ประตูตรวจตั๋วสำหรับบัตร IC ที่สถานี Urawa ประเทศญี่ปุ่น

บัตร IC ญี่ปุ่น ซื้อใบไหนดี? เลือกจากสนามบิน พร้อมวิธีซื้อ เติมเงิน และใช้ข้ามเมือง

แชร์บทความนี้

FacebookXLINE

IG・Messenger: แชร์ผ่านแอป (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)

เนื้อหาในบทความย่อ −ดู +
  1. เริ่มตรงนี้: คุณต้องซื้อบัตรใหม่หรือไม่?
  2. 1. ทำไมควรมีบัตร IC และใครอาจไม่จำเป็นต้องซื้อ
  3. 2. ลงสนามบินไหน เริ่มเลือกบัตรจากที่นั่น
  4. 3. ชื่อต่างกัน แต่ใบเดียวใช้ต่างเมืองได้อย่างไร?
  5. 4. ใช้ต่างเมืองได้ ไม่ได้แปลว่าแตะเดินทางข้ามทุกเขตได้
  6. 5. เลือกบัตรปกติหรือบัตรสำหรับนักท่องเที่ยว
  7. 6. บัตรจริงหรือมือถือ: ตรวจเครื่องที่ซื้อในไทยก่อน
  8. 7. ซื้อบัตรจริงอย่างไร: เตรียมชื่อบัตร คนใช้ และเงินเยน
  9. 8. เติมเงินเท่าไร และเติมที่ไหน?
  10. 9. ผ่านประตูรถไฟด้วยบัตรเดียวกันทั้งเข้าและออก
  11. 10. ใช้กับบัสและซื้อของ ต้องดูจังหวะแตะ
  12. 11. ใช้คู่กับ JR Pass หรือพาสรถไฟใต้ดินอย่างไร?
  13. 12. แตะแล้วไม่ผ่าน ยอดเงินไม่พอ หรือบัตรหาย
  14. 13. ก่อนกลับไทย: ใช้เงินที่เหลือ คืนบัตร หรือเก็บไว้
  15. คำถามที่คนเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกมักสงสัย
  16. อ่านต่อเพื่อใช้รถไฟและเตรียมเที่ยวให้สะดวก
  17. แหล่งข้อมูลทางการ
  18. ภาพประกอบและเครดิตภาพ

เพิ่งลงเครื่องที่ญี่ปุ่นแล้วเห็นชื่อ Suica, PASMO, ICOCA, TOICA หรือ manaca เต็มไปหมด ไม่จำเป็นต้องซื้อให้ครบทุกชื่อ เพราะบัตรเหล่านี้มีหน้าที่พื้นฐานคล้ายกัน คือเติมเงินไว้แล้วแตะจ่ายค่าเดินทางในเครือข่ายที่รองรับ รวมถึงซื้อของในร้านที่ร่วมบริการ

เริ่มจากสนามบินที่คุณลง เลือกบัตรที่ซื้อสะดวก แล้วใช้บัตรใบนั้นต่อในพื้นที่ที่รองรับ บทความนี้เน้นบัตรจริงที่หยิบใช้ได้โดยไม่ต้องพึ่งความเข้ากันได้ของมือถือ พร้อมแยกกรณีใช้สมาร์ตโฟน พาสรถไฟ และเส้นทางที่แตะบัตรอย่างเดียวไม่พอ

เริ่มตรงนี้: คุณต้องซื้อบัตรใหม่หรือไม่?

เที่ยวเมืองด้วยรถไฟหรือรถบัสหลายครั้ง

มีบัตร IC ช่วยลดการซื้อตั๋วทีละเที่ยว อ่าน บัตรที่ซื้อได้ตามสนามบิน แล้วเตรียมเงินเยนสำหรับซื้อและเติมเงิน

มี Suica, ICOCA หรือบัตรกลุ่มเดียวกันอยู่แล้ว

ไม่ต้องซื้อใหม่เพียงเพราะเปลี่ยนเมือง ตรวจว่าบัตรยังใช้ได้และมียอดเงิน ส่วน Welcome Suica และ TOURIST PASMO มีอายุ 28 วัน จึงไม่ใช่บัตรที่เก็บมาใช้ทริปถัดไปได้เสมอ

มี JR Pass หรือพาสรถไฟใต้ดิน

ยังอาจใช้ IC สำหรับส่วนที่พาสไม่ครอบคลุมได้ แต่ไม่ต้องแตะ IC แทนพาสในเที่ยวที่ต้องการใช้สิทธิ์ อ่าน วิธีใช้คู่กับพาส

อยากใช้มือถือแทนบัตร

ตรวจรุ่นเครื่องและวิธีเติมเงินก่อน โดยเฉพาะ Android ที่ซื้อในไทย การมี NFC ไม่ได้แปลว่าใช้ Suica ได้ อ่าน บัตรจริงหรือมือถือ

