หน้าผาหินสีขาวของชายฝั่งโอโดริมทะเล

11 จุดวิวสวยโคจิ|ทะเลใส แหลม ถนนบนสันเขา ควรไปช่วงไหน

แชร์บทความนี้

FacebookXLINE

IG・Messenger: แชร์ผ่านแอป (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)

โคจิมีชายฝั่งยาวที่หันหน้าออกมหาสมุทรแปซิฟิก และภูเขาสูงเกือบ 2,000 เมตรทางเหนือ วิวที่นี่จึงหลากหลายตั้งแต่แหลมหน้าผา ทะเลใสจนเห็นพื้น ไปจนถึงถนนบนสันเขาเหนือเมฆ แต่แต่ละที่สวยที่สุดคนละช่วงเวลา บางที่ต้องมาตอนแดดตรงหัว บางที่ต้องมาตอนเย็นหรือกลางคืน

บทความนี้รวม 11 จุดวิวสวยของโคจิ แบ่งตามประเภทวิว พร้อมบอกว่าควรไปช่วงไหนของวันและของปี จึงจะได้ภาพที่ดีที่สุด และไปอย่างไร ทุกจุดมีบทความแยกที่มีรายละเอียดเพิ่มเติม ข้อมูล ณ กันยายน 2026

เนื้อหาในบทความย่อ −ดู +
  1. ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของแต่ละวิว
  2. แหลมและชายฝั่งแปซิฟิก
  3. น้ำใสสีฟ้า
  4. ภูเขาและถนนชมวิว
  5. แม่น้ำและเมือง
  6. สิ่งที่ควรเช็กก่อนเดินทาง
  7. คำถามที่พบบ่อย
  8. บทความที่เกี่ยวข้อง

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของแต่ละวิว

ช่วงเวลาจุดที่เหมาะ
เช้าตรู่UFO Line (ทะเลหมอก)
กลางวันแดดจัดเกาะคาชิวะ จุดชมวิวโอโดยามะ นิโคะบุจิ มิโนโคชิ (สีน้ำชัดที่สุด)
เย็นสะพานจมน้ำซาดะ (แสงเย็นบนแม่น้ำ) ชิโกกุคาร์สต์
กลางคืนลานชมวิวโกไดซัง (วิวเมือง)
ตามฤดูแหลมอาชิซูริ (อุโมงค์คามิเลีย ก.พ.) UFO Line (เปิดเม.ย.–พ.ย.)

แหลมและชายฝั่งแปซิฟิก

1. แหลมอาชิซูริ (足摺岬)

แหลมอาชิซูริคือปลายสุดทางใต้ของเกาะชิโกกุ ยืนบนจุดชมวิวริมหน้าผาแล้วจะเห็นมหาสมุทรแปซิฟิกกว้างกว่า 270 องศา จนรู้สึกได้ถึงความโค้งของเส้นขอบฟ้า เหนือหน้าผามีประภาคารสีขาวสูง 18 เมตรที่เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 1914 และไม่ไกลกันมีฮาคุซันโดมอน (白山洞門) ซุ้มหินแกรนิตสูง 16 เมตร กว้าง 17 เมตรที่คลื่นเจาะทะลุเป็นช่อง ถือเป็นซุ้มหินแกรนิตขนาดใหญ่ระดับต้นๆ ของญี่ปุ่น

ทางเดินจากลานจอดรถพาลอดใต้ป่ากึ่งเขตร้อนไปยังจุดชมวิวและประภาคาร ช่วงกลางถึงปลายกุมภาพันธ์ต้นสึบากิ (คามิเลีย) สองข้างทางออกดอกสีแดงจนเป็นอุโมงค์ดอกไม้ ส่วนสิงหาคม–ตุลาคมเป็นช่วงดอกฮามะคันโซะสีส้มตามแนวหน้าผา ถ้ามีเวลาน้อย ดูจุดชมวิวหลักกับประภาคารก็คุ้มแล้ว วันที่ลมแรงให้อยู่หลังราวกั้นเสมอ เหมาะกับคนที่ชอบวิวทะเลเปิดกว้างและการเดินเบาๆ ในธรรมชาติ และจัดรวมกับชายฝั่งทัตสึคุชิในทริปเดียวกันได้

