สะพานสึโนชิมะทอดข้ามทะเลสีฟ้าครามในจังหวัดยามากุจิ

20 ที่เที่ยวยามากุจิ|คินไตเกียว อากิโยชิได สึโนชิมะ

แชร์บทความนี้

FacebookXLINE

IG・Messenger: แชร์ผ่านแอป (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)

ยามากุจิอยู่ปลายสุดทางตะวันตกของเกาะฮนชู มีทะเลล้อมสามด้าน ฝั่งเซโตะในมีสะพานไม้คินไตเกียวและเกาะซูโอโอชิมะ ตรงกลางเป็นที่ราบสูงหินปูนอากิโยชิไดกับถ้ำใหญ่ ส่วนฝั่งทะเลญี่ปุ่นมีเมืองเก่าฮางิ สะพานสึโนชิมะ และโทริอิแดงเรียงลงหน้าผา

บทความนี้รวม 20 ที่เที่ยวยามากุจิ แบ่ง 3 พื้นที่ บอกจุดเด่น ค่าเข้า และวิธีไป ข้อมูล ณ กันยายน 2026

เนื้อหาในบทความย่อ −ดู +
  1. เลือกที่เที่ยวตามพื้นที่
  2. ตะวันออก・อิวากุนิ: สะพานไม้และเกาะในทะเลเซโตะ
  3. ยามากุจิ・อากิโยชิได: เมืองเก่าและถ้ำหินปูน
  4. ชิโมโนเซกิ・ฮางิ・นางาโตะ: ช่องแคบและทะเลญี่ปุ่น
  5. จัดเส้นทางตามจำนวนวัน
  6. คำถามที่พบบ่อย
  7. วางแผนเที่ยวยามากุจิต่อ

เลือกที่เที่ยวตามพื้นที่

พื้นที่ที่เที่ยวเด่นเหมาะกับใครเริ่มจาก
ตะวันออก・อิวากุนิสะพานคินไตเกียว ปราสาทอิวากุนิ เกาะซูโอโอชิมะต่อทริปจากฮิโรชิมะสถานี JR อิวากุนิ ชินอิวากุนิ
ยามากุจิ・อากิโยชิไดวัดรุริโคจิ ถ้ำอากิโยชิโด ที่ราบสูงอากิโยชิได โฮฟุเท็นมังกูชอบธรรมชาติและวัดสถานี JR ชินยามากุจิ
ชิโมโนเซกิ・ฮางิ・นางาโตะช่องแคบคันมง สะพานสึโนชิมะ ศาลเจ้าโมโตโนซูมิ เมืองเก่าฮางิต่อทริปจากฟุกุโอกะ มีรถสถานี JR ชิโมโนเซกิ ฮิงาชิฮางิ

ตะวันออก・อิวากุนิ: สะพานไม้และเกาะในทะเลเซโตะ

1. สะพานคินไตเกียว(錦帯橋)

โครงไม้ใต้โค้งสะพานคินไตเกียว

สะพานคินไตเกียวคือสะพานไม้ห้าโค้งที่ทอดข้ามแม่น้ำนิชิกิ ยาว 193.3 เมตร สร้างครั้งแรกในปี 1673 และกลายเป็นภาพจำของเมืองอิวากุนิมากว่า 350 ปี เส้นโค้งไม้ที่ต่อกันเป็นจังหวะเหมือนคลื่นคือสิ่งที่หาดูที่อื่นไม่ได้ ยิ่งมองจากริมแม่น้ำจะเห็นว่าสะพานไม้กลมกลืนกับภูเขาและปราสาทด้านหลังได้อย่างงดงาม ไม่ว่าจะมาฤดูไหน ทั้งซากุระริมน้ำหรือใบไม้เปลี่ยนสี ก็ได้วิวที่ต่างกันออกไป

เดินข้ามสะพานไปกลับแล้วลงไปเดินริมหาดกรวดใต้สะพาน จะได้มุมถ่ายรูปที่เห็นโค้งทั้งห้าเต็ม ๆ ฝั่งตรงข้ามคือสวนคิกโกะ ซึ่งเป็นจุดขึ้นกระเช้าไปปราสาทอิวากุนิ ถ้าจะเที่ยวทั้งสองที่ บัตรร่วมที่รวมค่าข้ามสะพาน กระเช้า และปราสาทจะคุ้มกว่า สะพานข้ามได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตอนเช้าตรู่คนน้อยและแสงสวย เหมาะกับคนที่ต่อทริปจากฮิโรชิมะและสายถ่ายรูป

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ตลอดปี
  • เช้าตรู่คนน้อย
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ค่าข้ามไปกลับ
    ผู้ใหญ่ 500 เยน
  • ประถม 250 เยน
  • บัตรร่วม (สะพาน+กระเช้า+ปราสาท)
    ผู้ใหญ่ 1,550 เยน
  • ประถม 700 เยน
เวลาทำการ

ข้ามได้ตลอด 24 ชั่วโมง (กลางคืนหยอดค่าข้ามลงกล่อง)

เวลาที่ควรเผื่อ
  • 1 ชั่วโมง
  • รวมปราสาทอิวากุนิ 2.5–3 ชั่วโมง
การเดินทาง
  • จากสถานี JR นิชิอิวากุนิ
    รถบัสราว 4 นาที
  • จากสถานี JR ชินอิวากุนิ ราว 15 นาที
  • จากสถานี JR อิวากุนิ ราว 20 นาที
  • จากอิวากุนิ IC ราว 10 นาที
แผนที่Google Maps

2. ปราสาทอิวากุนิ(岩国城)

วิวเมืองอิวาคุนิและแม่น้ำนิชิกิจากปราสาท

ปราสาทอิวากุนิคือหอปราสาทผนังขาวที่ตั้งอยู่บนยอดเขาเหนือสะพานคินไตเกียว เมื่อมองจากริมแม่น้ำนิชิกิ จะเห็นปราสาทลอยอยู่บนแนวเขาเขียวเหนือโค้งสะพานไม้ เป็นภาพคู่ที่ทำให้อิวากุนิมีเสน่ห์ไม่เหมือนเมืองอื่น ขึ้นไปถึงยอดแล้ว ชั้นบนสุดของหอปราสาทเปิดให้ชมวิวรอบทิศ ทั้งตัวเมือง แม่น้ำที่คดเคี้ยว และทะเลเซโตะใน วันฟ้าใสมองเห็นไปถึงเกาะมิยาจิมะ

ทางขึ้นที่สะดวกที่สุดคือนั่งกระเช้าจากสวนคิกโกะ ฝั่งเดียวกับปลายสะพานคินไตเกียว แล้วเดินต่อบนภูเขาอีกไม่ไกลก็ถึงตัวปราสาท ควรไปถึงก่อนบ่ายแก่ ๆ เพราะเข้าชมได้ถึงช่วงเย็นเท่านั้น และถ้าจะเที่ยวสะพานด้วย การซื้อบัตรร่วมจะประหยัดกว่าจ่ายแยก ภายในหอปราสาทจัดแสดงดาบและชุดเกราะของยุคซามูไร เหมาะกับคนที่ชอบวิวมุมสูงและอยากเที่ยวอิวากุนิให้ครบในครึ่งวัน

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 350 เยน
  • เด็ก 200 เยน
  • ค่ากระเช้าคิดแยก (มีบัตรร่วมกับสะพานคินไตเกียว)
เวลาทำการ

9:00–16:45 น.
(เข้าได้ถึง 16:30 น.)

