ใบไม้เปลี่ยนสีริมหุบเขาเบฟุ

9 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีโคจิ 2026|ช่วงสวย ที่จอดรถ วิธีไป

แชร์บทความนี้

FacebookXLINE

IG・Messenger: แชร์ผ่านแอป (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)

ใบไม้เปลี่ยนสีในโคจิเริ่มจากภูเขาสูงทางเหนือก่อน แล้วค่อยลงมาถึงเมือง ถนนบนสันเขาอย่าง UFO Line เริ่มแดงตั้งแต่กลางตุลาคม หุบเขาในภูเขาสวยช่วงต้นถึงกลางพฤศจิกายน ส่วนในเมืองโคจิ สถานีอุตุนิยมวิทยาโคจิบันทึกว่าต้นเมเปิลอิโรฮะเปลี่ยนสีโดยเฉลี่ยวันที่ 2 ธันวาคม และแปะก๊วยเหลืองโดยเฉลี่ยวันที่ 15 พฤศจิกายน

บทความนี้รวม 9 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีของโคจิ เรียงตามช่วงเวลาที่สวย พร้อมที่จอดรถ ค่าเข้า และวิธีไป จุดส่วนใหญ่อยู่ในภูเขาและต้องขับรถ ส่วนจุดที่ไปด้วยรถสาธารณะได้จะบอกไว้ ข้อมูล ณ กันยายน 2026 ปี 2026 ยังไม่มีจุดไหนประกาศวันจัดงานเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสี

เนื้อหาในบทความย่อ −ดู +
  1. ใบไม้โคจิเปลี่ยนสีช่วงไหน
  2. ภูเขาสูง: เริ่มก่อนที่อื่น
  3. หุบเขาในภูเขา: ต้นถึงกลางพฤศจิกายน
  4. ในเมืองโคจิ: ปลายพฤศจิกายนถึงธันวาคม
  5. สิ่งที่ควรเช็กก่อนเดินทาง
  6. คำถามที่พบบ่อย
  7. บทความที่เกี่ยวข้อง

ใบไม้โคจิเปลี่ยนสีช่วงไหน

ช่วงเวลาจุดที่เหมาะ
กลางตุลาคม–ต้นพฤศจิกายนUFO Line ชิโกกุคาร์สต์ (เทงงุโคเก็น)
ปลายตุลาคม–กลางพฤศจิกายนหุบเขานิชิคุมะ หุบเขาเซโตะกาวะ หุบเขาเบฟุ หุบเขาคุโรซง
กลางพฤศจิกายนหุบเขานาคัตสึ
ปลายพฤศจิกายน–กลางธันวาคมปราสาทโคจิ วัดจิคุรินจิ ในเมืองโคจิ

ภูเขาสูง: เริ่มก่อนที่อื่น

1. UFO Line (UFOライン)

UFO Line คือถนนที่ลัดเลาะไปตามสันเขาสูง 1,300–1,700 เมตร ใกล้รอยต่อกับจังหวัดเอฮิเมะ ด้วยความสูงระดับนี้ ใบไม้ที่นี่จึงเริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่กลางตุลาคม เร็วกว่าจุดอื่นในจังหวัด สองข้างทางเป็นทิวเขาชิโกกุที่ทอดยาวสุดสายตา และตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนยังมีโอกาสเห็นน้ำแข็งเกาะกิ่งไม้ บางวันจึงได้เห็นใบไม้สีแดงกับกิ่งไม้สีขาวในภาพเดียวกัน

เส้นทางนี้ไม่มีรถโดยสารสาธารณะ ต้องขับรถเองหรือไปกับทัวร์ ถนนแคบและเป็นเลนเดียว ควรขับช้าๆ หลบรถสวนที่ช่องหลบ และจอดเฉพาะลานจอดรถเท่านั้น บางช่วงไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ จึงควรดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ไว้ก่อน และพกเสื้อกันหนาวเพราะอากาศบนสันเขาเย็นกว่าในเมืองมาก เหมาะกับคนที่ชอบขับรถชมวิวและอยากเห็นใบไม้เปลี่ยนสีก่อนใคร

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • กลางตุลาคม–ต้นพฤศจิกายน
  • ถนนปิดช่วงฤดูหนาวตั้งแต่ราวปลายพฤศจิกายน
ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี

การเดินทาง
  • รถเช่าหรือทัวร์เท่านั้น
  • จาก Ino IC ราว 1.5–2 ชั่วโมง
  • จาก Iyo-Saijo IC (เอฮิเมะ) ราว 1 ชั่วโมง 20 นาที
แผนที่Google Maps

