เลือกที่เที่ยวตามพื้นที่
| พื้นที่ | ที่เที่ยวเด่น | เหมาะกับใคร | การเดินทางหลัก |
|---|---|---|---|
| เมืองมัตสึยามะ | โดโกะออนเซ็น ปราสาทมัตสึยามะ รถไฟบ็อตจัง | ทริปแรก คนที่ไม่ขับรถ สายออนเซ็น | รถรางอิโยเท็ตสึ และรถบัสจากสนามบิน |
| รอบมัตสึยามะและภูเขา | สถานีชิโมนาดะ เครื่องปั้นโทเบะ หุบเขาโอโมโกะ ภูเขาอิชิซึจิ | สายถ่ายรูป สายธรรมชาติ นักเดินเขา | JR สายโยซัง รถบัส หรือรถเช่า |
| อิมาบาริและชิมานามิไคโด | ปั่นจักรยานข้ามสะพาน ภูเขาคิโรซัง ศาลเจ้าโอยามาสึมิ | นักปั่น สายวิวทะเล | JR ไปอิมาบาริ แล้วเช่าจักรยานหรือนั่งรถบัส |
| ไซโจและนิอิฮามะ | เหมืองทองแดงเบชชิ อควาโทเปีย | สายประวัติศาสตร์อุตสาหกรรม ครอบครัว | JR สายโยซัง แล้วต่อรถบัสหรือรถเช่า |
| อุจิโกะ โอซุ และซาดามิซากิ | เมืองเก่าอุจิโกะ ปราสาทโอซุ บ้านการิวซันโซ | สายเมืองเก่า สายสถาปัตยกรรม | JR สายโยซังจากมัตสึยามะ |
| อุวะจิมะและเอฮิเมะตอนใต้ | ปราสาทอุวะจิมะ สวนเท็นฉะเอ็น หุบเขานาเมโทโกะ | คนที่มีเวลาหลายวัน สายธรรมชาติ | JR ไปอุวะจิมะ แล้วต่อรถบัสหรือรถเช่า |
เมืองมัตสึยามะ: ออนเซ็น ปราสาท และรถไฟย้อนยุค
1. โดโกะออนเซ็น (Dogo Onsen)

โดโกะออนเซ็นคือออนเซ็นที่มีเรื่องเล่าย้อนไปราว 3,000 ปี และเป็นเหตุผลอันดับหนึ่งที่คนมาเที่ยวเอฮิเมะ หัวใจของย่านคืออาคารไม้โดโกะออนเซ็นฮงกัง (道後温泉本館) ที่สร้างในปี 1894 หลังคาซ้อนกันหลายชั้น บนยอดมีหอชินโรคาคุที่ประดับนกกระสาขาว อาคารบูรณะเสร็จเมื่อธันวาคม 2024 จึงกลับมาเปิดให้อาบได้เต็มรูปแบบ น้ำเป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ไม่ผสมน้ำอื่น สัมผัสลื่นนุ่มผิว
ถ้ามาครั้งแรก ให้อาบคอร์สถูกที่สุดในฮงกังก่อน แล้วเดินเล่นถนนช็อปปิ้งโดโกะไฮคาระที่มีร้านขนมและของฝากเรียงยาวไปถึงสถานีรถราง หน้าสถานีมีนาฬิกากลบ็อตจังที่ตุ๊กตาออกมาเคลื่อนไหวทุกต้นชั่วโมง และมีบ่อแช่เท้าให้ใช้ฟรี ถ้าฮงกังคนแน่น ในย่านเดียวกันยังมีอาสึกะโนะยุเซ็น (飛鳥乃湯泉) ที่ตกแต่งด้วยงานศิลป์ของเอฮิเมะ และสึบากิโนะยุ (椿の湯) ที่คนท้องถิ่นใช้เป็นประจำ เหมาะกับคนที่อยากลองออนเซ็นญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมโดยไม่ต้องขับรถ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | 6:00–23:00 น. (คามิโนะยุชั้นล่าง รับคนสุดท้าย 22:30 น.) |
| เวลาที่ควรเผื่อ | 1.5–2 ชั่วโมง รวมเดินเล่นในย่าน |
| การเดินทาง | จากสถานี JR มัตสึยามะหรือสถานีมัตสึยามะชิ นั่งรถรางไปสถานีโดโกะออนเซ็น แล้วเดินราว 5 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
2. ปราสาทมัตสึยามะ (Matsuyama Castle)

ปราสาทมัตสึยามะเป็น 1 ใน 12 ปราสาทของญี่ปุ่นที่หอคอยหลักยังเป็นของดั้งเดิม ไม่ใช่ของสร้างใหม่ ตั้งอยู่บนเนินเขาคัตสึยามะกลางเมือง มองจากถนนไหนก็เห็น ภายในหอคอยเป็นโครงไม้เก่า บันไดชันแบบปราสาทจริง และมีชุดเกราะกับดาบจัดแสดง จากชั้นบนสุดมองเห็นเมืองมัตสึยามะทั้งเมืองไปจนถึงทะเลเซโตะใน
การขึ้นเขาเป็นส่วนหนึ่งของความสนุก เลือกได้ระหว่างโรปเวย์ที่ใช้เวลาราว 3 นาที กับลิฟต์เก้าอี้เดี่ยวที่ห้อยขาชมวิวไปราว 6 นาที ตั๋วใบเดียวใช้ได้ทั้งสองแบบ แต่ลิฟต์เก้าอี้หยุดเมื่อฝนตก ลานฮมมารุบนเขาเข้าฟรีและเป็นจุดชมซากุระที่ดีที่สุดของเมืองในต้นเมษายน เหมาะกับคนที่ชอบประวัติศาสตร์และคนที่อยากเห็นวิวเมืองจากมุมสูง ควรมาช่วงเช้าก่อนกรุ๊ปทัวร์
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ | ราว 90 นาที – 2 ชั่วโมง |
| การเดินทาง | จากสถานีมัตสึยามะชิ นั่งรถรางราว 6 นาทีลงป้ายโอไคโด เดิน 5 นาทีถึงสถานีโรปเวย์ |
| แผนที่ | Google Maps |
3. รถไฟบ็อตจัง (Botchan Train)

