หาดคัตสึระฮามะกับแหลมริวโอและมหาสมุทรแปซิฟิก

25 ที่เที่ยวโคจิ|รวมสถานที่ห้ามพลาดทั้ง 4 พื้นที่

แชร์บทความนี้

FacebookXLINE

IG・Messenger: แชร์ผ่านแอป (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)

โคจิคือจังหวัดทางใต้ของเกาะชิโกกุที่หันหน้าออกมหาสมุทรแปซิฟิก มีทั้งปราสาทดั้งเดิมจากสมัยเอโดะ บ้านเกิดของซากาโมโตะ เรียวมะ แม่น้ำใสอย่างชิมันโตะและนิโยโดะ แหลมริมทะเล และเกาะที่น้ำใสจนเรือเหมือนลอยอยู่กลางอากาศ แต่จังหวัดยาวมาก จากแหลมมุโรโตะทางตะวันออกถึงเกาะคาชิวะทางตะวันตกต้องขับรถหลายชั่วโมง การเลือกที่เที่ยวให้ตรงกับพื้นที่จึงสำคัญ

บทความนี้รวม 25 ที่เที่ยวโคจิที่ไม่ควรพลาด แบ่งเป็น 4 พื้นที่ พร้อมบอกว่าแต่ละแห่งเด่นเรื่องอะไร ควรเผื่อเวลาเท่าไร และไปแบบไม่ขับรถได้หรือไม่ ทุกแห่งมีบทความแยกที่มีเวลาเปิด ค่าเข้า และวิธีเดินทางละเอียด ข้อมูล ณ กันยายน 2026

เนื้อหาในบทความย่อ −ดู +
  1. เลือกที่เที่ยวตามพื้นที่
  2. เมืองโคจิ: ปราสาท ตลาด และเรื่องราวของเรียวมะ
  3. โคจิตะวันออก: ถ้ำ สวน แหลม และเมืองเก่า
  4. ภูเขาและแม่น้ำนิโยโดะ: น้ำสีฟ้าและถนนบนสันเขา
  5. โคจิตะวันตก: แม่น้ำชิมันโตะและทะเลสีฟ้า
  6. จัดเส้นทางตามจำนวนวัน
  7. คำถามที่พบบ่อย
  8. วางแผนเที่ยวโคจิต่อ

เลือกที่เที่ยวตามพื้นที่

พื้นที่ที่เที่ยวเด่นเหมาะกับใครการเดินทางหลัก
เมืองโคจิปราสาทโคจิ ตลาดฮิโรเมะ หาดคัตสึระฮามะ เขาโกไดซังทริปแรก คนที่ไม่ขับรถรถราง และรถบัส MY-YU (MY遊バス)
โคจิตะวันออกถ้ำริวกะโด สวนโมเนต์ แหลมมุโรโตะ เมืองอากิคนชอบธรรมชาติ สวน และประวัติศาสตร์รถไฟสายโกเมน–นาฮาริ หรือรถเช่า
ภูเขาและแม่น้ำนิโยโดะนิโคะบุจิ UFO Line ชิโกกุคาร์สต์ หุบเขานาคัตสึคนชอบขับรถชมวิวและน้ำสีฟ้ารถเช่าเป็นหลัก
โคจิตะวันตก (ฮาตะ)แม่น้ำชิมันโตะ แหลมอาชิซูริ ทัตสึคุชิ เกาะคาชิวะคนมีเวลา 2 วันขึ้นไป ชอบทะเลและแม่น้ำรถไฟถึงสถานีนากามูระ แล้วต่อรถบัสหรือรถเช่า

เมืองโคจิ: ปราสาท ตลาด และเรื่องราวของเรียวมะ

1. ปราสาทโคจิ (Kochi Castle)

ปราสาทโคจิเป็นหนึ่งใน 12 ปราสาทของญี่ปุ่นที่หอคอยหลักยังเป็นของดั้งเดิม หอคอยที่เห็นในปัจจุบันสร้างเสร็จในปี 1749 และที่นี่ยังเป็นปราสาทแห่งเดียวที่พระตำหนักหลักของเจ้าเมืองตั้งอยู่ติดกับหอคอยมาจนถึงวันนี้ จึงได้เห็นภาพของปราสาทสมัยเอโดะในแบบที่ไม่ได้สร้างขึ้นใหม่ ทั้งเรือนไม้ ทางเดิน และกำแพงหินที่เรียงซ้อนกันขึ้นไปตามเนินเขากลางเมือง

เส้นทางจากประตูโอเตะมงขึ้นไปยังหอคอยเป็นทางลาดและบันไดหิน ค่อย ๆ เดินชมกำแพงหินไปตลอดทาง พอขึ้นถึงชั้นบนสุดของหอคอยจะมองเห็นเมืองโคจิได้กว้างไกล ปราสาทอยู่ใกล้พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และตลาดฮิโรเมะ ถ้ามาตรงวันอาทิตย์ยังเดินต่อไปตลาดนัดวันอาทิตย์หน้าปราสาทได้ทันที เหมาะกับคนชอบประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นและคนที่มาโคจิเป็นครั้งแรก

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • อายุ 18 ปีขึ้นไป 500 เยน
  • อายุต่ำกว่า 18 ปีฟรี
  • ตั๋วรวมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ปราสาทโคจิ 800 เยน
  • ไม่ต้องจอง
เวลาทำการ

9:00–17:00 น.
(เข้าได้ถึง 16:30 น.)

วันหยุด

26 ธันวาคม–1 มกราคม

เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 1.5 ชั่วโมง

การเดินทาง

จากสถานี JR โคจิ รถรางราว 10 นาที
ลงป้ายโคจิโจมาเอะ แล้วเดินราว 3 นาที

แผนที่Google Maps

2. พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ปราสาทโคจิ (Kochi Castle Museum of History)

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ปราสาทโคจิตั้งอยู่ตรงข้ามประตูปราสาท เก็บรักษาสมบัติของตระกูลยามาอุจิ ผู้ปกครองแคว้นโทสะ ไว้ราว 67,000 ชิ้น เล่าเรื่องของโคจิตั้งแต่สมัยเจ้าเมืองจนถึงยุคเปลี่ยนผ่านสู่ญี่ปุ่นสมัยใหม่ ล็อบบี้ของพิพิธภัณฑ์ออกแบบให้มองเห็นหอคอยปราสาทได้ จึงได้ชมทั้งของจริงในห้องจัดแสดงและตัวปราสาทไปพร้อมกัน

จุดเด่นสำหรับคนไทยคือมีออดิโอไกด์ภาษาไทย ทำให้เข้าใจเรื่องราวของแคว้นโทสะได้ลึกกว่าการอ่านป้ายเพียงอย่างเดียว พิพิธภัณฑ์ปิดช้ากว่าปราสาท จึงเที่ยวปราสาทก่อนแล้วมาต่อที่นี่ได้สบาย และถ้าซื้อตั๋วรวมกับปราสาทจะคุ้มกว่า เป็นตัวเลือกที่ดีในวันฝนตกด้วย เหมาะกับคนชอบประวัติศาสตร์และอยากรู้จักโคจิให้ลึกขึ้น