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ตลอดปี
  • อุโมงค์ดอกสึบากิ กลาง–ปลายกุมภาพันธ์
  • ดอกฮามะคันโซะ สิงหาคม–ตุลาคม
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ฟรี
  • ที่จอดรถฟรี 3 แห่ง รวมประมาณ 185 คัน
เวลาที่ควรเผื่อ
  • 45–60 นาที
  • 2–3 ชั่วโมงถ้าเดินทางเดินในป่า
การเดินทาง
  • จาก Shimanto-cho-chuo IC ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที
  • จากสถานีนากามูระประมาณ 1 ชั่วโมง
  • รถบัสลงป้ายอาชิซูริมิซากิ
แผนที่Google Maps

2. แหลมมุโรโตะ (室戸岬)

แหลมมุโรโตะยื่นออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะชิโกกุ และอยู่ในพื้นที่ยูเนสโกโกลบอลจีโอพาร์กมุโรโตะ แผ่นดินตรงนี้ค่อยๆ ยกตัวขึ้นจากทะเล โขดหินริมฝั่งจึงเผยชั้นหินที่เคยอยู่ใต้ท้องทะเลให้เห็นกับตา วิวที่นี่จึงเป็นหิน คลื่น และลมทะเลที่ดุดันเต็มไปด้วยพลัง ต่างจากชายหาดสีฟ้าที่เห็นในโปสการ์ด และยังเป็นดินแดนที่ผูกพันกับตำนานการบำเพ็ญเพียรของพระคูไค (โคโบไดชิ)

วิธีเที่ยวที่ได้บรรยากาศที่สุดคือเดินทางเดินรันโช (乱礁遊歩道) ยาวประมาณ 2.6 กิโลเมตรเลียบโขดหินกับเสียงคลื่น ผ่านต้นไม้กึ่งเขตร้อนที่รากเกาะหินแน่น แล้วถ้ามีเวลาค่อยขึ้นไปมองแหลมจากมุมสูง ใส่รองเท้าที่เดินบนหินได้ และถ้าลมแรงหรือคลื่นสูงให้เดินเฉพาะช่วงที่ปลอดภัยตามป้าย เหมาะกับคนชอบธรณีวิทยา สายถ่ายภาพคลื่นกับโขดหิน และคนที่ขับรถเที่ยวชายฝั่งตะวันออกของโคจิ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ตลอดปี
  • ช่วงกลางวันที่คลื่นลมสงบ
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ฟรี ไม่ต้องจอง
  • ที่จอดรถฟรีหลายจุด
เวลาที่ควรเผื่อ
  • 45–60 นาทีสำหรับเดินชายฝั่ง
  • 90–120 นาทีถ้าเพิ่มจุดชมวิวมุมสูง
การเดินทาง
  • จาก Geisei-nishi IC ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที
  • จากสถานี JR โคจิ นั่งรถไฟไปสถานีนาฮาริประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที แล้วต่อรถบัสประมาณ 60 นาที
    ลงป้ายมุโรโตะมิซากิ
แผนที่Google Maps

3. หาดคัตสึระฮามะ (桂浜)

คัตสึระฮามะคือชายหาดโค้งรูปคันธนูที่มีแนวต้นสน กรวดหลากสี และโขดหินรับกับมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นภาพจำของโคจิมาตั้งแต่อดีต เพลงพื้นบ้าน “โยซาโกอิบุชิ” ยังร้องถึงที่นี่ว่าเป็นจุดชมพระจันทร์ที่มีชื่อ บนเนินเหนือหาดมีรูปปั้นซากาโมโตะ เรียวมะ ซามูไรชาวโทสะผู้มีบทบาทสำคัญในยุคเปลี่ยนผ่านสู่สมัยเมจิ ยืนหันหน้าออกสู่ทะเล ที่นี่จึงเป็นทั้งจุดชมวิวและสถานที่ทางประวัติศาสตร์ในคราวเดียว