รถไฟบ็อตจังเป็นรถไฟจำลองหัวรถจักรไอน้ำยุคเมจิที่วิ่งบนรางรถรางกลางเมือง ชื่อมาจากนวนิยาย “บ็อตจัง” ของนัตสึเมะ โซเซกิ ที่ตัวเอกนั่งรถไฟขบวนนี้ตอนมาสอนหนังสือที่มัตสึยามะ ตู้โดยสารไม้สีเขียวเข้มกับเสียงหวูดทำให้ทั้งคนบนรถและคนริมถนนหันมามอง
ไฮไลต์ที่หลายคนไม่รู้คือที่สถานีปลายทาง เจ้าหน้าที่จะช่วยกันหมุนหัวรถจักรกลับทิศด้วยมือให้ดูกันตรงนั้น ถ้าอยากนั่ง ให้ขึ้นช่วงโอไคโดไปโดโกะออนเซ็น แล้วต่อด้วยการอาบน้ำ เหมาะกับครอบครัวและคนที่ชอบรถไฟ ค่าโดยสารสูงกว่ารถรางปกติมาก ถ้าไม่ได้ตั้งใจนั่ง แค่ถ่ายรูปตอนรถเข้าสถานีก็คุ้ม
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ | ราว 30 นาที รวมรอรถ |
| การเดินทาง | ขึ้นได้ที่สถานีรถรางหลัก เช่น มัตสึยามะชิ โอไคโด และโดโกะออนเซ็น |
| แผนที่ | Google Maps |
4. ศาลเจ้าอิซานิวะ (Isaniwa Shrine)

ศาลเจ้าอิซานิวะ (伊佐爾波神社) ตั้งอยู่บนเนินเหนือย่านโดโกะออนเซ็น ต้องขึ้นบันไดหิน 135 ขั้นจึงถึงตัวศาลเจ้า อาคารสร้างแบบฮาจิมังซึคุริ (八幡造) ที่เหลืออยู่ในญี่ปุ่นเพียงไม่กี่แห่ง ลงรักสีแดงสดตัดกับทองและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ
เหตุผลที่ควรขึ้นไปคือวิวจากบนบันได มองลงมาเห็นหลังคาย่านโดโกะทั้งย่าน และคนน้อยกว่าบริเวณออนเซ็นมาก ภายในมีภาพปริศนาเลขคณิตโบราณ (算額) ที่คนสมัยเอโดะแขวนถวายไว้ เหมาะกับการแวะก่อนหรือหลังอาบน้ำที่โดโกะ ใช้เวลาไม่นาน แต่บันไดชัน ควรใส่รองเท้าที่เดินสบาย
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ | ช่วงเช้าหรือเย็นก่อนอาบออนเซ็น |
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ | ราว 40 นาที |
| การเดินทาง | จากสถานีรถรางโดโกะออนเซ็น เดินขึ้นเนินราว 5 นาทีถึงเชิงบันได |
| แผนที่ | Google Maps |
5. คฤหาสน์บันซุยโซ (Bansuiso)

คฤหาสน์บันซุยโซ (萬翠荘) เป็นบ้านสไตล์ฝรั่งเศสสีขาวที่ซ่อนอยู่ในป่าเชิงเขาปราสาทมัตสึยามะ สร้างเป็นบ้านพักของตระกูลขุนนางเดิมของมัตสึยามะ ข้างในมีบันไดไม้ใหญ่ เพดานสูง และหน้าต่างกระจกสีที่แสงลอดเข้ามาสวยช่วงบ่าย
ที่นี่เป็นมุมถ่ายรูปที่ต่างจากภาพญี่ปุ่นแบบที่คุ้นตา ชั้นล่างมักใช้จัดนิทรรศการศิลปะหมุนเวียน เหมาะกับคนที่ชอบสถาปัตยกรรมและอยากหามุมเงียบ ๆ กลางเมือง เดินลงจากปราสาทฝั่งใต้แล้วแวะที่นี่ได้ ต่อด้วยพิพิธภัณฑ์ซากะโนะอุเอะโนะคุโมะที่อยู่ห่างกันไม่กี่นาที
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | 9:00–18:00 น. |
| วันหยุด | วันจันทร์ (ถ้าตรงวันหยุดราชการ เปิด) |
| เวลาที่ควรเผื่อ | ราว 40 นาที |
| การเดินทาง | เดินจากป้ายรถรางโอไคโดได้ หรือเดินลงจากปราสาทมัตสึยามะทางฝั่งใต้ |
| แผนที่ | Google Maps |
6. พิพิธภัณฑ์ซากะโนะอุเอะโนะคุโมะ (Saka no Ue no Kumo Museum)

พิพิธภัณฑ์ซากะโนะอุเอะโนะคุโมะ (坂の上の雲ミュージアム) ออกแบบโดยสถาปนิกทาดาโอะ อันโดะ ตัวอาคารเป็นคอนกรีตเปลือยกับกระจก ทางลาดภายในค่อย ๆ พาเดินขึ้นไปชั้นบน ทั้งเมืองมัตสึยามะใช้พิพิธภัณฑ์นี้เล่าเรื่องจากนวนิยายของชิบะ เรียวทาโร่ เกี่ยวกับคนมัตสึยามะ 3 คนในยุคเมจิที่ญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนเป็นประเทศสมัยใหม่
แม้ไม่รู้จักนวนิยาย ก็เข้าไปชมตัวสถาปัตยกรรมได้ ผนังโค้งและทางเดินที่ลอยอยู่กลางอาคารถ่ายรูปได้สวย เหมาะกับคนที่ชอบงานของอันโดะหรือประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นยุคเมจิ ถ้ามีเวลาจำกัด เลือกที่นี่หรือบันซุยโซอย่างใดอย่างหนึ่งก็พอ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง | ผู้ใหญ่ 500 เยน |
| เวลาทำการ | 9:00–18:30 น. |
| วันหยุด | วันจันทร์เป็นหลัก |
| เวลาที่ควรเผื่อ | ราว 1 ชั่วโมง |
| การเดินทาง | อยู่ใกล้คฤหาสน์บันซุยโซ |
| แผนที่ | Google Maps |
รอบมัตสึยามะและภูเขา: สถานีริมทะเล เครื่องปั้น และหุบเขา
7. สถานีชิโมนาดะ (Shimonada Station)

