ภูเขาไดเซ็นกับใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง จังหวัดทตโตริ

ใบไม้แดงทตโตริ|11 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี ต.ค.–ธ.ค.

แชร์บทความนี้

FacebookXLINE

IG・Messenger: แชร์ผ่านแอป (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)

ฤดูใบไม้ร่วงของทตโตริเริ่มจากภูเขาก่อน ป่าบีชบนภูเขาเฮียวโนเซ็นและภูเขาไดเซ็นเปลี่ยนสีตั้งแต่กลางถึงปลายตุลาคม แล้วค่อย ๆ ลงมาที่หุบเขาและวัดในเดือนพฤศจิกายน จนถึงสวนในเมืองที่ยังแดงอยู่ถึงต้นธันวาคม ทำให้ช่วงชมใบไม้แดงของจังหวัดนี้ยาวเกือบสองเดือน

บทความนี้รวม 11 จุดชมใบไม้แดงในทตโตริ เรียงจากที่เปลี่ยนสีก่อนไปหลัง พร้อมดอกไม้และของกินประจำฤดูนี้ ข้อมูล ณ กันยายน 2026

เนื้อหาในบทความย่อ −ดู +
  1. ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีแต่ละจุด
  2. ภูเขาและหุบเขา: ปลายตุลาคม
  3. วัดและศาลเจ้า: ต้นพฤศจิกายน
  4. สวนในเมือง: กลางพฤศจิกายน–ต้นธันวาคม
  5. ดอกไม้และของกินฤดูใบไม้ร่วง
  6. คำถามที่พบบ่อย
  7. วางแผนเที่ยวทตโตริต่อ

ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีแต่ละจุด

จุดชมพื้นที่ช่วงสวย
ภูเขาเฮียวโนเซ็น (ป่าบีช)วากาสะ ตะวันออกกลาง–ปลายตุลาคม
วัดไดเซ็นจิและทางเดินหินโอกามิยามะไดเซ็น ตะวันตกปลายตุลาคม–ต้นพฤศจิกายน
ช่องเขาคางิคาเกะโคฟุ ตะวันตกปลายตุลาคม–กลางพฤศจิกายน
มิโตคุซัง ซัมบุตสึจิมิซาสะ ตอนกลางปลายตุลาคม–กลางพฤศจิกายน
ภูเขาเซ็นโจซังโคโตอุระ ตอนกลางปลายตุลาคม–กลางพฤศจิกายน
น้ำตกอาเมดากิเมืองทตโตริปลายตุลาคม–กลางพฤศจิกายน
สวนทากิซังฮิโนะ ตะวันตกต้น–กลางพฤศจิกายน
ศาลเจ้าซาซะฟุกุนิจินัง ตะวันตกต้น–กลางพฤศจิกายน
สุสานตระกูลอิเคดะเมืองทตโตริกลางพฤศจิกายน–ต้นธันวาคม
สวนซากปราสาทชิคาโนะเมืองทตโตริกลางพฤศจิกายน–ต้นธันวาคม
ทุ่งดอกรักเคียวเมืองทตโตริปลายตุลาคม–ต้นพฤศจิกายน

สีจริงขึ้นกับอุณหภูมิของแต่ละปี ก่อนเดินทางควรดูรายงานสถานะใบไม้ของสมาคมท่องเที่ยวในพื้นที่

ภูเขาและหุบเขา: ปลายตุลาคม

1. ภูเขาเฮียวโนเซ็น(氷ノ山)

ภาพสีสันฤดูใบไม้ร่วงของภูเขาเฮียวโนเซ็น ถ่ายปี 2015

ภูเขาเฮียวโนเซ็นตั้งอยู่บนแนวเขตระหว่างจังหวัดทตโตริกับเฮียวโงะ เป็นภูเขาที่ยังมีป่าบีชดั้งเดิมหลงเหลืออยู่มาก และเป็นจุดที่ใบไม้เปลี่ยนสีเร็วที่สุดของจังหวัด ราวกลางถึงปลายตุลาคม ป่าบีชทั้งแนวจะกลายเป็นสีเหลืองทองสลับส้ม เดินอยู่ใต้ร่มไม้เหมือนเดินผ่านอุโมงค์แสงสีอำพัน เป็นภาพใบไม้ร่วงแบบภูเขาลึกที่คนเมืองไม่ค่อยได้เห็น และเป็นสัญญาณว่าฤดูใบไม้แดงของทตโตริเริ่มต้นแล้ว

