ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของแต่ละวิว
| ช่วงเวลา | จุดที่เหมาะ |
|---|---|
| เช้าตรู่ | UFO Line (ทะเลหมอก) |
| กลางวันแดดจัด | เกาะคาชิวะ จุดชมวิวโอโดยามะ นิโคะบุจิ มิโนโคชิ (สีน้ำชัดที่สุด) |
| เย็น | สะพานจมน้ำซาดะ (แสงเย็นบนแม่น้ำ) ชิโกกุคาร์สต์ |
| กลางคืน | ลานชมวิวโกไดซัง (วิวเมือง) |
| ตามฤดู | แหลมอาชิซูริ (อุโมงค์คามิเลีย ก.พ.) UFO Line (เปิดเม.ย.–พ.ย.) |
แหลมและชายฝั่งแปซิฟิก
1. แหลมอาชิซูริ (足摺岬)
แหลมอาชิซูริคือปลายสุดทางใต้ของเกาะชิโกกุ ยืนบนจุดชมวิวริมหน้าผาแล้วจะเห็นมหาสมุทรแปซิฟิกกว้างกว่า 270 องศา จนรู้สึกได้ถึงความโค้งของเส้นขอบฟ้า เหนือหน้าผามีประภาคารสีขาวสูง 18 เมตรที่เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 1914 และไม่ไกลกันมีฮาคุซันโดมอน (白山洞門) ซุ้มหินแกรนิตสูง 16 เมตร กว้าง 17 เมตรที่คลื่นเจาะทะลุเป็นช่อง ถือเป็นซุ้มหินแกรนิตขนาดใหญ่ระดับต้นๆ ของญี่ปุ่น
ทางเดินจากลานจอดรถพาลอดใต้ป่ากึ่งเขตร้อนไปยังจุดชมวิวและประภาคาร ช่วงกลางถึงปลายกุมภาพันธ์ต้นสึบากิ (คามิเลีย) สองข้างทางออกดอกสีแดงจนเป็นอุโมงค์ดอกไม้ ส่วนสิงหาคม–ตุลาคมเป็นช่วงดอกฮามะคันโซะสีส้มตามแนวหน้าผา ถ้ามีเวลาน้อย ดูจุดชมวิวหลักกับประภาคารก็คุ้มแล้ว วันที่ลมแรงให้อยู่หลังราวกั้นเสมอ เหมาะกับคนที่ชอบวิวทะเลเปิดกว้างและการเดินเบาๆ ในธรรมชาติ และจัดรวมกับชายฝั่งทัตสึคุชิในทริปเดียวกันได้
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
2. แหลมมุโรโตะ (室戸岬)
แหลมมุโรโตะยื่นออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะชิโกกุ และอยู่ในพื้นที่ยูเนสโกโกลบอลจีโอพาร์กมุโรโตะ แผ่นดินตรงนี้ค่อยๆ ยกตัวขึ้นจากทะเล โขดหินริมฝั่งจึงเผยชั้นหินที่เคยอยู่ใต้ท้องทะเลให้เห็นกับตา วิวที่นี่จึงเป็นหิน คลื่น และลมทะเลที่ดุดันเต็มไปด้วยพลัง ต่างจากชายหาดสีฟ้าที่เห็นในโปสการ์ด และยังเป็นดินแดนที่ผูกพันกับตำนานการบำเพ็ญเพียรของพระคูไค (โคโบไดชิ)
วิธีเที่ยวที่ได้บรรยากาศที่สุดคือเดินทางเดินรันโช (乱礁遊歩道) ยาวประมาณ 2.6 กิโลเมตรเลียบโขดหินกับเสียงคลื่น ผ่านต้นไม้กึ่งเขตร้อนที่รากเกาะหินแน่น แล้วถ้ามีเวลาค่อยขึ้นไปมองแหลมจากมุมสูง ใส่รองเท้าที่เดินบนหินได้ และถ้าลมแรงหรือคลื่นสูงให้เดินเฉพาะช่วงที่ปลอดภัยตามป้าย เหมาะกับคนชอบธรณีวิทยา สายถ่ายภาพคลื่นกับโขดหิน และคนที่ขับรถเที่ยวชายฝั่งตะวันออกของโคจิ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
3. หาดคัตสึระฮามะ (桂浜)