1. ทำไมควรมีบัตร IC และใครอาจไม่จำเป็นต้องซื้อ

เมื่อเดินทางในเมือง คุณไม่ต้องเปิดแผนผังค่าโดยสารแล้วซื้อตั๋วใหม่ทุกครั้ง เพียงมียอดเงินพอและขึ้นเส้นทางที่รองรับก็แตะเข้า–ออกได้ เหมาะกับวันที่เปลี่ยนแผนระหว่างเที่ยว หรือขึ้นทั้งรถไฟใต้ดิน รถไฟเอกชน และรถบัส บัตรยังช่วยลดการหยอดเหรียญและใช้จ่ายในร้านที่รับบัตรได้

แต่ IC ไม่ใช่พาสขึ้นรถไม่จำกัดเที่ยว ขึ้นแต่ละครั้งยังจ่ายค่าโดยสารตามเงื่อนไขของเส้นทาง อย่าซื้อเพราะคิดว่าจะลดค่ารถทุกเที่ยว หากเช่ารถเกือบทั้งทริป หรือมีพาสครอบคลุมการเดินทางทั้งหมด อาจใช้ตั๋วเที่ยวเดียวในส่วนที่เหลือก็ได้

วิธีคิดง่าย ๆ คือ IC ซื้อความสะดวก ส่วนพาสต้องเทียบราคาและเส้นทางว่าคุ้มหรือไม่ ทั้งสองอย่างจึงใช้คู่กันได้

2. ลงสนามบินไหน เริ่มเลือกบัตรจากที่นั่น

อย่าเสียเวลาเดินหา Suica เพียงเพราะรู้จักชื่อนี้มากที่สุด หากลงคันไซแล้วซื้อ ICOCA ได้ หรือเข้าญี่ปุ่นที่เซ็นแทรร์แล้วซื้อ manaca ได้ ก็ใช้บัตรนั้นในเครือข่ายร่วมของเมืองอื่นต่อได้ จุดซื้ออยู่กับบริษัทขนส่ง ไม่ใช่ทุกเคาน์เตอร์ในอาคารสนามบินจะขายทุกบัตร

นาริตะ: Welcome Suica หรือ PASMO ตามบริษัทที่จะขึ้น

ฝั่ง JR มี Welcome Suica ที่สถานี Terminal 1 และสถานี Terminal 2·3 ทั้งเครื่องจำหน่ายเฉพาะและศูนย์บริการที่กำหนด ฝั่ง Keisei มี TOURIST PASMO ที่ SKYLINER & KEISEI INFORMATION CENTER ของ Terminal 1 และ 2 เลือกจุดที่ตรงกับทางรถไฟที่คุณจะใช้ ไม่ต้องข้ามไปซื้ออีกบริษัทโดยไม่มีเหตุผล

Terminal 3 ไม่มีสถานีรถไฟของตัวเอง ต้องไปฝั่ง Terminal 2 และการมี IC ไม่ได้แทนตั๋ว Skyliner หรือ Narita Express ได้ทั้งหมด

ฮาเนดะ: ดูว่าใช้อาคาร 2 หรือ 3 และขึ้น Keikyu หรือ Monorail

Welcome Suica มีที่สถานี Terminal 3 ฝั่ง Tokyo Monorail ส่วน TOURIST PASMO มีเครื่องสำหรับผู้เดินทางของ Keikyu ที่สถานี Terminal 1·2 และ Terminal 3 รวมถึงศูนย์ข้อมูล Keikyu ฝั่ง Terminal 3 ถ้าลงอาคาร 2 และจะขึ้น Keikyu ไม่จำเป็นต้องย้ายไปอาคาร 3 เพื่อไล่ซื้อ Welcome Suica

คันไซ: ICOCA

เริ่มดูที่สถานี Kansai-airport ฝั่ง JR และเครื่องที่มีเครื่องหมาย ICOCA บัตรปกติซื้อได้จากเครื่องที่รองรับ ส่วนแบบลายพิเศษสำหรับผู้มาเยือนมีเงื่อนไขและจุดขายต่างหาก หากลง Terminal 2 ให้ย้ายไปฝั่งสถานีรถไฟก่อน ไม่ใช่มีสถานีอยู่ใน Terminal 2

นิวชิโตเสะ: Kitaca

เมื่อเดินไปสถานี JR New Chitose Airport ใต้อาคารในประเทศ ให้ดูเครื่องที่จำหน่าย Kitaca หรือสอบถามเคาน์เตอร์ JR ในพื้นที่ Kitaca บัตรแบบไม่ลงทะเบียนเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ใหญ่ ถ้ามี Suica หรือ ICOCA ที่ยังใช้ได้อยู่แล้ว ไม่ต้องซื้อ Kitaca เพิ่มเพื่อขึ้นรถไฟ Airport ไปซัปโปโร

เซ็นแทรร์: manaca ที่สถานี Meitetsu ส่วน TOICA ซื้อฝั่ง JR

รถไฟออกจากสนามบินเป็น Meitetsu ไม่ใช่ JR จึงเริ่มดู manaca ที่เครื่องหรือช่องบริการที่รองรับของสถานี Central Japan International Airport หากเข้าตัวเมืองไปใช้ JR แล้วต้องการ TOICA สามารถซื้อที่เครื่องหรือช่องบริการ TOICA ของ JR Central ได้ ไม่ต้องไปหาซื้อ TOICA จากเคาน์เตอร์ Meitetsu