2. ชิโกกุคาร์สต์ เทงงุโคเก็น (天狗高原)

เทงงุโคเก็นเป็นส่วนหนึ่งของชิโกกุคาร์สต์ ที่ราบสูงหินปูนที่ทอดตัวบนสันเขาระหว่างโคจิกับเอฮิเมะ ก้อนหินปูนสีขาวที่โผล่ขึ้นมาจากทุ่งหญ้าทำให้ภูมิประเทศที่นี่ต่างจากหุบเขาอื่นในรายการนี้โดยสิ้นเชิง พอถึงฤดูใบไม้ร่วง ต้นเมเปิลหลายชนิดเปลี่ยนเป็นสีแดงและเหลือง ขณะที่ทุ่งหญ้าซูซูกิสีเงินพลิ้วไหวไปตามลม

วิธีเที่ยวที่ดีที่สุดคือขับรถช้าๆ ไปตามถนนบนคาร์สต์ แวะตามจุดชมวิว แล้วลงเดินบนทุ่งหญ้าสักพักเพื่อดูก้อนหินปูนใกล้ๆ ถ้าอยากค้างคืน บริเวณเทงงุโคเก็นมีที่พักอย่างโฮชิฟุรุวิลเลจ TENGU ให้พักชมวิวภูเขาตอนเช้า อากาศบนที่ราบสูงเย็นและลมแรง ควรเตรียมเสื้อกันลม เหมาะกับคนที่ชอบวิวกว้างสุดตาและอยากได้ใบไม้ร่วงในบรรยากาศทุ่งหญ้าบนภูเขา

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • กลางตุลาคม–ต้นพฤศจิกายน
  • ถนนหลักบนคาร์สต์ปิดราวธันวาคม–มีนาคม
การเดินทาง
  • รถเช่า จาก Susaki-higashi IC
  • ที่จอดรถฟรีราว 160 คัน
แผนที่Google Maps

หุบเขาในภูเขา: ต้นถึงกลางพฤศจิกายน

3. หุบเขานิชิคุมะ (西熊渓谷)

หุบเขานิชิคุมะอยู่ในเขตภูเขาของเมืองคามิ ที่ความสูงราว 700–800 เมตร ป่าต้นบีช เฟอร์ และเฮมล็อกที่ขึ้นหนาแน่นริมลำธารใส จะเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และเหลือง สลับกับสีเขียวเข้มของไม้สน เพราะอยู่ลึกเข้าไปกว่าหุบเขาเบฟุ นักท่องเที่ยวจึงน้อยกว่า และยังคงบรรยากาศป่าเขาดั้งเดิมไว้ได้เต็มที่

ลองเดินเลียบลำธารช้าๆ ฟังเสียงน้ำ แล้วหามุมที่ใบไม้สีสดสะท้อนอยู่บนผิวน้ำ ที่จอดรถมีไม่มาก ควรมาแต่เช้า และวางแผนแวะหุบเขาเบฟุซึ่งอยู่ระหว่างทางในวันเดียวกัน เหมาะกับคนที่อยากหนีฝูงชนและชอบถ่ายรูปธรรมชาติแบบเงียบๆ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ปลายตุลาคม–กลางพฤศจิกายน

การเดินทาง
  • จาก Nankoku IC ขับรถราว 1 ชั่วโมง 45 นาที
  • ที่จอดรถฟรีราว 15 คัน
แผนที่หุบเขานิชิคุมะ(จุดอ้างอิงตามแผนที่เมือง)Google Maps

4. หุบเขาเบฟุ (べふ峡)

หุบเขาเบฟุอยู่บริเวณต้นน้ำแม่น้ำโมโนเบะในเมืองคามิ และเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อที่สุดของโคจิ ต้นเมเปิลและไม้ใบกว้างสองฝั่งลำธารเปลี่ยนสีไล่เฉดตั้งแต่เหลืองถึงแดงเข้ม ภาพที่คนจดจำมากที่สุดคือสะพานสีแดงที่ทอดข้ามลำธารท่ามกลางใบไม้สีแดงส้ม

