สะพานคุรุชิมะไคเคียวข้ามช่องแคบคุรุชิมะ เส้นทางชิมานามิไคโด

25 ที่เที่ยวเอฮิเมะ|รวมสถานที่ห้ามพลาดทั้ง 6 พื้นที่

แชร์บทความนี้

FacebookXLINE

IG・Messenger: แชร์ผ่านแอป (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)

เอฮิเมะอยู่ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะชิโกกุ ติดทะเลเซโตะใน เป็นจังหวัดที่มีทั้งออนเซ็นเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ปราสาทที่หอคอยเป็นของดั้งเดิมถึง 2 แห่ง เส้นทางปั่นจักรยานข้ามทะเลที่นักปั่นทั่วโลกรู้จัก และเมืองเก่าในหุบเขาที่ยังเงียบสงบ

บทความนี้รวม 25 ที่เที่ยวเอฮิเมะ แบ่งตาม 6 พื้นที่ บอกว่าแต่ละที่เด่นเรื่องอะไร ค่าเข้าเท่าไร และไปอย่างไร ที่ไหนมีบทความแยกจะมีลิงก์ให้อ่านต่อ ข้อมูล ณ กันยายน 2026

เนื้อหาในบทความย่อ −ดู +
  1. เลือกที่เที่ยวตามพื้นที่
  2. เมืองมัตสึยามะ: ออนเซ็น ปราสาท และรถไฟย้อนยุค
  3. รอบมัตสึยามะและภูเขา: สถานีริมทะเล เครื่องปั้น และหุบเขา
  4. อิมาบาริและชิมานามิไคโด: ปั่นจักรยานข้ามทะเล
  5. ไซโจและนิอิฮามะ: เหมืองทองแดงและเมืองน้ำใส
  6. อุจิโกะ โอซุ และซาดามิซากิ: เมืองเก่าในหุบเขา
  7. อุวะจิมะและเอฮิเมะตอนใต้: ปราสาท สวน และหุบเขา
  8. จัดเส้นทางตามจำนวนวัน
  9. คำถามที่พบบ่อย
  10. วางแผนเที่ยวเอฮิเมะต่อ

เลือกที่เที่ยวตามพื้นที่

พื้นที่ที่เที่ยวเด่นเหมาะกับใครการเดินทางหลัก
เมืองมัตสึยามะโดโกะออนเซ็น ปราสาทมัตสึยามะ รถไฟบ็อตจังทริปแรก คนที่ไม่ขับรถ สายออนเซ็นรถรางอิโยเท็ตสึ และรถบัสจากสนามบิน
รอบมัตสึยามะและภูเขาสถานีชิโมนาดะ เครื่องปั้นโทเบะ หุบเขาโอโมโกะ ภูเขาอิชิซึจิสายถ่ายรูป สายธรรมชาติ นักเดินเขาJR สายโยซัง รถบัส หรือรถเช่า
อิมาบาริและชิมานามิไคโดปั่นจักรยานข้ามสะพาน ภูเขาคิโรซัง ศาลเจ้าโอยามาสึมินักปั่น สายวิวทะเลJR ไปอิมาบาริ แล้วเช่าจักรยานหรือนั่งรถบัส
ไซโจและนิอิฮามะเหมืองทองแดงเบชชิ อควาโทเปียสายประวัติศาสตร์อุตสาหกรรม ครอบครัวJR สายโยซัง แล้วต่อรถบัสหรือรถเช่า
อุจิโกะ โอซุ และซาดามิซากิเมืองเก่าอุจิโกะ ปราสาทโอซุ บ้านการิวซันโซสายเมืองเก่า สายสถาปัตยกรรมJR สายโยซังจากมัตสึยามะ
อุวะจิมะและเอฮิเมะตอนใต้ปราสาทอุวะจิมะ สวนเท็นฉะเอ็น หุบเขานาเมโทโกะคนที่มีเวลาหลายวัน สายธรรมชาติJR ไปอุวะจิมะ แล้วต่อรถบัสหรือรถเช่า

เมืองมัตสึยามะ: ออนเซ็น ปราสาท และรถไฟย้อนยุค

1. โดโกะออนเซ็น (Dogo Onsen)