วันหยุด

วันที่กระเช้าหยุดตรวจสอบบำรุงรักษา

เวลาที่ควรเผื่อ

1.5 ชั่วโมง รวมกระเช้า

การเดินทาง
  • จากสถานี JR อิวากุนิ
    รถบัสราว 20 นาที
    ลงป้ายคินไตเกียว
  • เดินต่อราว 10 นาทีถึงสถานีกระเช้า
  • จากอิวากุนิ IC ราว 10 นาที
แผนที่Google Maps

3. เกาะซูโอโอชิมะ(周防大島)

ต้นปาล์มริมชายหาดบนเกาะซูโอโอชิมะ

เกาะซูโอโอชิมะคือเกาะใหญ่อันดับสามของทะเลเซโตะใน มีทั้งหาดทรายขาว ต้นปาล์มริมถนน และสวนส้มมิคังไล่ระดับตามเนินเขา บรรยากาศสบาย ๆ แบบเมืองชายทะเลจนคนญี่ปุ่นเรียกกันว่าฮาวายแห่งเซโตะใน จุดเด่นที่ไม่ควรพลาดคือเกาะชินกูจิมะ ที่มีทางทรายเอนเจิลโรดโผล่ขึ้นมาเชื่อมเกาะตอนน้ำลง นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวบนภูเขาดาเกะซัง และหาดคาตาโซเอกาฮามะ

วิธีเที่ยวที่ดีที่สุดคือขับรถข้ามสะพานโอชิมะเข้าเกาะ แล้วขับวนเลียบชายฝั่งแวะจุดชมวิวไปเรื่อย ๆ เพราะรถสาธารณะภายในเกาะมีไม่มาก ถ้าอยากเดินบนเอนเจิลโรด ให้เช็กเวลาน้ำลงของวันนั้นก่อนไป ช่วงหน้าหนาวเป็นฤดูส้มมิคัง ลองแวะร้านริมทางซื้อส้มหรือขนมจากส้มของเกาะ เหมาะกับคนที่มีรถและอยากได้ทริปทะเลชิล ๆ แบบไม่ต้องรีบ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ตลอดปี
  • หน้าร้อนเล่นน้ำทะเล
  • หน้าหนาวฤดูส้มมิคัง
ค่าเข้าชมและการจอง

ข้ามสะพานโอชิมะเข้าเกาะได้ฟรี

เวลาที่ควรเผื่อ

ครึ่งวันถึงหนึ่งวัน

การเดินทาง
  • จากสถานี JR โอบาตาเกะ
    รถบัสราว 5 นาทีเข้าเกาะ
  • จากคูงะ IC ขับรถราว 25 นาที แล้วข้ามสะพานโอชิมะ
แผนที่Google Maps

4. สวนฮาจิกามิเนะ(蜂ヶ峯総合公園)

แปลงกุหลาบในสวนฮาจิกามิเนะ

สวนฮาจิกามิเนะเป็นสวนสาธารณะบนเนินเขาในเมืองวากิ มีสวนกุหลาบราว 4,000 ต้นซึ่งเป็นสวนกุหลาบขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของจังหวัดยามากุจิ ดอกกุหลาบบานสองรอบต่อปี คือช่วงต้นฤดูร้อนและเดือนตุลาคม ส่วนปลายฤดูหนาวมีดอกบ๊วยราว 80 ต้นให้ชม ความพิเศษคือเข้าสวนได้ฟรีแต่มีเครื่องเล่นครบ ทั้งชิงช้าสวรรค์ รถไฟจำลองมินิเอสแอล และสไลเดอร์ลูกกลิ้งยาว 255 เมตรที่เด็ก ๆ ชอบมาก

ถ้าพาเด็กไป ให้เผื่อเวลาไว้ที่โซนฐานผจญภัยซึ่งมีเครื่องเล่นกลางแจ้งถึง 29 แบบ และลองสไลเดอร์ยาวที่เป็นไฮไลต์ของสวน ถ้าอยากชมดอกกุหลาบ ให้เลือกไปช่วงกลางพฤษภาคมถึงต้นมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่สวนสวยที่สุด ในสวนยังมีลานบาร์บีคิวแบบไปเช้าเย็นกลับ เครื่องเล่นบางอย่างและลานบาร์บีคิวคิดค่าบริการแยก เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก และคนที่ขับรถเที่ยวย่านอิวากุนิ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • กุหลาบ กลาง พ.ค. – ต้น มิ.ย. และเดือน ต.ค.
  • ดอกบ๊วย ปลาย ก.พ. – กลาง มี.ค.
ค่าเข้าชมและการจอง
  • เข้าสวนฟรี
  • เครื่องเล่นบางอย่างและลานบาร์บีคิวคิดแยก
วันหยุด

ช่วงปีใหม่

เวลาที่ควรเผื่อ

2–3 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • จากสถานี JR วากิ
    รถบัสราว 20 นาที
  • จากอิวากุนิ IC ราว 20 นาที
  • จากโอทาเกะ IC ราว 15 นาที
แผนที่Google Maps

5. สวนสัตว์โทคุยามะ(徳山動物園)

เพนกวินในสวนสัตว์โทคุยามะ

สวนสัตว์โทคุยามะอยู่ในเมืองชูนัน เปิดมาตั้งแต่ปี 1960 มีสัตว์ราว 100 ชนิดในพื้นที่ที่กะทัดรัด เดินชมได้ครบโดยไม่เหนื่อย จุดเด่นของที่นี่คือได้เห็นสัตว์ในระยะใกล้ เดินจากโซนหนึ่งไปอีกโซนได้เร็ว ต่างจากสวนสัตว์ใหญ่ที่ต้องเดินไกลทั้งวัน บรรยากาศเป็นสวนสัตว์ของคนท้องถิ่นที่พาครอบครัวมาเที่ยวกันในวันหยุด ทำให้ได้เห็นอีกมุมหนึ่งของชีวิตประจำวันในยามากุจิ

สวนสัตว์อยู่ในย่านเดียวกับหอวัฒนธรรม ใช้เวลาเดินชมราวสองชั่วโมงก็ครบ จึงเหมาะกับการแวะระหว่างเดินทางผ่านสถานีโทคุยามะที่มีรถไฟชินคันเซ็นจอด ควรเช็กวันหยุดก่อนไป เพราะนอกจากปิดทุกวันอังคารแล้ว ช่วงปลายมกราคมถึงต้นกุมภาพันธ์ยังปิดตรวจสอบราว 5 วัน และหน้าหนาวปิดเร็วกว่าปกติ เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก และคนที่อยากเที่ยวสบาย ๆ ครึ่งวัน

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 600 เยน
  • เด็ก 300 เยน
  • เด็กเล็กฟรี
เวลาทำการ
  • 9:00–17:00 น.
  • 20 ต.ค. – สิ้น ก.พ. ปิด 16:30 น.
    (เข้าได้ถึง 30 นาทีก่อนปิด)
วันหยุด
  • วันอังคาร (ตรงวันหยุดนักขัตฤกษ์เลื่อนไปวันถัดไป)
  • 29–31 ธ.ค.
  • ปลาย ม.ค. – ต้น ก.พ. ราว 5 วัน
เวลาที่ควรเผื่อ