ฝั่งทตโตริเริ่มเดินจากเขตวากาสะ เส้นทางเฮียวโนะโคชิ (氷ノ越) เป็นทางที่คู่มือเดินเขาท้องถิ่นแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้นมากกว่าทางอื่น ผ่านป่าบีชและหินโคชิกิอิวะก่อนขึ้นถึงยอด นี่คือการเดินเขาจริง ควรใส่รองเท้าเดินเขา พกน้ำ เสื้อกันหนาว และออกเดินแต่เช้าเพื่อให้ลงถึงข้างล่างก่อนแดดหมด เหมาะกับคนที่ชอบเดินป่าและอยากเห็นใบไม้แดงก่อนใครในฤดู

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

กลาง–ปลายตุลาคม

ค่าเข้าชมและการจอง

เดินเขาฟรี ไม่ต้องจอง

วันหยุด
  • ไม่มีวันปิดตายตัว
  • ฤดูหนาวและหลังฝนควรตรวจสภาพเส้นทางก่อน
เวลาที่ควรเผื่อ
  • ทางเฮียวโนะโคชิ ระยะราว 4.2 กม. ขาขึ้นราว 2 ชั่วโมง 30 นาที
  • ต้องเผื่อเวลาขาลงและพักเพิ่ม
การเดินทาง
  • จากสถานีวากาสะ (若桜駅)
    รถยนต์ราว 20 นาทีถึงทางขึ้นเขา
  • จากสถานี JR ทตโตริ
    รถยนต์ราว 1 ชั่วโมง
  • จอดที่ลานของวากาสะเฮียวโนเซ็น แคมเปอร์สวิลเลจ ราว 30 คัน ฟรี
แผนที่จุดเริ่มเส้นทางเฮียวโนะโคเอะ ที่แคมเปอร์สวิลเลจGoogle Maps

2. รอบวัดไดเซ็นจิและศาลเจ้าโอกามิยามะ โอกุมิยะ(大山寺・大神山神社奥宮)

วัดไดเซ็นจิกับใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วง

ภูเขาไดเซ็นเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของภูมิภาคซันอินมาแต่โบราณ ที่เชิงเขามีวัดไดเซ็นจิ และเหนือขึ้นไปคือศาลเจ้าโอกามิยามะ โอกุมิยะ ทางเชื่อมระหว่างสองแห่งเป็นทางเดินหินธรรมชาติที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น ช่วงปลายตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน ใบไม้สองข้างทางเปลี่ยนเป็นแดงและเหลืองตัดกับแนวหินเก่า ส่วนช่วงความสูง 800–1,300 เมตรของภูเขาเป็นป่าบีชธรรมชาติ ทำให้ทั้งย่านเป็นภาพฤดูใบไม้ร่วงที่ได้ทั้งธรรมชาติและบรรยากาศศาสนสถาน

จุดเริ่มคือลานจอดรถโบโรซะในย่านวัดไดเซ็นจิ จากนั้นเดินขึ้นทางหินไปยังศาลเจ้า พื้นหินไม่เรียบและลื่นง่ายเมื่อเปียก จึงควรใส่รองเท้าที่ยึดเกาะดี ไม่ต้องปีนถึงยอดเขาก็เห็นใบไม้แดงได้เต็มตา แค่เดินรอบวัดและศาลเจ้าก็คุ้มแล้ว เหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศภูเขาโดยไม่ต้องเดินเขาหนัก

ข้อมูล

รายละเอียด

สถานที่ในตาราง

ศาลเจ้าโอกามิยามะ โอกุมิยะ (大神山神社奥宮)

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ปลายตุลาคม–ต้นพฤศจิกายน

ค่าเข้าชมและการจอง
  • เดินไหว้ศาลเจ้าโอกามิยามะ โอกุมิยะ ฟรี
  • ขึ้นไหว้ในอาคาร 500 เยน
  • ไม่ต้องจอง
เวลาทำการ
  • บริเวณศาลเจ้าเดินเข้าได้ตลอด
  • สำนักงานศาลเจ้า 9:00–16:00 น.
วันหยุด

ไม่มีวันปิดประจำ

เวลาที่ควรเผื่อ

60–90 นาที จากลานจอดรถไปศาลเจ้าและกลับ

การเดินทาง
  • จากสถานี JR โยนาโกะ
    รถบัสราว 50 นาทีถึงป้ายไดเซ็นจิ
  • ขับรถจากโยนาโกะ IC ราว 15 นาที จอดที่ลานโบโรซะ 600 คัน
  • แล้วเดินทางหินขึ้นศาลเจ้าราว 15–20 นาที
  • ที่อยู่สำหรับระบบนำทาง 大山町大山16-1
แผนที่ศาลเจ้าโอกามิยามะ โอกุมิยะ (Ogamiyama Shrine Okumiya)Google Maps