ด้านหน้าอาคารไม้สามชั้นของโดโกะออนเซ็นฮงกัง

โดโกะออนเซ็นคือออนเซ็นที่มีเรื่องเล่าย้อนไปราว 3,000 ปี และเป็นเหตุผลอันดับหนึ่งที่คนมาเที่ยวเอฮิเมะ หัวใจของย่านคืออาคารไม้โดโกะออนเซ็นฮงกัง (道後温泉本館) ที่สร้างในปี 1894 หลังคาซ้อนกันหลายชั้น บนยอดมีหอชินโรคาคุที่ประดับนกกระสาขาว อาคารบูรณะเสร็จเมื่อธันวาคม 2024 จึงกลับมาเปิดให้อาบได้เต็มรูปแบบ น้ำเป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ไม่ผสมน้ำอื่น สัมผัสลื่นนุ่มผิว

ถ้ามาครั้งแรก ให้อาบคอร์สถูกที่สุดในฮงกังก่อน แล้วเดินเล่นถนนช็อปปิ้งโดโกะไฮคาระที่มีร้านขนมและของฝากเรียงยาวไปถึงสถานีรถราง หน้าสถานีมีนาฬิกากลบ็อตจังที่ตุ๊กตาออกมาเคลื่อนไหวทุกต้นชั่วโมง และมีบ่อแช่เท้าให้ใช้ฟรี ถ้าฮงกังคนแน่น ในย่านเดียวกันยังมีอาสึกะโนะยุเซ็น (飛鳥乃湯泉) ที่ตกแต่งด้วยงานศิลป์ของเอฮิเมะ และสึบากิโนะยุ (椿の湯) ที่คนท้องถิ่นใช้เป็นประจำ เหมาะกับคนที่อยากลองออนเซ็นญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมโดยไม่ต้องขับรถ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ตลอดปี
  • เช้าตรู่หรือหลัง 20:00 น. คนน้อยกว่าช่วงบ่ายวันหยุด
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ฮงกัง คามิโนะยุชั้นล่าง
    ผู้ใหญ่ 700 เยน
    เด็ก 350 เยน
  • อาสึกะโนะยุเซ็น 610 เยน
  • สึบากิโนะยุ 500 เยน
เวลาทำการ

6:00–23:00 น. (คามิโนะยุชั้นล่าง รับคนสุดท้าย 22:30 น.)

เวลาที่ควรเผื่อ

1.5–2 ชั่วโมง รวมเดินเล่นในย่าน

การเดินทาง

จากสถานี JR มัตสึยามะหรือสถานีมัตสึยามะชิ นั่งรถรางไปสถานีโดโกะออนเซ็น แล้วเดินราว 5 นาที

แผนที่Google Maps

2. ปราสาทมัตสึยามะ (Matsuyama Castle)

กลุ่มหอคอยและกำแพงหินของปราสาทมัตสึยามะในจังหวัดเอฮิเมะ

ปราสาทมัตสึยามะเป็น 1 ใน 12 ปราสาทของญี่ปุ่นที่หอคอยหลักยังเป็นของดั้งเดิม ไม่ใช่ของสร้างใหม่ ตั้งอยู่บนเนินเขาคัตสึยามะกลางเมือง มองจากถนนไหนก็เห็น ภายในหอคอยเป็นโครงไม้เก่า บันไดชันแบบปราสาทจริง และมีชุดเกราะกับดาบจัดแสดง จากชั้นบนสุดมองเห็นเมืองมัตสึยามะทั้งเมืองไปจนถึงทะเลเซโตะใน

การขึ้นเขาเป็นส่วนหนึ่งของความสนุก เลือกได้ระหว่างโรปเวย์ที่ใช้เวลาราว 3 นาที กับลิฟต์เก้าอี้เดี่ยวที่ห้อยขาชมวิวไปราว 6 นาที ตั๋วใบเดียวใช้ได้ทั้งสองแบบ แต่ลิฟต์เก้าอี้หยุดเมื่อฝนตก ลานฮมมารุบนเขาเข้าฟรีและเป็นจุดชมซากุระที่ดีที่สุดของเมืองในต้นเมษายน เหมาะกับคนที่ชอบประวัติศาสตร์และคนที่อยากเห็นวิวเมืองจากมุมสูง ควรมาช่วงเช้าก่อนกรุ๊ปทัวร์