สถานีชิโมนาดะ (下灘駅) เป็นสถานีเล็กไม่มีพนักงานบนรถไฟ JR สายโยซังเส้นทางเลียบทะเล ชานชาลาอยู่บนเนินที่หันออกทะเลเซโตะในตรง ๆ ไม่มีอะไรบังวิว มีเพียงหลังคาเล็ก ๆ กับม้านั่งตัวเดียว ภาพนี้เคยใช้เป็นโปสเตอร์ของการรถไฟหลายครั้ง จนกลายเป็นจุดถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกที่คนทั่วญี่ปุ่นรู้จัก
ช่วงที่คนมากที่สุดคือราว 30 นาทีก่อนพระอาทิตย์ตก ท้องฟ้าและทะเลจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม ข้อสำคัญคือรถไฟแต่ละเที่ยวห่างกันนาน ต้องดูตารางเวลาทั้งขาไปและขากลับก่อนออกเดินทาง ไม่อย่างนั้นอาจต้องรอนานในที่ที่ไม่มีร้านค้า เหมาะกับคนชอบถ่ายรูปและคนที่อยากเห็นญี่ปุ่นชนบทริมทะเลแบบเงียบ ๆ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง | ฟรี (จ่ายเฉพาะค่ารถไฟ) |
| เวลาที่ควรเผื่อ | ครึ่งวัน รวมเวลารอรถไฟ |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
8. เครื่องปั้นดินเผาโทเบะ (Tobe-yaki)

เมืองโทเบะทางใต้ของมัตสึยามะผลิตเครื่องปั้นดินเผามานานกว่า 240 ปี จานชามโทเบะยากิ (砥部焼) มีจุดเด่นที่เนื้อสีขาว หนา และทนทาน วาดลายครามด้วยมือ ใช้ในครัวทุกวันได้โดยไม่ต้องกลัวบิ่นง่าย ในเมืองมีโรงเผาเล็ก ๆ กว่า 100 แห่ง หลายร้านเปิดให้เข้าไปดูและซื้อของโดยตรงจากช่าง
ถ้าอยากเข้าใจภาพรวม ให้เริ่มที่หอประวัติอุตสาหกรรมดั้งเดิมโทเบะยากิ (砥部焼伝統産業会館) ที่จัดแสดงชิ้นงานตั้งแต่ยุคแรก จากนั้นไปที่โฮโนโอะโนะซาโตะ (炎の里) เพื่อลองวาดลายบนถ้วยหรือจานของตัวเอง แล้วรอให้เผาและส่งตามมาทีหลัง เป็นของฝากที่มีเรื่องเล่า เหมาะกับคนชอบงานคราฟต์และคนที่อยากได้ของใช้จริงกลับบ้าน
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | หอประวัติ 9:00–17:00 น. |
| วันหยุด | หอประวัติ |
| เวลาที่ควรเผื่อ | ครึ่งวัน รวมเดินดูร้าน |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
9. หุบเขาโอโมโกะ (Omogo Gorge)

หุบเขาโอโมโกะ (面河渓) อยู่ในเขตคุมะโคเก็นบนภูเขาใกล้ภูเขาอิชิซึจิ และเป็นต้นน้ำของแม่น้ำนิโยโดะที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำสีฟ้าใส สิ่งที่ทำให้ที่นี่ต่างจากหุบเขาอื่นคือสีของน้ำ แม่น้ำใสจนเห็นก้นและเป็นสีเขียวมรกต ไหลผ่านโขดหินแกรนิตสีขาวขนาดใหญ่ ทำให้สีน้ำยิ่งเด่น
ทางเดินเซกิมอน (関門) ยาวราว 600 เมตรเดินง่าย ใช้เวลา 60–90 นาทีก็เห็นจุดเด่นครบ ทั้งแอ่งน้ำลึก หน้าผาหิน และสะพานข้ามลำธาร ช่วงปลายตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายนใบไม้แดงตัดกับน้ำสีฟ้าสวยที่สุดของปี เหมาะกับคนชอบธรรมชาติและถ่ายรูป ไม่มีรถไฟไปถึง ต้องขับรถไป และถนนช่วงท้ายเป็นทางภูเขาคดเคี้ยว
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง | ฟรี |
| เวลาที่ควรเผื่อ | 60–90 นาทีสำหรับเดินทางเดินเซกิมอน |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
10. ภูเขาอิชิซึจิ (Mount Ishizuchi)

ภูเขาอิชิซึจิ (石鎚山) สูง 1,982 เมตร เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นตะวันตก และเป็นหนึ่งในภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของญี่ปุ่นที่มีผู้แสวงบุญปีนมาหลายร้อยปี จุดที่คนจำได้คือเส้นทางโซ่เหล็ก (鎖場) ที่ต้องดึงตัวเองขึ้นหน้าผาหินชัน แต่มีทางเดินอ้อมสำหรับคนที่ไม่อยากปีนโซ่
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้กระเช้าอิชิซึจิขึ้นไปก่อน ช่วยลดระยะเดินได้มาก จากสถานีบนกระเช้า เดินขึ้นเขาต่อไปจนถึงศาลเจ้าบนยอดใช้เวลาครึ่งวันขึ้นไป ถ้าไม่ปีนถึงยอด แค่ขึ้นกระเช้าไปเดินเล่นรอบสถานีบนก็ได้เห็นวิวภูเขาซ้อนกัน เหมาะกับคนที่ชอบเดินเขาและมีเวลาเต็มวัน ช่วงใบไม้แดงบนเขามาเร็วกว่าในเมืองราวหนึ่งเดือน
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง | กระเช้าอิชิซึจิ ไป–กลับ |
| เวลาที่ควรเผื่อ | เต็มวันถ้าจะขึ้นถึงยอด |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | ภูเขาอิชิซึจิ: สถานีกระเช้าชิโมดานิ (สถานีล่าง)Google Maps |
อิมาบาริและชิมานามิไคโด: ปั่นจักรยานข้ามทะเล
11. ชิมานามิไคโด (Shimanami Kaido)