3. ช่องเขาคางิคาเกะ(鍵掛峠)

ผนังด้านใต้ของภูเขาไดเซ็นมองจากช่องเขาคางิคาเกะ

ช่องเขาคางิคาเกะเป็นจุดชมวิวผนังด้านใต้ของภูเขาไดเซ็น ซึ่งคนท้องถิ่นยกให้เป็นมุมที่สวยที่สุดของภูเขาลูกนี้ จากตรงนี้จะเห็นหน้าผาหินขรุขระของไดเซ็นตั้งตระหง่านอยู่เหนือป่าบีชผืนใหญ่ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ป่าด้านล่างกลายเป็นผืนพรมแดง ส้ม และเหลือง ตัดกับหน้าผาด้านบนอย่างชัดเจน ความพิเศษคือสวยได้สองรอบ ปลายตุลาคมเป็นช่วงใบไม้หลายสี ส่วนกลางพฤศจิกายนเป็นสีปลายฤดูที่เข้มและนิ่งกว่า

ช่องเขาอยู่บนถนนวงรอบภูเขาไดเซ็นในเขตเมืองโคฟุ ต้องมาด้วยรถยนต์ ช่วงใบไม้แดงรถเยอะ ควรมาถึงแต่เช้าซึ่งคนยังน้อยและแสงยังนุ่ม ถ่ายภาพหน้าผาได้สวย จะวางแผนขับวนรอบภูเขาแล้วแวะวัดไดเซ็นจิในวันเดียวกันก็ได้ เหมาะกับคนที่ขับรถเที่ยวเองและอยากได้ภาพภูเขากับใบไม้แดงแบบโปสการ์ด

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ปลายตุลาคม (ใบไม้หลายสี)
  • กลางพฤศจิกายน (สีปลายฤดู)
การเดินทาง
  • ต้องใช้รถยนต์
  • อยู่บนถนนวงรอบภูเขาไดเซ็น ในเขตเมืองโคฟุ
แผนที่Google Maps

4. มิโตคุซัง ซัมบุตสึจิ(三徳山三佛寺)

นักเดินทางกำลังไต่หินบนเส้นทางขึ้นหอนาเกะอิเระโด ภูเขามิโตคุซัง

มิโตคุซัง ซัมบุตสึจิคือวัดบนภูเขาที่มีหอนาเกะอิเระโด สมบัติชาติของญี่ปุ่นที่สร้างเกาะอยู่ในซอกหน้าผา จนถึงวันนี้ยังไม่มีใครอธิบายได้แน่ชัดว่าสร้างขึ้นไปได้อย่างไร ภูเขามิโตคุซังกับออนเซ็นมิซาสะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกญี่ปุ่นร่วมกัน ช่วงปลายตุลาคมถึงกลางพฤศจิกายน ใบไม้ทั้งหุบเขาเปลี่ยนสี ทางขึ้นเขาที่ต้องใช้ทั้งมือและเท้าปีนรากไม้และโขดหินจะรายล้อมไปด้วยสีแดงและเหลือง

ทางขึ้นเขาต้องไปอย่างน้อยสองคน มาคนเดียวจะขึ้นไม่ได้ และมีการตรวจรองเท้าที่จุดลงทะเบียน ควรไปถึงวัดแต่เช้าเพื่อให้มีเวลาเหลือ ถ้าไม่พร้อมปีน ยังมีจุดชมหอนาเกะอิเระโดจากระยะไกลที่เทศบาลเปิดเมื่อพฤศจิกายน 2022 มองเห็นหอบนหน้าผาได้โดยไม่ต้องเสี่ยง คืนนั้นพักที่มิซาสะออนเซ็นซึ่งนั่งรถต่อจากวัดไม่ไกล เหมาะกับสายผจญภัยที่อยากได้ทั้งความท้าทายและเรื่องเล่าของวัดโบราณ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ปลายตุลาคม–กลางพฤศจิกายน