เริ่มจากเดินบนหาดกรวดฟังเสียงคลื่นซัด แล้วเดินขึ้นแหลมริวโอ (龍王岬) ที่ปลายหาดเพื่อมองแนวชายฝั่งจากมุมสูง ในสวนยังมีพิพิธภัณฑ์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำให้แวะต่อได้ ห้ามลงเล่นน้ำเด็ดขาดเพราะคลื่นแรง ถ้าตรงกับคืนพระจันทร์เต็มดวงจะได้เห็นแสงจันทร์ทอดบนผิวทะเล เหมาะกับคนที่มีเวลาครึ่งวันในเมืองโคจิและไม่ได้เช่ารถ เพราะนั่งรถบัสจากสถานีมาได้สะดวก

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ตลอดปี
  • คืนพระจันทร์เต็มดวง
ค่าเข้าชมและการจอง
  • เข้าสวนฟรี
  • สถานที่ภายในบางแห่งเก็บค่าเข้าแยก
  • ที่จอดรถ 500 เยนต่อครั้ง (เก็บ 8:30–18:00 น.)
เวลาที่ควรเผื่อ
  • ประมาณ 90 นาที
  • 3 ชั่วโมงถ้าเข้าสถานที่ในสวน
การเดินทาง
  • จากสถานี JR โคจิ นั่งรถบัสสายคัตสึระฮามะหรือ MY遊バス
    ลงป้ายคัตสึระฮามะ
  • ขับรถจากใจกลางเมืองโคจิประมาณ 30 นาที
แผนที่Google Maps

น้ำใสสีฟ้า

4. เกาะคาชิวะ (柏島)

เกาะคาชิวะเป็นเกาะเล็กของหมู่บ้านชาวประมงที่ปลายเมืองโอสึกิ ทางตะวันตกเฉียงใต้สุดของโคจิ เชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ด้วยสะพาน น้ำรอบเกาะใสจนเรือประมงที่จอดอยู่ดูเหมือนลอยอยู่กลางอากาศ ภาพนี้เองที่ทำให้เกาะเล็กๆ แห่งนี้โด่งดังในโซเชียล ใต้น้ำยังอุดมไปด้วยปลาหลากชนิด จนเป็นแหล่งดำน้ำที่นักดำน้ำทั่วญี่ปุ่นรู้จัก

จุดถ่ายรูปยอดนิยมคือบนสะพานเชื่อมเกาะ มองลงไปจะเห็นสีน้ำไล่จากฟ้าอ่อนเหนือพื้นตื้นเป็นน้ำเงินเข้มตรงร่องน้ำ มาช่วงกลางวันที่แดดส่องตรงสีจะชัดที่สุด ถ้าอยากลงน้ำให้จองสนอร์เกิลหรือดำน้ำกับผู้ให้บริการ และเล่นน้ำเฉพาะบริเวณที่อนุญาต ควรจอดรถที่ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวแล้วเดินต่อ เหมาะกับสายทะเลใส คนชอบถ่ายรูป และคนที่ขับรถเที่ยวฝั่งตะวันตกของโคจิ ซึ่งแวะจุดชมวิวโอโดยามะต่อได้ในวันเดียวกัน

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • หน้าร้อน
  • ช่วงกลางวันที่แดดจัด
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ชมวิวฟรี
  • ดำน้ำ เรือ และกิจกรรมคิดค่าบริการแยก ควรจองกับผู้ให้บริการ
  • ที่จอดรถศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยว 171 คัน (ก.ค.–ก.ย. วันละ 500 เยน)
เวลาที่ควรเผื่อ
  • 60–90 นาที
  • 3–4 ชั่วโมงถ้าทำกิจกรรมทางน้ำ
การเดินทาง
  • จาก Sukumo-wada IC ขับรถประมาณ 40 นาที
  • จาก Shimanto-cho-chuo IC ประมาณ 2 ชั่วโมง
แผนที่Google Maps

5. จุดชมวิวโอโดยามะ (大堂山展望台)

จุดชมวิวโอโดยามะตั้งอยู่บนภูเขาเหนือชายฝั่งโอโด (大堂海岸) ที่ความสูง 246 เมตร ด้านล่างคือหน้าผาหินแกรนิตสีขาวสูงราว 50 เมตรที่ดิ่งตรงลงทะเล จากลานชมวิวจะเห็นเกาะคาชิวะทั้งเกาะอยู่กลางทะเลสีฟ้าอมเขียว มีแพเลี้ยงปลาเรียงเป็นแนว และมหาสมุทรแปซิฟิกทอดยาวสุดสายตา เป็นมุมที่เห็นภาพรวมของทะเลใสแถบนี้ได้ครบในภาพเดียว