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ต้นเมษายน (ซากุระ) และพฤศจิกายน (ใบไม้แดง)
  • ช่วงเช้าคนน้อย
ค่าเข้าชมและการจอง
  • หอคอย
    ผู้ใหญ่ 520 เยน
    นักเรียนประถม 160 เยน
  • โรปเวย์หรือลิฟต์เก้าอี้ ไป–กลับ 520 เยน
  • ลานฮมมารุฟรี
เวลาทำการ
  • 9:00–17:00 น.
  • สิงหาคมถึง 17:30 น.
  • ธันวาคม–มกราคมถึง 16:30 น.
เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 90 นาที – 2 ชั่วโมง

การเดินทาง

จากสถานีมัตสึยามะชิ นั่งรถรางราว 6 นาทีลงป้ายโอไคโด เดิน 5 นาทีถึงสถานีโรปเวย์

แผนที่Google Maps

3. รถไฟบ็อตจัง (Botchan Train)

หัวรถจักรรถไฟบ็อตจังของอิโยเท็ตสึ

รถไฟบ็อตจังเป็นรถไฟจำลองหัวรถจักรไอน้ำยุคเมจิที่วิ่งบนรางรถรางกลางเมือง ชื่อมาจากนวนิยาย “บ็อตจัง” ของนัตสึเมะ โซเซกิ ที่ตัวเอกนั่งรถไฟขบวนนี้ตอนมาสอนหนังสือที่มัตสึยามะ ตู้โดยสารไม้สีเขียวเข้มกับเสียงหวูดทำให้ทั้งคนบนรถและคนริมถนนหันมามอง

ไฮไลต์ที่หลายคนไม่รู้คือที่สถานีปลายทาง เจ้าหน้าที่จะช่วยกันหมุนหัวรถจักรกลับทิศด้วยมือให้ดูกันตรงนั้น ถ้าอยากนั่ง ให้ขึ้นช่วงโอไคโดไปโดโกะออนเซ็น แล้วต่อด้วยการอาบน้ำ เหมาะกับครอบครัวและคนที่ชอบรถไฟ ค่าโดยสารสูงกว่ารถรางปกติมาก ถ้าไม่ได้ตั้งใจนั่ง แค่ถ่ายรูปตอนรถเข้าสถานีก็คุ้ม

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการเท่านั้น
  • งดวิ่ง 30 ธันวาคม–3 มกราคม
ค่าเข้าชมและการจอง
  • 1 เที่ยว
    ผู้ใหญ่ 1,300 เยน
    เด็ก 650 เยน
  • ใช้บัตร IC ได้
  • ไม่รวมในตั๋ว 1 วัน
เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 30 นาที รวมรอรถ

การเดินทาง

ขึ้นได้ที่สถานีรถรางหลัก เช่น มัตสึยามะชิ โอไคโด และโดโกะออนเซ็น

แผนที่Google Maps

4. ศาลเจ้าอิซานิวะ (Isaniwa Shrine)

อาคารหลักแบบฮาจิมังซึคุริและระเบียงสีแดงของศาลเจ้าอิซานิวะ

ศาลเจ้าอิซานิวะ (伊佐爾波神社) ตั้งอยู่บนเนินเหนือย่านโดโกะออนเซ็น ต้องขึ้นบันไดหิน 135 ขั้นจึงถึงตัวศาลเจ้า อาคารสร้างแบบฮาจิมังซึคุริ (八幡造) ที่เหลืออยู่ในญี่ปุ่นเพียงไม่กี่แห่ง ลงรักสีแดงสดตัดกับทองและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ

เหตุผลที่ควรขึ้นไปคือวิวจากบนบันได มองลงมาเห็นหลังคาย่านโดโกะทั้งย่าน และคนน้อยกว่าบริเวณออนเซ็นมาก ภายในมีภาพปริศนาเลขคณิตโบราณ (算額) ที่คนสมัยเอโดะแขวนถวายไว้ เหมาะกับการแวะก่อนหรือหลังอาบน้ำที่โดโกะ ใช้เวลาไม่นาน แต่บันไดชัน ควรใส่รองเท้าที่เดินสบาย

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ช่วงเช้าหรือเย็นก่อนอาบออนเซ็น

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ฟรี (สักการะทั่วไป)
  • พิธีขอพรและเครื่องรางมีค่าบริการแยก
เวลาทำการ
  • 9:00–17:00 น. (สำนักงานศาลเจ้า)
  • จุดรับเครื่องราง 9:00–18:00 น.
เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 40 นาที