มุมยอดนิยมคือการถ่ายสะพานแดงจากริมลำธาร หรือเดินขึ้นสะพานเพื่อมองลงไปยังน้ำใสด้านล่าง ถ้าไม่ได้ขับรถก็มาด้วยรถบัสได้ แต่รถมีรอบน้อย ต้องเช็กเวลาเที่ยวกลับไว้ก่อน ส่วนออนเซ็นในพื้นที่ปิดปรับปรุงอยู่ จึงไม่ควรวางแผนแช่น้ำที่นี่ เหมาะกับคนที่มาครั้งแรกและอยากเห็นใบไม้เปลี่ยนสีแบบคลาสสิกของโคจิ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ต้น–ปลายพฤศจิกายน
  • สวยที่สุดโดยเฉลี่ยช่วงต้น–กลางพฤศจิกายน
ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี

การเดินทาง
  • จาก Nankoku IC ใช้ถนนหมายเลข 195 ราว 1 ชั่วโมง 20 นาที
  • จากสถานี JR โทสะยามาดะ นั่งรถบัส JR ราว 40 นาทีถึงโอโดจิ
    ต่อรถบัสเทศบาลสายเบฟุราว 35 นาที
  • ที่จอดรถฟรีราว 200 คัน
แผนที่หุบเขาเบฟุ(จุดอ้างอิงตามแผนที่ท่องเที่ยว)Google Maps

5. หุบเขาเซโตะกาวะ (瀬戸川渓谷)

หุบเขาเซโตะกาวะอยู่ในเมืองโทสะโจ ทางตอนเหนือของจังหวัด เป็นหุบเขาลึกของลำน้ำเซโตะ สาขาของแม่น้ำโยชิโนะเหนือเขื่อนซาเมอุระ ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงระดับพันเมตร กลางหุบเขามีน้ำตกอาเมกาเอริ ที่เล่ากันว่าปลาอาเมโกะว่ายขึ้นไม่ไหวจนต้องหันหลังกลับ ช่วงใบไม้ร่วง ลำธารใสจะถูกโอบล้อมด้วยใบไม้สีแดงส้มทั้งสองฝั่ง

ในหุบเขามีสะพานแขวนข้ามลำธารและน้ำตกเล็กๆ ให้แวะชมเป็นระยะ ลองเดินข้ามสะพานแขวนเพื่อมองหุบเขาจากมุมสูง แล้วขับต่อขึ้นไปทางต้นน้ำที่มีเขื่อนอินามูระ ซึ่งใบไม้ก็สวยไม่แพ้กัน เพราะอยู่ไกลจากตัวเมือง ควรเผื่อเวลาขับรถให้พอ เหมาะกับคนที่ชอบหุบเขาเงียบๆ และชอบขับรถสำรวจภูเขาใจกลางชิโกกุ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ปลายตุลาคม–กลางพฤศจิกายน

การเดินทาง
  • จาก Otoyo IC ขับรถราว 1 ชั่วโมง 30 นาที
  • ที่จอดรถฟรี 100 คัน
แผนที่Google Maps

6. หุบเขาคุโรซง (黒尊渓谷)

หุบเขาคุโรซงอยู่ในเขตนิชิโทสะของเมืองชิมันโตะ ทางตะวันตกของจังหวัด ริมลำธารที่ไหลลงแม่น้ำคุโรซง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสาขาที่ใสที่สุดของแม่น้ำชิมันโตะ สองฝั่งลำธารเป็นป่าดั้งเดิมของต้นบีชและไผ่คุมะซาสะ น้ำใสไหลผ่านโขดหินท่ามกลางใบไม้สีแดงและเหลือง ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในป่าลึกที่ยังไม่ถูกแตะต้อง

ในหุบเขามีทางเดินป่าขึ้นยอดเขาในแถบนี้ ระยะเดินราวสามชั่วโมงครึ่ง สำหรับคนทั่วไป แค่เดินเล่นริมลำธารก็ได้เห็นใบไม้สวยๆ แล้ว ถนนเข้าหุบเขามีการจำกัดการสัญจรเป็นช่วงเวลา ควรเช็กก่อนออกเดินทาง และเติมน้ำมันให้เต็มก่อนเข้าเขตภูเขา เหมาะกับคนที่ชอบธรรมชาติแท้ๆ และอยากต่อทริปแม่น้ำชิมันโตะ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ต้น–กลางพฤศจิกายน

ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี

การเดินทาง
  • จากสถานีนากามูระ (รถไฟโทสะคุโรชิโอะ) ขับรถราว 1 ชั่วโมง
  • จาก Shimanto-cho-chuo IC ราว 2 ชั่วโมง
  • ที่จอดรถฟรี 100 คัน
แผนที่Google Maps