ที่จุดชมวิวใช้เวลาไม่นาน จึงเหมาะจะแวะก่อนหรือหลังเที่ยวเกาะคาชิวะในวันเดียวกัน ถ้ามีเวลาเพิ่มให้เดินทางเดินไปดูหินคันนงอิวะ (観音岩) ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลใต้หน้าผา มาช่วงกลางวันที่แดดดีสีทะเลจะชัดที่สุด และควรระวังขอบหน้าผาตลอดเวลา เหมาะกับคนที่ขับรถเที่ยวฝั่งตะวันตกเฉียงใต้และอยากได้ภาพมุมสูงของเกาะคาชิวะ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ตลอดปี
  • ช่วงกลางวันที่แดดจัด
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ฟรี
  • ที่จอดรถฟรี
วันหยุด

เปิดตลอดปี

เวลาที่ควรเผื่อ
  • 20–30 นาที
  • 1 ชั่วโมงถ้าเดินไปดูหินคันนงอิวะ
การเดินทาง
  • จาก Sukumo-wada IC ขับรถประมาณ 30–45 นาที
  • จากสถานีสุคุโมะประมาณ 40 นาที
แผนที่Google Maps

6. แอ่งน้ำนิโคะบุจิ (にこ淵)

นิโคะบุจิเป็นแอ่งน้ำใต้น้ำตกบนลำน้ำเอดะงาวะ สาขาของแม่น้ำนิโยโดะในเมืองอิโนะ น้ำใสจนมองเห็นพื้นหิน และเปลี่ยนสีจากเขียวมรกตเป็นฟ้าครามตามมุมแสง ปริมาณน้ำ และเงาของป่า จนกลายเป็นภาพตัวแทนของ “นิโยโดะบลู” (仁淀ブルー) ที่ทำให้แม่น้ำสายนี้มีชื่อเสียง แอ่งน้ำนี้ยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนในท้องถิ่นเคารพบูชา บรรยากาศจึงเงียบสงบต่างจากจุดท่องเที่ยวทั่วไป

สีฟ้าจะชัดที่สุดตอนแสงแดดส่องผ่านช่องต้นไม้ลงถึงผิวน้ำ ทางเดินลงสู่แอ่งน้ำชันและอาจลื่น ควรใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดี และเคารพกฎของที่นี่ คือห้ามลงน้ำและห้ามกินอาหาร ที่นี่ไม่มีห้องน้ำจึงควรแวะก่อนมาถึง หลังฝนตกหนักน้ำจะขุ่นและอาจปิดทางลง เหมาะกับคนชอบถ่ายภาพธรรมชาติที่ขับรถเองได้ และอยากเห็นสีน้ำที่หาดูที่อื่นได้ยาก

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • สีฟ้าชัดประมาณกลางสิงหาคม–กลางมกราคม
  • ช่วงกลางวันที่แสงส่องถึงผิวน้ำ
ค่าเข้าชมและการจอง

เงินสมทบการดูแล 100 เยน

วันหยุด
  • ไม่มีวันปิดประจำ
  • งดเข้าชมเมื่อฝนหนักหรือน้ำขึ้นสูง
เวลาที่ควรเผื่อ

60–90 นาที รวมเดินลงและขึ้น

การเดินทาง

จาก Ino IC ขับรถประมาณ 60 นาที

แผนที่Google Maps

7. ชายฝั่งมิโนโคชิ (見残し海岸)

ชายฝั่งมิโนโคชิอยู่ในเขตชายฝั่งทัตสึคุชิ เมืองโทสะชิมิซุ เป็นแนวหินทรายที่คลื่นและลมกัดเซาะมาหลายล้านปี จนเกิดเป็นหินลายริ้ว หินรูพรุนเหมือนรังผึ้ง และอ่าวเล็กๆ น้ำสีฟ้าใสล้อมด้วยโขดหินกับป่า ชื่อ “มิโนโคชิ” มีความหมายว่า “ที่มองไม่ทัน” มาจากเรื่องเล่าว่าพระโคโบไดชิเดินทางผ่านแถบนี้แต่ไม่ได้แวะชมเพราะเข้าถึงยาก