ชิมานามิไคโด (しまなみ海道) คือทางด่วนยาวราว 70 กิโลเมตรที่เชื่อมเมืองอิมาบาริของเอฮิเมะกับเมืองโอโนมิจิของฮิโรชิมะ ข้ามเกาะ 6 เกาะด้วยสะพานใหญ่ ความพิเศษคือทุกสะพานมีทางจักรยานแยกจากรถยนต์ นักปั่นจากทั่วโลกจึงมาปั่นข้ามทะเลเซโตะในที่นี่ ช่วงแรกจากฝั่งเอฮิเมะคือสะพานคุรุชิมะไคเคียว (来島海峡大橋) ยาว 4.1 กิโลเมตร ปั่นอยู่เหนือน้ำวนกลางช่องแคบ
ไม่จำเป็นต้องปั่นครบทั้งเส้น ถ้ามีเวลาครึ่งวัน เช่าจักรยานที่ซันไรส์อิโตยามะแล้วปั่นข้ามสะพานคุรุชิมะไปเกาะโอชิมะแล้วกลับ ก็ได้ประสบการณ์หลักแล้ว ถ้าจะปั่นทั้งเส้นใช้เวลาเต็มวันและคืนจักรยานต่างจุดได้ เหมาะกับคนที่ปั่นจักรยานเป็น ไม่ต้องเป็นนักปั่นมืออาชีพ เพราะมีจักรยานไฟฟ้าให้เช่า
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ | เมษายน–มิถุนายน และตุลาคม–พฤศจิกายน อากาศไม่ร้อนเกินไป |
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ | ครึ่งวัน (ข้ามสะพานคุรุชิมะไป–กลับ) ถึงเต็มวัน (ทั้งเส้น) |
| การเดินทาง | เช่าจักรยานที่สถานี JR อิมาบาริ หรือซันไรส์อิโตยามะ (จากสถานีนั่งแท็กซี่ราว 15 นาที) |
| แผนที่ | Google Maps |
12. สวนจุดชมวิวภูเขาคิโรซัง (Kirosan Observatory)

สวนจุดชมวิวภูเขาคิโรซัง (亀老山展望公園) อยู่บนยอดเขาทางใต้ของเกาะโอชิมะ เป็นจุดที่เห็นสะพานคุรุชิมะไคเคียวทั้ง 3 ช่วงเรียงต่อกันข้ามช่องแคบได้ในภาพเดียว พร้อมหมู่เกาะเล็กใหญ่รอบทะเลเซโตะใน ตัวจุดชมวิวออกแบบโดยสถาปนิกเค็งโงะ คุมะ ให้กลมกลืนไปกับภูเขา
ช่วงที่คุ้มที่สุดคือพระอาทิตย์ตก แสงสีส้มจะตกลงหลังสะพาน และหลังฟ้ามืดจะเห็นไฟบนสะพาน เข้าฟรีตลอด 24 ชั่วโมง แต่ต้องขับรถหรือนั่งแท็กซี่ขึ้นไป ทางจักรยานขึ้นเขาชันเฉลี่ยราว 13% เป็นระยะราว 3 กิโลเมตร ถ้าปั่นมาไกลแล้วไม่แนะนำ เหมาะกับคนที่มีรถและอยากได้ภาพชิมานามิไคโดที่ดีที่สุด
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง | ฟรี |
| เวลาทำการ | ตลอด 24 ชั่วโมง |
| เวลาที่ควรเผื่อ | ราว 30–60 นาที |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
13. ศาลเจ้าโอยามาสึมิ (Oyamazumi Shrine)

ศาลเจ้าโอยามาสึมิ (大山祇神社) บนเกาะโอมีชิมะเป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดของเอฮิเมะ และเป็นศาลเจ้าหลักของศาลเจ้าโอยามาสึมิทั่วญี่ปุ่น ขุนศึกและนักรบในอดีตนิยมมาถวายชุดเกราะและดาบเพื่อขอพรชนะศึก ศาลเจ้าจึงเก็บเครื่องอาวุธโบราณไว้มากจนเป็นแหล่งรวมสมบัติชาติประเภทนี้ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น
ในลานศาลเจ้ามีต้นการบูรยักษ์อายุหลายพันปีที่คนมาเดินวนรอบเพื่อขอพร ส่วนพิพิธภัณฑ์สมบัติจัดแสดงชุดเกราะที่เชื่อว่าเป็นของขุนศึกชื่อดังอย่างมินาโมโตะ โนะ โยชิสึเนะ เหมาะกับคนที่ชอบประวัติศาสตร์ซามูไร และนักปั่นชิมานามิไคโดที่แวะกลางทาง เพราะอยู่ไม่ไกลจากเส้นทางหลัก
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | พิพิธภัณฑ์ 9:00–16:30 น. |
| เวลาที่ควรเผื่อ | ราว 1–1.5 ชั่วโมง |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
14. พิพิธภัณฑ์ผ้าขนหนูอิมาบาริ (Towel Museum)

อิมาบาริผลิตผ้าขนหนูมากที่สุดในญี่ปุ่น ผ้าขนหนูที่มีป้าย “อิมาบาริ” ต้องผ่านการทดสอบว่าดูดน้ำได้ภายใน 5 วินาที พิพิธภัณฑ์ผ้าขนหนูอิมาบาริ (タオル美術館) จึงเป็นที่ที่เล่าเรื่องของเมืองนี้ได้ดีที่สุด ชั้นบนให้ชมขั้นตอนตั้งแต่ด้ายจนทอเป็นผืน และมีห้องแสดงงานศิลปะที่ทำจากผ้าขนหนู
ชั้นล่างเป็นร้านขายผ้าขนหนูขนาดใหญ่ มีทั้งรุ่นธรรมดาและรุ่นที่ขายเฉพาะที่นี่ เป็นแหล่งซื้อของฝากที่ใช้ได้จริงและน้ำหนักเบา ด้านนอกมีสวนดอกไม้แบบยุโรปให้เดินเล่น เหมาะกับครอบครัวและคนที่อยากซื้อของฝากคุณภาพ ที่นี่ไม่ได้อยู่ติดสถานีรถไฟ ควรขับรถหรือนั่งแท็กซี่
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | 9:30–18:00 น. |
| เวลาที่ควรเผื่อ | ราว 1.5 ชั่วโมง รวมช็อปปิ้ง |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
15. ปราสาทอิมาบาริ (Imabari Castle)