2 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • จากสถานี JR โทคุยามะ เดินราว 20 นาที
    หรือรถบัสราว 10 นาที
    ลงป้ายทางเข้าสวนสัตว์และหอวัฒนธรรม
  • จากโทคุยามะฮิงาชิ IC ราว 10 นาที
แผนที่Google Maps

ยามากุจิ・อากิโยชิได: เมืองเก่าและถ้ำหินปูน

6. วัดรุริโคจิ(瑠璃光寺五重塔)

เจดีย์ห้าชั้นวัดรุริโคจิ สะท้อนบนสระน้ำในสวนโคซัง

วัดรุริโคจิมีเจดีย์ห้าชั้นที่เป็นสมบัติของชาติญี่ปุ่นตั้งเด่นอยู่ในสวนโคซัง และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเจดีย์ห้าชั้นที่งามที่สุดของประเทศ เจดีย์ไม้หลังคามุงเปลือกไม้ฮิโนกิสีน้ำตาลเข้มยืนสงบอยู่ริมสระน้ำ ท่ามกลางต้นไม้ที่เปลี่ยนสีตามฤดูกาล ทั้งซากุระในฤดูใบไม้ผลิและใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วง ที่นี่คือสัญลักษณ์ของเมืองยามากุจิ ซึ่งเคยเจริญรุ่งเรืองจนได้ชื่อว่าเกียวโตแห่งตะวันตก

สวนโคซังและลานเจดีย์เดินเข้าได้ตลอดเวลาโดยไม่เสียค่าเข้า มุมถ่ายรูปยอดนิยมคือฝั่งตรงข้ามสระน้ำ ที่เห็นเจดีย์สะท้อนลงผิวน้ำ ถ้ามีเวลาให้อยู่ต่อจนค่ำ เพราะมีไฟส่องเจดีย์ตลอดทั้งปี บรรยากาศต่างจากตอนกลางวันมาก ห้องจัดแสดงของวัดเปิดช่วงกลางวัน และวันเสาร์-อาทิตย์มีไกด์อาสาสมัครคอยให้ข้อมูล เหมาะกับคนที่ชอบวัด สายถ่ายรูป และคนที่อยากเห็นยามากุจิในบรรยากาศเงียบสงบ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ตลอดปี
  • ซากุระในฤดูใบไม้ผลิ
  • ใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วง
  • หลังพระอาทิตย์ตกมีไฟส่อง
ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี

เวลาทำการ
  • สวนโคซังและลานเจดีย์เข้าได้ตลอดเวลา
  • ห้องจัดแสดง 9:00–17:00 น.
  • ไฟส่องตั้งแต่พระอาทิตย์ตกถึง 22:00 น.
เวลาที่ควรเผื่อ

1 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • จากสถานี JR ชินยามากุจิ
    รถบัสราว 30 นาที
    ลงป้ายเค็นโชมาเอะ แล้วเดินราว 10 นาที
  • จากโองูริ IC ราว 20 นาที
แผนที่Google Maps

7. พิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดยามากุจิ(山口県立美術館)

ทางเดินที่จัดแสดงโปสเตอร์นิทรรศการย้อนหลังของพิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดยามากุจิ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดยามากุจิคือพิพิธภัณฑ์ศิลปะประจำจังหวัดที่อยู่ในใจกลางเมืองยามากุจิ รวบรวมผลงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับยามากุจิไว้ในนิทรรศการสะสม และหมุนเวียนจัดนิทรรศการพิเศษตลอดปี ความน่าสนใจคือได้เห็นงานศิลปะที่ผูกพันกับเมืองเก่าแห่งนี้ ในราคาเข้าชมที่ไม่แพง และสำหรับผู้ที่อายุไม่เกิน 18 ปีหรือ 70 ปีขึ้นไปเข้าชมนิทรรศการสะสมได้ฟรี

พิพิธภัณฑ์อยู่ในระยะเดินจากสถานี JR ยามากุจิ จึงเที่ยวต่อกับวัดรุริโคจิหรือย่านใจกลางเมืองยามากุจิในวันเดียวกันได้ง่าย เป็นที่หลบร้อนหลบฝนที่ดี ถ้าวันนั้นอากาศไม่เป็นใจ ก่อนไปควรเช็กว่าช่วงนั้นมีนิทรรศการพิเศษอะไร เพราะคิดค่าเข้าแยกและเปลี่ยนไปตามงาน และระวังวันจันทร์ซึ่งเป็นวันปิด เหมาะกับคนที่ชอบงานศิลปะ และคนที่อยากเติมมุมวัฒนธรรมให้ทริปเมืองยามากุจิ

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • นิทรรศการสะสม
    ผู้ใหญ่ 400 เยน
  • นักศึกษา 250 เยน
  • อายุไม่เกิน 18 ปี และ 70 ปีขึ้นไป ฟรี
  • นิทรรศการพิเศษคิดแยก
เวลาทำการ

9:00–17:00 น.
(เข้าได้ถึง 16:30 น.)

วันหยุด
  • วันจันทร์ (ตรงวันหยุดนักขัตฤกษ์หยุดวันอังคารแทน)
  • ช่วงปีใหม่
เวลาที่ควรเผื่อ

1–1.5 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • เดินจากสถานี JR ยามากุจิ ราว 15 นาที
  • จากสถานี JR ชินยามากุจิ
    รถบัสราว 40 นาที
แผนที่Google Maps

8. พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์นากาฮาระ ชูยะ(中原中也記念館)

ห้องจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์นากาฮาระ ชูยะ

พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์นากาฮาระ ชูยะเล่าเรื่องราวของนากาฮาระ ชูยะ กวีชื่อดังของญี่ปุ่นที่เกิดในย่านน้ำพุร้อนยูดะแห่งนี้ ตัวพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในย่านบ้านเกิดของเขา ภายในจัดแสดงผลงานและเรื่องราวชีวิตสั้น ๆ แต่เข้มข้นของกวีหนุ่มผู้นี้ แม้จะอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ ก็ยังสัมผัสได้ถึงบรรยากาศวรรณกรรมที่คนญี่ปุ่นรัก และเข้าใจว่าทำไมยูดะอนเซ็นถึงเป็นมากกว่าย่านน้ำพุร้อน

พิพิธภัณฑ์อยู่ในระยะเดินจากสถานียูดะอนเซ็น ใช้เวลาชมไม่นาน จึงเหมาะจะจัดรวมกับการเดินเล่นย่านน้ำพุร้อน แช่เท้าในบ่อแช่เท้าสาธารณะ หรือแช่ออนเซ็นแบบไปกลับในย่านเดียวกัน ถ้ามีเวลาเหลือ ต่อไปวัดรุริโคจิในเมืองยามากุจิได้ไม่ไกล ควรเช็กวันหยุดก่อนไป เพราะนอกจากวันจันทร์แล้วยังปิดวันอังคารสุดท้ายของเดือน เหมาะกับคนรักวรรณกรรม และคนที่มาพักยูดะอนเซ็นแล้วอยากได้กิจกรรมเบา ๆ

