (สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิม่า) (dive-hiroshima.com) ↗
- 17. สวนซังเคเอ็น(三景園) — ภาพ: สวนแบบเดินวนชมที่มีเนินดินและบ่อน้ำเป็นแกนหลัก · ภาพ: Dive! Hiroshima (สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิม่า) (dive-hiroshima.com) ↗
- 18. วัดเซ็นโคจิและเนินโอโนมิจิ(千光寺・尾道) — ภาพ: HKT3012 (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons
- 19. พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมืองโอโนมิจิ(尾道市立美術館) — ภาพ: ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ในช่วงซากุระบานในสวนเซนโคจิ · ภาพ: Dive! Hiroshima (สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิม่า) (dive-hiroshima.com) ↗
- 20. โทโมะโนะอุระ(鞆の浦) — ภาพ: 663highland (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 2.5 / Wikimedia Commons
- 21. อาบุโตะคันนง(阿伏兎観音) — ภาพ: ตัวศาลที่สร้างยื่นออกมาจากหน้าผาริมทะเล · ภาพ: Dive! Hiroshima (สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิม่า) (dive-hiroshima.com) ↗
- 22. ทะเลสาบชินริวโกะ หุบเขาไทชากุ(帝釈峡・神龍湖) — ภาพ: สะพานที่ทอดข้ามทะเลสาบชินริวโกะ · ภาพ: Dive! Hiroshima (สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิม่า) (dive-hiroshima.com) ↗
- 23. ฟาร์มที่ราบสูงเซระ(世羅高原農場) — ภาพ: แปลงทิวลิปที่จัดลวดลายต่างกันในแต่ละแปลง · ภาพ: Dive! Hiroshima (สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิม่า) (dive-hiroshima.com) ↗
- 24. เขื่อนฮาจิ(土師ダム) — ภาพ: ซากุระบานริมทะเลสาบยาจิโยะในตอนกลางวัน · ภาพ: Dive! Hiroshima (สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิม่า) (dive-hiroshima.com) ↗
- 25. น้ำตกโจเซดากิ(常清滝) — ภาพ: สายน้ำที่แบ่งเป็นสามช่วงต่อเนื่องกัน · ภาพ: Dive! Hiroshima (สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดฮิโรชิม่า) (dive-hiroshima.com) ↗
- ภาพหลัก — ภาพ: Jakub Hałun (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 4.0 / Wikimedia Commons



