ปราสาทอิมาบาริ (今治城) เป็น 1 ใน 3 ปราสาทน้ำที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น คูเมืองกว้างดึงน้ำทะเลเข้ามาโดยตรง ระดับน้ำในคูจึงขึ้นลงตามน้ำทะเล และบางครั้งเห็นปลาทะเลว่ายอยู่ในคู ปราสาทสร้างโดยโทโด ทาคาโทระ ขุนศึกที่ได้ชื่อว่าเป็นปรมาจารย์การสร้างปราสาท
ในเวลากลางคืนกำแพงหินและหอคอยเปิดไฟส่องสว่าง สะท้อนลงในคูน้ำ เป็นภาพที่ต่างจากตอนกลางวัน ตั๋วรวมพาเข้าชมอาคาร 4 หลังที่จัดแสดงชุดเกราะและประวัติเมือง และชั้นบนสุดของหอคอยมองเห็นทะเลกับสะพานชิมานามิไคโดไกล ๆ เหมาะกับคนที่อยู่อิมาบาริก่อนหรือหลังปั่นจักรยาน และครอบครัวที่มีเด็ก เพราะอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าฟรี
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | 9:00–17:00 น. |
| เวลาที่ควรเผื่อ | ราว 1 ชั่วโมง |
| การเดินทาง | จากสถานี JR อิมาบาริ นั่งรถบัสราว 9 นาทีลงป้าย Imabari-jo-mae หรือเดินราว 20 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
ไซโจและนิอิฮามะ: เหมืองทองแดงและเมืองน้ำใส
16. เหมืองทองแดงเบชชิ มายน์โทเปียเบชชิ (Minetopia Besshi)

มายน์โทเปียเบชชิ (マイントピア別子) สร้างบนที่ตั้งของเหมืองทองแดงเบชชิ เหมืองที่ขุดทองแดงต่อเนื่องเกือบ 300 ปีและทำให้เมืองนิอิฮามะเติบโตเป็นเมืองอุตสาหกรรม ที่นี่แบ่งเป็น 2 โซน โซนฮาเดบะ (端出場) อยู่เชิงเขา มีรถไฟเหมืองขนาดเล็กพาข้ามสะพานเหล็กสีแดงเข้าอุโมงค์ที่จำลองการทำงานของคนงานเหมืองในอดีต
โซนที่คนอยากไปที่สุดคือโทนารุ (東平) บนภูเขา เป็นซากสถานีเหมืองที่เหลือแต่ผนังหินเรียงเป็นขั้นท่ามกลางป่า จนได้ฉายาว่า “มาชูปิกชูแห่งตะวันออก” ไปได้ด้วยรถบัสทัวร์จากฮาเดบะ ที่โซนฮาเดบะยังมีกิจกรรมร่อนหาทอง ร้านอาหาร และออนเซ็น ใช้เวลาได้ครึ่งวัน เหมาะกับครอบครัว คนชอบประวัติศาสตร์อุตสาหกรรม และคนที่อยากได้ภาพซากโบราณในป่า
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | 9:00–17:00 น. |
| เวลาที่ควรเผื่อ | ครึ่งวัน ถ้ารวมโซนโทนารุ |
| การเดินทาง | จากสถานี JR นิอิฮามะ นั่งรถราว 17 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
17. อควาโทเปีย ไซโจ (Aquatopia Saijo)

เมืองไซโจได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งน้ำ เพราะน้ำใต้ดินจากภูเขาอิชิซึจิพุ่งขึ้นมาเองจากบ่อที่คนท้องถิ่นเรียกว่าอุจินุกิ (うちぬき) มีอยู่ราว 2,000 จุดทั่วเมือง บ้านหลายหลังใช้น้ำนี้ดื่มและทำอาหารทุกวัน อควาโทเปีย ไซโจ (アクアトピア水系) คือเส้นทางเดินริมน้ำที่พาเดินชมลำธารใส ปลาคาร์ป และบ่อน้ำพุกลางเมือง
เดินตามเส้นทางราว 2.4 กิโลเมตรได้ในชั่วโมงเศษ ๆ ระหว่างทางมีจุดที่ให้ตักน้ำดื่มได้ฟรี น้ำเย็นและรสอ่อน นำขวดเปล่ามาเติมได้ แถวนี้ยังมีโรงหมักสาเกที่ใช้น้ำเดียวกัน เหมาะกับคนที่อยากเดินเล่นเงียบ ๆ ในเมืองเล็ก และคนที่ผ่านไซโจระหว่างทางไปภูเขาอิชิซึจิ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง | ฟรี |
| เวลาที่ควรเผื่อ | ราว 1–1.5 ชั่วโมง |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
อุจิโกะ โอซุ และซาดามิซากิ: เมืองเก่าในหุบเขา
18. เมืองเก่าอุจิโกะ (Uchiko)

อุจิโกะ (内子) เคยร่ำรวยจากการผลิตขี้ผึ้งญี่ปุ่นที่ใช้ทำเทียนและเครื่องสำอางในยุคเอโดะถึงเมจิ บ้านพ่อค้าขี้ผึ้งเหล่านั้นยังตั้งเรียงอยู่บนถนนยาวราว 600 เมตร ผนังดินสีเหลืองอ่อนคู่กับปูนขาวและหน้าต่างไม้ระแนง ที่นี่เป็นเขตอนุรักษ์สิ่งปลูกสร้างดั้งเดิมแห่งแรกของชิโกกุ ได้รับเลือกในปี 1982
ต่างจากเมืองเก่าที่กลายเป็นย่านร้านค้าเต็มถนน อุจิโกะยังมีคนอาศัยอยู่จริงและค่อนข้างเงียบ เดินชมถนนฟรี ถ้าอยากเห็นข้างในบ้านพ่อค้า ให้เข้าบ้านคามิฮากะ (上芳我邸) ที่แสดงเครื่องมือทำขี้ผึ้ง เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศญี่ปุ่นยุคเก่าแบบไม่วุ่นวาย ต่อด้วยปราสาทโอซุที่อยู่ห่างไปทางรถไฟไม่กี่สถานีได้ในวันเดียวกัน
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ | 2–3 ชั่วโมง |
| การเดินทาง | จากสถานี JR มัตสึยามะ นั่งรถไฟด่วนพิเศษราว 25 นาทีถึงสถานีอุจิโกะ แล้วเดินราว 15 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
19. ปราสาทโอซุ (Ozu Castle)