7. หุบเขานาคัตสึ (中津渓谷)

หุบเขานาคัตสึอยู่ริมลำน้ำนาคัตสึ สาขาของแม่น้ำนิโยโดะ ที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำสีฟ้าใสจนคนญี่ปุ่นเรียกกันว่า “นิโยโดบลู” ทางเดินเลียบหุบเขายาวประมาณ 2.3 กิโลเมตรพาไปจนถึงน้ำตกอุริว ระหว่างทางผ่านโขดหินรูปร่างแปลกตาและแอ่งน้ำสีฟ้า ช่วงใบไม้ร่วง สีฟ้าของน้ำตัดกับใบไม้สีแดงอย่างชัดเจนจนแทบไม่ต้องแต่งรูป

ทางเดินมีบันไดและสะพานเป็นช่วงๆ ควรใส่รองเท้าที่เดินสบายและกันลื่น หลังเดินเสร็จแวะแช่ออนเซ็นที่ยุโนะโมริใกล้ทางเข้า ซึ่งมีบ่อกลางแจ้งให้แช่ไปชมวิวไป ในบรรดาหุบเขาบนภูเขาในรายการนี้ ที่นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งที่มาด้วยรถไฟกับรถบัสได้ค่อนข้างสะดวก เหมาะกับคนที่ไม่ได้เช่ารถและอยากเห็นทั้งน้ำสีฟ้ากับใบไม้แดงในที่เดียว

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

กลางพฤศจิกายน

ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี

การเดินทาง
  • จาก Ino IC ขับรถราว 1 ชั่วโมง
  • จากสถานี JR ซากาวะ นั่งรถบัสคุโรอิวะคังโกราว 35 นาที
    ลงป้ายนาโนกาวะ เดินราว 7 นาที
  • ที่จอดรถใกล้ทางเข้าราว 40 คัน
แผนที่Google Maps

ในเมืองโคจิ: ปลายพฤศจิกายนถึงธันวาคม

8. วัดจิคุรินจิ (竹林寺)

วัดจิคุรินจิตั้งอยู่บนเขาโกไดซัง เป็นวัดลำดับที่ 31 ของเส้นทางแสวงบุญ 88 วัดแห่งชิโกกุ ฤดูใบไม้ร่วงคือช่วงที่วัดนี้งดงามที่สุด เจดีย์ห้าชั้นสีแดงตัดกับใบเมเปิลเป็นภาพที่ถือเป็นมุมใบไม้ร่วงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองโคจิ และสวนของวัดยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่งดงามทางวัฒนธรรมระดับประเทศ

เดินชมบริเวณวัดไปจนถึงเจดีย์ แล้วเผื่อเวลาเข้าชมสวนแบบญี่ปุ่นซึ่งต้องซื้อบัตรแยก วัดอยู่ติดกับสวนพฤกษศาสตร์มากิโนะ จึงเที่ยวต่อกันได้ในครึ่งวัน ถ้าไม่ได้ขับรถ ใช้รถบัส MY遊バス จากสถานีโคจิได้สะดวก เหมาะกับคนที่อยากเห็นใบไม้เปลี่ยนสีคู่กับวัดเก่าแก่โดยไม่ต้องออกไปไกลจากตัวเมือง

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ปลายพฤศจิกายน–ธันวาคม

ค่าเข้าชมและการจอง
  • บริเวณวัดฟรี
  • สวนและหอสมบัติ 800 เยน
  • สวนอย่างเดียว 500 เยน
  • หอสมบัติอย่างเดียว 400 เยน
เวลาทำการ
  • บริเวณวัด 8:00–17:00 น.
  • สวนและหอสมบัติ 8:30–17:00 น.
    (เข้าได้ถึง 16:30 น.)
วันหยุด

เปิดทุกวัน

การเดินทาง
  • MY遊バス
    จากสถานี JR โคจิ
    ลงป้ายจิคุรินจิ เดิน 2 นาที
  • จาก Kochi IC ราว 20 นาที
  • ที่จอดรถฟรีราว 100 คัน
แผนที่Google Maps

9. ปราสาทโคจิ (高知城)

ปราสาทโคจิเป็นหนึ่งในปราสาทไม่กี่แห่งของญี่ปุ่นที่ยังเหลือหอคอยหลักดั้งเดิมจากยุคเอโดะ ในฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ในสวนโคจิรอบปราสาทจะเปลี่ยนเป็นสีแดงและเหลืองรอบกำแพงหินและหอคอยสีขาว และเพราะอยู่ในตัวเมืองที่อากาศอุ่นกว่าเขตภูเขา ใบไม้ที่นี่จึงเปลี่ยนสีช้าที่สุด กลายเป็นจุดปิดท้ายฤดูใบไม้ร่วงของโคจิ