ทั้ง TOICA และ manaca ใช้เดินทางในเครือข่ายร่วมได้ แต่ผู้ให้บริการและสิทธิพิเศษต่างกัน และการขึ้น μSKY หรือที่นั่งชั้นพิเศษของ Meitetsu ยังต้องมี μticket เพิ่มจากค่าโดยสาร

ฟุกุโอกะ: Hayakaken เมื่อไปขึ้นรถไฟใต้ดิน

ซื้อ Hayakaken ได้ที่เครื่องจำหน่ายของสถานีรถไฟใต้ดิน เช่น Fukuoka Airport Station ซึ่งอยู่ฝั่งอาคารในประเทศ ถ้าลงเที่ยวบินระหว่างประเทศ ต้องย้ายอาคารก่อนตามเส้นทางสนามบิน ส่วน SUGOCA เป็นบัตรของ JR Kyushu และ nimoca ใช้เป็นชื่อบัตรของเครือข่าย Nishitetsu เป็นต้น ไม่จำเป็นต้องซื้อทั้งสามใบ

นาฮะ: แยก Yui Rail กับรถบัสที่วางแผนจะใช้

ถ้ามีบัตรกลุ่ม Suica หรือ ICOCA อยู่แล้ว สามารถใช้กับ Yui Rail ได้ ส่วน OKICA เป็นบัตรของโมโนเรลและรถบัสประจำทางที่ร่วมบริการในโอกินาว่า ซื้อได้ที่เครื่องจำหน่ายที่รองรับและช่องบริการของ Yui Rail

OKICA ไม่ใช่หนึ่งในบัตรเครือข่ายใช้งานร่วมกันทั่วประเทศ 10 ชนิด จึงอย่าซื้อโดยคิดว่าจะใช้ต่อที่โตเกียวได้ และอย่าเหมาว่ารถบัสทุกคันในโอกินาว่ารับ Suica เพราะใช้กับโมโนเรลได้ ให้เช็กผู้ให้บริการและสายรถ โดยเฉพาะรถลีมูซีนและรถทัวร์ที่ไม่อยู่ในบริการ OKICA ปกติ

ถ้าซื้อที่สนามบินไม่ทัน ไม่จำเป็นต้องพลาดรถเที่ยวสุดท้ายเพราะต่อคิวซื้อ IC ให้ซื้อตั๋วเที่ยวแรกให้ถูกต้อง แล้วค่อยซื้อบัตรที่สถานีในเมืองซึ่งจำหน่ายบัตรนั้นได้

3. ชื่อต่างกัน แต่ใบเดียวใช้ต่างเมืองได้อย่างไร?

บัตรในกลุ่มใช้งานร่วมกัน 10 ชนิด ได้แก่ Kitaca, Suica, PASMO, TOICA, manaca, ICOCA, PiTaPa, SUGOCA, nimoca และ Hayakaken หมายความว่ายอดเงินในบัตรหนึ่งสามารถจ่ายค่าโดยสารในเครือข่ายร่วมของอีกพื้นที่ได้ โดยไม่ต้องย้ายเงินหรือแลกบัตร

ตัวอย่าง: ซื้อ TOICA ที่นาโกย่า ใช้กับ JR ในพื้นที่ที่รองรับ แล้วเที่ยวโอซาก้าโดยใช้ TOICA ใบเดิมกับเส้นทางที่รองรับได้ หรือซื้อ ICOCA ที่คันไซแล้วนำไปใช้กับรถไฟใต้ดินที่โตเกียวได้ ไม่ใช่บัตรของ JR จะใช้กับรถไฟเอกชนไม่ได้

JR

ใช้ในเขตบริการ IC ที่กำหนดของแต่ละบริษัท ไม่ใช่ทุกสถานี JR ทั่วประเทศ

รถไฟเอกชนและรถไฟใต้ดิน

มีเครือข่ายร่วม เช่น PASMO ในโตเกียว และ manaca ของ Meitetsu/รถไฟใต้ดินนาโกย่า จึงไม่ต้องซื้อบัตรแยกให้ทุกบริษัท

รถบัส

ใช้ได้กับสายและรถที่รองรับการใช้งานร่วม ต้องดูเครื่องหมายหรือข้อมูลของสายรถ รถบัสที่รับบัตรท้องถิ่นไม่ได้รับบัตรร่วมทุกชนิดเสมอไป

ให้มองหาเครื่องหมาย IC สำหรับการใช้งานร่วม หรือรายชื่อบัตรที่รองรับบนเครื่องและเว็บไซต์ทางการ อย่าสรุปจากรูปร่างเครื่องอ่านอย่างเดียว บัตร PiTaPa มีระบบต่างจากบัตรเติมเงินทั่วไป และบริการชำระค่าสินค้าของ PiTaPa ไม่อยู่ในระบบร่วมแบบเดียวกัน จึงไม่ใช่ตัวเลือกหลักที่ต้องไปสมัครสำหรับทริปสั้น

คำว่าใช้ร่วมกันไม่ได้รวมบริการทุกอย่าง เช่น การคืนบัตร การออกใหม่ และคะแนนหรือส่วนลดเฉพาะพื้นที่ ดังนั้นซื้อ Suica แล้วใช้ในนาโกย่าได้ ไม่ได้แปลว่าจะได้สิทธิ manaca ทุกชนิดหรือคืน Suica ที่สถานีไหนก็ได้

