บทที่สองของนิทรรศการถาวรทั้งบทเป็นเรื่องสงคราม มิซึกิถูกส่งไปแนวหน้าในสงครามแปซิฟิกและรอดกลับมา โรงภาพยนตร์เล็ก ๆ ในส่วนนั้นฉายหนังที่สร้างจากบันทึกประสบการณ์ของเขาเอง เมื่อเดินผ่านห้องนั้นมาแล้วจึงมาเจอคำว่าจงเป็นคนขี้เกียจ มันไม่ใช่มุกอีกต่อไป
ภาพปก: ทางเข้าพิพิธภัณฑ์มิซึกิ ชิเงรุ · ภาพต้นฉบับ: Totti · CC BY-SA 4.0
ข้อมูลพื้นฐาน
| ข้อมูลสถานที่ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อภาษาไทย | พิพิธภัณฑ์มิซึกิ ชิเงรุ(水木しげる記念館) |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Mizuki Shigeru Memorial Museum |
| ชื่อภาษาญี่ปุ่น | 水木しげる記念館(みずきしげるきねんかん) |
| จังหวัด | ทตโตริ — เมืองซาไกมินาโตะ |
| ที่อยู่ภาษาญี่ปุ่น | 〒684-0025 鳥取県境港市本町5番地 |
| ที่อยู่ภาษาอังกฤษ | 5 Hommachi, Sakaiminato, Tottori, Japan |
| ปรับปรุงใหม่ | เมษายน 2024 |
| เวลาทำการ | 9:30–17:00 เข้าได้ถึง 16:30 |
| วันหยุด | ไม่มี เปิดทุกวันตลอดปี ไม่มีวันหยุด |
| ตั๋ว | ซื้อออนไลน์ได้ หรือซื้อหน้างานที่เคาน์เตอร์ชั้น 1 จนถึงเวลาเข้าชมรอบสุดท้าย |
| สถานีที่ใกล้ที่สุด | สถานีซาไกมินาโตะ (境港) สาย JR ซาไก — เดินราว 10 นาที |
| จากสนามบิน | สนามบินโยนาโกะคิทาโร่ — รถร่วมโดยสารแบบจองล่วงหน้ามินาโตรุ ราว 20 นาที หรือแท็กซี่ราว 20 นาที |
| ที่จอดรถ | ไม่มีลานจอดของตัวเอง ใช้ลานจอดฮิโนเดะ ลานจอดหน้าสถานีซาไกมินาโตะ หรือลานจอดไทโชโช |
| โทรศัพท์ | 0859-42-2171・ภาษาญี่ปุ่น |
ค่าใช้จ่ายและการจอง
| ค่าเข้าชมและการจอง | ผู้ใหญ่ 1,000 เยน / มัธยมต้นถึงมัธยมปลาย 500 เยน / ประถม 300 เยน / ผู้พิการ 300 เยน เด็กก่อนวัยเรียนเข้าฟรี |
|---|---|
| ราคาหมู่คณะ | ตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป ผู้ใหญ่ 900 เยน / มัธยม 400 เยน / ประถมและผู้พิการ 200 เยน |
พิพิธภัณฑ์มิซึกิ ชิเงรุ อยู่ในเมืองซาไกมินาโตะ เมืองท่าประมงทางตอนเหนือสุดของจังหวัดทตโตริ ซึ่งเป็นเมืองที่มิซึกิ ชิเงรุ เติบโตขึ้นมา เขาคือคนวาดเรื่องเกะเกะเกะ โนะ คิทาโร่ การ์ตูนที่ทำให้โยไคหรือภูตผีพื้นบ้านญี่ปุ่นกลายเป็นตัวละครที่คนทั้งประเทศรู้จัก
จุดเด่นและสิ่งที่ไม่ควรพลาด
บัตรคำพูด 35 แบบ ที่ไม่ให้เลือก
นิทรรศการถาวรแบ่งเป็นหกบท และบทที่หกชื่อว่าคำพูดของมิซึกิ ชิเงรุ เป็นห้องที่ไม่มีภาพวาดเป็นพระเอก มีแต่ประโยคที่เขาเคยพูดและเขียนไว้ พิพิธภัณฑ์เอาประโยคในห้องนี้มาทำเป็นบัตรที่ระลึก 35 แบบ แล้วแจกแบบสุ่มให้คนที่มา
กลไกนี้ทำให้ห้องสุดท้ายไม่จบลงตรงประตู เพราะสิ่งที่ติดมือกลับไปไม่ใช่ของที่ตัวเองเลือก แต่เป็นประโยคที่ถูกยื่นให้ คนที่ไปด้วยกันสองคนจะได้คนละใบ และมักจะไม่เหมือนกัน