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ (18 ปีขึ้นไป) 500 เยน
  • ช่วงนิทรรศการพิเศษ 800 เยน
  • ม.ปลายลงไปฟรี
  • ตั๋วรวมปราสาทโคจิ 800 เยน
เวลาทำการ
  • 9:00–18:00 น.
  • วันอาทิตย์ 8:00–18:00 น.
วันหยุด

ช่วงปลายปี (ปี 2026 ปิด 20–31 ธันวาคม)

เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 1–1.5 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • อยู่ตรงข้ามประตูโอเตะมงของปราสาทโคจิ
  • รถรางลงป้ายโคจิโจมาเอะ แล้วเดินราว 2 นาที
แผนที่Google Maps

3. ตลาดนัดวันอาทิตย์ (Sunday Market)

ตลาดนัดวันอาทิตย์ของโคจิเป็นตลาดริมถนนยาวราว 1 กิโลเมตรบนถนนโอเตะซูจิหน้าปราสาท จัดต่อเนื่องมากว่า 300 ปี มีร้านราว 300 ร้าน หลายร้านเป็นเกษตรกรที่นำผักผลไม้มาขายเอง พร้อมของกินท้องถิ่นอย่างอิโมเท็น หรือมันเทศชุบแป้งทอด นี่คือที่ที่ได้เห็นชีวิตประจำวันของคนโคจิแบบใกล้ชิดที่สุด

มาช่วงเช้าจะเห็นร้านเปิดครบและอากาศยังไม่ร้อน เดินชิมไปเรื่อย ๆ ตลอดทั้งเส้นก็อิ่มได้หลายอย่าง ร้านส่วนใหญ่รับเงินสด ควรพกเหรียญและธนบัตรย่อยติดตัว หลังช่วงบ่ายร้านจะเริ่มทยอยเก็บของ ถ้าอยู่โคจิตรงกับวันอาทิตย์ไม่ควรพลาด เหมาะกับสายกินและคนที่ชอบบรรยากาศตลาดท้องถิ่น

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

วันอาทิตย์ช่วงเช้า

ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี

เวลาทำการ
  • เมษายน–กันยายน 5:00–17:00 น.
  • ตุลาคม–มีนาคม 5:30–16:00 น.
วันหยุด
  • จัดเฉพาะวันอาทิตย์
  • งด 1–2 มกราคม และ 10–12 สิงหาคม
เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 1–1.5 ชั่วโมง

การเดินทาง

จากสถานี JR โคจิ เดินราว 10 นาที

แผนที่Google Maps

4. ตลาดฮิโรเมะ (Hirome Market)

ตลาดฮิโรเมะคือศูนย์อาหารในร่มที่มีร้านราว 60 ร้าน ซื้อจากร้านไหนก็ได้แล้วมานั่งกินที่โต๊ะส่วนกลางร่วมกับคนท้องถิ่น เมนูที่ต้องลองคือทาทากิปลาโอ ปลาที่ย่างผิวด้วยไฟแรงจนหอมแต่เนื้อด้านในยังสด ซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อของโคจิ บรรยากาศคึกคักเหมือนงานเลี้ยง จึงเป็นที่ที่คนมาโคจิแทบทุกคนต้องแวะ

วิธีที่สนุกที่สุดคือสั่งจากหลายร้านแล้วแบ่งกันชิม ทั้งอาหารทะเล ของทอด และเครื่องดื่มท้องถิ่น ตลาดอยู่ติดย่านช้อปปิ้งโอบิยามาจิ และเดินไปปราสาทโคจิได้ในไม่กี่นาที จึงเป็นจุดพักระหว่างเที่ยวในเมืองได้ง่าย เปิดถึงดึก มาเป็นมื้อเย็นหลังเที่ยวทั้งวันก็ได้ เหมาะกับสายกิน กลุ่มเพื่อน และคนที่อยากลองอาหารโคจิหลายอย่างในที่เดียว

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • เข้าฟรี จ่ายเฉพาะค่าอาหาร
  • ไม่ต้องจอง
เวลาทำการ
  • 10:00–23:00 น.
  • วันอาทิตย์ 9:00–23:00 น.
  • แต่ละร้านมีเวลาของตัวเอง
วันหยุด

ปิดทำความสะอาดและซ่อมบำรุงปีละราว 6–7 วัน

เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 1–1.5 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • รถรางลงป้ายโอฮาชิโดริ เดินราว 2 นาที
  • จากสถานี JR โคจิ เดินราว 15 นาที
แผนที่Google Maps

5. สะพานฮาริมายะบาชิ (Harimaya Bridge)

สะพานฮาริมายะบาชิคือสะพานสีแดงกลางเมืองโคจิ ที่ผูกอยู่กับเรื่องเล่าความรักต้องห้ามของพระหนุ่มกับหญิงสาว ซึ่งถูกขับขานผ่านเพลงพื้นบ้านโยซาโคอิบุชิจนเป็นที่รู้จักทั่วญี่ปุ่น ตัวสะพานเล็กกว่าที่หลายคนคิด จนคนญี่ปุ่นเองชอบแซวว่าเป็นจุดเที่ยวที่ผิดคาด แต่เสน่ห์จริง ๆ อยู่ที่เรื่องราวเบื้องหลัง และการที่มันเป็นหัวใจของเมืองมาตั้งแต่อดีต

สะพานอยู่ตรงจุดตัดของรถรางทุกสาย ใครเที่ยวในเมืองจึงผ่านแทบแน่นอน แวะถ่ายรูปกับสะพานและอนุสาวรีย์ แล้วเดินต่อไปตามถนนคนเดินย่านช้อปปิ้งที่อยู่ใกล้กันได้เลย ช่วงเทศกาลโยซาโคอิเดือนสิงหาคม ย่านนี้จะคึกคักเป็นพิเศษ เหมาะกับคนที่เดินเที่ยวในเมืองและอยากเก็บรูปแลนด์มาร์กของโคจิระหว่างทาง

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง

ชมฟรี

เวลาที่ควรเผื่อ
  • ราว 30–45 นาที
  • รวมถนนคนเดินราว 90 นาที
การเดินทาง

จากสถานี JR โคจิ เดินราว 10 นาที หรือรถรางลงป้ายฮาริมายะบาชิ

แผนที่Google Maps

6. หาดคัตสึระฮามะและรูปปั้นเรียวมะ (Katsurahama)

หาดคัตสึระฮามะเป็นชายหาดโค้งที่หันหน้าออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวต้นสนเขียวขนานไปกับหาด แหลมริวโอยื่นออกไปในทะเล และรูปปั้นซากาโมโตะ เรียวมะยืนมองออกไปยังทะเลกว้าง ซามูไรจากแคว้นโทสะผู้มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนญี่ปุ่นสู่ยุคใหม่ และยังเป็นความภูมิใจของคนโคจิจนถึงวันนี้ ภาพทรายโค้ง ต้นสน และคลื่นแปซิฟิกคือภาพจำของโคจิที่ใครมาก็ต้องเก็บไว้