4. ใช้ต่างเมืองได้ ไม่ได้แปลว่าแตะเดินทางข้ามทุกเขตได้

ต้องแยก นำบัตรไปใช้ในอีกพื้นที่หนึ่ง ออกจาก ขึ้นรถเที่ยวเดียวข้ามเขต IC การเดินทางข้ามเขตของบริษัทต่าง ๆ มีข้อจำกัดและข้อยกเว้น หากจะนั่งรถไกลหรือผ่านรอยต่อพื้นที่ ให้ดูเส้นทางจริงและถามก่อนแตะเข้า ไม่ใช่เห็นต้นทางกับปลายทางมีเครื่องอ่านทั้งคู่แล้วถือว่าใช้ได้แน่นอน

การขึ้นชินคังเซ็นไม่ได้ใช้เพียงยอดเงิน IC แบบรถไฟในเมือง หากใช้บริการจองที่ผูกกับ IC ต้องจอง ชำระเงิน และลงทะเบียนบัตรตามระบบนั้นก่อน ส่วนรถด่วนพิเศษหรือที่นั่งพิเศษ เช่น Meitetsu μSKY และที่นั่ง u-seat ของรถไฟ Airport ในฮอกไกโด มีตั๋วหรือค่าที่นั่งเพิ่มตามเงื่อนไข การมีเงินใน IC ไม่ได้จองที่นั่งให้

รถบัสด่วน รถบัสสนามบิน และเส้นทางชนบทให้ตรวจแยก บางสายต้องจองหรือซื้อตั๋วเฉพาะ แม้รถบัสในเมืองเดียวกันจะรับ IC ได้ก็ตาม เตรียมเงินสดและวิธีซื้อตั๋วสำรองสำหรับวันที่ออกนอกเมือง

5. เลือกบัตรปกติหรือบัตรสำหรับนักท่องเที่ยว

บัตรปกติ: เหมาะเมื่ออยากเก็บใช้ครั้งต่อไป

ตัวอย่าง Suica, PASMO, ICOCA, TOICA, manaca และ Kitaca โดยทั่วไปมีเงินประกันบัตร 500 เยน ซึ่งไม่ใช่ยอดใช้เดินทาง บัตรปกติสามารถเก็บไว้ใช้ต่อได้ภายใต้กฎเรื่องการไม่ได้ใช้งานของแต่ละบริษัท และมีเงื่อนไขคืนบัตรพร้อมเงินประกัน

Welcome Suica / TOURIST PASMO: ไม่ต้องวางเงินประกัน แต่เงินเหลือไม่คืน

บัตรจริงสองประเภทนี้ใช้ได้ 28 วันนับจากวันที่ซื้อ ไม่มีเงินประกัน และไม่คืนยอดเงินที่เหลือ จึงเหมาะกับการเติมเท่าที่ใช้ในทริป ไม่ควรเติมก้อนใหญ่เพราะคิดว่าจะเอาไปใช้ปีหน้า เก็บกระดาษอ้างอิงที่ออกให้พร้อมบัตรไว้ด้วย

ผู้ใหญ่ที่ต้องการขั้นตอนง่ายอาจเลือกบัตรไม่ลงทะเบียน หากมีให้จำหน่าย แต่บัตรแบบนี้โดยทั่วไปออกใหม่เมื่อหายไม่ได้ ส่วนบัตรลงทะเบียนต้องกรอกข้อมูลจริงและมีขั้นตอนยืนยันตัวตนตามบริษัท ไม่ใช่ข้อบังคับว่าชาวต่างชาติทุกคนต้องซื้อเฉพาะบัตรนักท่องเที่ยว

6. บัตรจริงหรือมือถือ: ตรวจเครื่องที่ซื้อในไทยก่อน

บัตรจริงเหมาะกับคนที่ไม่อยากตรวจระบบมือถือหรือใช้โทรศัพท์ Android ที่ไม่รองรับ การมี NFC หรือแตะบัตรเครดิตผ่าน Google Wallet ได้ ไม่ได้ยืนยันว่าใส่ Suica หรือ PASMO ได้ เพราะ Android ต้องรองรับ Osaifu-Keitai หรือおサイフケータイ ตามเงื่อนไขบริการ

iPhone ที่ซื้อในไทยไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์เพียงเพราะซื้อในไทย รุ่นที่รองรับ เช่น iPhone 8 เป็นต้นไปตามเงื่อนไข Apple สามารถใช้บัตรเดินทางที่รองรับใน Wallet ได้ แต่ต้องเช็ก iOS บัญชี และวิธีเติมเงิน บัตรชำระเงินต่างประเทศไม่ได้รับประกันว่าจะทำรายการผ่านทุกใบ

แอป Welcome Suica Mobile เป็นคนละผลิตภัณฑ์กับ Welcome Suica แบบบัตรจริง อย่านำอายุ 28 วันของบัตรจริงไปใช้กับทุกแอป หากตั้งค่าไม่พร้อม ซื้อบัตรจริงแล้วเที่ยวต่อได้โดยไม่ต้องเสียเวลาที่สถานี มือถือที่เปิดแผนที่ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นอุปกรณ์เดียวกับที่ใช้แตะขึ้นรถ