ค่าเข้าชมและการจอง
  • เขตวัดหลัก
    ผู้ใหญ่ 400 เยน
    เด็ก 200 เยน
  • ขึ้นไปหอนาเกะอิเระโด รวม
    ผู้ใหญ่ 1,200 เยน
    นักเรียนประถม–มัธยมต้น 600 เยน
  • ไม่รับจอง ลงทะเบียนหน้างาน
  • ต้องขึ้นอย่างน้อย 2 คน
เวลาทำการ
  • เขตวัดหลัก 8:00–17:00 น.
  • ลงทะเบียนขึ้นเขา 8:00–15:00 น.
  • ต้องลงถึงด้านล่างภายใน 16:30 น.
วันหยุด
  • เปิดทุกวัน
  • ห้ามขึ้นเขาเมื่อฝนตก ลมแรง หรือมีหิมะ
  • เส้นทางขึ้นเขาปิดราวธันวาคม–มีนาคม
เวลาที่ควรเผื่อ
  • ราว 3 ชั่วโมงถ้าขึ้นถึงหอ
  • ราว 1 ชั่วโมงถ้าชมเขตวัดและจุดชมระยะไกล
การเดินทาง
  • จากสถานี JR คุระโยชิ
    รถบัสราว 40 นาที (เที่ยวน้อย)
  • จากมิซาสะออนเซ็น
    รถยนต์ราว 10 นาที
  • จาก IC มิซาสะ ขับต่อราว 20 นาที
แผนที่Google Maps

5. ภูเขาเซ็นโจซัง(船上山)

หน้าผาเบียวบุอิวะของภูเขาเซ็นโจซัง

ภูเขาเซ็นโจซังสูง 615 เมตร อยู่ในอุทยานแห่งชาติไดเซ็น-โอกิ จุดเด่นคือเบียวบุอิวะ หน้าผาหินเสาที่เรียงตัวเป็นกำแพงกว้างราว 600 เมตร มีน้ำตกสองสายไหลลงจากหน้าผา บนภูเขายังมีแผ่นศิลาจารึกที่เชื่อกันว่าเป็นจุดที่จักรพรรดิโกไดโงะประทับในศึกปี 1333 พอถึงช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ทั้งภูเขากลายเป็นสีแดงและส้ม เงาหน้าผากับใบไม้สะท้อนลงผิวน้ำเขื่อนด้านล่าง เป็นภาพที่ทำให้หลายคนตั้งใจมาช่วงนี้โดยเฉพาะ

จากทางขึ้นฝั่งฮิงาชิซากะ เดินขึ้นยอดใช้เวลาเพียงราว 1 ชั่วโมง ถ้ามีเวลาให้เดินเส้นทางชมน้ำตกต่อด้วย และลองมองหาหินอิวะโอโตโกะที่ผิวหินดูเหมือนใบหน้าคนมองด้านข้าง วันที่ฝนตกทางบนภูเขาลื่นและอันตราย ควรเลื่อนแผนไปวันที่อากาศดี ไม่มีรถประจำทางถึงทางขึ้นเขา ต้องวางแผนเรื่องรถไว้ก่อน เหมาะกับคนที่อยากเดินเขาสั้น ๆ แต่ได้ทั้งวิวหน้าผา น้ำตก และใบไม้แดงในทริปเดียว

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ปลายตุลาคม–กลางพฤศจิกายน

ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี ไม่ต้องจอง

วันหยุด
  • ไม่มี ขึ้นได้ตลอดปี
  • ทางอันตรายในวันฝนตกและช่วงมีหิมะ
เวลาที่ควรเผื่อ
  • ขึ้นยอดไป-กลับราว 2 ชั่วโมง
  • รวมเส้นทางชมน้ำตกราวครึ่งวัน
การเดินทาง
  • จากสถานี JR อาคาซากิ
    รถยนต์หรือแท็กซี่ราว 30 นาที (ไม่มีรถประจำทาง)
  • จาก IC โคโตอุระเซ็นโจซัง ขับต่อราว 30 นาที
  • มีลานจอดรถใกล้ทางขึ้นเขา
แผนที่ภูเขาเซ็นโจซังGoogle Maps

6. น้ำตกอาเมดากิ(雨滝)

น้ำตกอาเมดากิที่ตกจากหน้าผาสูงลงแอ่งน้ำ มีสายรุ้งพาดอยู่เหนือแอ่งด้านล่าง

น้ำตกอาเมดากิสูงราว 40 เมตร ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 100 น้ำตกของญี่ปุ่น สายน้ำทิ้งตัวลงแอ่งหินกลางหุบเขาที่มีน้ำตกเล็กใหญ่รวมกันถึง 48 แห่ง และเป็นสถานที่บำเพ็ญเพียรมาแต่โบราณ ช่วงปลายตุลาคมถึงกลางพฤศจิกายน ป่ารอบน้ำตกเปลี่ยนเป็นสีทองและแดง ละอองน้ำที่ฟุ้งขึ้นมาตัดกับสีใบไม้ ทำให้ที่นี่เป็นจุดใบไม้แดงที่ได้ทั้งเสียงน้ำและสีสันในคราวเดียว