การเดินทาง

จากสถานีรถรางโดโกะออนเซ็น เดินขึ้นเนินราว 5 นาทีถึงเชิงบันได

แผนที่Google Maps

5. คฤหาสน์บันซุยโซ (Bansuiso)

คฤหาสน์บันซุยโซสไตล์ฝรั่งเศสในเมืองมัตสึยามะ

คฤหาสน์บันซุยโซ (萬翠荘) เป็นบ้านสไตล์ฝรั่งเศสสีขาวที่ซ่อนอยู่ในป่าเชิงเขาปราสาทมัตสึยามะ สร้างเป็นบ้านพักของตระกูลขุนนางเดิมของมัตสึยามะ ข้างในมีบันไดไม้ใหญ่ เพดานสูง และหน้าต่างกระจกสีที่แสงลอดเข้ามาสวยช่วงบ่าย

ที่นี่เป็นมุมถ่ายรูปที่ต่างจากภาพญี่ปุ่นแบบที่คุ้นตา ชั้นล่างมักใช้จัดนิทรรศการศิลปะหมุนเวียน เหมาะกับคนที่ชอบสถาปัตยกรรมและอยากหามุมเงียบ ๆ กลางเมือง เดินลงจากปราสาทฝั่งใต้แล้วแวะที่นี่ได้ ต่อด้วยพิพิธภัณฑ์ซากะโนะอุเอะโนะคุโมะที่อยู่ห่างกันไม่กี่นาที

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ตลอดปี
  • ช่วงบ่ายแสงผ่านกระจกสีสวย
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 400 เยน
  • 12 กันยายน–1 พฤศจิกายน 2026 มีนิทรรศการพิเศษ
    ค่าเข้าต่างจากปกติ
เวลาทำการ

9:00–18:00 น.

วันหยุด

วันจันทร์ (ถ้าตรงวันหยุดราชการ เปิด)

เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 40 นาที

การเดินทาง

เดินจากป้ายรถรางโอไคโดได้ หรือเดินลงจากปราสาทมัตสึยามะทางฝั่งใต้

แผนที่Google Maps

6. พิพิธภัณฑ์ซากะโนะอุเอะโนะคุโมะ (Saka no Ue no Kumo Museum)

อาคารกระจกและคอนกรีตของพิพิธภัณฑ์ซากะโนะอุเอะโนะคุโมะในมัตสึยามะ

พิพิธภัณฑ์ซากะโนะอุเอะโนะคุโมะ (坂の上の雲ミュージアム) ออกแบบโดยสถาปนิกทาดาโอะ อันโดะ ตัวอาคารเป็นคอนกรีตเปลือยกับกระจก ทางลาดภายในค่อย ๆ พาเดินขึ้นไปชั้นบน ทั้งเมืองมัตสึยามะใช้พิพิธภัณฑ์นี้เล่าเรื่องจากนวนิยายของชิบะ เรียวทาโร่ เกี่ยวกับคนมัตสึยามะ 3 คนในยุคเมจิที่ญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนเป็นประเทศสมัยใหม่

แม้ไม่รู้จักนวนิยาย ก็เข้าไปชมตัวสถาปัตยกรรมได้ ผนังโค้งและทางเดินที่ลอยอยู่กลางอาคารถ่ายรูปได้สวย เหมาะกับคนที่ชอบงานของอันโดะหรือประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นยุคเมจิ ถ้ามีเวลาจำกัด เลือกที่นี่หรือบันซุยโซอย่างใดอย่างหนึ่งก็พอ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ตลอดปี
  • เหมาะกับวันฝนตก
ค่าเข้าชมและการจอง

ผู้ใหญ่ 500 เยน

เวลาทำการ

9:00–18:30 น.