7. ซื้อบัตรจริงอย่างไร: เตรียมชื่อบัตร คนใช้ และเงินเยน

เดินไปที่เครื่องหรือช่องบริการของบัตรที่เลือก เครื่องเติมเงินอย่างเดียวไม่จำเป็นต้องออกบัตรใหม่ได้ ให้มองหาเมนูซื้อบัตรใหม่ หากไม่พบ ให้ถามพนักงานแทนการเลือกเมนูเติมเงินซ้ำ ๆ

  1. เลือกภาษา เช่น English หากเครื่องรองรับ ไม่จำเป็นต้องอ่านหน้าจอญี่ปุ่นทั้งหมด
  2. เลือกซื้อบัตรใหม่ ตัวอย่างเครื่อง PASMO ใช้เมนู PASMO → Purchase new PASMO แล้วเลือกแบบไม่ลงทะเบียนหรือแบบลงทะเบียน เมนูจริงแตกต่างตามบริษัทและรุ่นเครื่อง
  3. ตรวจว่าเป็นผู้ใหญ่หรือเด็ก อย่าเลือกบัตรเด็กเพียงเพราะราคาถูก บัตรเด็กต้องมีข้อมูลและเอกสารตามเงื่อนไข
  4. เลือกยอดซื้อและดูเงินประกัน ตรวจยอดที่ใช้เดินทางได้ ไม่ใช่ดูแค่จำนวนเงินที่จ่าย
  5. ชำระเงินตามวิธีที่เครื่องรับ เตรียมเงินสดเยนเป็นทางเลือก โดยเฉพาะการซื้อ TOICA ปกติซึ่งรับเงินสด อย่าเหมาว่าทุกเครื่องรับบัตรเครดิต
  6. รับบัตร เงินทอน และเอกสารที่จำเป็น ตรวจยอดก่อนออกจากเครื่อง และเก็บกระดาษอ้างอิงของบัตรนักท่องเที่ยวไว้กับบัตร

ตัวอย่าง TOICA: ซื้อครั้งแรก 2,000 เยน แบ่งเป็นยอดใช้ได้ 1,500 เยน และเงินประกัน 500 เยน ส่วน Welcome Suica ไม่มีเงินประกัน จึงอย่านำตัวอย่าง 2,000 → 1,500 ไปใช้กับทุกบัตร

ครอบครัวควรจัดบัตรให้ผู้โดยสารแต่ละคนที่ต้องจ่ายค่าโดยสาร บัตรเด็กมีเงื่อนไขอายุและเอกสาร เช่น พาสปอร์ต หากมีเด็กเล็กที่อาจไม่เสียค่าโดยสารหรือมีการจองที่นั่ง ให้ถามตามเที่ยวเดินทางจริง ไม่ต้องซื้อบัตรเด็กให้ทุกคนโดยอัตโนมัติ

8. เติมเงินเท่าไร และเติมที่ไหน?

เริ่มจากยอดพอสำหรับแผนเดินทางช่วงแรก แล้วค่อยเติมเมื่อเหลือน้อย ไม่มีจำนวนเดียวที่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะบัตรที่คืนเงินไม่ได้ การเติมทีละน้อยช่วยไม่ให้เหลือมากตอนกลับ

ที่เครื่องรองรับ ให้ใส่หรือวางบัตรตามช่อง เลือก Charge / チャージ หรือเติมเงิน เลือกจำนวน ใส่เงิน แล้วรับบัตรกับเงินทอน เครื่องแบบเก่าบางรุ่นใช้ปุ่มจริงแทนหน้าจอสัมผัส อย่าใช้ภาพเครื่องรุ่นหนึ่งเป็นตำแหน่งปุ่มตายตัวของทุกสถานี

ตัวอย่างเครื่องเติมเงิน TOICA ที่มีช่องวางบัตรและช่องรับธนบัตร

บัตรเครือข่ายร่วมส่วนใหญ่เติมที่เครื่องซึ่งรองรับหรือร้านสะดวกซื้อที่ให้บริการได้ ไม่จำเป็นต้องกลับไปบริษัทที่ออกบัตรก่อนทุกครั้ง แต่เครื่องแต่ละรุ่นมีวิธีและยอดรับต่างกัน เตรียมเงินสดไว้ สำหรับ Welcome Suica แบบบัตรจริง การเติมเงินต้องใช้เงินเยน ไม่สามารถใช้บัตรเครดิตเติมได้

การจ่ายด้วยบัตรเครดิตตอนซื้อบัตรนักท่องเที่ยวบางจุด ไม่ได้แปลว่าจะใช้บัตรเครดิตเติมเงินต่อได้ทุกเครื่อง ถ้าเติมบนรถบัสต้องดูเงื่อนไขธนบัตรและยอดเงินของผู้ให้บริการ เพื่อไม่ให้ชะลอคนอื่น แนะนำให้เติมก่อนขึ้นรถเมื่อทำได้