คัตสึระฮามะคือชายหาดโค้งรูปคันธนูที่มีแนวต้นสน กรวดหลากสี และโขดหินรับกับมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นภาพจำของโคจิมาตั้งแต่อดีต เพลงพื้นบ้าน “โยซาโกอิบุชิ” ยังร้องถึงที่นี่ว่าเป็นจุดชมพระจันทร์ที่มีชื่อ บนเนินเหนือหาดมีรูปปั้นซากาโมโตะ เรียวมะ ซามูไรชาวโทสะผู้มีบทบาทสำคัญในยุคเปลี่ยนผ่านสู่สมัยเมจิ ยืนหันหน้าออกสู่ทะเล ที่นี่จึงเป็นทั้งจุดชมวิวและสถานที่ทางประวัติศาสตร์ในคราวเดียว
เริ่มจากเดินบนหาดกรวดฟังเสียงคลื่นซัด แล้วเดินขึ้นแหลมริวโอ (龍王岬) ที่ปลายหาดเพื่อมองแนวชายฝั่งจากมุมสูง ในสวนยังมีพิพิธภัณฑ์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำให้แวะต่อได้ ห้ามลงเล่นน้ำเด็ดขาดเพราะคลื่นแรง ถ้าตรงกับคืนพระจันทร์เต็มดวงจะได้เห็นแสงจันทร์ทอดบนผิวทะเล เหมาะกับคนที่มีเวลาครึ่งวันในเมืองโคจิและไม่ได้เช่ารถ เพราะนั่งรถบัสจากสถานีมาได้สะดวก
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
น้ำใสสีฟ้า
4. เกาะคาชิวะ (柏島)
เกาะคาชิวะเป็นเกาะเล็กของหมู่บ้านชาวประมงที่ปลายเมืองโอสึกิ ทางตะวันตกเฉียงใต้สุดของโคจิ เชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ด้วยสะพาน น้ำรอบเกาะใสจนเรือประมงที่จอดอยู่ดูเหมือนลอยอยู่กลางอากาศ ภาพนี้เองที่ทำให้เกาะเล็กๆ แห่งนี้โด่งดังในโซเชียล ใต้น้ำยังอุดมไปด้วยปลาหลากชนิด จนเป็นแหล่งดำน้ำที่นักดำน้ำทั่วญี่ปุ่นรู้จัก
จุดถ่ายรูปยอดนิยมคือบนสะพานเชื่อมเกาะ มองลงไปจะเห็นสีน้ำไล่จากฟ้าอ่อนเหนือพื้นตื้นเป็นน้ำเงินเข้มตรงร่องน้ำ มาช่วงกลางวันที่แดดส่องตรงสีจะชัดที่สุด ถ้าอยากลงน้ำให้จองสนอร์เกิลหรือดำน้ำกับผู้ให้บริการ และเล่นน้ำเฉพาะบริเวณที่อนุญาต ควรจอดรถที่ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวแล้วเดินต่อ เหมาะกับสายทะเลใส คนชอบถ่ายรูป และคนที่ขับรถเที่ยวฝั่งตะวันตกของโคจิ ซึ่งแวะจุดชมวิวโอโดยามะต่อได้ในวันเดียวกัน
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
5. จุดชมวิวโอโดยามะ (大堂山展望台)
จุดชมวิวโอโดยามะตั้งอยู่บนภูเขาเหนือชายฝั่งโอโด (大堂海岸) ที่ความสูง 246 เมตร ด้านล่างคือหน้าผาหินแกรนิตสีขาวสูงราว 50 เมตรที่ดิ่งตรงลงทะเล จากลานชมวิวจะเห็นเกาะคาชิวะทั้งเกาะอยู่กลางทะเลสีฟ้าอมเขียว มีแพเลี้ยงปลาเรียงเป็นแนว และมหาสมุทรแปซิฟิกทอดยาวสุดสายตา เป็นมุมที่เห็นภาพรวมของทะเลใสแถบนี้ได้ครบในภาพเดียว
ที่จุดชมวิวใช้เวลาไม่นาน จึงเหมาะจะแวะก่อนหรือหลังเที่ยวเกาะคาชิวะในวันเดียวกัน ถ้ามีเวลาเพิ่มให้เดินทางเดินไปดูหินคันนงอิวะ (観音岩) ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลใต้หน้าผา มาช่วงกลางวันที่แดดดีสีทะเลจะชัดที่สุด และควรระวังขอบหน้าผาตลอดเวลา เหมาะกับคนที่ขับรถเที่ยวฝั่งตะวันตกเฉียงใต้และอยากได้ภาพมุมสูงของเกาะคาชิวะ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| วันหยุด | เปิดตลอดปี |