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 330 เยน
  • นักศึกษามหาวิทยาลัย 220 เยน
  • อายุไม่เกิน 18 ปี ฟรี
  • 70 ปีขึ้นไปฟรี (แสดงเอกสารยืนยันอายุ)
เวลาทำการ
  • พ.ค. – ต.ค. 9:00–18:00 น.
    (เข้าได้ถึง 17:30 น.)
  • พ.ย. – เม.ย. 9:00–17:00 น.
    (เข้าได้ถึง 16:30 น.)
วันหยุด
  • วันจันทร์ (ตรงวันหยุดนักขัตฤกษ์เลื่อนไปวันถัดไป)
  • วันอังคารสุดท้ายของเดือน
  • 29 ธ.ค. – 3 ม.ค.
เวลาที่ควรเผื่อ

1 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • เดินจากสถานี JR ยูดะอนเซ็น (สาย JR ยามากุจิ) ราว 10 นาที
  • จากยามากุจิ IC ราว 15 นาที
แผนที่Google Maps

9. สวนยามากุจิ คิราระ(山口きらら博記念公園)

ภาพมุมสูงของหาดเทียมสึกิโนะอูมิในสวนยามากุจิ คิราระ

สวนยามากุจิ คิราระเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ริมทะเลในเมืองยามากุจิ สร้างขึ้นเป็นสวนอนุสรณ์ของงานเอ็กซ์โปยามากุจิคิราระ มีทั้งสวนดอกไม้ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ลานสนามหญ้ากว้าง และลานเครื่องเล่นขนาดใหญ่สำหรับเด็ก จุดเด่นคือพื้นที่เปิดโล่งริมทะเลเซโตะใน ลมเย็นสบาย วิ่งเล่นได้เต็มที่ และเข้าสวนได้ฟรี ทำให้เป็นที่เที่ยวยอดนิยมของครอบครัวในท้องถิ่น

สวนนี้อยู่ไม่ไกลจากสนามบินยามากุจิอูเบะ จึงเหมาะเป็นจุดแวะวันแรกหลังลงเครื่องหรือวันสุดท้ายก่อนบิน พื้นที่กว้างมาก การเดินทางด้วยรถยนต์จะสะดวกที่สุด ส่วนคนที่มาด้วยรถไฟต้องเดินจากสถานีอาจิสึราวครึ่งชั่วโมง ควรเตรียมหมวกและน้ำดื่ม เพราะสวนเปิดโล่งและร่มเงามีไม่มาก สนามกีฬาและสิ่งอำนวยความสะดวกบางส่วนคิดค่าบริการแยก เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก และคนที่อยากพักผ่อนริมทะเลแบบไม่เร่งรีบ

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • เข้าสวนฟรี
  • สนามกีฬาและสิ่งอำนวยความสะดวกบางส่วนคิดแยก
เวลาทำการ

9:00–22:00 น. (แต่ละอาคารเวลาต่างกัน)

วันหยุด

29 ธ.ค. – 3 ม.ค.

เวลาที่ควรเผื่อ

2–3 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • เดินจากสถานี JR อาจิสึ ราว 30 นาที
  • จากอาจิสึ IC ราว 10 นาที
  • จากสนามบินยามากุจิอูเบะ
    แท็กซี่ราว 20 นาที
แผนที่Google Maps

10. ศาลเจ้าโฮฟุเท็นมังกู(防府天満宮)

ต้นบ๊วยย้อยบานสะพรั่งหน้าอาคารศาลเจ้าโฮฟุเท็นมังกู

ศาลเจ้าโฮฟุเท็นมังกูได้ชื่อว่าเป็นศาลเจ้าเท็นมังกูแห่งแรกของญี่ปุ่น บูชาซูงาวาระ โนะ มิจิซาเนะ เทพแห่งการศึกษา นักเรียนญี่ปุ่นจำนวนมากจึงมาขอพรเรื่องการสอบที่นี่ อาคารศาลเจ้าสีแดงสดตั้งอยู่บนเนินที่ต้องเดินขึ้นบันไดหินยาว เมื่อขึ้นไปถึงลานด้านบนจะมองเห็นตัวเมืองโฮฟุได้ ช่วงปลายฤดูหนาวดอกบ๊วยซึ่งเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของเท็นมังกูจะบานทั่วบริเวณ

เข้าไหว้ในบริเวณศาลเจ้าได้ฟรี ถ้าอยากรู้ประวัติเพิ่ม มีหอประวัติศาสตร์ที่คิดค่าเข้าแยก และเรือนน้ำชาโฮโชอันที่ได้นั่งจิบมัทฉะพร้อมขนมในบรรยากาศสวนญี่ปุ่น ลองซื้อเครื่องรางขอพรเรื่องการเรียนเป็นของฝาก ศาลเจ้าอยู่ในระยะเดินจากสถานีโฮฟุ จึงแวะได้ง่ายระหว่างเดินทางไปเมืองยามากุจิ เหมาะกับนักเรียน ผู้ปกครอง และคนที่ชอบศาลเจ้าที่มีประวัติยาวนาน

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ตลอดปี
  • ดอกบ๊วยช่วงปลายฤดูหนาว
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ไหว้ฟรี
  • หอประวัติศาสตร์ 800 เยน (ม.ปลายและต่ำกว่าฟรี)
  • เรือนน้ำชาโฮโชอัน 800 เยน (รวมมัทฉะและขนม)
เวลาทำการ
  • 6:00–20:00 น. (เวลาเปิดประตู)
  • รับคิวพิธีขอพร 8:30–16:30 น.
วันหยุด

ไม่มี เปิดทุกวัน

เวลาที่ควรเผื่อ

1 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • เดินจากสถานี JR โฮฟุ ราว 15 นาที
    หรือรถบัสราว 5 นาที
    ลงป้ายโฮฟุเท็นมังกู
  • จากโฮฟุฮิงาชิ IC หรือโฮฟุนิชิ IC ราว 10 นาที
แผนที่Google Maps

11. ถ้ำอากิโยชิโด(秋芳洞)

ลำธารและทางเดินหน้าปากถ้ำอากิโยชิโด

ถ้ำอากิโยชิโดคือถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ใต้ที่ราบสูงอากิโยชิได ความยาวรวมของถ้ำเกิน 10 กิโลเมตร และเปิดให้เดินชมราว 1 กิโลเมตร ภายในมีลำธารไหลผ่านและหินงอกหินย้อยรูปทรงแปลกตา ไฮไลต์คือแอ่งน้ำขั้นบันไดหินปูนที่เรียกว่าเฮียกุไมซาระ(百枚皿)และเสาหินสีทองขนาดยักษ์โคกาเนะบาชิระ(黄金柱)อุณหภูมิในถ้ำอยู่ที่ราว 17 องศาเซลเซียสตลอดปี หน้าร้อนเย็นสบาย หน้าหนาวรู้สึกอุ่น

ถ้ำมีทางเข้าหลายทาง ถ้ามาด้วยรถบัส ให้เข้าทางหลักแล้วเดินชมไปจนสุดทาง จากนั้นขึ้นลิฟต์ไปโผล่บนที่ราบสูงอากิโยชิได เพื่อเที่ยวต่อได้ในคราวเดียว ทางเดินในถ้ำเปียกและลื่นในบางจุด ควรใส่รองเท้าที่ยึดเกาะดี ช่วงธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ค่าเข้าถูกกว่าช่วงอื่น เหมาะกับคนที่ชอบธรรมชาติแปลกตา และครอบครัวที่อยากได้ที่เที่ยวที่ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ตลอดปี
  • ในถ้ำราว 17 องศาเซลเซียส
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ช่วงปกติ
    ผู้ใหญ่ 1,600 เยน
  • ม.ต้น 1,300 เยน
  • ประถม 850 เยน
  • ช่วงพีค (โกลเดนวีก และ 1 ก.ค. – 31 ส.ค.)
    ผู้ใหญ่ 1,900 เยน
  • ช่วงโลว์ (1 ธ.ค. – 28 ก.พ.)
    ผู้ใหญ่ 1,350 เยน
เวลาทำการ
  • ปกติ 9:00–16:30 น.
  • 1 ก.ค. – 30 ก.ย. 9:00–17:30 น.
  • โกลเดนวีกและช่วงโอบ้ง 8:30–17:30 น.
วันหยุด