เดินเล่นริมหาด ขึ้นไปชมวิวที่แหลมริวโอ แล้วแวะถ่ายรูปกับรูปปั้นเรียวมะ ถ้าอยากอยู่นานขึ้น ในสวนยังมีร้านค้าและสถานที่อื่นให้แวะ และเดินขึ้นเนินไปพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์ซากาโมโตะ เรียวมะได้ คลื่นที่นี่แรงมากจึงห้ามลงเล่นน้ำ ถ้ามารถบัส ควรถ่ายรูปตารางเที่ยวกลับไว้ตั้งแต่ลงรถ เหมาะกับคนที่ชอบทะเลและแฟนประวัติศาสตร์เรียวมะ

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • เข้าสวนฟรี
  • สถานที่บางแห่งในสวนมีค่าเข้าแยก
  • ที่จอดรถ 500 เยนต่อครั้ง
เวลาที่ควรเผื่อ
  • ราว 90 นาที
  • รวมสถานที่ในสวนราว 3 ชั่วโมง
การเดินทาง
  • จากสถานี JR โคจิ
    รถบัสสายคัตสึระฮามะหรือรถบัส MY-YU
    ลงป้ายคัตสึระฮามะ
  • รถยนต์จากใจกลางเมืองราว 30 นาที
แผนที่Google Maps

7. พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์ซากาโมโตะ เรียวมะ (Sakamoto Ryoma Memorial Museum)

พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์ซากาโมโตะ เรียวมะตั้งอยู่บนเนินเหนือหาดคัตสึระฮามะ ตัวอาคารยื่นออกไปทางทะเล เล่าเรื่องราวชีวิตของเรียวมะ ซามูไรแห่งแคว้นโทสะที่มีบทบาทในการเปลี่ยนผ่านญี่ปุ่นสู่ยุคเมจิ ไฮไลต์คือจดหมายตัวจริงที่เรียวมะเขียนด้วยลายมือของตัวเอง ซึ่งทำให้รู้สึกใกล้ชิดกับบุคคลในประวัติศาสตร์คนนี้มากกว่าการอ่านจากหนังสือ

ที่นี่มีออดิโอไกด์ภาษาไทย ฟังเรื่องราวได้ครบโดยไม่ต้องอ่านภาษาญี่ปุ่น ชมเสร็จแล้วขึ้นไปบนดาดฟ้าเพื่อมองมหาสมุทรแปซิฟิกแบบกว้างสุดตา จากนั้นเดินลงไปหาดคัตสึระฮามะต่อ รวมกันเป็นแผนครึ่งวันได้พอดี ถ้าใช้ตั๋วรถบัส MY-YU แบบคัตสึระฮามะ แสดงตั๋วที่พิพิธภัณฑ์จะได้ราคากลุ่ม เหมาะกับแฟนประวัติศาสตร์และคนที่อยากเข้าใจยุคปลายเอโดะ

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ (18 ปีขึ้นไป) ช่วงปกติ 500 เยน ช่วงนิทรรศการพิเศษ 900 เยน
  • ม.ปลายลงไปฟรี
  • 15 พฤศจิกายน 2026 (วันเกิดเรียวมะ) เข้าฟรีทุกคน
เวลาทำการ

9:00–17:00 น.
(เข้าได้ถึงราว 16:30 น.)

วันหยุด

เปิดทุกวัน

เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 90 นาที

การเดินทาง

จากสถานี JR โคจิ
รถบัสสายคัตสึระฮามะราว 34 นาที
ลงป้ายเรียวมะคิเน็งคังมาเอะ แล้วเดินราว 2 นาที

แผนที่Google Maps

8. สวนพฤกษศาสตร์มากิโนะ (Makino Botanical Garden)

สวนพฤกษศาสตร์มากิโนะตั้งอยู่บนเขาโกไดซัง สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงมากิโนะ โทมิทาโร นักพฤกษศาสตร์ชาวโคจิที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งพฤกษศาสตร์ญี่ปุ่น ในสวนมีพืชกว่า 3,000 ชนิด เรือนกระจกที่มีหอคอยต้นไม้สูง 9 เมตร และอาคารอนุสรณ์ที่ออกแบบโดยสถาปนิกไนโต ฮิโรชิ ซึ่งวางตัวกลมกลืนไปกับภูเขา ทำให้ที่นี่เป็นทั้งสวนและงานสถาปัตยกรรมที่น่าชม

สวนอยู่บนเขาและมีทางขึ้นลงหลายจุด ควรใส่รองเท้าที่เดินสบาย ถ้าเวลาน้อยให้เลือกอาคารอนุสรณ์กับเรือนกระจกก่อน วันฝนตกก็ยังเที่ยวได้เพราะมีส่วนที่อยู่ในร่ม ออกจากสวนแล้วเดินต่อไปวัดจิคุรินจิที่อยู่ติดกันได้ทันที เหมาะกับคนรักต้นไม้ ดอกไม้ และสถาปัตยกรรม รวมถึงครอบครัวที่อยากพาเด็กมาเรียนรู้ธรรมชาติ

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 850 เยน
  • ม.ปลายลงไปฟรี
  • ช่วงงานกล้วยไม้เดือนกุมภาพันธ์
    ผู้ใหญ่ 1,700 เยน
  • ไม่ต้องจอง
เวลาทำการ

9:00–17:00 น.
(เข้าได้ถึง 16:30 น.)

วันหยุด

27 ธันวาคม–1 มกราคม และวันปิดบำรุงรักษาเป็นระยะ

เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 2–3 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • จากสถานี JR โคจิ
    รถบัส MY-YU ราว 30 นาที ลงหน้าประตูสวน
  • จาก Kochi IC
    รถยนต์ราว 20 นาที
  • ที่จอดรถฟรี 225 คัน
แผนที่Google Maps

9. วัดจิคุรินจิ (Chikurinji Temple)

วัดจิคุรินจิคือวัดลำดับที่ 31 ของเส้นทางแสวงบุญ 88 วัดแห่งชิโกกุ ตั้งอยู่บนเขาโกไดซังติดกับสวนพฤกษศาสตร์มากิโนะ และเป็นวัดเดียวใน 88 วัดที่มีพระมัญชุศรีโพธิสัตว์เป็นพระประธาน ภายในวัดมีเจดีย์ห้าชั้นสีแดงตั้งเด่นท่ามกลางป่าไม้ และสวนญี่ปุ่นที่ได้รับการยกย่องในระดับประเทศ

เดินชมบริเวณวัดและเจดีย์ได้ฟรี ถ้ามีเวลาเพิ่ม แนะนำให้เข้าชมสวนญี่ปุ่นซึ่งเงียบสงบกว่าด้านนอก และหอสมบัติที่เก็บพระพุทธรูปเก่าแก่ ระหว่างเดินอาจได้เห็นผู้แสวงบุญในชุดขาวที่เดินทางตามเส้นทาง 88 วัด ใช้ตั๋วรถบัส MY-YU แบบโกไดซังเที่ยวต่อสวนมากิโนะและลานชมวิวได้ในวันเดียว เหมาะกับคนที่ชอบวัดญี่ปุ่นและบรรยากาศสงบ

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • เข้าบริเวณวัดฟรี
  • สวนและหอสมบัติ 800 เยน
  • สวนอย่างเดียว 500 เยน
  • หอสมบัติอย่างเดียว 400 เยน
เวลาทำการ
  • บริเวณวัด 8:00–17:00 น.
  • สวนและหอสมบัติ 8:30–17:00 น.
    (เข้าได้ถึง 16:30 น.)
วันหยุด