จากลานจอดรถต้องเดินลงบันไดไปถึงตัวน้ำตก ควรใส่รองเท้าที่เดินสบาย ถ้าอยากเห็นสายรุ้งที่แอ่งน้ำ ให้มาช่วงสายถึงเที่ยงที่แดดส่องเข้าหุบ ตอนนี้เข้าได้ถึงน้ำตกหลักเท่านั้น น้ำตกอื่นลึกเข้าไปในหุบยังปิดอยู่ ขากลับแวะโรงงานเต้าหู้อาเมดากิที่ใช้ถั่วเหลืองท้องถิ่นกับน้ำจากที่นี่ เหมาะกับคนที่อยากได้ธรรมชาติเต็ม ๆ โดยใช้เวลาไม่มากจากตัวเมืองทตโตริ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ปลายตุลาคม–กลางพฤศจิกายน

ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี ไม่ต้องจอง

เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 1 ชั่วโมง รวมเดินลง-ขึ้นบันไดและถ่ายรูป

การเดินทาง
  • จากสถานี JR ทตโตริ
    รถบัสฮิโนมารุสายไปอาเมดากิราว 60 นาที (เที่ยวน้อย)
  • ขับรถจากสถานี JR ทตโตริราว 35 นาที หรือจากทางออกทตโตริของทางด่วนทตโตริราว 40 นาที
  • ลานจอดฟรีรวม 60 คัน
แผนที่Google Maps

วัดและศาลเจ้า: ต้นพฤศจิกายน

7. สวนทากิซัง เมืองฮิโนะ(滝山公園)

ใบไม้แดงและเหลืองปูพื้นทางเดินหินในสวนทากิซัง เมืองฮิโนะ

สวนทากิซังในเมืองฮิโนะเป็นเนินเขาที่มีศาลเจ้าอยู่กลางป่า ในเขตศาลเจ้ามีน้ำตกริวโอ ซึ่งเป็นต้นเรื่องของน้ำตกผีในหนังสือ Kottō ของลาฟคาดิโอ เฮิร์น นักเขียนที่ทำให้เรื่องผีพื้นบ้านญี่ปุ่นเป็นที่รู้จักในโลกภาษาอังกฤษ ช่วงต้นถึงกลางพฤศจิกายน ทางเดินในสวนถูกปูด้วยใบเมเปิลสีแดง ป่ารอบศาลเจ้าเงียบสงบจนชวนให้นึกถึงเรื่องเล่าโบราณ ภูเขาลูกนี้จึงมีเสน่ห์ทั้งในแง่ธรรมชาติและตำนาน

ที่นี่ไม่ใช่จุดที่มองจากลานจอดรถแล้วจบ ต้องเดินขึ้นตามไหล่เขา แวะศาลเจ้า แล้วไปทางน้ำตก ส่วนแอ่งน้ำใต้น้ำตกห้ามเข้าเพราะเสี่ยงหินร่วง ให้ชมจากจุดที่อนุญาต ข้อดีคือเดินมาจากสถานีรถไฟได้โดยไม่ต้องเช่ารถ และห้องน้ำที่ลานจอดรถยังเปิดในเดือนพฤศจิกายน เหมาะกับคนที่เที่ยวด้วยรถไฟและคนที่ชอบสถานที่ที่มีเรื่องเล่า

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ต้น–กลางพฤศจิกายน

เวลาที่ควรเผื่อ

1–2 ชั่วโมง

การเดินทาง

จากสถานีคุโรซากะ สาย JR ฮากุบิ เดินราว 20 นาที (2.0 กม.)

แผนที่Google Maps

8. ศาลเจ้าซาซะฟุกุ(樂樂福神社)

ซากลานล้างทรายเหล็กของแหล่งถลุงเหล็กแบบทาทาระ มีหลังคาไม้คลุมและกำแพงหิน

ศาลเจ้าซาซะฟุกุในเมืองนิจินังมีประวัติตามคำบอกเล่าย้อนไปถึงปี 886 บูชาจักรพรรดิโคเร องค์ที่เจ็ดของญี่ปุ่น ผู้มีตำนานปราบปีศาจวัวในหุบเขานี้ ชื่อซาซะฟุกุเขียนด้วยอักษรที่อ่านแยกแล้วแปลว่า สุข สุข โชค แต่ความหมายดั้งเดิมมาจากทรายเหล็กกับลมที่เป่าเข้าเตาถลุงเหล็กแบบทาทาระซึ่งเคยรุ่งเรืองในพื้นที่ ช่วงต้นถึงกลางพฤศจิกายน เมเปิลสีแดงสดรายล้อมศาลเจ้า ให้บรรยากาศขรึมขลังแบบชนบทญี่ปุ่น