ไม่มี เปิดทุกวัน

เวลาที่ควรเผื่อ

1.5 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • จากสถานี JR ชินยามากุจิ
    รถบัสราว 40 นาที
    ลงป้ายอากิโยชิโด แล้วเดินราว 10 นาที
  • จากอากิโยชิได IC ราว 5 นาที
แผนที่Google Maps

12. ที่ราบสูงอากิโยชิได(秋吉台)

ถนนคาร์สต์โรดที่ตัดผ่านที่ราบสูงอากิโยชิได

ที่ราบสูงอากิโยชิไดคือที่ราบสูงคาร์สต์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ทุ่งหญ้าสีเขียวกว้างสุดตาเต็มไปด้วยหินปูนสีขาวที่โผล่ขึ้นมาเป็นหย่อม ๆ คล้ายฝูงแกะกลางทุ่ง ภูมิประเทศแบบนี้เกิดจากหินปูนที่ถูกน้ำฝนกัดกร่อนมาเป็นเวลานาน และใต้ผืนหญ้าเดียวกันนี้ก็คือถ้ำอากิโยชิโด ทิวทัศน์เปลี่ยนไปตามฤดู ทั้งทุ่งเขียวในหน้าร้อน ทุ่งหญ้าสีทองในฤดูใบไม้ร่วง และทุ่งที่เพิ่งผ่านพิธีเผาหญ้าช่วงปลายฤดูหนาว

เริ่มต้นที่จุดชมวิวและศูนย์แลกเปลี่ยนการท่องเที่ยวอากิโยชิได ซึ่งมีข้อมูลเส้นทางเดิน แล้วเลือกเดินเส้นทางสั้น ๆ บนทุ่งหญ้า ถ้าอยากเข้าใจธรณีวิทยาให้ลึกขึ้น มีไกด์จีโอพาร์คบรรยายแบบเสียค่าบริการ บนที่ราบสูงแทบไม่มีร่มเงา ควรเตรียมหมวก น้ำดื่ม และรองเท้าเดินป่าเบา ๆ ถ้าไม่มีรถ ให้เที่ยวถ้ำอากิโยชิโดก่อน แล้วค่อยขึ้นมาบนที่ราบสูง เหมาะกับสายธรรมชาติ สายเดินป่าเบา ๆ และคนที่ชอบวิวเปิดโล่ง

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ตลอดปี
  • ฤดูใบไม้ร่วงทุ่งหญ้าสีทอง
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ฟรี
  • ไกด์จีโอพาร์คมีค่าบริการ
เวลาทำการ

ศูนย์แลกเปลี่ยนการท่องเที่ยวอากิโยชิได 8:30–17:00 น.

เวลาที่ควรเผื่อ

1–2 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • จากสถานี JR ชินยามากุจิ
    รถบัสราว 40 นาที
    ลงป้ายอากิโยชิโด แล้วเดินขึ้นราว 30 นาที
  • จากมิเนะ IC ราว 20 นาที
  • จากอากิโยชิได IC ราว 10 นาที
แผนที่Google Maps

ชิโมโนเซกิ・ฮางิ・นางาโตะ: ช่องแคบและทะเลญี่ปุ่น

13. ช่องแคบคันมง(関門海峡)

เรือสินค้าแล่นผ่านใต้สะพานคันมงยามพระอาทิตย์ตก

ช่องแคบคันมงคือช่องแคบแคบ ๆ ที่คั่นระหว่างเกาะฮนชูกับเกาะคิวชู ฝั่งหนึ่งคือเมืองชิโมโนเซกิของยามากุจิ อีกฝั่งคือโมจิของฟุกุโอกะ เรือสินค้าลำใหญ่แล่นผ่านใกล้ฝั่งจนรู้สึกได้ถึงพลังของกระแสน้ำ ความพิเศษที่หาไม่ได้ที่อื่นคือข้ามจากเกาะหนึ่งไปอีกเกาะได้ถึงสามแบบ ทั้งสะพานคันมงสำหรับรถยนต์ อุโมงค์คันมงที่มีชั้นทางเดินเท้าใต้ทะเล และรถไฟที่วิ่งลอดใต้ทะเล

กิจกรรมยอดนิยมคือเดินข้ามทะเลผ่านอุโมงค์ทางเดินเท้า ใช้เวลาราว 15 นาที กลางอุโมงค์มีเส้นแบ่งเขตจังหวัดให้ถ่ายรูปคร่อมสองจังหวัด ถ้าอยากเห็นวิวช่องแคบจากมุมสูง ขึ้นหอคอยไคเกียวยูเมะทาวเวอร์ หรือนั่งกระเช้าขึ้นสวนฮิโนยามะ และอยู่ต่อจนค่ำเพื่อชมไฟประดับสะพานที่เปิดตลอดทั้งปี เที่ยวต่อกับไคเกียวคังริมน้ำได้ในวันเดียว เหมาะกับคนที่ต่อทริปจากฟุกุโอกะ และคนที่ชอบวิวทะเลกับเมืองท่า

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ตลอดปี
  • ไฟประดับสะพานตลอดทั้งปี
ค่าเข้าชมและการจอง
  • เดินชมริมน้ำและจุดชมวิวทั่วไปฟรี
  • สิ่งอำนวยความสะดวกบางแห่งคิดแยก
เวลาที่ควรเผื่อ

ครึ่งวัน

การเดินทาง
  • หอคอยไคเกียวยูเมะทาวเวอร์:
    จากสถานี JR ชิโมโนเซกิ
    รถบัสราว 1 นาที
    ลงป้ายบูเซ็นดะ
  • สวนฮิโนยามะ:
    จากสถานี JR ชินชิโมโนเซกิ
    รถบัสราว 15 นาที
แผนที่Google Maps

14. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคเกียวคัง(海響館)

ปลาปักเป้าในตู้จัดแสดงของไคเกียวคัง

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคเกียวคังตั้งอยู่ริมช่องแคบคันมงในเมืองชิโมโนเซกิ เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องปลาปักเป้า ไฮไลต์จึงเป็นโซนปลาปักเป้าที่จัดแสดงราว 100 ชนิด มากพอให้เห็นว่าปลาปักเป้ามีหน้าตาหลากหลายกว่าที่คิด นอกจากนี้ยังมีสัตว์ทะเลจากช่องแคบคันมงและทะเลรอบ ๆ ยามากุจิ เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน ไม่ใช่แค่ตู้ปลาใหญ่ทั่วไป

แนะนำให้มาช่วงเช้าเมื่อพิพิธภัณฑ์เพิ่งเปิด คนยังไม่เยอะ ใช้เวลาเดินชมราวสองชั่วโมง แล้วเดินเล่นริมน้ำต่อไปตลาดปลาคาราโตะที่อยู่ย่านเดียวกัน เพื่อลองซูชิหรืออาหารจากปลาปักเป้า พิพิธภัณฑ์ไม่มีที่จอดรถของตัวเอง ถ้าขับรถมาให้ใช้ลานจอดรอบ ๆ ตอนค่ำตัวอาคารยังเปิดไฟสวยงามริมช่องแคบ เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก และคนที่เที่ยวชิโมโนเซกิแบบวันเดียว

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 2,500 เยน
  • ประถมและมัธยมต้น 1,200 เยน
  • เด็กเล็ก 500 เยน
เวลาทำการ

9:30–17:30 น.
(เข้าได้ถึง 17:00 น.)