เปิดทุกวัน

เวลาที่ควรเผื่อ
  • ราว 40 นาที
  • รวมสวนและหอสมบัติ 1–1.5 ชั่วโมง
การเดินทาง
  • จากสถานี JR โคจิ
    รถบัส MY-YU
    ลงป้ายจิคุรินจิ เดินราว 2 นาที
  • จาก Kochi IC
    รถยนต์ราว 20 นาที
  • ที่จอดรถฟรีราว 100 คัน
แผนที่Google Maps

10. ลานชมวิวโกไดซัง (Godaisan Observation Terrace)

ลานชมวิวโกไดซังอยู่บนเขาสูง 139 เมตร จากตรงนี้มองเห็นเมืองโคจิ อ่าวอุราโดะ และท่าเรือได้ในภาพเดียว ทำให้เข้าใจได้ทันทีว่าเมืองนี้ตั้งอยู่ระหว่างภูเขากับทะเลอย่างไร หอชมวิวใหม่ “โซระมิอัน” (ソラミアン) มีกำหนดเปิดในเดือนตุลาคม 2026 (ควรตรวจสอบวันเปิดบนเว็บไซต์ทางการก่อนไป) ซึ่งจะทำให้การมาชมวิวที่นี่มีจุดแวะพักเพิ่มขึ้น

ที่ลานชมวิวใช้เวลาไม่นาน จึงไม่ควรมาที่นี่ที่เดียว แผนที่แนะนำคือรวมกับวัดจิคุรินจิและสวนพฤกษศาสตร์มากิโนะเป็นครึ่งวันบนเขา โดยใช้ตั๋วรถบัส MY-YU แบบโกไดซังใบเดียวซึ่งรวมรถรางในเมืองด้วย ถ้าขับรถมา ที่จอดรถฟรีอยู่ใกล้ลานชมวิว เหมาะกับคนชอบวิวมุมสูงและสายถ่ายรูปทิวทัศน์เมือง

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี

เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 20–30 นาที

การเดินทาง
  • รถบัส MY-YU
    ลงป้ายโกไดซังเท็มโบได เดินราว 2 นาที (ตั๋วโกไดซัง 1,000 เยน)
  • จากใจกลางเมืองรถยนต์ราว 20 นาที
  • ที่จอดรถฟรี
แผนที่ลานชมวิวโกไดซัง (Godaisan Observation Terrace)Google Maps

โคจิตะวันออก: ถ้ำ สวน แหลม และเมืองเก่า

11. ถ้ำริวกะโด (Ryugado Cave)

ถ้ำริวกะโดในเมืองคามิคือถ้ำหินปูนที่ได้รับการกำหนดให้เป็นทั้งโบราณสถานและอนุสรณ์ทางธรรมชาติของญี่ปุ่น ภายในมีเส้นทางถ้ำยาวรวมราว 4 กิโลเมตร เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินราว 1 กิโลเมตร ผ่านช่องหินแคบ โถงสูง และหินงอกหินย้อยที่น้ำค่อย ๆ สร้างขึ้นมาเป็นเวลายาวนาน จุดที่ไม่เหมือนถ้ำอื่นคือร่องรอยการอยู่อาศัยของคนเมื่อราว 2,000 ปีก่อนที่ยังเห็นได้ในถ้ำ

คอร์สท่องเที่ยวปกติไม่ต้องจอง เดินตามทางที่จัดไว้ แต่ทางเดินแคบและขึ้นลงเป็นช่วง ๆ ควรใส่รองเท้าที่ยึดเกาะดีและเตรียมใจก้มตัวในบางจุด ระหว่างเดินลองสังเกตรอยน้ำบนผนังและหินย้อยที่ห้อยจากเพดาน จะเห็นว่าถ้ำยังคงเปลี่ยนแปลงอยู่ ใครอยากลุยกว่านี้มีคอร์สผจญภัยในถ้ำแยกต่างหาก เหมาะกับครอบครัวและคนที่ชอบธรรมชาติแปลกตา

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ม.ปลายขึ้นไปและผู้ใหญ่ 1,500 เยน
  • ม.ต้น 800 เยน
  • ประถม 600 เยน
  • คอร์สปกติไม่ต้องจอง
เวลาทำการ
  • 1 กุมภาพันธ์–31 ตุลาคม 8:30–17:00 น.
  • 1 พฤศจิกายน–31 มกราคม 8:30–16:30 น. (เวลาสุดท้ายที่เข้าถ้ำได้)
วันหยุด
  • เปิดทุกวัน
  • อาจหยุดชั่วคราวตามสภาพอากาศ
เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 90–120 นาที

การเดินทาง
  • จาก JR โทซะยามาดะ
    รถบัสราว 20 นาที
    ลงป้ายริวกะโด
  • จากนันโกกุ IC
    รถยนต์ราว 25 นาที
  • ที่จอดรถฟรี
แผนที่Google Maps

12. สวนโมเนต์ มาร์มอตตอง หมู่บ้านคิตากาวะ (Monet’s Garden Marmottan)

สวนโมเนต์ มาร์มอตตอง ในหมู่บ้านคิตากาวะ จำลองสวนของจิตรกรโกลด โมเนต์ที่ฌีแวร์นี ประเทศฝรั่งเศส มาไว้ท่ามกลางภูเขาทางตะวันออกของโคจิ แบ่งเป็นสวนน้ำที่มีสระบัวและสะพานโค้ง สวนดอกไม้ที่เปลี่ยนสีสันไปตามฤดู และสวนบอร์ดิเกราที่ได้แรงบันดาลใจจากแสงแดดริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เดินแล้วรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในภาพวาดของโมเนต์

เริ่มจากสวนน้ำ ไฮไลต์คือบัวสายที่ลอยอยู่บนสระแบบเดียวกับในภาพชุด “บัวสาย” อันโด่งดัง แล้วต่อด้วยสวนดอกไม้และปิดท้ายที่สวนบอร์ดิเกรา ช่วงเมษายน–พฤษภาคมดอกไม้หลากหลายเป็นพิเศษ สวนปิดช่วงฤดูหนาว ควรเช็กวันเปิดก่อนไป อยู่ทางตะวันออกของจังหวัด นิยมเที่ยวต่อกับแหลมมุโรโตะ เหมาะกับคนรักดอกไม้ งานศิลปะ และสายถ่ายรูป

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

เมษายน–พฤษภาคม (ดอกไม้หลากหลายที่สุด)

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 1,000 เยน
  • ประถม–ม.ต้น 500 เยน
  • ต่ำกว่าประถมฟรี
  • ไม่ต้องจอง
เวลาทำการ

9:00–17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:30 น.)