วิธีที่นิยมที่สุดคือนั่งเรือท้องกระจกจากท่าเรือทัตสึคุชิ ระหว่างทางมองลงไปเห็นปะการังและปลาใต้น้ำ แล้วขึ้นฝั่งเดินชมโขดหินก่อนนั่งเรือกลับ เรืองดวิ่งเมื่ออากาศแปรปรวน จึงควรมีแผนสำรอง และใส่รองเท้าที่เดินบนหินได้ เหมาะกับคนที่อยากเห็นภูมิประเทศแปลกตาที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ไปถึง และวางแผนรวมกับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอาชิซูริ SATOUMI ที่อยู่ติดกัน

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ชายฝั่งทัตสึคุชิฟรี
  • เรือท้องกระจกไปมิโนโคชิ
    ผู้ใหญ่ 2,000 เยน
    เด็ก 6–12 ปี 1,000 เยน
  • ที่จอดรถฟรี
เวลาทำการ

เรือออก 9:10–15:10 น. ประมาณทุก 40 นาที

วันหยุด

เรืองดวิ่งเมื่ออากาศแปรปรวน

เวลาที่ควรเผื่อ

2.5–3 ชั่วโมง รวมนั่งเรือและเดินมิโนโคชิ

การเดินทาง
  • จากสถานีนากามูระขับรถประมาณ 45 นาที
  • จาก Shimanto-cho-chuo IC ประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที
  • รถบัสลงป้ายทัตสึคุชิ
แผนที่Google Maps

ภูเขาและถนนชมวิว

8. UFO Line (UFOライン)

UFO Line คือถนนภูเขาเลนเดียวยาวประมาณ 27 กิโลเมตร ที่วิ่งไปตามสันเขาความสูง 1,300–1,700 เมตรในเมืองอิโนะ ติดชายแดนจังหวัดเอฮิเมะ สองข้างทางเป็นทุ่งหญ้าไผ่แคระสีเขียวเปิดโล่ง มองเห็นยอดเขาของเทือกเขาอิชิซึจิเรียงกันไกลสุดตา เช้าที่ความชื้นสูงมักมีทะเลหมอกลอยอยู่ต่ำกว่าระดับถนน ภาพรถที่วิ่งอยู่เหนือหมอกนี้เองที่ทำให้ที่นี่เป็นเส้นทางในฝันของคนรักการขับรถ

ควรออกเดินทางแต่เช้า เพราะช่วงบ่ายเมฆมักลอยขึ้นมาบังวิว ขับช้าๆ และแวะถ่ายรูปเฉพาะที่ลานจอด ห้ามจอดในช่องหลบรถ ถ้ามีแรงเหลือให้เดินขึ้นยอดเขาคาเมกาโมริจากจุดขึ้นเขาซึ่งมีลานจอดและห้องน้ำ บางช่วงไม่มีสัญญาณโทรศัพท์และไม่มีรถโดยสารสาธารณะ จึงต้องเช่ารถขับเอง เหมาะกับคนที่ขับรถบนถนนแคบในญี่ปุ่นได้คล่อง และอยากได้วิวภูเขาระดับที่หาไม่ได้ในเมือง

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • เปิดประมาณกลางเมษายน–ปลายพฤศจิกายน
  • เช้าตรู่ลุ้นทะเลหมอก
  • ใบไม้เปลี่ยนสีกลางตุลาคม
ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี

วันหยุด

ปิดการสัญจรช่วงฤดูหนาว (ประมาณปลายพฤศจิกายน–กลางเมษายน)

เวลาที่ควรเผื่อ
  • 3–4 ชั่วโมงบนถนน
  • รวมไปกลับจากเมืองโคจิควรใช้ทั้งวัน
การเดินทาง
  • รถเช่าเท่านั้น
  • จาก Ino IC ขับรถประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง
  • จาก Iyo-Saijo IC (ฝั่งเอฮิเมะ) ประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที
แผนที่Google Maps