เดินขึ้นไปตามทางในสวนจนถึงหอคอย จะได้มองลงมาเห็นตัวเมืองโคจิท่ามกลางใบไม้สีส้มแดง ช่วงที่จุดบนภูเขาส่วนใหญ่ใบร่วงไปแล้ว ที่นี่ยังมีสีสันให้ชม ไปถึงง่ายด้วยรถรางจากสถานีโคจิ และเที่ยวรวมกับวัดจิคุรินจิได้ในวันเดียว เหมาะกับคนที่มาโคจิช่วงปลายฤดูหรือไม่ได้เช่ารถ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ปลายพฤศจิกายน–กลางธันวาคม

ค่าเข้าชมและการจอง
  • สวนรอบปราสาทฟรี
  • เข้าหอคอย
    อายุ 18 ปีขึ้นไป 500 เยน อายุต่ำกว่า 18 ปี ฟรี
  • ไม่ต้องจอง
เวลาทำการ

หอคอย 9:00–17:00 น.
(เข้าได้ถึง 16:30 น.)

วันหยุด

หอคอยปิด 26 ธันวาคม–1 มกราคม

การเดินทาง
  • จากสถานี JR โคจิ นั่งรถรางราว 10 นาที
    ลงป้ายโคจิโจมาเอะ เดิน 3 นาที
  • เดินจากสถานีราว 25 นาที
  • จาก Kochi IC ราว 15 นาที
แผนที่Google Maps

สิ่งที่ควรเช็กก่อนเดินทาง

  • ช่วงสวยเปลี่ยนทุกปี ขึ้นกับอากาศ ก่อนไปดูรายงานของเทศบาลแต่ละแห่ง เช่นรายงานใบไม้หุบเขาเบฟุ
  • ถนนภูเขาแคบ หุบเขาส่วนใหญ่ต้องขับถนนเลนเดียวในภูเขา ขับช้าและออกเดินทางแต่เช้า
  • หมี เมืองคามิประกาศพบหมีในพื้นที่ป่าใกล้หุบเขาเบฟุ อย่าเดินเข้าป่าลึกคนเดียว
  • ถนนปิดฤดูหนาว UFO Line ปิดประมาณปลายพฤศจิกายน และถนนบนชิโกกุคาร์สต์ปิดประมาณธันวาคม

คำถามที่พบบ่อย

ใบไม้โคจิเปลี่ยนสีเมื่อไหร่

ภูเขาสูงเริ่มกลางตุลาคม หุบเขาในภูเขาสวยต้นถึงกลางพฤศจิกายน และในเมืองโคจิสวยช่วงปลายพฤศจิกายนถึงกลางธันวาคม

ไม่ขับรถไปดูใบไม้ที่ไหนได้

ในเมืองโคจิ: ปราสาทโคจิและวัดจิคุรินจิ นอกเมือง: หุบเขานาคัตสึ (รถไฟไปสถานีซากาวะแล้วต่อรถบัส) และหุบเขาเบฟุ (รถบัสต่อ 1 ครั้ง แต่รอบน้อย)

ที่ไหนคนน้อย

หุบเขานิชิคุมะและหุบเขาคุโรซงอยู่ลึกกว่า คนจึงน้อยกว่าหุบเขาเบฟุ แต่ต้องขับรถนานกว่า

มีเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีไหม

ณ กันยายน 2026 ยังไม่มีจุดไหนประกาศวันจัดงานปี 2026 บทความนี้จะอัปเดตเมื่อมีประกาศ

บทความที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง · เว็บไซต์ภายนอก3 ลิงก์

ลิงก์ด้านล่างเปิดเว็บไซต์ภายนอกในแท็บใหม่

  1. ภาพหลัก — ภาพ: akiakane / CC BY 3.0 (creativecommons.org) ↗ / Wikimedia Commons (commons.wikimedia.org) ↗
  2. รายงานใบไม้หุบเขาเบฟุ (city.kami.lg.jp) ↗

แชร์บทความนี้

FacebookXLINE

IG・Messenger: แชร์ผ่านแอป (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)

รวมเรื่องเที่ยวโคจิ

เรื่องแนวเดียวกันทั่วญี่ปุ่น