วันหยุด
  • วันพุธที่ 1 และ 3 ของเดือน (มิถุนายน–ตุลาคม)
  • ปิดฤดูหนาว 1 ธันวาคม–สิ้นกุมภาพันธ์ (ปี 2026–27 ปิดถึง 12 มีนาคม 2027)
เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 90–120 นาที

การเดินทาง
  • จากสถานีนาฮาริ (รถไฟสายโกเมน–นาฮาริ)
    รถบัสหมู่บ้านราว 10 นาที
    ลงป้ายโมเนะโนะนิวะ
  • ที่จอดรถฟรีราว 100 คัน
แผนที่Google Maps

13. แหลมมุโรโตะ (Cape Muroto)

แหลมมุโรโตะคือปลายแหลมทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะชิโกกุ ที่ยื่นออกไปในมหาสมุทรแปซิฟิก และเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานธรณีโลกยูเนสโกมุโรโตะ ที่นี่ได้เห็นโขดหินที่แผ่นดินยกตัวขึ้นจากใต้ทะเล กับพืชกึ่งเขตร้อนที่ขึ้นแทรกตามซอกหิน เป็นภูมิทัศน์ดิบ ๆ ที่เล่าเรื่องการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกให้เห็นได้ด้วยตา

มีทางเดินเลียบชายฝั่งยาวราว 2.6 กิโลเมตร เดินชมได้ฟรี ค่อย ๆ เดินไปตามโขดหินแล้วหยุดมองคลื่นแปซิฟิกที่ซัดเข้าฝั่ง ถ้ามีเวลาเพิ่มให้ขึ้นไปจุดชมวิวมุมสูง ลมและคลื่นที่นี่แรง ควรเดินในช่วงที่ยังสว่างและทำตามป้ายปิดทางชั่วคราว นิยมเที่ยวต่อกับสวนโมเนต์ในวันเดียว เหมาะกับคนชอบธรรมชาติ ธรณีวิทยา และทะเลแบบกว้างไกล

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • เดินชมฟรี
  • ไม่ต้องจอง
เวลาที่ควรเผื่อ
  • ราว 45–60 นาที (ชายฝั่ง)
  • รวมจุดชมวิวมุมสูง 90–120 นาที
การเดินทาง
  • จากสถานีนาฮาริ
    รถบัสราว 60 นาที
    ลงป้ายมุโรโตะมิซากิ
  • รถยนต์จากเมืองโคจิตามทางหลวงหมายเลข 55 ราว 2 ชั่วโมง
  • มีจุดจอดรถฟรี
แผนที่Google Maps

14. หอนาฬิกาโนระโดเค (Noradokei)

หอนาฬิกาโนระโดเคตั้งอยู่บนบ้านเก่ากลางทุ่งนาในเมืองอากิ ราวปี 1887 เจ้าของที่ดินชื่อฮาตานากะ เก็มมะ ซื้อนาฬิกาแขวนจากอเมริกามาถอดประกอบซ้ำหลายครั้งเพื่อเรียนรู้กลไก แล้วทำเฟืองและลูกตุ้มขึ้นเองทั้งหมด หน้าปัดหันออกสู่ทุ่งนาเพื่อให้คนที่ทำงานในนามองเห็นเวลา คำว่า “โนระ” หมายถึงทุ่งนา หอนาฬิกาไม้กลางทุ่งจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองอากิ

ที่นี่เป็นบ้านส่วนบุคคล จึงชมและถ่ายรูปได้จากภายนอกเท่านั้น ใช้เวลาไม่นาน หน้าร้อนมีทุ่งทานตะวันให้ถ่ายรูปคู่กัน วิธีเที่ยวที่สนุกคือเช่าจักรยานจากสถานีอากิ ปั่นมาที่หอนาฬิกา แล้วปั่นต่อไปย่านบ้านซามูไรโดอิคาจิวที่อยู่ใกล้กัน เหมาะกับคนที่ชอบเมืองเล็กบรรยากาศชนบทและการปั่นจักรยานเที่ยว

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

หน้าร้อน (ทุ่งทานตะวัน)

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ชมจากภายนอกฟรี
  • เข้าไปภายในไม่ได้
เวลาที่ควรเผื่อ
  • ราว 15–20 นาที
  • รวมย่านบ้านซามูไรโดอิคาจิว 1.5–2 ชั่วโมง
การเดินทาง
  • จากสถานีอากิ (รถไฟสายโกเมน–นาฮาริ) จักรยานเช่าราว 10 นาที หรือรถยนต์ราว 5 นาที
  • ที่จอดรถฟรี
แผนที่Google Maps

15. บ้านเกิดอิวาซากิ ยาทาโร่ (Iwasaki Yataro Birthplace)

บ้านเกิดของอิวาซากิ ยาทาโร่ ผู้ก่อตั้งมิตซูบิชิ เป็นบ้านหลังคามุงจากในเมืองอากิที่ยังคงสภาพแบบบ้านชนบทญี่ปุ่นดั้งเดิม จุดที่ห้ามพลาดคือตราตระกูลบนหลังคาโกดัง ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นต้นแบบของโลโก้เพชรสามเม็ดของมิตซูบิชิที่คนทั่วโลกรู้จัก ในลานบ้านยังมีสวนหินที่เล่ากันว่ายาทาโร่จัดวางเป็นรูปเกาะญี่ปุ่นตั้งแต่ยังเด็ก

ชมบ้าน สวนหิน และรูปปั้นใช้เวลาไม่นาน เข้าชมได้เฉพาะภายนอกและลานบ้าน ไม่สามารถเข้าไปในตัวบ้านได้ ที่นี่ปิดวันจันทร์ ถ้าวางแผนเที่ยวเมืองอากิควรหลีกเลี่ยงวันนั้น เที่ยวต่อกับหอนาฬิกาโนระโดเคและย่านบ้านซามูไรโดอิคาจิวเป็นแผนครึ่งวันได้พอดี เหมาะกับคนที่สนใจประวัติธุรกิจญี่ปุ่นและบ้านเก่าแบบดั้งเดิม

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ฟรี
  • ชมจากภายนอก
เวลาทำการ

9:00–16:30 น. (ปิดประตู 17:00 น.)

วันหยุด
  • วันจันทร์ (ตรงวันหยุดนักขัตฤกษ์ ปิดวันถัดไป) และช่วงปีใหม่
เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 30 นาที

การเดินทาง
  • จากสถานีอากิ
    รถยนต์หรือแท็กซี่ราว 10 นาที
  • จักรยานเช่าราว 20 นาที
  • ที่จอดรถฟรีราว 10 คัน
แผนที่Google Maps

16. พิพิธภัณฑ์อันปังแมน (Anpanman Museum)

พิพิธภัณฑ์อันปังแมนในเมืองคามิเป็นพิพิธภัณฑ์ของยานาเสะ ทากาชิ ผู้สร้างอันปังแมน ซึ่งเติบโตที่เมืองนี้ ภายในจัดแสดงภาพวาดต้นฉบับ และมีมุมให้เด็ก ๆ ได้เล่นกับตัวละครที่คุ้นเคย นอกจากตัวการ์ตูนแล้วยังมีหอภาพที่จัดแสดงผลงานศิลปะด้านอื่นของยานาเสะ ทำให้ผู้ใหญ่ได้รู้จักตัวตนของผู้วาดมากขึ้นด้วย

ปกติต้องจองช่วงเวลาเข้าชมล่วงหน้า ควรไปถึงก่อนเวลาจองราว 15 นาที เริ่มจากอาคารอันปังแมนแล้วต่อด้วยหอภาพ พาเด็กเล็กมาควรเข้าห้องน้ำก่อนเริ่มชม ถ้ามาด้วยรถบัส ควรจดเวลาเที่ยวกลับไว้ก่อนเข้าชม ที่นี่ปิดวันอังคาร เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก และผู้ใหญ่ที่โตมากับอันปังแมน

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 1,200 เยน
  • ม.ต้น–ม.ปลาย 500 เยน
  • เด็ก 3 ปีขึ้นไป 300 เยน
  • ต่ำกว่า 3 ปีฟรี
  • โดยหลักต้องจองช่วงเวลาล่วงหน้า
เวลาทำการ

9:30–17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:30 น.)