ถ้าเลือกวันได้ ให้มาวันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นงานใหญ่ฤดูใบไม้ร่วงที่มีการแสดงในบริเวณศาลเจ้า ตรงกับช่วงใบไม้เริ่มแดงพอดี สำนักงานศาลเจ้ามีเครื่องรางจำหน่าย แต่บางเวลาไม่มีคนอยู่ ในเมืองนิจินังเดียวกันยังมีหุบเขาเซกกะเคที่ใบไม้แดงตัดกับหินและลำธาร รวมเป็นทริปครึ่งวันได้ เหมาะกับคนที่ชอบศาลเจ้าเงียบ ๆ ที่มีตำนานเฉพาะถิ่น

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ต้น–กลางพฤศจิกายน
  • 3 พฤศจิกายน งานใหญ่ฤดูใบไม้ร่วง
ค่าเข้าชมและการจอง

พิธีขอพรต้องจองล่วงหน้า ค่าบูชาเริ่มที่ 5,000 เยน

เวลาที่ควรเผื่อ

30–45 นาที

การเดินทาง
  • จากสถานีโชยามะ สาย JR ฮากุบิ
    รถยนต์ราว 15 นาที
  • มีที่จอดรถ
แผนที่Google Maps

สวนในเมือง: กลางพฤศจิกายน–ต้นธันวาคม

9. สุสานตระกูลอิเคดะ(鳥取藩主池田家墓所)

แถวหลุมฝังศพหินของตระกูลอิเคดะในป่าเมืองทตโตริ

สุสานตระกูลอิเคดะคือที่พักสุดท้ายของเจ้าแคว้นทตโตริหลายรุ่น ตั้งอยู่ในป่าเขตโคคุฟุ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ ภายในมีแท่นศิลาจารึก 78 หลัก บางหลักตั้งอยู่บนหลังเต่าหิน และมีโคมไฟหินกว่า 260 ต้นที่ข้าราชบริพารถวายไว้เรียงรายใต้ร่มไม้ ช่วงกลางพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคม ใบไม้แดงร่วงลงบนทางเดินหินและโคมไฟเก่า ให้บรรยากาศสงบนิ่งที่หาไม่ได้ในจุดท่องเที่ยวทั่วไป

ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีมีการเปิดไฟส่องยามค่ำ บรรยากาศกลางคืนต่างจากกลางวันไปอีกแบบ วันและเวลาให้ดูประกาศของปีนั้น พื้นที่กว้างกว่าที่คิดและทางเดินหินเป็นชั้น ๆ ควรใส่รองเท้าที่เดินสบาย ใกล้กันมีศาลเจ้าอุเบะและพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น จัดรวมเป็นทริปครึ่งวันฝั่งโคคุฟุได้ เหมาะกับคนที่ชอบประวัติศาสตร์และอยากเห็นใบไม้แดงในบรรยากาศเงียบขรึม

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

กลางพฤศจิกายน–ต้นธันวาคม

เวลาทำการ
  • 8:30–18:00 น. (เมษายน–กันยายน)
  • 8:30–17:00 น. (ตุลาคม–มีนาคม)
  • ช่วงเปิดไฟส่องดูประกาศของปีนั้น
เวลาที่ควรเผื่อ

40–60 นาที

การเดินทาง
  • จากสถานี JR ทตโตริ
    รถบัสสายฮิโนมารุราว 15 นาที
    ลงป้ายมิยาโนชิตะงุจิ แล้วเดินราว 10 นาที
  • ขับรถจากทางออกทตโตริของทางด่วนทตโตริราว 20 นาที
  • ที่จอด 15 คัน
แผนที่Google Maps

10. สวนซากปราสาทชิคาโนะ(鹿野城跡公園)

คูน้ำและกำแพงหินของสวนซากปราสาทชิคาโนะ เมืองทตโตริ

สวนซากปราสาทชิคาโนะอยู่บนที่ตั้งของปราสาทเก่า สิ่งที่ยังเหลือจากยุคปราสาทคือกำแพงหินบนยอดเนินกับคูน้ำชั้นในและชั้นนอก ในสวนมีต้นเมเปิลราว 600 ต้น ช่วงกลางพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคม ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดงพร้อมกันรอบคูน้ำและแนวกำแพงหิน เป็นหนึ่งในจุดท้ายสุดของฤดูใบไม้แดงในทตโตริ ใครมาไม่ทันช่วงภูเขาก็ยังตามมาเก็บภาพใบไม้แดงที่นี่ได้