วันหยุด

ไม่มี เปิดทุกวัน

เวลาที่ควรเผื่อ

2 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • ลงป้ายรถบัสไคเกียวคังมาเอะ แล้วเดินราว 3 นาที
  • จากชิโมโนเซกิ IC ราว 10 นาที
  • ไม่มีที่จอดรถของพิพิธภัณฑ์
แผนที่Google Maps

15. สะพานสึโนชิมะ(角島大橋)

สะพานสึโนชิมะมองจากจุดชมวิวฝั่งแผ่นดินใหญ่

สะพานสึโนชิมะคือสะพานยาว 1,780 เมตรที่ทอดข้ามทะเลสีฟ้าอมเขียวไปยังเกาะสึโนชิมะ ทางด้านตะวันตกของยามากุจิ ภาพถนนเส้นเดียวที่พาดผ่านกลางทะเลใสจนเห็นพื้นทรายด้านล่าง คือวิวที่ทำให้คนตั้งใจขับรถมาไกลเพื่อดูสักครั้ง สีน้ำทะเลแถบนี้สวยจนหลายคนนึกว่าอยู่ทะเลเขตร้อน และสะพานยังเปิดให้ข้ามได้ฟรีตลอดเวลา พร้อมไฟส่องยามค่ำตลอดทั้งปี

มุมถ่ายรูปที่ดีที่สุดคือจากสวนอามางาเซะที่อยู่ฝั่งแผ่นดินใหญ่ ซึ่งมองเห็นสะพานโค้งทอดไปถึงเกาะเต็ม ๆ จากนั้นค่อยขับข้ามไปเดินเล่นบนเกาะ ช่วงแดดจัดตอนกลางวันน้ำทะเลจะเป็นสีฟ้าอมเขียวชัดที่สุด ถ้าไม่มีรถ มีรถบัสสายสึโนชิมะจากสถานีทากิเบะ แต่ควรเช็กเวลารถไว้ล่วงหน้า และในวันที่ลมแรงสะพานอาจปิดชั่วคราว เหมาะกับคนที่ขับรถเที่ยว สายถ่ายรูป และคนที่ต่อทริปจากชิโมโนเซกิหรือศาลเจ้าโมโตโนซูมิ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ตลอดปี
  • กลางวันแดดจัดน้ำสีสวยที่สุด
  • ไฟส่องตั้งแต่พระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้น
ค่าเข้าชมและการจอง

ค่าผ่านทางฟรี

เวลาทำการ

ข้ามได้ตลอดเวลา

วันหยุด

ไม่มี (อาจปิดการจราจรชั่วคราวเมื่อลมแรง)

เวลาที่ควรเผื่อ

1–2 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • จากสถานี JR ทากิเบะ
    รถบัสสายสึโนชิมะราว 30 นาที
    ลงป้ายทางเข้าโรงแรมนิชินางาโตะรีสอร์ต แล้วเดินราว 3 นาที (สวนอามางาเซะ)
  • จากชิโมโนเซกิ IC ราว 70 นาที
แผนที่Google Maps

16. ศาลเจ้าโมโตโนซูมิ(元乃隅神社)

แถวเสาโทริอิสีแดงเรียงลงเนินสู่ทะเลที่ศาลเจ้าโมโตโนซูมิ

ศาลเจ้าโมโตโนซูมิมีเสาโทริอิสีแดง 123 ต้นเรียงต่อกันเป็นแนวยาวลงไปตามหน้าผาริมทะเลญี่ปุ่น สีแดงสดตัดกับทะเลสีครามและหน้าผาสีเขียว กลายเป็นภาพที่โด่งดังในโซเชียลมีเดียและเป็นเหตุผลให้คนเดินทางมาถึงชายฝั่งนางาโตะ จุดที่คนชอบคือเสาโทริอิต้นใหญ่ที่มีกล่องใส่เงินถวายติดไว้สูงด้านบน ต้องโยนเหรียญขึ้นไปให้ลงกล่องเพื่อขอพร

ช่วงนี้ศาลเจ้ามีข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนวางแผน คือกำลังซ่อมแซมจึงงดลอดใต้เสาโทริอิ และในปี 2026 มีช่วงที่งดให้เข้าสักการะในวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ควรเช็กสถานะล่าสุดก่อนไปทุกครั้ง ศาลเจ้าอยู่ไกลจากสถานีรถไฟ ต้องนั่งแท็กซี่หรือขับรถมา และห้ามเข้าพื้นที่หรือถ่ายภาพในเวลากลางคืน เหมาะกับคนที่ขับรถเที่ยวชายฝั่งนางาโตะ และต่อกับสะพานสึโนชิมะในวันเดียวกัน

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี

เวลาทำการ
  • 9:30–16:30 น.
  • ห้ามเข้าพื้นที่และถ่ายภาพเวลากลางคืน
วันหยุด
  • ระหว่างซ่อมแซมงดลอดเสาโทริอิ
  • มี.ค. – พ.ย. 2026 งดเข้าสักการะวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ (ก.ย. เปิดเสาร์-อาทิตย์ ยกเว้นซิลเวอร์วีก)
  • เช็กสถานะล่าสุดก่อนไป
เวลาที่ควรเผื่อ

1 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • จากสถานี JR นางาโตะฟุรุอิจิ หรือสถานี JR ฮิโตมารุ
    แท็กซี่ราว 20 นาที
  • จากมิเนะ IC ราว 60 นาที
แผนที่Google Maps

17. ปราสาทฮางิ สวนชิซึกิ(萩城跡指月公園)

ซากุระบานเหนือกำแพงหินของปราสาทฮางิ

ปราสาทฮางิเคยเป็นที่มั่นของตระกูลโมริ ปัจจุบันเหลือแนวกำแพงหินและคูน้ำที่อยู่ในสวนชิซึกิ และเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก ความพิเศษคือซากุระ ในสวนมีซากุระโซเมโยชิโนะกว่า 600 ต้น และยังมีมิโดริโยชิโนะ ซากุระดอกสีขาวบริสุทธิ์ที่พบได้เฉพาะที่ฮางิ ด้านหลังสวนคือภูเขาชิซึกิยามะที่ติดทะเลญี่ปุ่น ทำให้ได้บรรยากาศปราสาทริมทะเลที่ต่างจากปราสาทในเมืองทั่วไป