9. ชิโกกุคาร์สต์ (四国カルスト)

ชิโกกุคาร์สต์เป็นที่ราบสูงหินปูนบนสันเขาระหว่างจังหวัดโคจิกับเอฮิเมะ ยาวประมาณ 25 กิโลเมตรที่ความสูงราว 1,000–1,500 เมตร และนับเป็นหนึ่งในสามคาร์สต์ใหญ่ของญี่ปุ่น ทุ่งหญ้าสีเขียวที่มีหินปูนสีขาวโผล่เป็นหย่อมๆ กังหันลมบนสันเขา และวัวที่ออกมาเล็มหญ้า ทำให้บรรยากาศดูเหมือนทุ่งในยุโรปมากกว่าญี่ปุ่น

ขับรถเลาะไปตามถนนบนสันเขา แล้วแวะลานจอดตามจุดชมอย่างเท็งงุโคเง็น (天狗高原) โกดันโคเง็น (五段高原) และเมะซึรุไดระ (姫鶴平) เดินเล่นบนทุ่งหญ้าสั้นๆ ในแต่ละจุด อากาศบนนี้เย็นกว่าในเมืองชัดเจน ควรพกเสื้อกันลม และเช็กประกาศปิดถนนก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เหมาะกับสายขับรถ คนชอบถ่ายภาพทิวทัศน์กว้างๆ และคนที่อยากหนีร้อนช่วงหน้าร้อน

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • เมษายน–พฤศจิกายน
  • ช่วงเย็นแสงสวย
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ชมวิวฟรี
  • ที่จอดรถฟรี
  • ที่พักและกิจกรรมคิดค่าบริการแยก
วันหยุด

ถนนหลักปิดช่วงฤดูหนาว

เวลาที่ควรเผื่อ

3–4 ชั่วโมง

การเดินทาง

จาก Susaki-higashi IC ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาทีถึงโฮชิฟุรุวิลเลจ TENGU

แผนที่Google Maps

แม่น้ำและเมือง

10. สะพานจมน้ำซาดะ (佐田沈下橋)

สะพานจมน้ำซาดะเป็นสะพานคอนกรีตยาว 291.6 เมตรที่ทอดต่ำเหนือผิวแม่น้ำชิมันโตะ สะพานแบบนี้ไม่มีราวกั้น เพื่อให้น้ำที่หลากท่วมไหลผ่านไปได้โดยไม่พัดสะพานพัง ที่นี่เป็นสะพานจมน้ำที่ยาวที่สุดและอยู่ใต้สุดของแม่น้ำชิมันโตะ และเป็นภาพจำของแม่น้ำที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า “แม่น้ำใสสายสุดท้าย”

เดินข้ามสะพานช้าๆ มองน้ำใสใต้เท้าและภูเขาเขียวสองฝั่ง ช่วงเย็นที่แสงอาทิตย์สะท้อนผิวน้ำคือเวลาที่สวยที่สุด ถ้ามีรถวิ่งผ่านให้หลบชิดข้างและระวังขอบสะพานที่ไม่มีราว หลายคนมาที่นี่ด้วยจักรยานเช่าจากหน้าสถานีนากามูระ หรือรวมกับการนั่งเรือหลังคา (ยากาตะบุเนะ) ล่องแม่น้ำ เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสชนบทญี่ปุ่นแบบเงียบๆ และไม่รีบ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ตลอดปี
  • ช่วงเย็นที่แสงสะท้อนแม่น้ำ
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ฟรี
  • ที่จอดรถฟรี
เวลาที่ควรเผื่อ

30–45 นาที

การเดินทาง
  • จากสถานีนากามูระขับรถประมาณ 15 นาที
  • จาก Shimanto-cho-chuo IC ประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที
  • มีรถบัสท่องเที่ยว “นูโอโก” (ヌオー号) (วิ่งเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุด) และจักรยานเช่าหน้าสถานีนากามูระ
แผนที่Google Maps

11. ลานชมวิวโกไดซัง (五台山展望テラス)