9. ผ่านประตูรถไฟด้วยบัตรเดียวกันทั้งเข้าและออก

หยิบบัตรหนึ่งใบ แตะที่แป้นอ่านบนเครื่องด้านขวาของช่องที่คุณเดินผ่าน รอให้เครื่องอ่านสำเร็จแล้วจึงเดินต่อ อย่าสอดบัตร IC ลงช่องตั๋วกระดาษ ถ้าเก็บบัตรหลายใบซ้อนกันในกระเป๋าสตางค์ เครื่องอาจอ่านผิดหรืออ่านไม่ได้

ภาพประกอบแตะบัตร IC หนึ่งใบบนแป้นอ่านที่ประตูรถไฟ

เข้าด้วย TOICA ก็ออกด้วย TOICA ใบเดิม ไม่ใช่เข้าด้วย Suica แล้วออกด้วย ICOCA เพราะเงินพอในอีกใบ การใช้งานร่วมหมายถึงใช้บัตรหนึ่งในเครือข่ายอื่นได้ ไม่ใช่ใช้หลายบัตรสลับกลางเที่ยว

การเดินทางผ่านประตูรถไฟใช้หนึ่งบัตรต่อหนึ่งคนพร้อมกัน ไม่ส่งบัตรใบเดียวกลับให้เพื่อนแตะเข้าตาม หากซื้อบัตรจริงให้ครอบครัว ควรแยกซองหรือทำเครื่องหมายเล็ก ๆ ที่ไม่ปิดข้อมูลสำคัญเพื่อไม่ให้หยิบสลับ

ในบางสถานีมีเครื่องอ่านเล็กแยกสำหรับเข้าและออกโดยไม่มีประตูกั้น ก็ยังต้องแตะให้ถูกเครื่อง และจุดเปลี่ยนบริษัทรถไฟบางแห่งอาจมีขั้นตอนเพิ่ม ให้ดูป้ายของสถานีนั้น ไม่เดินผ่านเพราะไม่มีบานประตู

10. ใช้กับบัสและซื้อของ ต้องดูจังหวะแตะ

รถบัสแต่ละระบบไม่เหมือนกัน บางสายแตะขึ้นและแตะลงเพื่อบันทึกระยะทาง บางสายค่าโดยสารคงที่แตะเพียงครั้งที่จุดจ่ายเงิน ให้ดูป้ายหรือทำตามคำแนะนำคนขับ ไม่จำว่ารถญี่ปุ่นทุกคันต้องแตะสองครั้ง

ก่อนขึ้น ตรวจว่ารับบัตรที่คุณถือหรือไม่ และรถเที่ยวนี้ต้องจองหรือมีตั๋วเฉพาะหรือเปล่า หากยอดเงินไม่พอ ให้แจ้งคนขับและใช้ขั้นตอนของผู้ให้บริการ อย่าลงรถไปโดยยังไม่ได้ชำระ

ในร้านที่รับบัตร ให้บอกว่าจะจ่ายด้วย IC หรือแสดงบัตร ตรวจยอดบนเครื่องแล้วแตะเมื่อพนักงานพร้อม ยอดซื้อของหักจากเงินก้อนเดียวกับค่าเดินทาง จึงควรดูยอดก่อนขึ้นรถเที่ยวถัดไป และอย่าเหมาว่าทุกร้านสามารถแบ่งจ่ายด้วยหลายบัตรหรือผสมเงินสดได้

11. ใช้คู่กับ JR Pass หรือพาสรถไฟใต้ดินอย่างไร?

พาสเป็นสิทธิ์เดินทางตามช่วงเวลาและเส้นทางที่กำหนด ส่วน IC เป็นเงินเติมไว้จ่ายค่าโดยสาร ทั้งสองอย่างจึงอยู่ในทริปเดียวกันได้ เช่น ใช้ JR Pass ในเที่ยวที่ครอบคลุม แล้วใช้ IC กับรถไฟใต้ดินหรือรถบัสที่อยู่นอกพาส ไม่ใช่ JR Pass ทุกแบบใช้กับทุกเส้นทางชื่อ JR ได้เหมือนกัน

เที่ยวนี้อยู่ในพาส

ใช้ตั๋วหรือวิธีผ่านประตูของพาสนั้น หากแตะ IC ปกติเข้าแทน อาจถูกนับเป็นเที่ยวที่จ่ายจากยอด IC ไม่ได้ตรวจพบพาสอีกใบให้อัตโนมัติ

เที่ยวถัดไปอยู่นอกพาส

ออกด้วยพาสให้ครบ แล้วเข้าเที่ยวใหม่ด้วย IC เมื่อเส้นทางนั้นรองรับ เก็บทั้งสองอย่างไว้แต่แยกให้หยิบถูก

นั่งต่อผ่านช่วงที่พาสไม่ครอบคลุม

อย่าแตะสลับเองกลางทาง สอบถามวิธีซื้อส่วนเพิ่มหรือชำระเงินก่อนเดินทางตามพาสและเส้นทางจริง

Tokyo Subway Ticket ครอบคลุม Tokyo Metro และ Toei Subway ตามเงื่อนไข ไม่ได้เป็นพาส JR ทั่วโตเกียว พาสบางชนิดมีรูปแบบบันทึกลง IC ได้ เช่น ผลิตภัณฑ์บางแบบบน PASMO แต่ต้องซื้อและลงทะเบียนให้ตรงชนิด ไม่ใช่ใส่ใน Suica หรือ TOICA ใดก็ได้ การมีบัตรกับมีสิทธิ์พาสเป็นคนละเรื่อง