วันหยุด
  • วันอังคาร (ตรงวันหยุดนักขัตฤกษ์ ปิดวันทำการถัดไป)
เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 90–150 นาที

การเดินทาง
  • จาก JR โทซะยามาดะ
    รถบัสราว 25 นาที
    ลงป้ายบิราฟุ แล้วเดินราว 5 นาที
  • ที่จอดรถฟรีราว 50 คัน
แผนที่Google Maps

ภูเขาและแม่น้ำนิโยโดะ: น้ำสีฟ้าและถนนบนสันเขา

17. แอ่งน้ำนิโคะบุจิ (Nikobuchi)

นิโคะบุจิคือแอ่งน้ำใต้น้ำตกเล็ก ๆ ในเมืองอิโนะ ที่สีน้ำเปลี่ยนจากเขียวมรกตเป็นฟ้าใสไปตามแสงแดด จนกลายเป็นภาพตัวแทนของ “นิโยโดะบลู” สีฟ้าอันโด่งดังของแม่น้ำนิโยโดะ ที่นี่ยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนในท้องถิ่น ความเงียบของป่ากับสีน้ำที่ดูแทบไม่เหมือนจริงทำให้หลายคนยอมขับรถเข้าภูเขามาไกลเพื่อดูด้วยตาตัวเอง

ทางเดินลงสู่แอ่งน้ำเส้นใหม่เปิดในปี 2025 ทำให้ลงไปชมได้สะดวกขึ้น แต่ห้ามลงน้ำเด็ดขาดเพราะเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ สีน้ำเปลี่ยนไปตามแสง ลองยืนดูสักพักจะเห็นเฉดฟ้าที่ต่างกัน ควรมาช่วงกลางวันที่มองเห็นทางเดินชัด การเดินทางสะดวกที่สุดคือรถเช่า ถนนช่วงท้ายแคบและกลับรถยาก ต้องขับอย่างระมัดระวัง เหมาะกับสายถ่ายรูปและคนที่ชอบธรรมชาติเงียบสงบ

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง

เงินสมทบการดูแลสถานที่ 100 เยน

วันหยุด
  • ไม่มีวันปิดประจำ
  • งดเข้าชมเมื่อฝนหนัก น้ำสูง หรือมีงานซ่อม
เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 60–90 นาที

การเดินทาง
  • จากอิโนะ IC
    รถยนต์ราว 60 นาที
  • แนะนำรถเช่า
แผนที่Google Maps

18. ถนนยูเอฟโอไลน์ (UFO Line)

ถนนยูเอฟโอไลน์คือถนนเลนเดียวยาวราว 27 กิโลเมตรที่ลัดเลาะไปบนสันเขาสูง 1,300–1,700 เมตร ขับไปแล้วรู้สึกเหมือนลอยอยู่บนฟ้า มองลงไปเห็นทะเลหมอกและเทือกเขาอิชิซึจิทอดยาวสุดสายตา ถนนที่คดเคี้ยวไปตามแนวสันเขาโดยไม่มีอะไรบังวิว ทำให้ที่นี่เป็นเป้าหมายของสายขับรถที่มาเที่ยวชิโกกุ

ไม่มีรถโดยสารวิ่งผ่าน ต้องเช่ารถขับเองหรือไปกับทัวร์ ถนนแคบมาก ต้องหลีกรถสวนที่ช่องหลบ และห้ามจอดรถในช่องหลบ ถ้าจะหยุดถ่ายรูปหรือพัก ให้ใช้ลานจอดที่จุดขึ้นเขาคาเมกาโมริ ซึ่งเดินขึ้นยอดต่อได้ ปี 2026 มีงานก่อสร้างที่ปิดถนนเป็นช่วงในวันธรรมดา ควรเช็กประกาศก่อนออกเดินทาง เหมาะกับสายขับรถและคนที่อยากเห็นวิวภูเขามุมสูง

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ราวกลางเมษายน–ปลายพฤศจิกายน (ช่วงเปิดถนน)

ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี

วันหยุด
  • ปิดช่วงฤดูหนาว
  • ปี 2026 มีช่วงปิดถนนในวันธรรมดาเพื่องานก่อสร้าง
เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 3–4 ชั่วโมงบนถนน (รวมแวะถ่ายรูปและเดินขึ้นยอดคาเมกาโมริ)

การเดินทาง
  • จากอิโนะ IC
    รถยนต์ราว 1.5–2 ชั่วโมง
  • จากอิโยะไซโจ IC ราว 1 ชั่วโมง 20 นาที
  • ต้องเช่ารถ
แผนที่Google Maps

19. ชิโกกุคาร์สต์ (Shikoku Karst)

ชิโกกุคาร์สต์คือที่ราบสูงหินปูนความสูง 1,000–1,500 เมตร ทอดยาวราว 25 กิโลเมตรตามแนวพรมแดนโคจิกับเอฮิเมะ ทุ่งหญ้าเขียวกว้างมีหินปูนสีขาวโผล่ขึ้นมาเป็นหย่อม ๆ และมีวัวเล็มหญ้าอยู่ใต้ท้องฟ้ากว้าง ภาพแบบนี้ทำให้หลายคนรู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่ในญี่ปุ่น แต่หลุดไปอยู่ในทุ่งหญ้าของยุโรป

เริ่มจากโฮชิฟุรุวิลเลจ TENGU แล้วขับเลียบสันเขาต่อไปยังโกดันและเมซุรุดาอิระ แวะเดินสั้น ๆ ตามจุดพักเพื่อชมวิวทุ่งหญ้าและหินปูน ลมบนที่ราบสูงเย็นสบาย ขับช้า ๆ ได้ทั้งวันโดยไม่เบื่อ ต้องขับรถมาเอง จอดเฉพาะลานของจุดพักเท่านั้น ห้ามจอดบนถนนแคบ และถนนหลักปิดช่วงฤดูหนาว เหมาะกับสายขับรถและคนที่ชอบทุ่งหญ้ากับท้องฟ้าเปิดโล่ง

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

นอกฤดูหนาว (ถนนหลักปิดราวธันวาคม–มีนาคม)

เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 3–4 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • จากสุซากิฮิกาชิ IC
    รถยนต์ราว 1 ชั่วโมง 10 นาทีถึงโฮชิฟุรุวิลเลจ TENGU
  • ต้องขับรถ
แผนที่Google Maps

20. หุบเขานาคัตสึ (Nakatsu Gorge)

หุบเขานาคัตสึอยู่ริมแม่น้ำสาขาของแม่น้ำนิโยโดะ ตลอดเส้นทางเดินมีสายน้ำสีฟ้าใสแบบนิโยโดะบลูไหลผ่านโขดหินใหญ่ และมีน้ำตกเล็กใหญ่ให้ชมเป็นระยะ ปลายทางคือน้ำตกอุริว (雨竜の滝) ที่สายน้ำไหลลงแอ่งใสท่ามกลางผาหิน เป็นเส้นทางที่ได้ทั้งความสดชื่นของป่าและสีน้ำสวยตลอดทาง เหมาะสำหรับคนที่อยากเห็นนิโยโดะบลูแบบเดินเข้าไปใกล้ ๆ