ลานชมวิวโกไดซังอยู่บนยอดเขาโกไดซังสูง 139 เมตร ทางตะวันออกของเมืองโคจิ มองเห็นตัวเมือง อ่าวอุราโดะ และท่าเรือโคจิได้ในภาพเดียว ทำให้เข้าใจทันทีว่าเมืองโคจิตั้งอยู่ระหว่างภูเขากับทะเลอย่างไร พอตกค่ำไฟของเมืองและท่าเรือกลายเป็นวิวกลางคืนที่คนยังไม่ค่อยรู้จัก และมีหอชมวิวใหม่ “โซระมิอัน” (ソラミアン) ที่มีกำหนดเปิดในเดือนตุลาคม 2026 (ควรตรวจสอบวันเปิดบนเว็บไซต์ทางการก่อนไป)

ที่ลานชมวิวใช้เวลาไม่นาน จึงควรจัดเป็นส่วนหนึ่งของการเที่ยวครึ่งวันบนเขาโกไดซัง ซึ่งมีวัดจิคุรินจิ (竹林寺) และสวนพฤกษศาสตร์มากิโนะอยู่ใกล้กัน ถ้าไม่ได้ขับรถ ใช้รถบัสท่องเที่ยว MY遊バス กับตั๋วโกไดซังที่ขึ้นลงได้ทั้งวันจะสะดวกที่สุด เหมาะกับคนที่พักในเมืองโคจิและอยากได้วิวเมืองมุมกว้างโดยไม่ต้องเดินทางไกล

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ตลอดปี
  • กลางวันเห็นอ่าวและท่าเรือ
  • กลางคืนเห็นวิวเมือง
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ฟรี
  • ที่จอดรถฟรี
เวลาที่ควรเผื่อ

20–30 นาที

การเดินทาง
  • จากสถานี JR โคจิ นั่ง MY遊バス
    ลงป้ายโกไดซังเท็มโบได แล้วเดิน 2 นาที (ตั๋วโกไดซัง 1,000 เยน ใช้ได้ทั้งวัน)
  • ขับรถจากใจกลางเมืองโคจิประมาณ 20 นาที
แผนที่ลานชมวิวโกไดซัง (五台山展望テラス)Google Maps

สิ่งที่ควรเช็กก่อนเดินทาง

  • ดูพยากรณ์อากาศ วิวทะเลและภูเขาขึ้นกับแดดและเมฆมาก วันฟ้าครึ้มสีน้ำจะไม่ชัด
  • ส่วนใหญ่ต้องเช่ารถ ยกเว้นหาดคัตสึระฮามะและโกไดซังในเมืองโคจิ
  • ถนนปิดฤดูหนาว UFO Line และถนนบนชิโกกุคาร์สต์ปิดช่วงฤดูหนาว
  • ขอบหน้าผา อยู่ในพื้นที่ชมวิวที่จัดไว้ อย่าข้ามรั้ว

คำถามที่พบบ่อย

วิวที่สวยที่สุดของโคจิอยู่ที่ไหน

ขึ้นกับสไตล์ ถ้าชอบทะเลใสไปเกาะคาชิวะและจุดชมวิวโอโดยามะ ถ้าชอบภูเขาไป UFO Line หรือชิโกกุคาร์สต์ ถ้าชอบหน้าผาและมหาสมุทรไปแหลมอาชิซูริ

ไม่ขับรถ ดูวิวสวยที่ไหนได้

หาดคัตสึระฮามะและลานชมวิวโกไดซัง ไปด้วยรถบัส MY-YU (MY遊バス) จากสถานีโคจิได้

ช่วงไหนน้ำใสที่สุด

นิโคะบุจิสีฟ้าชัดประมาณกลางสิงหาคมถึงกลางมกราคม ส่วนเกาะคาชิวะสวยที่สุดช่วงหน้าร้อนตอนแดดจัด

บทความที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง · เว็บไซต์ภายนอก2 ลิงก์

ลิงก์ด้านล่างเปิดเว็บไซต์ภายนอกในแท็บใหม่

  1. ภาพหลัก — ภาพ: Reggaeman / CC BY-SA 3.0 (creativecommons.org) ↗ / Wikimedia Commons (commons.wikimedia.org) ↗

แชร์บทความนี้

FacebookXLINE

IG・Messenger: แชร์ผ่านแอป (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)