ก่อนซื้อพาส ให้รวมค่าโดยสารของเที่ยวที่คุณจะขึ้นจริง เทียบกับราคาพาสและตรวจคุณสมบัติผู้ซื้อ ไม่จำเป็นต้องซื้อเพียงเพราะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ การเติม IC อาจสะดวกกว่าในวันที่ขึ้นรถไม่กี่ครั้ง

12. แตะแล้วไม่ผ่าน ยอดเงินไม่พอ หรือบัตรหาย

ยอดไม่พอตอนออก

ไปเครื่อง Fare Adjustment / 精算機 หรือช่องบริการที่รองรับ แล้วเติมหรือชำระตามคำแนะนำ การมีเงินในอีกบัตรไม่ได้ย้ายเงินมารวมให้เอง

มีเสียงเตือนหรือประตูไม่เปิด

หยุดและหลบไปจุดปลอดภัย ตรวจว่ามีหลายบัตรซ้อนกันหรือไม่ ถ้ายังไม่ได้ ให้พนักงานดู บัตรอาจมียอดเข้า–ออกไม่สมบูรณ์จากเที่ยวก่อน อย่าฝืนเดินผ่านตามคนหน้า

แตะเข้าไปแล้วเปลี่ยนใจไม่เดินทาง

ติดต่อพนักงานที่สถานี อย่าคิดว่าแตะออกสถานีเดิมหรือปล่อยข้อมูลไว้จะจบเหมือนกันทุกระบบ

ทำบัตรหาย

บัตรไม่ลงทะเบียน รวมถึงบัตรนักท่องเที่ยวบางประเภทออกใหม่เมื่อหายไม่ได้ ส่วนบัตรลงทะเบียนต้องดำเนินการกับบริษัทที่รับผิดชอบตามเงื่อนไข อาจมีค่าใช้จ่ายและรอรับบัตรใหม่ ไม่ได้รับคืนทันทีทุกกรณี

13. ก่อนกลับไทย: ใช้เงินที่เหลือ คืนบัตร หรือเก็บไว้

Welcome Suica และ TOURIST PASMO ไม่คืนยอดคงเหลือ วางแผนใช้กับค่าเดินทางหรือร้านที่รับบัตรก่อนหมดอายุ แต่อย่าใช้จนหมดทั้งที่ยังต้องขึ้นรถไปสนามบิน และตรวจว่าจุดซื้อของยอมให้จ่ายส่วนต่างอย่างไร

บัตรปกติต้องคืนกับบริษัทหรือช่องบริการที่รับผิดชอบบัตรนั้น ไม่ใช่ใช้ได้ทั่วเครือข่ายแล้วคืนที่ไหนก็ได้ ตัวอย่าง TOICA คืนที่ TOICA取扱窓口 หรือช่องบริการ TOICA โดยหักค่าธรรมเนียมจากยอดคงเหลือตามกฎ แล้วคืนเงินประกัน 500 เยน ถ้ายอดเหลือไม่เกิน 220 เยน จะได้รับคืนเฉพาะเงินประกัน

ตัวอย่างการคำนวณ TOICA ที่ไม่ใช่ตั๋วเดือน: ยอดเหลือ 1,000 เยน → หัก 220 เยน → บวกเงินประกัน 500 เยน รวมรับ 1,280 เยน นี่เป็นตัวอย่างของ TOICA ไม่ใช่สูตรเดียวของทุกบัตร อย่าไปคืนที่สนามบินโดยไม่เช็กว่ามีช่องบริการของบัตรคุณอยู่และยังเปิดหรือไม่

ถ้าจะกลับมาเที่ยวอีก สามารถเก็บบัตรปกติไว้ภายใต้กฎอายุและการไม่ใช้งานของผู้ออกบัตร บัตรที่ไม่ได้ใช้มานานอาจต้องให้พนักงานตรวจ ส่วนบัตรในมือถือมีวิธียกเลิกและคืนเงินต่างจากบัตรจริง จึงไม่ควรใช้ขั้นตอนคืนบัตรพลาสติกแทนกัน

คำถามที่คนเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกมักสงสัย

ซื้อ TOICA แล้วต้องซื้อ Suica เมื่อไปโตเกียวอีกไหม?

ไม่ต้องซื้อเพิ่มเพียงเพราะเปลี่ยนเมือง หากบัตรยังใช้ได้และเส้นทางรองรับเครือข่ายร่วม ใช้ TOICA ใบเดิมได้ แต่ต้องตรวจการเดินทางไกลข้ามเขตแยกจากการขึ้นรถในเมือง

บัตรของ JR ใช้กับรถไฟเอกชนได้ไหม?

ได้ในเครือข่ายร่วมที่รองรับ เช่น ใช้ Suica หรือ TOICA กับเส้นทาง PASMO/manaca ที่รองรับ ไม่ใช่ดูว่าเป็น JR หรือเอกชนเพียงอย่างเดียว

มีบัตรเครดิตแตะจ่ายได้ ยังจำเป็นต้องซื้อ IC ไหม?