ปราสาทโอซุ (大洲城) ตั้งบนเนินริมแม่น้ำฮิจิกาวะ หอคอยหลักที่เห็นในวันนี้สร้างขึ้นใหม่ในปี 2004 ด้วยไม้และวิธีช่างดั้งเดิมตามแบบแปลนและภาพถ่ายเก่า ไม่ใช้คอนกรีต จึงเป็นหนึ่งในปราสาทสร้างใหม่ที่ใกล้ของจริงที่สุดในญี่ปุ่น หอคอยเชื่อมกับป้อมยาม 2 หลังที่เป็นของดั้งเดิมและขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ
ข้างในจะเห็นโครงไม้และเสาต้นใหญ่ชัดเจน มุมถ่ายรูปที่ดีที่สุดคือจากฝั่งตรงข้ามแม่น้ำที่เห็นปราสาทสะท้อนน้ำ ปราสาทนี้ยังเปิดให้เข้าพักค้างคืนแบบ “Castle Stay” ที่มีราคาสูงและต้องจองล่วงหน้า เหมาะกับคนที่ชอบปราสาทและงานไม้ญี่ปุ่น ซื้อตั๋วรวมกับการิวซันโซจะคุ้มกว่า
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | 9:00–17:00 น. |
| เวลาที่ควรเผื่อ | ราว 1 ชั่วโมง |
| การเดินทาง | จากสถานี JR อิโยโอซุ นั่งรถโดยสารในเมืองลงป้ายโอซุโจมาเอะ แล้วเดินราว 3 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
20. บ้านการิวซันโซ (Garyu Sanso)

การิวซันโซ (臥龍山荘) เป็นบ้านพักตากอากาศที่โคจิ โทราจิโร่ พ่อค้าผู้ร่ำรวยจากการค้าขี้ผึ้ง ใช้เวลากว่า 10 ปีสร้างบนหน้าผาริมแม่น้ำฮิจิกาวะ ประกอบด้วยอาคาร 3 หลังกับสวนญี่ปุ่นที่ออกแบบให้กลมกลืนกับวิวแม่น้ำ ทุกรายละเอียดตั้งแต่ลายช่องลมจนถึงงานไม้ผนังทำอย่างประณีต
จุดเด่นคือศาลาฟุโรอัง (不老庵) ที่สร้างยื่นออกไปเหนือหน้าผา ค้ำด้วยต้นไม้ที่ยังมีชีวิต นั่งอยู่ข้างในเหมือนลอยอยู่เหนือแม่น้ำ และเพดานไม้ไผ่โค้งจะสะท้อนแสงจากผิวน้ำในวันแดดดี ช่วงใบไม้แดงสวนจะเปลี่ยนสีทั้งสวน เหมาะกับคนที่ชอบสวนญี่ปุ่นและสถาปัตยกรรมไม้ เดินต่อจากปราสาทโอซุได้
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | 9:00–17:00 น. (เปิดทุกวัน) |
| เวลาที่ควรเผื่อ | ราว 45 นาที |
| การเดินทาง | อยู่ในย่านเมืองเก่าโอซุ เดินต่อจากปราสาทโอซุได้ |
| แผนที่ | Google Maps |
21. ประภาคารซาดามิซากิ (Cape Sada Lighthouse)

แหลมซาดามิซากิ (佐田岬) เป็นแหลมที่ยาวและแคบที่สุดในญี่ปุ่น ยื่นออกไปในทะเลราว 40 กิโลเมตร ฝั่งหนึ่งเป็นทะเลเซโตะใน อีกฝั่งเป็นทะเลอุวะ ปลายสุดมีประภาคารสีขาวที่สร้างตั้งแต่ปี 1918 ยืนอยู่บนหน้าผา วันฟ้าใสมองข้ามช่องแคบไปเห็นเกาะคิวชู
การไปถึงประภาคารต้องตั้งใจพอสมควร จากลานจอดรถต้องเดินทางป่าเลียบทะเลราว 1.8 กิโลเมตร มีขึ้นลงเป็นช่วง ๆ แต่ระหว่างทางเห็นทะเลสีฟ้าเข้มผ่านต้นไม้ ถนนบนแหลมที่ขับไปก็เป็นทางวิวสวยเรียงกังหันลม เหมาะกับคนที่ขับรถและอยากไปจุดปลายสุดของชิโกกุ ใส่รองเท้าเดินป่าเบา ๆ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ | ราว 1.5 ชั่วโมง รวมเดินไป–กลับ |
| การเดินทาง | ขับรถไปลานจอดรถซาดามิซากิ (ไม่ใช่ที่อยู่ของประภาคาร) แล้วเดินราว 1.8 กิโลเมตร |
| แผนที่ | Google Maps |
อุวะจิมะและเอฮิเมะตอนใต้: ปราสาท สวน และหุบเขา
22. ปราสาทอุวะจิมะ (Uwajima Castle)

ปราสาทอุวะจิมะ (宇和島城) เป็นปราสาทหอคอยดั้งเดิมแห่งที่สองของเอฮิเมะ และเป็นหนึ่งใน 12 ปราสาทดั้งเดิมของญี่ปุ่นเช่นเดียวกับปราสาทมัตสึยามะ แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก หอคอยสีขาวสามชั้นตั้งอยู่บนยอดเนินกลางเมือง สร้างใหม่ในยุคเอโดะโดยตระกูลดาเตะที่ปกครองอุวะจิมะ
ทางขึ้นเป็นทางเดินหินในป่าร่มรื่น ใช้เวลาราว 15–20 นาทีจากเชิงเขา ข้างในหอคอยยังเป็นโครงไม้เดิม บันไดชัน และจากชั้นบนมองเห็นเมืองอุวะจิมะกับอ่าวทะเลอุวะ ค่าเข้าถูกมาก ต้องจ่ายเป็นเงินสด เหมาะกับคนที่เก็บปราสาทดั้งเดิมทั้ง 12 แห่ง และคนที่มาเที่ยวเอฮิเมะตอนใต้
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง | หอคอย |
| เวลาทำการ |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ | ราว 1 ชั่วโมง รวมเดินขึ้นเขา |
| การเดินทาง | จากสถานี JR อุวะจิมะ เดินราว 15 นาทีถึงทางขึ้น แล้วเดินขึ้นเขาต่อ |
| แผนที่ | Google Maps |
23. สวนเท็นฉะเอ็น (Tenshaen Garden)