วันหยุด

วันจันทร์เป็นหลัก

เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 1 ชั่วโมง

การเดินทาง

อยู่ใกล้คฤหาสน์บันซุยโซ
เดินจากป้ายรถรางโอไคโดได้

แผนที่Google Maps

รอบมัตสึยามะและภูเขา: สถานีริมทะเล เครื่องปั้น และหุบเขา

7. สถานีชิโมนาดะ (Shimonada Station)

ม้านั่งบนชานชาลาสถานีชิโมนาดะริมทะเลเซโตะใน

สถานีชิโมนาดะ (下灘駅) เป็นสถานีเล็กไม่มีพนักงานบนรถไฟ JR สายโยซังเส้นทางเลียบทะเล ชานชาลาอยู่บนเนินที่หันออกทะเลเซโตะในตรง ๆ ไม่มีอะไรบังวิว มีเพียงหลังคาเล็ก ๆ กับม้านั่งตัวเดียว ภาพนี้เคยใช้เป็นโปสเตอร์ของการรถไฟหลายครั้ง จนกลายเป็นจุดถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกที่คนทั่วญี่ปุ่นรู้จัก

ช่วงที่คนมากที่สุดคือราว 30 นาทีก่อนพระอาทิตย์ตก ท้องฟ้าและทะเลจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม ข้อสำคัญคือรถไฟแต่ละเที่ยวห่างกันนาน ต้องดูตารางเวลาทั้งขาไปและขากลับก่อนออกเดินทาง ไม่อย่างนั้นอาจต้องรอนานในที่ที่ไม่มีร้านค้า เหมาะกับคนชอบถ่ายรูปและคนที่อยากเห็นญี่ปุ่นชนบทริมทะเลแบบเงียบ ๆ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ช่วงพระอาทิตย์ตก
  • วันฟ้าใสหลังฝนหยุด
ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี (จ่ายเฉพาะค่ารถไฟ)

เวลาที่ควรเผื่อ

ครึ่งวัน รวมเวลารอรถไฟ

การเดินทาง
  • จากสถานี JR มัตสึยามะ นั่งรถไฟธรรมดาสายโยซังเส้นทางเลียบทะเล (ผ่านอิโยนางาฮามะ)
  • รถด่วนไม่จอด
แผนที่Google Maps

8. เครื่องปั้นดินเผาโทเบะ (Tobe-yaki)

หอเครื่องปั้นดินเผาโทเบะ เอฮิเมะ

เมืองโทเบะทางใต้ของมัตสึยามะผลิตเครื่องปั้นดินเผามานานกว่า 240 ปี จานชามโทเบะยากิ (砥部焼) มีจุดเด่นที่เนื้อสีขาว หนา และทนทาน วาดลายครามด้วยมือ ใช้ในครัวทุกวันได้โดยไม่ต้องกลัวบิ่นง่าย ในเมืองมีโรงเผาเล็ก ๆ กว่า 100 แห่ง หลายร้านเปิดให้เข้าไปดูและซื้อของโดยตรงจากช่าง

ถ้าอยากเข้าใจภาพรวม ให้เริ่มที่หอประวัติอุตสาหกรรมดั้งเดิมโทเบะยากิ (砥部焼伝統産業会館) ที่จัดแสดงชิ้นงานตั้งแต่ยุคแรก จากนั้นไปที่โฮโนโอะโนะซาโตะ (炎の里) เพื่อลองวาดลายบนถ้วยหรือจานของตัวเอง แล้วรอให้เผาและส่งตามมาทีหลัง เป็นของฝากที่มีเรื่องเล่า เหมาะกับคนชอบงานคราฟต์และคนที่อยากได้ของใช้จริงกลับบ้าน

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ตลอดปี
  • ปลายเดือนเมษายนมีงานเทศกาลเครื่องปั้นโทเบะ
ค่าเข้าชมและการจอง
  • หอประวัติ
    ผู้ใหญ่ 300 เยน
  • วาดลายที่โฮโนโอะโนะซาโตะ ถ้วยเริ่ม 660 เยน
เวลาทำการ

หอประวัติ 9:00–17:00 น.

วันหยุด

หอประวัติ
วันจันทร์

เวลาที่ควรเผื่อ

ครึ่งวัน รวมเดินดูร้าน

การเดินทาง
  • จากใจกลางมัตสึยามะ ขับรถหรือแท็กซี่ราว 30–40 นาที
  • จาก Matsuyama IC ขับราว 15 นาที
แผนที่Google Maps

9. หุบเขาโอโมโกะ (Omogo Gorge)

ทางเดินริมแม่น้ำและสะพานในหุบเขาโอโมโกะช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

หุบเขาโอโมโกะ (面河渓) อยู่ในเขตคุมะโคเก็นบนภูเขาใกล้ภูเขาอิชิซึจิ และเป็นต้นน้ำของแม่น้ำนิโยโดะที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำสีฟ้าใส สิ่งที่ทำให้ที่นี่ต่างจากหุบเขาอื่นคือสีของน้ำ แม่น้ำใสจนเห็นก้นและเป็นสีเขียวมรกต ไหลผ่านโขดหินแกรนิตสีขาวขนาดใหญ่ ทำให้สีน้ำยิ่งเด่น