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
6. แอ่งน้ำนิโคะบุจิ (にこ淵)
นิโคะบุจิเป็นแอ่งน้ำใต้น้ำตกบนลำน้ำเอดะงาวะ สาขาของแม่น้ำนิโยโดะในเมืองอิโนะ น้ำใสจนมองเห็นพื้นหิน และเปลี่ยนสีจากเขียวมรกตเป็นฟ้าครามตามมุมแสง ปริมาณน้ำ และเงาของป่า จนกลายเป็นภาพตัวแทนของ “นิโยโดะบลู” (仁淀ブルー) ที่ทำให้แม่น้ำสายนี้มีชื่อเสียง แอ่งน้ำนี้ยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนในท้องถิ่นเคารพบูชา บรรยากาศจึงเงียบสงบต่างจากจุดท่องเที่ยวทั่วไป
สีฟ้าจะชัดที่สุดตอนแสงแดดส่องผ่านช่องต้นไม้ลงถึงผิวน้ำ ทางเดินลงสู่แอ่งน้ำชันและอาจลื่น ควรใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดี และเคารพกฎของที่นี่ คือห้ามลงน้ำและห้ามกินอาหาร ที่นี่ไม่มีห้องน้ำจึงควรแวะก่อนมาถึง หลังฝนตกหนักน้ำจะขุ่นและอาจปิดทางลง เหมาะกับคนชอบถ่ายภาพธรรมชาติที่ขับรถเองได้ และอยากเห็นสีน้ำที่หาดูที่อื่นได้ยาก
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง | เงินสมทบการดูแล 100 เยน |
| วันหยุด |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ | 60–90 นาที รวมเดินลงและขึ้น |
| การเดินทาง | จาก Ino IC ขับรถประมาณ 60 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
7. ชายฝั่งมิโนโคชิ (見残し海岸)
ชายฝั่งมิโนโคชิอยู่ในเขตชายฝั่งทัตสึคุชิ เมืองโทสะชิมิซุ เป็นแนวหินทรายที่คลื่นและลมกัดเซาะมาหลายล้านปี จนเกิดเป็นหินลายริ้ว หินรูพรุนเหมือนรังผึ้ง และอ่าวเล็กๆ น้ำสีฟ้าใสล้อมด้วยโขดหินกับป่า ชื่อ “มิโนโคชิ” มีความหมายว่า “ที่มองไม่ทัน” มาจากเรื่องเล่าว่าพระโคโบไดชิเดินทางผ่านแถบนี้แต่ไม่ได้แวะชมเพราะเข้าถึงยาก
วิธีที่นิยมที่สุดคือนั่งเรือท้องกระจกจากท่าเรือทัตสึคุชิ ระหว่างทางมองลงไปเห็นปะการังและปลาใต้น้ำ แล้วขึ้นฝั่งเดินชมโขดหินก่อนนั่งเรือกลับ เรืองดวิ่งเมื่ออากาศแปรปรวน จึงควรมีแผนสำรอง และใส่รองเท้าที่เดินบนหินได้ เหมาะกับคนที่อยากเห็นภูมิประเทศแปลกตาที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ไปถึง และวางแผนรวมกับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอาชิซูริ SATOUMI ที่อยู่ติดกัน
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | เรือออก 9:10–15:10 น. ประมาณทุก 40 นาที |
| วันหยุด | เรืองดวิ่งเมื่ออากาศแปรปรวน |
| เวลาที่ควรเผื่อ | 2.5–3 ชั่วโมง รวมนั่งเรือและเดินมิโนโคชิ |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
ภูเขาและถนนชมวิว
8. UFO Line (UFOライン)