สวนเท็นฉะเอ็น (天赦園) เป็นสวนญี่ปุ่นที่ตระกูลดาเตะแห่งอุวะจิมะสร้างไว้เป็นที่พักผ่อน จัดสวนรอบสระน้ำให้เดินวนชมได้ ชื่อสวนมาจากบทกวีของดาเตะ มาซามุเนะ ขุนศึกชื่อดังที่เป็นบรรพบุรุษของตระกูลนี้ ในสวนใช้ต้นไผ่หลายชนิดเป็นสัญลักษณ์ เพราะไผ่อยู่ในตราประจำตระกูลดาเตะ
ช่วงที่คนมาที่สุดคือปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคม เมื่อซุ้มดอกฟูจิสีม่วงยาวห้อยลงเหนือสะพานไม้ในสระ ภาพนี้เป็นภาพประจำของสวน นอกฤดูดอกไม้ก็ยังเป็นสวนที่เงียบและเดินสบาย เหมาะกับคนที่ชอบสวนญี่ปุ่นและมาอุวะจิมะพร้อมกับปราสาท
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ | ปลายเมษายน–ต้นพฤษภาคม (ดอกฟูจิ) |
| ค่าเข้าชมและการจอง | ผู้ใหญ่ 500 เยน |
| เวลาทำการ | 8:30–16:30 น. (เมษายน–มิถุนายน 8:30–17:00 น.) |
| วันหยุด |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ | ราว 40 นาที |
| การเดินทาง | จากสถานี JR อุวะจิมะ นั่งรถบัสราว 10 นาทีลงป้ายฮิงาชิโคโคมาเอะ แล้วเดินราว 3 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
24. หุบเขานาเมโทโกะ (Nametoko Gorge)

หุบเขานาเมโทโกะ (滑床渓谷) อยู่ในป่าลึกของเมืองมัตสึโนะ ชื่อ “นาเมโทโกะ” มาจากพื้นแม่น้ำที่เป็นลานหินแกรนิตเรียบลื่น น้ำใสไหลบาง ๆ ไปบนหินเป็นแผ่นยาว สุดทางเดินคือน้ำตกยูกิวะ (雪輪の滝) ที่น้ำไหลลงบนหินลาดยาวราว 300 เมตรเป็นลายคล้ายเกล็ดหิมะ
เส้นทางเดินเริ่มจากสะพานมันเนน เดินเลียบลำธารไปจนถึงน้ำตก ระหว่างทางมีแอ่งน้ำใสให้พัก ช่วงหน้าร้อนมีกิจกรรมแคนยอนนิงที่ให้ใส่ชุดป้องกันแล้วสไลด์ไปตามลานหินและกระโดดลงแอ่งน้ำ เป็นกิจกรรมเด่นของเอฮิเมะตอนใต้ เหมาะกับคนชอบธรรมชาติและครอบครัวที่อยากเล่นน้ำ ควรขับรถไป
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ | ครึ่งวัน |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
25. ไร่ขั้นบันไดยูสุ มิซุงาอุระ (Yusu Mizugaura)