ประโยคที่พิพิธภัณฑ์ยกมาเป็นตัวอย่างคือจงเป็นคนขี้เกียจ สำหรับคนที่เพิ่งเดินผ่านห้องสงครามมา ประโยคนี้อ่านได้อีกแบบหนึ่งทันที คือไม่ใช่คำแนะนำให้เกียจคร้าน แต่เป็นสิ่งที่คนที่เคยอยู่ในที่ที่ชีวิตไม่ใช่ของตัวเองพูดออกมา
บทที่สองคือสงคราม และมันไม่ได้ถูกทำให้เบา
สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ก่อนมาคือ พิพิธภัณฑ์ของคนวาดการ์ตูนผีแห่งนี้ใช้พื้นที่หนึ่งบทเต็มกับสงคราม ส่วนนี้จัดแสดงประสบการณ์สงครามของมิซึกิด้วยเอกสารและวัตถุจำนวนมาก และมีโรงภาพยนตร์ที่ฉายภาพยนตร์ซึ่งสร้างจากบันทึกของเขาเองชื่อบันทึกสงครามของพ่อที่เล่าให้ลูกสาวฟัง
พิพิธภัณฑ์ยังจัดโปรแกรมเรียนรู้เรื่องสันติภาพสำหรับนักเรียนประถมและมัธยมต้น ซึ่งเมืองซาไกมินาโตะเป็นผู้จัดทำ นี่ไม่ใช่มุมเสริม แต่เป็นสิ่งที่พิพิธภัณฑ์ตั้งใจให้เป็นแกนหนึ่งของที่นี่
ถ้ามากับเด็ก ส่วนนี้อาจต้องเตรียมคำอธิบายไว้บ้าง เนื้อหาไม่ได้โหดร้ายจนดูไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ถูกทำให้เป็นการ์ตูน
ถ้ำโยไค 43 ตัว และงานต้นฉบับที่เปลี่ยนทุกครึ่งปี
บทที่สี่คือส่วนที่เด็ก ๆ มาเพื่อสิ่งนี้ ถ้ำโยไคที่ปรับปรุงใหม่มีโยไคซ่อนอยู่ 43 ตัว และห้องถัดไปจัดแสดงภาพวาดโยไคฝีมือมิซึกิ ส่วนบทที่ห้ารวมผลงานที่คนรู้จักที่สุดอย่างเกะเกะเกะ โนะ คิทาโร่ และอากุมะคุง
อีกอย่างที่ทำให้มาซ้ำได้คือห้องนิทรรศการหมุนเวียน ที่นี่นำต้นฉบับหายากซึ่งไม่เคยจัดแสดงมาก่อนออกมาแสดง และเปลี่ยนเนื้อหาราวทุกครึ่งปี คนที่เคยมาแล้วเมื่อสองปีก่อนจะไม่ได้เห็นของชุดเดิม

วิธีเที่ยวและเวลาที่ควรเผื่อ
เผื่อเวลาสำหรับตัวพิพิธภัณฑ์ราวหนึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง มีหกบท มีโรงหนังสั้น มีถ้ำ และมีร้านของที่ระลึกชื่อนะปูนสโตร์ที่ขายของซึ่งหาที่อื่นไม่ได้ ถ้าเดินเร็วก็จบใน 45 นาที แต่บทสงครามเป็นส่วนที่คนมักใช้เวลานานกว่าที่คิด
แต่การมาที่นี่จริง ๆ ควรนับรวมทางเดินด้วย จากสถานีซาไกมินาโตะถึงพิพิธภัณฑ์เป็นถนนมิซึกิ ชิเงรุ โรด ยาวราว 800 เมตร และสองข้างทางมีรูปปั้นสำริดโยไค 178 ตัว ถนนเส้นนี้ไม่ใช่ทางผ่าน แต่เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่มาดู
แผนที่ใช้เวลาคุ้มที่สุดคือ ลงรถไฟที่ซาไกมินาโตะ เดินตามถนนอย่างช้า ๆ ราว 40 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมงโดยแวะดูรูปปั้นและร้านค้า แล้วเข้าพิพิธภัณฑ์ รวมทั้งหมดครึ่งวัน ถ้ารีบเดินตรงมา 10 นาทีก็ถึง แต่จะเสียส่วนที่สนุกที่สุดไป