UFO Line คือถนนภูเขาเลนเดียวยาวประมาณ 27 กิโลเมตร ที่วิ่งไปตามสันเขาความสูง 1,300–1,700 เมตรในเมืองอิโนะ ติดชายแดนจังหวัดเอฮิเมะ สองข้างทางเป็นทุ่งหญ้าไผ่แคระสีเขียวเปิดโล่ง มองเห็นยอดเขาของเทือกเขาอิชิซึจิเรียงกันไกลสุดตา เช้าที่ความชื้นสูงมักมีทะเลหมอกลอยอยู่ต่ำกว่าระดับถนน ภาพรถที่วิ่งอยู่เหนือหมอกนี้เองที่ทำให้ที่นี่เป็นเส้นทางในฝันของคนรักการขับรถ
ควรออกเดินทางแต่เช้า เพราะช่วงบ่ายเมฆมักลอยขึ้นมาบังวิว ขับช้าๆ และแวะถ่ายรูปเฉพาะที่ลานจอด ห้ามจอดในช่องหลบรถ ถ้ามีแรงเหลือให้เดินขึ้นยอดเขาคาเมกาโมริจากจุดขึ้นเขาซึ่งมีลานจอดและห้องน้ำ บางช่วงไม่มีสัญญาณโทรศัพท์และไม่มีรถโดยสารสาธารณะ จึงต้องเช่ารถขับเอง เหมาะกับคนที่ขับรถบนถนนแคบในญี่ปุ่นได้คล่อง และอยากได้วิวภูเขาระดับที่หาไม่ได้ในเมือง
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง | ฟรี |
| วันหยุด | ปิดการสัญจรช่วงฤดูหนาว (ประมาณปลายพฤศจิกายน–กลางเมษายน) |
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
9. ชิโกกุคาร์สต์ (四国カルスト)
ชิโกกุคาร์สต์เป็นที่ราบสูงหินปูนบนสันเขาระหว่างจังหวัดโคจิกับเอฮิเมะ ยาวประมาณ 25 กิโลเมตรที่ความสูงราว 1,000–1,500 เมตร และนับเป็นหนึ่งในสามคาร์สต์ใหญ่ของญี่ปุ่น ทุ่งหญ้าสีเขียวที่มีหินปูนสีขาวโผล่เป็นหย่อมๆ กังหันลมบนสันเขา และวัวที่ออกมาเล็มหญ้า ทำให้บรรยากาศดูเหมือนทุ่งในยุโรปมากกว่าญี่ปุ่น
ขับรถเลาะไปตามถนนบนสันเขา แล้วแวะลานจอดตามจุดชมอย่างเท็งงุโคเง็น (天狗高原) โกดันโคเง็น (五段高原) และเมะซึรุไดระ (姫鶴平) เดินเล่นบนทุ่งหญ้าสั้นๆ ในแต่ละจุด อากาศบนนี้เย็นกว่าในเมืองชัดเจน ควรพกเสื้อกันลม และเช็กประกาศปิดถนนก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เหมาะกับสายขับรถ คนชอบถ่ายภาพทิวทัศน์กว้างๆ และคนที่อยากหนีร้อนช่วงหน้าร้อน
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| วันหยุด | ถนนหลักปิดช่วงฤดูหนาว |
| เวลาที่ควรเผื่อ | 3–4 ชั่วโมง |
| การเดินทาง | จาก Susaki-higashi IC ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาทีถึงโฮชิฟุรุวิลเลจ TENGU |
| แผนที่ | Google Maps |
แม่น้ำและเมือง
10. สะพานจมน้ำซาดะ (佐田沈下橋)
สะพานจมน้ำซาดะเป็นสะพานคอนกรีตยาว 291.6 เมตรที่ทอดต่ำเหนือผิวแม่น้ำชิมันโตะ สะพานแบบนี้ไม่มีราวกั้น เพื่อให้น้ำที่หลากท่วมไหลผ่านไปได้โดยไม่พัดสะพานพัง ที่นี่เป็นสะพานจมน้ำที่ยาวที่สุดและอยู่ใต้สุดของแม่น้ำชิมันโตะ และเป็นภาพจำของแม่น้ำที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า “แม่น้ำใสสายสุดท้าย”