ไม่จำเป็นสำหรับทุกทริป แต่การรับบัตรเครดิตแบบแตะขึ้นรถมีขอบเขตและประตูที่รองรับของตัวเอง ไม่ได้เท่ากับเครือข่าย IC ทั้งหมด ให้ดูทุกเส้นทางก่อนตัดสินใจใช้บัตรเครดิตอย่างเดียว

ซื้อไว้หนึ่งใบแล้วให้เพื่อนใช้ต่อได้ไหม?

บัตรไม่ลงทะเบียนอาจเปลี่ยนผู้ใช้ระหว่างคนละช่วงการเดินทางได้ตามกฎ แต่ใช้หนึ่งใบให้หลายคนผ่านประตูพร้อมกันไม่ได้ และบัตรลงทะเบียนใช้ได้เฉพาะเจ้าของตามเงื่อนไข

ซื้อ IC ทางออนไลน์ก่อนบินจำเป็นหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องซื้อผ่านตัวแทนเสมอไป คุณซื้อที่จุดขายทางการได้ หากเลือกจองผ่านตัวแทนให้ดูค่าบริการ จุดรับ เวลาเปิด และอายุบัตร ไม่ใช่คิดว่าทุกใบจะส่งถึงโรงแรมหรือรับได้ทุกสนามบิน

แหล่งข้อมูลทางการ

ภาพประกอบและเครดิตภาพ

ภาพปก: ประตู IC ทางออก Atre North ของสถานี Urawa โดย MaedaAkihiko / Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0 · ปรับขนาดเพื่อแสดงผล เป็นภาพตัวอย่างประตู IC ไม่ใช่จุดซื้อบัตรที่สนามบิน

ภาพเครื่องเติมเงิน TOICA ที่ Mino-Ōta โดย Miyuki Meinaka / Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0 · ปรับขนาดเพื่อแสดงผล ใช้อธิบายความต่างของเครื่องเติมเงินกับเครื่องออกบัตร หน้าตาเครื่องอื่นอาจต่างกัน

ภาพอธิบายการแตะบัตรสร้างด้วย AI เป็นภาพประกอบสถานการณ์ ไม่ใช่ภาพถ่ายหรือหน้าจอจริงของผู้ให้บริการ

แชร์บทความนี้

FacebookXLINE

IG・Messenger: แชร์ผ่านแอป (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)

อ่านต่อเรื่องกฎและมารยาท

กฎและมารยาท

ขึ้นรถบัสและแท็กซี่ญี่ปุ่นให้ถูกมารยาท: กระเป๋า เบาะเอน และการเดินทางกลางคืน

กฎและมารยาท

ขึ้นรถไฟญี่ปุ่นครั้งแรก: 10 กฎและมารยาทบนรถไฟและในสถานี

กฎและมารยาท

กฎและมารยาทเที่ยวญี่ปุ่นสำหรับคนไทย: เรื่องพื้นฐานและคู่มือตามกิจกรรม

กฎและมารยาท

ตกปลาและขุดหอยในญี่ปุ่น: เช็กบัตร พื้นที่ และกฎก่อนนำกลับ

กฎและมารยาท

พักโฮสเทล–มินปากุญี่ปุ่นอย่างสบายใจ: 12 กติกาใช้พื้นที่ร่วมกัน

กฎและมารยาท

เที่ยวกลางคืนญี่ปุ่นอย่างสบายใจ: เช็กราคา เวลาดื่ม และทางกลับก่อนเข้าร้าน

กฎและมารยาท

ลงทะเลและเข้าสระในญี่ปุ่น: เช็กสิทธิ์เข้า ธงเตือน และ 15 กฎก่อนเล่นน้ำ

กฎและมารยาท

เก็บสตรอว์เบอร์รีและผลไม้ในญี่ปุ่น: 12 กฎที่ควรรู้ก่อนเด็ด ชิม และนำกลับ

เตรียมตัวก่อนเที่ยวญี่ปุ่น

เที่ยวญี่ปุ่นซื้อพาสอะไรดี? เลือกตามเมืองและเส้นทาง รวม 10 ไกด์

ทั่วญี่ปุ่นเตรียมเดินทาง

เที่ยวทาคายามะ–ชิราคาวาโกะ–โฮคุริคุ: ใช้พาสรถไฟและบัสอย่างไรให้ตรงแผน

ทั่วญี่ปุ่นเตรียมเดินทาง

คิวชูซื้อเรลพาสไหนดี? เลือกพาสเหนือ ใต้ หรือทั่วคิวชูให้ตรงเส้นทาง

ทั่วญี่ปุ่นเตรียมเดินทาง

JR Pass ทั่วประเทศคุ้มไหม? ราคา รถไฟที่ใช้ได้ และวิธีเทียบกับพาสรายภูมิภาค

ทั่วญี่ปุ่นเตรียมเดินทาง

เจอแผ่นดินไหวหรือภัยพิบัติในญี่ปุ่น ทำอย่างไร? คู่มืออพยพและขอความช่วยเหลือสำหรับคนไทย

ทั่วญี่ปุ่นเตรียมเดินทาง

Tax-free ญี่ปุ่น ขอคืนภาษีอย่างไร? ตั้งแต่ซื้อของจนถึงวันบินกลับ

ทั่วญี่ปุ่นเตรียมเดินทาง