ไร่ขั้นบันไดยูสุ มิซุงาอุระ (遊子水荷浦の段畑) คือแปลงปลูกมันฝรั่งที่ก่อด้วยหินซ้อนขึ้นไปจากริมทะเลอุวะจนถึงยอดเขา มองจากด้านล่างเหมือนขั้นบันไดยักษ์ไต่ขึ้นฟ้า ชาวบ้านสร้างด้วยมือเพราะพื้นที่ราบมีน้อย และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นภูมิทัศน์วัฒนธรรมสำคัญของญี่ปุ่น
เดินขึ้นทางเดินระหว่างแปลงไปถึงด้านบนได้ จากจุดสูงจะเห็นแนวหินทับซ้อนกับทะเลและแพเลี้ยงปลาในอ่าว ต้นเมษายนมีงานเทศกาลที่ขายมันฝรั่งใหม่จากไร่นี้ เหมาะกับคนที่อยากเห็นวิถีชีวิตชนบทริมทะเลที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว และคนที่ขับรถเที่ยวเอฮิเมะตอนใต้
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ | ราว 1 ชั่วโมง |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
จัดเส้นทางตามจำนวนวัน
| จำนวนวัน | เส้นทาง |
|---|---|
| 1 วัน ไม่เช่ารถ | ปราสาทมัตสึยามะ บันซุยโซ ช่วงบ่ายนั่งรถรางไปโดโกะออนเซ็น |
| 2 วัน 1 คืน | วันแรกในมัตสึยามะ วันที่สองนั่งรถไฟไปอุจิโกะและโอซุ หรือไปอิมาบาริปั่นจักรยานช่วงแรกของชิมานามิไคโด |
| 3 วันขึ้นไป | เพิ่มสถานีชิโมนาดะตอนเย็น หรือลงใต้ไปอุวะจิมะ 1 วัน |
คำถามที่พบบ่อย
ถ้ามีเวลาเที่ยวเอฮิเมะแค่วันเดียว ควรไปที่ไหน
อยู่ในเมืองมัตสึยามะ ขึ้นปราสาทมัตสึยามะช่วงเช้า แวะบันซุยโซ แล้วนั่งรถรางไปอาบน้ำที่โดโกะออนเซ็นช่วงบ่ายถึงค่ำ
ไม่ขับรถ เที่ยวเอฮิเมะได้ไหม
ได้ ในมัตสึยามะใช้รถราง อุจิโกะ โอซุ และอิมาบาริไปด้วยรถไฟ JR ที่ควรเช่ารถคือหุบเขาโอโมโกะ ซาดามิซากิ และไร่ขั้นบันไดยูสุ
ปั่นชิมานามิไคโดต้องเตรียมอะไร
เช่าจักรยานที่สถานีอิมาบาริหรือซันไรส์อิโตยามะ และคืนรถให้ทันเวลาปิดของจุดคืน ถ้าไม่ปั่นครบเส้น ปั่นไปกลับสะพานคุรุชิมะไคเคียวอย่างเดียวก็ได้เห็นวิวช่องแคบแล้ว
ควรพักที่ไหน
พักย่านโดโกะออนเซ็นถ้าอยากอาบออนเซ็นเช้าเย็น หรือใกล้สถานีมัตสึยามะชิและ JR มัตสึยามะถ้าจะนั่งรถไฟไปเมืองอื่นหลายวัน
วางแผนเที่ยวเอฮิเมะต่อ
- อาหารเอฮิเมะ — เมนูท้องถิ่นที่ต้องลอง
- ของฝากเอฮิเมะ
- เที่ยวเอฮิเมะ — หน้ารวมทุกพื้นที่
ดูที่เที่ยวอื่นๆ ใน ที่เที่ยวทั้งหมด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง · เว็บไซต์ภายนอก18 ลิงก์
ลิงก์ด้านล่างเปิดเว็บไซต์ภายนอกในแท็บใหม่
- 1. โดโกะออนเซ็น (Dogo Onsen) — ภาพ: lienyuan lee (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 3.0 / Wikimedia Commons
- 2. ปราสาทมัตสึยามะ (Matsuyama Castle) — ภาพ: Drivephotographer / CC0 1.0 / https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Matsuyama_Castle.jpg
- 3. รถไฟบ็อตจัง (Botchan Train) — ภาพ: 光朝 (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons
- 4. ศาลเจ้าอิซานิวะ (Isaniwa Shrine) — ภาพ: Urashimataro / Public domain (PD-self) / https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Hachiman-zukuri-Isaniwa_shrine.jpg
- 5. คฤหาสน์บันซุยโซ (Bansuiso) — ภาพ: ja:利用者:Otraff (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons
- 6. พิพิธภัณฑ์ซากะโนะอุเอะโนะคุโมะ (Saka no Ue no Kumo Museum) — ภาพ: 建園春秋 / CC BY-SA 4.0 / https://commons.wikimedia.org/wiki/File:2023%E5%B9%B47%E6%9C%88-%E5%9D%82%E4%B8%8A%E4%B9%8B%E9%9B%B2%E5%8D%9A%E7%89%A9%E9%A4%A8A.jpg
- 7. สถานีชิโมนาดะ (Shimonada Station) — ภาพ: Captain76 (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons
- 8. เครื่องปั้นดินเผาโทเบะ (Tobe-yaki) — ภาพ: CT-May (commons.wikimedia.org) ↗ / CC0 / Wikimedia Commons
- 9. หุบเขาโอโมโกะ (Omogo Gorge) — ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวเมืองคุมะโคเก็น (kuma-kanko.com) ↗
- 10. ภูเขาอิชิซึจิ (Mount Ishizuchi) — ภาพ: HendrixEesti / CC BY-SA 3.0 / https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Mount_Ishizuchi.jpg
- 11. ชิมานามิไคโด (Shimanami Kaido) — ภาพ: Herry Lawford (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 2.0 / Wikimedia Commons
- 12. สวนจุดชมวิวภูเขาคิโรซัง (Kirosan Observatory) — พระอาทิตย์ตกเหนือสะพานคุรุชิมะไคเคียวจากภูเขาคิโรซัง (ภาพโดย Dokudami (commons.wikimedia.org) ↗ · CC BY-SA 4.0 (creativecommons.org) ↗)
- 13. ศาลเจ้าโอยามาสึมิ (Oyamazumi Shrine) — ต้นการบูรและบริเวณศาลเจ้าโอยามาสึมิบนเกาะโอมีชิมะ (ภาพโดย そらみみ (commons.wikimedia.org) ↗ · CC BY-SA 4.0 (creativecommons.org) ↗)
- 15. ปราสาทอิมาบาริ (Imabari Castle) — ปราสาทอิมาบาริ คูน้ำ และรูปปั้นโทโด ทาคาโทระ (ภาพโดย Fred Cherrygarden (commons.wikimedia.org) ↗ · CC BY-SA 4.0 (creativecommons.org) ↗)
- 16. เหมืองทองแดงเบชชิ มายน์โทเปียเบชชิ (Minetopia Besshi) — ภาพ: จังหวัดเอฮิเมะ(いよ観ネット) (iyokannet.jp) ↗
- 17. อควาโทเปีย ไซโจ (Aquatopia Saijo) — อนุสาวรีย์รูปสามเหลี่ยมและสายน้ำอควาโทเปียในเมืองไซโจ (ภาพ: จังหวัดเอฮิเมะ(いよ観ネット) (iyokannet.jp) ↗)
- 18. เมืองเก่าอุจิโกะ (Uchiko) — ภาพ: Asturio Cantabrio (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons
- 19. ปราสาทโอซุ (Ozu Castle) — ภาพ: ภาพท่องเที่ยวทางการของจังหวัดเอฮิเมะ
- 20. บ้านการิวซันโซ (Garyu Sanso) — ภาพ: yano@mama.akari.ne.j… (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons
- 21. ประภาคารซาดามิซากิ (Cape Sada Lighthouse) — ประภาคารซาดามิซากิขณะเปิดไฟ (ถ่ายปี 2017) · ภาพ: melvil · CC BY-SA 4.0
- 22. ปราสาทอุวะจิมะ (Uwajima Castle) — หอคอยปราสาทอุวะจิมะ · ภาพ: Saigen Jiro · CC0 1.0
- 23. สวนเท็นฉะเอ็น (Tenshaen Garden) — ศาลาชุนอุเทริมสระน้ำในสวนเท็นฉะเอ็น · ภาพ: Dokudami · CC BY-SA 4.0
- 24. หุบเขานาเมโทโกะ (Nametoko Gorge) — น้ำตกยูกิวะบนลานหินเรียบ · ภาพ: Reggaeman · CC BY-SA 3.0
- 25. ไร่ขั้นบันไดยูสุ มิซุงาอุระ (Yusu Mizugaura) — ไร่ขั้นบันไดหินริมทะเลในฤดูหนาว · ภาพ: Koda6029 · CC BY-SA 4.0
- ภาพหลัก — ภาพ: Herry Lawford (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 2.0 / Wikimedia Commons