จากทางเข้าเดินไปน้ำตกอุริวแล้วย้อนกลับทางเดิม ระหว่างทางมีบันไดและพื้นหินที่อาจลื่น ควรใส่รองเท้าที่ยึดเกาะดี และเช็กสภาพทางเดินก่อนไปโดยเฉพาะหลังฝนตกหนัก ถ้าขับรถมา จอดที่ลานใกล้ทางเข้าบริเวณยุโนะโมริ ถ้าไม่ขับรถ นั่งรถไฟไปสถานีซากาวะแล้วต่อรถบัสได้ เหมาะกับคนที่อยากเดินป่าระยะสั้นและชอบสายน้ำใส

ข้อมูล

รายละเอียด

วันหยุด
  • ไม่มีวันปิดประจำ
  • อาจปิดทางเดินเมื่อฝนตก น้ำสูง หรือมีงานซ่อม
เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 90–120 นาที

การเดินทาง
  • จากเมืองโคจิ
    รถยนต์ราว 80–90 นาที
  • หรือรถไฟถึงสถานีซากาวะ
    ต่อรถบัสลงป้ายนาโนกาวะ แล้วเดินราว 700 เมตร
  • ที่จอดรถราว 40 คัน
แผนที่Google Maps

โคจิตะวันตก: แม่น้ำชิมันโตะและทะเลสีฟ้า

21. แม่น้ำชิมันโตะ (Shimanto River)

แม่น้ำชิมันโตะคือแม่น้ำที่ยาวที่สุดในชิโกกุ ยาว 196 กิโลเมตร คนญี่ปุ่นเรียกขานว่า “แม่น้ำใสสายสุดท้ายของญี่ปุ่น” เพราะยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้มาก ตลอดลำน้ำรวมสาขามีสะพานจมน้ำถึง 47 แห่ง สะพานเตี้ยไม่มีราวกั้นที่ออกแบบให้จมใต้น้ำเมื่อน้ำหลาก คือภาพที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนริมแม่น้ำแห่งนี้มายาวนาน

เที่ยวได้หลายแบบ นั่งเรือหลังคา (ยากาตะบุเนะ) ล่องชมวิวสองฝั่งอย่างช้า ๆ พายเรือแคนูให้ใกล้ชิดสายน้ำ หรือเช่าจักรยานปั่นเลียบแม่น้ำแวะตามสะพานจมน้ำ ฐานเที่ยวคือสถานีนากามูระในเมืองชิมันโตะ รถสาธารณะมีเที่ยวไม่มาก ควรเช็กเวลาล่วงหน้า และตั้งระบบนำทางเป็นชื่อสะพานที่จะไปทุกครั้ง เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสชนบทญี่ปุ่นและกิจกรรมกลางแจ้งแบบสบาย ๆ

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ชมแม่น้ำฟรี
  • เรือ แคนู และกิจกรรมคิดค่าบริการแยกตามผู้ให้บริการ
เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 2–3 ชั่วโมง (สะพานซาดะและสะพานจมน้ำอีกแห่ง)

การเดินทาง
  • ฐานเที่ยวคือสถานีนากามูระ (รถไฟโทสะคุโรชิโอะ)
  • มีที่จอดรถฟรีที่สะพานซาดะ
แผนที่สะพานซาดะจินกะบาชิ(แม่น้ำชิมันโตะ)Google Maps

22. สะพานจมน้ำซาดะ (Sada Chinkabashi)

สะพานจมน้ำซาดะคือสะพานไม่มีราวกั้นยาว 291.6 เมตร ที่ยาวที่สุดและอยู่ใต้สุดในบรรดาสะพานจมน้ำของแม่น้ำชิมันโตะ สะพานถูกออกแบบให้จมอยู่ใต้น้ำเมื่อน้ำหลาก และไม่มีราวกั้นเพื่อให้กระแสน้ำกับสิ่งที่ลอยมาไหลผ่านไปได้ ภาพสะพานเส้นบางทอดข้ามแม่น้ำกว้างท่ามกลางภูเขาเขียว คือภาพจำของชิมันโตะที่หลายคนอยากมาเห็นด้วยตาตัวเอง

เดินข้ามสะพานได้ แต่ไม่มีราวกั้น ควรระวังรถที่วิ่งสวนและอย่ายืนชิดขอบ ลองเดินไปมองจากริมฝั่งทั้งสองด้านเพื่อเก็บภาพสะพานเต็มเส้น วิธีเที่ยวที่นิยมคือเช่าจักรยานจากสถานีนากามูระปั่นมา หรือนั่งรถบัสท่องเที่ยว “นูโอโก” (ヌオー号) ในวันหยุด แล้วต่อด้วยกิจกรรมอื่นบนแม่น้ำชิมันโตะ เหมาะกับสายถ่ายรูปและคนที่ชอบปั่นจักรยานเที่ยว

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี

เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 30–45 นาที

การเดินทาง
  • จากสถานีนากามูระ ปั่นจักรยานเช่าราว 40 นาที
    หรือรถบัสท่องเที่ยว “นูโอโก” (ヌオー号) (วันละ 500 เยน วิ่งเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุด)
  • ที่จอดรถฟรี
แผนที่Google Maps

23. แหลมอาชิซูริ (Cape Ashizuri)

แหลมอาชิซูริคือปลายแหลมทางใต้สุดของเกาะชิโกกุ มีประภาคารสีขาวตั้งเด่นบนหน้าผาสูง มองออกไปเห็นมหาสมุทรแปซิฟิกกว้างถึง 270 องศา ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ทางเดินจะกลายเป็นอุโมงค์ต้นคามิเลียที่ออกดอกสีแดง และใกล้กันยังมีฮาคุซันโดมอน ประตูหินแกรนิตธรรมชาติที่ตั้งอยู่ริมทะเล เป็นภูมิทัศน์ทะเลที่ทั้งกว้างและทรงพลัง

ถ้ามีเวลาน้อย ให้ชมมหาสมุทรจากจุดชมหลักแล้วเดินไปดูประภาคารจากภายนอก ถ้ามีเวลาเพิ่ม เดินทางเดินเลียบแหลมผ่านอุโมงค์คามิเลียต่อไปจนถึงฮาคุซันโดมอน ลมและคลื่นที่นี่แรง ควรเดินในช่วงที่ยังสว่าง ถนนช่วงท้ายมีโค้งมากและอาจมีรถบัสสวน ควรเผื่อเวลาขับ เหมาะกับคนที่ชอบวิวทะเลแบบกว้างสุดสายตาและการเดินชมธรรมชาติริมผา

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

กุมภาพันธ์ (ดอกคามิเลีย)

ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี

เวลาที่ควรเผื่อ
  • ราว 45–60 นาที
  • รวมทางเดินเลียบแหลม 2–3 ชั่วโมง
การเดินทาง
  • จากสถานีนากามูระ
    รถบัสราว 1 ชั่วโมง
    ลงป้ายอาชิซูริมิซากิ
  • จากชิมันโตะโจชูโอ IC
    รถยนต์ราว 1 ชั่วโมง 50 นาที
  • ที่จอดรถฟรี
แผนที่Google Maps