เดินรอบคูน้ำแล้วขึ้นไปดูกำแพงหินใช้เวลาไม่นาน และเดินตามแนวคูจะเห็นว่าผังปราสาทเดิมวางไว้อย่างไร ช่วงนี้คนน้อยกว่าฤดูซากุระมาก จึงเดินถ่ายรูปได้สบาย ติดกันคือย่านเมืองเก่าชิคาโนะ และใกล้ ๆ มีชิคาโนะออนเซ็นให้แช่น้ำร้อนปิดท้ายวัน เหมาะกับคนที่อยากได้ใบไม้แดงปลายฤดูแบบไม่ต้องเบียดใคร และคนที่ชอบเดินเล่นเมืองเก่า

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

กลางพฤศจิกายน–ต้นธันวาคม

เวลาที่ควรเผื่อ
  • ราว 1 ชั่วโมง
  • รวมย่านเมืองเก่าชิคาโนะราวครึ่งวัน
การเดินทาง
  • ขับรถจากฮามามูระชิคาโนะอนเซ็น IC ราว 10 นาที
  • ที่จอด 50 คัน
  • จากสถานี JR ฮามามูระ
    รถบัสราว 20 นาที
    ลงป้ายคาจิมาจิ แล้วเดินราว 10 นาที
แผนที่สวนซากปราสาทชิคาโนะ — จุดอ้างอิงสวนGoogle Maps

ดอกไม้และของกินฤดูใบไม้ร่วง

11. ทุ่งดอกรักเคียว(らっきょうの花畑)

ทุ่งดอกรักเคียวสีม่วงบานเต็มไร่ข้างเนินทรายทตโตริในฤดูใบไม้ร่วง

ทุ่งดอกรักเคียวอยู่บนพื้นทรายฝั่งตะวันออกของเนินทรายทตโตริ ไร่ผืนนี้กว้างราว 26 เท่าของโตเกียวโดม รักเคียวเป็นพืชตระกูลหอมที่คนญี่ปุ่นนิยมนำไปดอง และเป็นของขึ้นชื่อของทตโตริ ช่วงปลายตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน ดอกเล็ก ๆ สีม่วงอ่อนบานพร้อมกันจนทั้งไร่กลายเป็นพรมสีม่วงบนผืนทราย เป็นภาพฤดูใบไม้ร่วงที่มีให้เห็นเฉพาะที่ทตโตริ

ดอกมีขนาดเล็กมาก ถ้าอยากเห็นรายละเอียดให้ก้มดูใกล้ ๆ จากริมถนน แต่ห้ามเดินเข้าไปในแปลงเพราะเป็นไร่ของเกษตรกร และห้ามจอดรถริมถนนเกษตรที่รถไร่ต้องใช้ ลมจากทะเลญี่ปุ่นแรงและเย็น ควรมีเสื้อกันลมติดตัว เที่ยวต่อกับเนินทรายทตโตริได้ในครึ่งวัน เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายภาพทิวทัศน์แปลกตา และคนที่มาเที่ยวเนินทรายอยู่แล้ว

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ปลายตุลาคม–ต้นพฤศจิกายน

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ไม่มีประตูหรือจุดขายบัตร ไม่ต้องจอง
  • ชมจากถนนรอบไร่
เวลาที่ควรเผื่อ

30–45 นาที

การเดินทาง
  • จากสถานี JR ทตโตริ
    รถบัสราว 20 นาที (สายเดียวกับที่ไปเนินทราย)
  • ขับรถจากสถานี JR ทตโตริหรือทางออกทตโตริของทางด่วนทตโตริราว 20 นาที
  • จอดที่ลานจอดโอเอซิสฮิโรบะของเนินทรายทตโตริ
แผนที่Google Maps

ปลายตุลาคมถึงพฤศจิกายนเป็นช่วงโซบะใหม่ ส่วนดอกโซบะบานก่อนหน้านั้นราวต้นกันยายนถึงกลางตุลาคม และช่วงหนาวเริ่มต้นฤดูปูมัตสึบะ ร้านปูแบบคอร์สควรจองล่วงหน้า

คำถามที่พบบ่อย

ใบไม้แดงทตโตริสวยช่วงไหน

บนภูเขาเริ่มกลางถึงปลายตุลาคม หุบเขาและวัดปลายตุลาคมถึงกลางพฤศจิกายน สวนในเมืองอย่างชิคาโนะและสุสานอิเคดะสวยถึงต้นธันวาคม

ไม่เช่ารถไปจุดไหนได้บ้าง

สวนทากิซังเดินจากสถานีคุโรซากะได้ ภูเขาไดเซ็นมีรถบัสจากสถานีโยนาโกะ จุดบนภูเขาอื่น ๆ ส่วนใหญ่ต้องใช้รถ