บนถนนเส้นเดียวกันยังมีศาลเจ้าโยไค และมีสมุดคู่มือโยไคขายสำหรับคนที่อยากตามหารูปปั้นให้ครบ ถ้ามากับเด็กนี่คือรูปแบบที่เด็กไม่เบื่อ เพราะมีของให้หาตลอดทาง
อีกทางเลือกสำหรับคนที่อยู่ค้างคืนคือคอนเทนต์เสียงเดินชมถนนตอนกลางคืน ซึ่งขายเป็นเซ็ตพร้อมบัตรเข้าพิพิธภัณฑ์ ถนนตอนกลางคืนมีไฟและบรรยากาศคนละแบบกับตอนกลางวัน
การเดินทาง
วิธีที่ตรงที่สุดคือรถไฟ สาย JR ซาไกวิ่งจากสถานีโยนาโกะไปสุดสายที่สถานีซาไกมินาโตะ จากสถานีเดินราว 10 นาที ตามถนนมิซึกิ ชิเงรุ โรด ซึ่งเดินตรงไปทางเดียวไม่ต้องดูแผนที่

ถ้ามาทางเครื่องบิน สนามบินที่ใกล้ที่สุดคือสนามบินโยนาโกะซึ่งมีชื่อเล่นอย่างเป็นทางการว่าสนามบินโยนาโกะคิทาโร่ จากสนามบินใช้รถร่วมโดยสารแบบจองล่วงหน้าชื่อมินาโตรุ ราว 20 นาที หรือแท็กซี่ราว 20 นาที รถมินาโตรุต้องจองก่อน ไม่ใช่รถที่รอที่ป้ายแล้วขึ้นได้เลย
ถ้าขับรถเอง จากทางด่วนโยนาโกะ IC ราว 40 นาที แต่เรื่องที่ต้องรู้คือพิพิธภัณฑ์ไม่มีลานจอดรถของตัวเอง ต้องใช้ลานจอดของเมืองสามแห่งคือ ฮิโนเดะ หน้าสถานีซาไกมินาโตะ และไทโชโช ในทางปฏิบัติแล้วการจอดที่ลานหน้าสถานีแล้วเดินตามถนนมาเป็นวิธีที่ลงตัวที่สุด
ให้คนขับหรือเจ้าหน้าที่ดูข้อความภาษาญี่ปุ่นนี้
境港市の水木しげる記念館までお願いします。
鳥取県境港市本町5番地
ความหมาย: ขอไปที่พิพิธภัณฑ์มิซึกิ ชิเงรุ เมืองซาไกมินาโตะ พิพิธภัณฑ์ไม่มีลานจอด ขอจอดที่ลานจอดหน้าสถานีซาไกมินาโตะ
สิ่งที่ควรเช็กก่อนเดินทาง
ข้อแรกคือห้องนิทรรศการหมุนเวียนมีวันปิดของตัวเอง ตัวพิพิธภัณฑ์เปิดทุกวันตลอดปี แต่ช่วงเปลี่ยนนิทรรศการห้องนั้นจะปิดทั้งวัน เช่นช่วง 5 ถึง 9 ตุลาคมปิดห้องนิทรรศการหมุนเวียนเพื่อเปลี่ยนงาน ถ้าตั้งใจมาดูต้นฉบับโดยเฉพาะ ควรดูหน้าเว็บก่อน
ข้อสองคือบัตร ซื้อออนไลน์ล่วงหน้าได้ และบางช่วงที่คนเยอะอาจต้องรอคิวเข้าชม ช่วงวันหยุดยาวของญี่ปุ่นและปิดเทอมฤดูร้อนคือช่วงที่คนมากที่สุด
ข้อสามคือที่จอดรถ พิพิธภัณฑ์ไม่มีลานจอดของตัวเอง ถ้าเช่ารถมาควรวางแผนไว้ก่อนว่าจะจอดที่ไหน ไม่ใช่ขับไปถึงหน้าประตูแล้วค่อยหา
ข้อสี่คือเบอร์โทร 0859-42-2171 เป็นเบอร์ภาษาญี่ปุ่น เว็บไซต์มีปุ่มเปลี่ยนภาษา แต่ถ้าต้องยืนยันเรื่องเฉพาะเจาะจงควรให้ที่พักช่วยโทร
สถานที่เที่ยวใกล้เคียง
ในเมืองซาไกมินาโตะเดียวกันมีงานมินาโตะมัตสึริในฤดูร้อน และตลาดปลากับร้านอาหารทะเลรอบท่าเรือ ซึ่งเป็นเหตุผลที่คนจำนวนมากมาเมืองนี้พอ ๆ กับมาเพราะโยไค
ข้ามไปฝั่งเมืองโยนาโกะด้วยสาย JR ซาไกสายเดียวกันจะถึงสวนมินาโตยามะ ศาลเจ้าคัตสึตะ และศาลเจ้าอาวาชิมะ ส่วนทางใต้ออกไปคือเขาไดเซ็นและพิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายโชจิ อูเอดะ ดูบทความท่องเที่ยวญี่ปุ่นอื่น ๆ สำหรับไอเดียทริปต่อ


