24. ชายฝั่งทัตสึคุชิ (Tatsukushi Coast)

ชายฝั่งทัตสึคุชิในเมืองโทสะชิมิซุ คือแนวหินทรายที่คลื่นและลมกัดเซาะจนเกิดลายริ้วและรูพรุนคล้ายรังผึ้ง เดินไปบนหินแล้วรู้สึกเหมือนอยู่บนดาวอีกดวง นอกจากหินรูปร่างแปลกตา ทะเลบริเวณนี้ยังมีแนวปะการังให้ชม และมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอาชิซูริ SATOUMI ตั้งอยู่ติดกัน ทำให้เที่ยวได้ทั้งบนบกและใต้ทะเลในที่เดียว

ไฮไลต์คือการนั่งเรือท้องกระจกมองปะการังและฝูงปลาใต้ทะเล แล้วไปขึ้นฝั่งที่ชายฝั่งมิโนโคชิซึ่งมีหินรูปทรงแปลกตาอีกแห่ง ถ้าเดินชายฝั่งทัตสึคุชิอย่างเดียวใช้เวลาไม่นาน พื้นหินอาจลื่นเมื่อเปียก ควรใส่รองเท้าที่ยึดเกาะดี และเช็กคลื่นลมก่อนลงเรือ เหมาะกับครอบครัวและคนที่ชอบทะเลกับธรรมชาติแปลกตา

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ชายฝั่งทัตสึคุชิฟรี
  • เรือท้องกระจกไปมิโนโคชิ
    ผู้ใหญ่ 2,000 เยน
    เด็ก 6–12 ปี 1,000 เยน
เวลาที่ควรเผื่อ
  • ราว 1 ชั่วโมง
  • รวมเรือไปมิโนโคชิ 2.5–3 ชั่วโมง
การเดินทาง
  • จากสถานีนากามูระ
    รถยนต์ราว 45 นาที
    หรือรถบัสลงป้ายทัตสึคุชิ
  • ที่จอดรถฟรี 70 คัน
แผนที่Google Maps

25. เกาะคาชิวะ (Kashiwajima)

เกาะคาชิวะเป็นเกาะเล็กในเมืองโอสึกิ ทางตะวันตกเฉียงใต้สุดของโคจิ ขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลใสจนมองเห็นพื้นทราย เรือที่จอดอยู่จึงดูเหมือนลอยอยู่กลางอากาศ ภาพที่ดูแทบไม่เหมือนจริงนี้คือเหตุผลที่คนยอมเดินทางไกลมาถึงปลายสุดของจังหวัด ทั้งยังมีสะพานเชื่อมเกาะและท่าเรือเล็ก ๆ ที่ให้บรรยากาศหมู่บ้านชาวประมงแบบเงียบสงบ

ช่วงหน้าร้อนเล่นน้ำและดำน้ำตื้นได้ แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้า ต้องดูแลความปลอดภัยเอง กิจกรรมอย่างดำน้ำหรือเรือควรจองกับผู้ให้บริการล่วงหน้า ถ้าอยากเห็นเกาะทั้งเกาะจากมุมสูง ขับรถขึ้นไปจุดชมวิวโอโดยามะอีกไม่กี่นาที เหมาะกับคนรักทะเลใสและสายถ่ายรูป

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

หน้าร้อน (เล่นน้ำและดำน้ำตื้น)

ค่าเข้าชมและการจอง

กิจกรรม เรือ และการดำน้ำคิดค่าบริการแยก ควรจองกับผู้ให้บริการ

เวลาที่ควรเผื่อ
  • ราว 60–90 นาที
  • รวมกิจกรรม 3–4 ชั่วโมง
การเดินทาง
  • จากสุคุโมะวาดะ IC
    รถยนต์ราว 40 นาที
  • จอดรถที่ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวคาชิวาจิมะ (171 คัน)
แผนที่Google Maps

จัดเส้นทางตามจำนวนวัน

  • 1 วัน (ไม่ขับรถ) ปราสาทโคจิและพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ → มื้อเที่ยงที่ตลาดฮิโรเมะ → รถบัสท่องเที่ยว MY-YU (MY遊バス) ไปเขาโกไดซัง (สวนมากิโนะ วัดจิคุรินจิ) → หาดคัตสึระฮามะและพิพิธภัณฑ์เรียวมะ ด้วยตั๋ว “คัตสึระฮามะ” (桂浜券) ใบเดียว
  • 2 วัน วันแรกเที่ยวเมืองโคจิตามแผนข้างบน วันที่สองเลือกไปตะวันออก (ถ้ำริวกะโด เมืองอากิ สวนโมเนต์) หรือขับรถไปนิโคะบุจิและหุบเขานาคัตสึ
  • 3–4 วัน เพิ่มฝั่งตะวันตก: นั่งรถไฟไปสถานีนากามูระ เที่ยวแม่น้ำชิมันโตะและสะพานซาดะ แล้วพักแถวอาชิซูริ วันต่อมาไปทัตสึคุชิและเกาะคาชิวะ ส่วนนี้เช่ารถจะสะดวกที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

ถ้ามีเวลาเที่ยวโคจิแค่วันเดียว ควรไปที่ไหน

เที่ยวในเมืองโคจิ: ปราสาทโคจิ ตลาดฮิโรเมะ เขาโกไดซัง และหาดคัตสึระฮามะ ใช้รถรางกับ รถบัสท่องเที่ยว MY-YU (MY遊バス) ได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องขับรถ

ไม่ขับรถ เที่ยวโคจิได้ไหม

ในเมืองโคจิเที่ยวได้สบายด้วยรถรางและ รถบัสท่องเที่ยว MY-YU (MY遊バス) ส่วนฝั่งตะวันตกและภูเขา เช่น UFO Line ชิโกกุคาร์สต์ และเกาะคาชิวะ ควรเช่ารถ

ควรพักที่ไหน

ถ้าเที่ยว 1–2 วันพักในเมืองโคจิใกล้สถานีหรือสะพานฮาริมายะบาชิ ถ้าไปฝั่งตะวันตก ควรพักเพิ่มแถวเมืองชิมันโตะหรืออาชิซูริ เพราะระยะทางไกล

ไปจากกรุงเทพฯ อย่างไร

ยังไม่มีเที่ยวบินประจำระหว่างกรุงเทพฯ กับโคจิ ทางที่ง่ายคือบินไปโตเกียวหรือโอซาก้า แล้วต่อเครื่องบินภายในประเทศไปสนามบินโคจิเรียวมะ หรือนั่งรถไฟด่วนจากโอคายามะประมาณ 2.5 ชั่วโมง

วางแผนเที่ยวโคจิต่อ

ดู ที่เที่ยวทั้งหมด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง · เว็บไซต์ภายนอก1 ลิงก์

ลิงก์ด้านล่างเปิดเว็บไซต์ภายนอกในแท็บใหม่

  1. ภาพหลัก — ภาพ: kochi-tabi.jp (kochi-tabi.jp) ↗

แชร์บทความนี้

FacebookXLINE

IG・Messenger: แชร์ผ่านแอป (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)