เดินรอบแนวกำแพงหินและคูน้ำใช้เวลาไม่นาน แล้วต่อด้วยการเดินเล่นย่านบ้านซามูไรเก่าที่อยู่ใกล้ ๆ ช่วงซากุระบานมีไฟส่องยามค่ำ ให้ชมซากุระสะท้อนในคูน้ำ ในเมืองฮางิ รถบัสวนเมืองมารุบัสจอดใกล้ทางเข้า จึงเที่ยวได้สะดวกโดยไม่ต้องมีรถ หน้าหนาวสวนปิดเร็ว ควรไปถึงก่อนบ่ายสามโมง เหมาะกับคนที่ชอบประวัติศาสตร์ซามูไรและสายชมซากุระ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ช่วงซากุระบาน (ไฟส่อง 18:00–22:00 น.)
  • ตลอดปี
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 220 เยน
  • ม.ต้นและต่ำกว่า 100 เยน
เวลาทำการ
  • เม.ย. – ต.ค. 8:00–18:30 น.
  • พ.ย. – ก.พ. 8:30–16:30 น.
  • มี.ค. 8:30–18:00 น.
วันหยุด

ไม่มี เปิดทุกวัน

เวลาที่ควรเผื่อ

1 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • เดินจากสถานี JR ฮิงาชิฮางิ ราว 30 นาที
  • หรือรถบัสมารุบัส (สายวนตะวันตก)
    ลงป้ายทางเข้าซากปราสาทฮางิ สวนชิซึกิ แล้วเดินราว 5 นาที
แผนที่Google Maps

18. ศาลเจ้าโชอิน(松陰神社)

อาคารไม้ของโรงเรียนโชกะซนจูกุในบริเวณศาลเจ้าโชอิน

ศาลเจ้าโชอินบูชาโยชิดะ โชอิน นักการศึกษาปลายยุคเอโดะที่ลูกศิษย์ของเขากลายเป็นกำลังสำคัญในการเปลี่ยนญี่ปุ่นสู่ยุคเมจิ ในบริเวณศาลเจ้ามีโรงเรียนโชกะซนจูกุ อาคารไม้ชั้นเดียวขนาดเล็กที่เขาใช้สอนหนังสือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก การได้ยืนหน้าห้องเรียนเล็ก ๆ ที่ส่งผลต่อประวัติศาสตร์ทั้งประเทศ คือเสน่ห์ที่ทำให้ที่นี่ต่างจากศาลเจ้าทั่วไป

เดินเข้าบริเวณศาลเจ้าได้ตลอดโดยไม่เสียค่าเข้า ใช้เวลาไม่นาน จึงจัดรวมกับวัดโทโคจิซึ่งอยู่ฝั่งตะวันออกของฮางิเหมือนกันได้สบาย ถ้าไม่มีรถ รถบัสวนเมืองมารุบัสสายวนตะวันออกจอดหน้าศาลเจ้า ทางเดินในบริเวณไม่มีช่วงที่ปูกรวดหรือทราย เดินสะดวก สำหรับกลุ่มที่อยากฟังเรื่องราวแบบลึก มีบรรยายโดยหัวหน้านักบวชแบบเสียค่าบริการ เหมาะกับคนที่สนใจประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นยุคเปลี่ยนผ่าน

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี

เวลาทำการ

เดินเข้าบริเวณศาลเจ้าได้ตลอด

เวลาที่ควรเผื่อ

45 นาที – 1 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • เดินจากสถานี JR ฮิงาชิฮางิ ราว 20 นาที
  • หรือรถบัสมารุบัส (สายวนตะวันออก)
    ลงป้ายโชอินจินจะมาเอะ แล้วเดิน 1 นาที
แผนที่Google Maps

19. วัดโทโคจิ(東光寺)

ประตูซันมงสีแดงของวัดโทโคจิ เมืองฮางิ

วัดโทโคจิคือวัดประจำตระกูลโมริ เจ้าเมืองแคว้นฮางิ ด้านหลังวัดเป็นสุสานของเจ้าเมืองและครอบครัว มีโคมหินกว่า 500 ต้นที่ข้าราชบริพารถวายเรียงเป็นแถวยาวอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่และมอสเขียว บรรยากาศเงียบขรึมและศักดิ์สิทธิ์จนรู้สึกได้ทันทีที่ก้าวเข้าไป ทุกวันที่ 15 สิงหาคมมีพิธีมันโดเอะที่จุดไฟในโคมหินทั้งหมด เป็นภาพที่เห็นได้ปีละครั้ง

แนะนำให้มาช่วงกลางถึงปลายเดือนพฤศจิกายน เมื่อใบไม้รอบสุสานเปลี่ยนเป็นสีแดงส้มตัดกับโคมหินสีเทา หรือช่วงเช้าที่แสงลอดผ่านต้นไม้ลงมาบนแถวโคม เดินชมอย่างสงบและให้เกียรติสถานที่ เพราะเป็นสุสาน ใกล้กับศาลเจ้าโชอิน จึงเที่ยวต่อกันได้ในครึ่งวัน เหมาะกับสายถ่ายรูปบรรยากาศ และคนที่ชอบสถานที่ที่มีเรื่องราวของซามูไร

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • กลาง – ปลาย พ.ย. (ใบไม้เปลี่ยนสี)
  • 15 ส.ค. (พิธีมันโดเอะ)
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ (ม.ปลายขึ้นไป) 300 เยน
  • เด็ก (ม.ต้นและต่ำกว่า) 150 เยน
เวลาทำการ

8:30–17:00 น.

วันหยุด

ไม่มี เปิดทุกวัน

เวลาที่ควรเผื่อ

45 นาที – 1 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • เดินจากสถานี JR ฮิงาชิฮางิ ราว 20 นาที
  • หรือรถบัสมารุบัส (สายวนตะวันออก)
    ลงป้ายโทโคจิมาเอะ แล้วเดินราว 1 นาที
แผนที่Google Maps

20. ซูซะฮอร์นเฟลส์(須佐ホルンフェルス)

ลายทางของชั้นหินซูซะฮอร์นเฟลส์ในระยะใกล้

ซูซะฮอร์นเฟลส์คือหน้าผาริมทะเลญี่ปุ่นสูงราว 12 เมตร ที่มีลายทางสีขาวสลับดำเรียงเป็นชั้นอย่างชัดเจน เกิดจากชั้นหินตะกอนที่ถูกความร้อนจากหินหนืดเปลี่ยนสภาพเป็นหินฮอร์นเฟลส์ ลวดลายที่ดูเหมือนมีคนวาดไว้บนหน้าผานี้คือภาพที่หาดูได้ยาก และเป็นจุดเด่นทางธรณีวิทยาของชายฝั่งฮางิ ถ้ามาวันที่คลื่นสงบ ยังเดินลงไปใกล้หน้าผาบนลานหินริมทะเลได้

ทางเดินลงไปหน้าผาเป็นหินขรุขระและลื่นเมื่อเปียก ควรใส่รองเท้าผ้าใบ และหลีกเลี่ยงวันที่คลื่นลมแรง ที่นี่เดินทางด้วยรถไฟไม่สะดวก เพราะสถานีซูซะไม่มีแท็กซี่ประจำ ต้องเรียกจากสถานีฮิงาชิฮางิหรือสถานีมาสุดะ การขับรถมาจึงง่ายที่สุด เรือนำเที่ยวชมหน้าผาจากทะเลงดเดินเรือในปีงบประมาณ 2026 ถ้าอยากฟังคำอธิบายมีไกด์ท้องถิ่นแบบจองล่วงหน้า เหมาะกับสายธรรมชาติ สายธรณีวิทยา และคนที่ชอบวิวแปลกตา

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ฟรี
  • ไกด์ท้องถิ่นต้องจองล่วงหน้า
เวลาที่ควรเผื่อ