เดินข้ามสะพานช้าๆ มองน้ำใสใต้เท้าและภูเขาเขียวสองฝั่ง ช่วงเย็นที่แสงอาทิตย์สะท้อนผิวน้ำคือเวลาที่สวยที่สุด ถ้ามีรถวิ่งผ่านให้หลบชิดข้างและระวังขอบสะพานที่ไม่มีราว หลายคนมาที่นี่ด้วยจักรยานเช่าจากหน้าสถานีนากามูระ หรือรวมกับการนั่งเรือหลังคา (ยากาตะบุเนะ) ล่องแม่น้ำ เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสชนบทญี่ปุ่นแบบเงียบๆ และไม่รีบ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ | 30–45 นาที |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
11. ลานชมวิวโกไดซัง (五台山展望テラス)
ลานชมวิวโกไดซังอยู่บนยอดเขาโกไดซังสูง 139 เมตร ทางตะวันออกของเมืองโคจิ มองเห็นตัวเมือง อ่าวอุราโดะ และท่าเรือโคจิได้ในภาพเดียว ทำให้เข้าใจทันทีว่าเมืองโคจิตั้งอยู่ระหว่างภูเขากับทะเลอย่างไร พอตกค่ำไฟของเมืองและท่าเรือกลายเป็นวิวกลางคืนที่คนยังไม่ค่อยรู้จัก และมีหอชมวิวใหม่ “โซระมิอัน” (ソラミアン) ที่มีกำหนดเปิดในเดือนตุลาคม 2026 (ควรตรวจสอบวันเปิดบนเว็บไซต์ทางการก่อนไป)
ที่ลานชมวิวใช้เวลาไม่นาน จึงควรจัดเป็นส่วนหนึ่งของการเที่ยวครึ่งวันบนเขาโกไดซัง ซึ่งมีวัดจิคุรินจิ (竹林寺) และสวนพฤกษศาสตร์มากิโนะอยู่ใกล้กัน ถ้าไม่ได้ขับรถ ใช้รถบัสท่องเที่ยว MY遊バス กับตั๋วโกไดซังที่ขึ้นลงได้ทั้งวันจะสะดวกที่สุด เหมาะกับคนที่พักในเมืองโคจิและอยากได้วิวเมืองมุมกว้างโดยไม่ต้องเดินทางไกล
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ | 20–30 นาที |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | ลานชมวิวโกไดซัง (五台山展望テラス)Google Maps |
สิ่งที่ควรเช็กก่อนเดินทาง
- ดูพยากรณ์อากาศ วิวทะเลและภูเขาขึ้นกับแดดและเมฆมาก วันฟ้าครึ้มสีน้ำจะไม่ชัด
- ส่วนใหญ่ต้องเช่ารถ ยกเว้นหาดคัตสึระฮามะและโกไดซังในเมืองโคจิ
- ถนนปิดฤดูหนาว UFO Line และถนนบนชิโกกุคาร์สต์ปิดช่วงฤดูหนาว
- ขอบหน้าผา อยู่ในพื้นที่ชมวิวที่จัดไว้ อย่าข้ามรั้ว
คำถามที่พบบ่อย
วิวที่สวยที่สุดของโคจิอยู่ที่ไหน
ขึ้นกับสไตล์ ถ้าชอบทะเลใสไปเกาะคาชิวะและจุดชมวิวโอโดยามะ ถ้าชอบภูเขาไป UFO Line หรือชิโกกุคาร์สต์ ถ้าชอบหน้าผาและมหาสมุทรไปแหลมอาชิซูริ
ไม่ขับรถ ดูวิวสวยที่ไหนได้
หาดคัตสึระฮามะและลานชมวิวโกไดซัง ไปด้วยรถบัส MY-YU (MY遊バス) จากสถานีโคจิได้
ช่วงไหนน้ำใสที่สุด
นิโคะบุจิสีฟ้าชัดประมาณกลางสิงหาคมถึงกลางมกราคม ส่วนเกาะคาชิวะสวยที่สุดช่วงหน้าร้อนตอนแดดจัด
บทความที่เกี่ยวข้อง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง · เว็บไซต์ภายนอก2 ลิงก์
ลิงก์ด้านล่างเปิดเว็บไซต์ภายนอกในแท็บใหม่
- ภาพหลัก — ภาพ: Reggaeman / CC BY-SA 3.0 (creativecommons.org) ↗ / Wikimedia Commons (commons.wikimedia.org) ↗