ช่องเขาคางิคาเกะอยู่ที่ไหน

อยู่บนถนนวงรอบภูเขาไดเซ็นฝั่งใต้ ในเมืองโคฟุ มองเห็นผนังหินด้านใต้ของไดเซ็นกับป่าบีช ต้องขับรถไป

มิโตคุซังปีนได้ถึงเดือนไหน

เส้นทางขึ้นหอนาเกะอิเระโดตามปกติปิดราวธันวาคมถึงมีนาคม และปิดเมื่อฝนตก ลมแรง หรือมีหิมะ

วางแผนเที่ยวทตโตริต่อ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง · เว็บไซต์ภายนอก14 ลิงก์

ลิงก์ด้านล่างเปิดเว็บไซต์ภายนอกในแท็บใหม่

  1. 1. ภูเขาเฮียวโนเซ็น(氷ノ山) — ภาพสีสันฤดูใบไม้ร่วงของภูเขาเฮียวโนเซ็น ถ่ายปี 2015 · ภาพต้นฉบับ: clear_and_sunny (commons.wikimedia.org) ↗ · CC BY 3.0 (creativecommons.org) ↗ · ตัดภาพเป็นสัดส่วน 3:2 และย่อขนาด
  2. 2. รอบวัดไดเซ็นจิและศาลเจ้าโอกามิยามะ โอกุมิยะ(大山寺・大神山神社奥宮) — ภาพ: xe zna (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons
  3. 3. ช่องเขาคางิคาเกะ(鍵掛峠) — ภาพ: mti (commons.wikimedia.org) ↗ / CC0 / Wikimedia Commons
  4. 4. มิโตคุซัง ซัมบุตสึจิ(三徳山三佛寺) — ช่วงที่ต้องไต่หินด้วยมือบนเส้นทางขึ้นหอนาเกะอิเระโด · ภาพ: Bergmann / CC BY-SA 3.0 ผ่าน Wikimedia Commons (commons.wikimedia.org) ↗
  5. 5. ภูเขาเซ็นโจซัง(船上山) — หน้าผาเบียวบุอิวะที่ล้อมยอดเขาเซ็นโจซังไว้เหมือนกำแพง · ภาพ: Reggaeman / CC BY-SA 3.0 ผ่าน Wikimedia Commons (commons.wikimedia.org) ↗
  6. 6. น้ำตกอาเมดากิ(雨滝) — น้ำตกอาเมดากิ สูงราว 40 เมตร · ภาพ: เว็บไซต์ท่องเที่ยวทางการเทศบาลนครทตโตริ (torican.jp) ↗
  7. 7. สวนทากิซัง เมืองฮิโนะ(滝山公園) — สวนทากิซังในฤดูใบไม้ร่วง · ภาพ: เทศบาลเมืองฮิโนะ (town.hino.tottori.jp) ↗
  8. 8. ศาลเจ้าซาซะฟุกุ(樂樂福神社) — ลานล้างทรายเหล็กของแหล่งถลุงเหล็กทาทาระโอฮิตายามะ เมืองฮางิ จังหวัดยามางูจิ เป็นตัวอย่างของเทคโนโลยีเดียวกับที่ให้ชื่อแก่ศาลเจ้าแห่งนี้ · ภาพต้นฉบับ: TT mk2 (commons.wikimedia.org) ↗ · CC BY-SA 4.0 (creativecommons.org) ↗
  9. 9. สุสานตระกูลอิเคดะ(鳥取藩主池田家墓所) — แถวแท่นศิลาจารึกของตระกูลอิเคดะในป่า · ภาพ: Corpse Reviver / CC BY-SA 3.0 ผ่าน Wikimedia Commons (commons.wikimedia.org) ↗
  10. 10. สวนซากปราสาทชิคาโนะ(鹿野城跡公園) — คูน้ำและกำแพงหินที่ยังเหลืออยู่ของปราสาทชิคาโนะ · ภาพ: 663highland / Wikimedia Commons (CC BY 2.5) (commons.wikimedia.org) ↗
  11. 11. ทุ่งดอกรักเคียว(らっきょうの花畑) — ไร่รักเคียวเปลี่ยนเป็นสีม่วงในฤดูใบไม้ร่วง · ภาพ: 㭍月例祭 / CC BY-SA 4.0 ผ่าน Wikimedia Commons (commons.wikimedia.org) ↗
  12. ภาพหลัก — ภาพ: Reggaeman (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons

แชร์บทความนี้

FacebookXLINE

IG・Messenger: แชร์ผ่านแอป (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)