1 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • จากสถานี JR ซูซะ ขับรถราว 10 นาที (เดินราว 60 นาที)
  • สถานีซูซะไม่มีแท็กซี่ประจำ
  • จากเอโด IC ราว 80 นาที
แผนที่Google Maps

จัดเส้นทางตามจำนวนวัน

จำนวนวันเส้นทางการเดินทาง
ครึ่งวัน–1 วันสะพานคินไตเกียวและปราสาทอิวากุนิต่อจากฮิโรชิมะด้วย JR หรือชินคันเซ็น
1 วันช่องแคบคันมงและไคเกียวคังต่อจากฟุกุโอกะผ่านโคคุระ
1–2 วันวัดรุริโคจิ ถ้ำอากิโยชิโด และที่ราบสูงอากิโยชิไดเริ่มจากสถานี JR ชินยามากุจิ
2 วันฮางิ สะพานสึโนชิมะ และศาลเจ้าโมโตโนซูมิแนะนำเช่ารถ

คำถามที่พบบ่อย

เที่ยวยามากุจิไปไหนดี

มาครั้งแรกแนะนำสะพานคินไตเกียว ถ้ำอากิโยชิโดกับที่ราบสูงอากิโยชิได และสะพานสึโนชิมะ

ไม่เช่ารถเที่ยวได้ไหม

อิวากุนิ ชิโมโนเซกิ ตัวเมืองยามากุจิ และอากิโยชิได ไปด้วยรถไฟและรถบัสได้ แต่สะพานสึโนชิมะและศาลเจ้าโมโตโนซูมิสะดวกกว่ามากถ้ามีรถ

ยามากุจิไปจากฮิโรชิมะหรือฟุกุโอกะดี

ฝั่งตะวันออก (อิวากุนิ) ใกล้ฮิโรชิมะ ฝั่งตะวันตก (ชิโมโนเซกิ) ใกล้ฟุกุโอกะ ชินคันเซ็นหยุดที่สถานีชินอิวากุนิ โทคุยามะ ชินยามากุจิ และชินชิโมโนเซกิ

ศาลเจ้าโมโตโนซูมิเข้าได้ไหม

ปัจจุบันมีช่วงงดเข้าสักการะและงดลอดเสาโทริอิ ควรเช็กประกาศก่อนไป

วางแผนเที่ยวยามากุจิต่อ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง · เว็บไซต์ภายนอก20 ลิงก์

ลิงก์ด้านล่างเปิดเว็บไซต์ภายนอกในแท็บใหม่

  1. 1. สะพานคินไตเกียว(錦帯橋) — ภาพ: โครงไม้ที่ประกอบเป็นโค้งของสะพาน มองจากด้านล่าง · ภาพ: Oidemase Yamaguchi (สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ) (yamaguchi-tourism.jp) ↗
  2. 2. ปราสาทอิวากุนิ(岩国城) — ภาพ: สะพานคินไตเกียวและเมืองอิวาคุนิที่มองจากปราสาท · ภาพ: Oidemase Yamaguchi (สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ) (yamaguchi-tourism.jp) ↗
  3. 3. เกาะซูโอโอชิมะ(周防大島) — ภาพ: ต้นปาล์มริมชายหาดที่เป็นภาพจำของเกาะ · ภาพ: Oidemase Yamaguchi (สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ) (yamaguchi-tourism.jp) ↗
  4. 4. สวนฮาจิกามิเนะ(蜂ヶ峯総合公園) — ภาพ: แปลงกุหลาบในช่วงที่บานเต็มที่ · ภาพ: Oidemase Yamaguchi (สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ) (yamaguchi-tourism.jp) ↗
  5. 5. สวนสัตว์โทคุยามะ(徳山動物園) — ภาพ: เพนกวินในสวนสัตว์โทคุยามะ · ภาพ: Oidemase Yamaguchi (สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ) (yamaguchi-tourism.jp) ↗
  6. 6. วัดรุริโคจิ(瑠璃光寺五重塔) — ภาพ: เจดีย์ห้าชั้นกับสระน้ำในสวนโคซัง · ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ (yamaguchi-tourism.jp) ↗
  7. 7. พิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดยามากุจิ(山口県立美術館) — ภาพ: ทางเดินที่ติดโปสเตอร์นิทรรศการย้อนหลังของพิพิธภัณฑ์ · ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ (yamaguchi-tourism.jp) ↗
  8. 8. พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์นากาฮาระ ชูยะ(中原中也記念館) — ภาพ: ห้องจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ · ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ (yamaguchi-tourism.jp) ↗
  9. 9. สวนยามากุจิ คิราระ(山口きらら博記念公園) — ภาพ: หาดสึกิโนะอูมิที่อยู่ติดกับโดมของสวน · ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ (yamaguchi-tourism.jp) ↗
  10. 10. ศาลเจ้าโฮฟุเท็นมังกู(防府天満宮) — ภาพ: ต้นบ๊วยย้อยบานหน้าอาคารศาลเจ้า · ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ (yamaguchi-tourism.jp) ↗
  11. 11. ถ้ำอากิโยชิโด(秋芳洞) — ภาพ: ลำธารและทางเดินหน้าปากถ้ำ · ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ (yamaguchi-tourism.jp) ↗
  12. 12. ที่ราบสูงอากิโยชิได(秋吉台) — ภาพ: คาร์สต์โรดที่ตัดผ่านกลางที่ราบสูง · ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ (yamaguchi-tourism.jp) ↗
  13. 13. ช่องแคบคันมง(関門海峡) — ภาพ: เรือสินค้าแล่นผ่านใต้สะพานคันมง · ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ (yamaguchi-tourism.jp) ↗
  14. 14. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคเกียวคัง(海響館) — ภาพ: ปลาปักเป้าในตู้จัดแสดง · ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ (yamaguchi-tourism.jp) ↗
  15. 15. สะพานสึโนชิมะ(角島大橋) — ภาพ: สะพานสึโนชิมะมองจากฝั่งแผ่นดินใหญ่ · ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ (yamaguchi-tourism.jp) ↗
  16. 16. ศาลเจ้าโมโตโนซูมิ(元乃隅神社) — ภาพ: แถวเสาโทริอิที่ไล่ลงเนินไปทางทะเล · ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ (yamaguchi-tourism.jp) ↗
  17. 17. ปราสาทฮางิ สวนชิซึกิ(萩城跡指月公園) — ภาพ: ซากุระบานเหนือกำแพงหินของปราสาท · ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ (yamaguchi-tourism.jp) ↗
  18. 18. ศาลเจ้าโชอิน(松陰神社) — ภาพ: อาคารไม้ของโรงเรียนโชกะซนจูกุ · ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ (yamaguchi-tourism.jp) ↗
  19. 19. วัดโทโคจิ(東光寺) — ภาพ: ประตูซันมงสีแดงของวัดโทโคจิ · ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ (yamaguchi-tourism.jp) ↗
  20. 20. ซูซะฮอร์นเฟลส์(須佐ホルンフェルス) — ภาพ: ลายทางของชั้นหินในระยะใกล้ · ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ (yamaguchi-tourism.jp) ↗

แชร์บทความนี้

FacebookXLINE

IG・Messenger: แชร์ผ่านแอป (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)

รวมเรื่องเที่ยวยามากุจิ

เรื่องแนวเดียวกันทั่วญี่ปุ่น