ทางเดินเซกิมอน (関門) ยาวราว 600 เมตรเดินง่าย ใช้เวลา 60–90 นาทีก็เห็นจุดเด่นครบ ทั้งแอ่งน้ำลึก หน้าผาหิน และสะพานข้ามลำธาร ช่วงปลายตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายนใบไม้แดงตัดกับน้ำสีฟ้าสวยที่สุดของปี เหมาะกับคนชอบธรรมชาติและถ่ายรูป ไม่มีรถไฟไปถึง ต้องขับรถไป และถนนช่วงท้ายเป็นทางภูเขาคดเคี้ยว

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ปลายตุลาคม–ต้นพฤศจิกายน (ใบไม้แดง)
  • ฤดูร้อนน้ำใสและเย็นสบาย
ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี

เวลาที่ควรเผื่อ

60–90 นาทีสำหรับเดินทางเดินเซกิมอน

การเดินทาง
  • ขับรถจาก Matsuyama IC ราว 1 ชั่วโมง 20 นาที
  • ไม่มีรถไฟ
แผนที่Google Maps

10. ภูเขาอิชิซึจิ (Mount Ishizuchi)

ยอดเท็งงุดาเกะและแนวสันเขาของภูเขาอิชิซึจิในเอฮิเมะ

ภูเขาอิชิซึจิ (石鎚山) สูง 1,982 เมตร เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นตะวันตก และเป็นหนึ่งในภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของญี่ปุ่นที่มีผู้แสวงบุญปีนมาหลายร้อยปี จุดที่คนจำได้คือเส้นทางโซ่เหล็ก (鎖場) ที่ต้องดึงตัวเองขึ้นหน้าผาหินชัน แต่มีทางเดินอ้อมสำหรับคนที่ไม่อยากปีนโซ่

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้กระเช้าอิชิซึจิขึ้นไปก่อน ช่วยลดระยะเดินได้มาก จากสถานีบนกระเช้า เดินขึ้นเขาต่อไปจนถึงศาลเจ้าบนยอดใช้เวลาครึ่งวันขึ้นไป ถ้าไม่ปีนถึงยอด แค่ขึ้นกระเช้าไปเดินเล่นรอบสถานีบนก็ได้เห็นวิวภูเขาซ้อนกัน เหมาะกับคนที่ชอบเดินเขาและมีเวลาเต็มวัน ช่วงใบไม้แดงบนเขามาเร็วกว่าในเมืองราวหนึ่งเดือน

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ฤดูร้อนถึงต้นตุลาคม (เดินเขา)
  • ใบไม้แดงบนยอดราวปลายกันยายน–ต้นตุลาคม
ค่าเข้าชมและการจอง

กระเช้าอิชิซึจิ ไป–กลับ
ผู้ใหญ่ 2,200 เยน

เวลาที่ควรเผื่อ

เต็มวันถ้าจะขึ้นถึงยอด

การเดินทาง
  • จากสถานี JR อิโยไซโจ นั่งรถบัสเซโตอุจิสายนิชิโนะคาวะราว 1 ชั่วโมง
    ลงป้าย Ropeway-mae
  • รถยนต์ราว 30 นาที
แผนที่ภูเขาอิชิซึจิ: สถานีกระเช้าชิโมดานิ (สถานีล่าง)Google Maps

อิมาบาริและชิมานามิไคโด: ปั่นจักรยานข้ามทะเล

11. ชิมานามิไคโด (Shimanami Kaido)

สะพานคุรุชิมะไคเคียวข้ามช่องแคบคุรุชิมะ เส้นทางชิมานามิไคโด

ชิมานามิไคโด (しまなみ海道) คือทางด่วนยาวราว 70 กิโลเมตรที่เชื่อมเมืองอิมาบาริของเอฮิเมะกับเมืองโอโนมิจิของฮิโรชิมะ ข้ามเกาะ 6 เกาะด้วยสะพานใหญ่ ความพิเศษคือทุกสะพานมีทางจักรยานแยกจากรถยนต์ นักปั่นจากทั่วโลกจึงมาปั่นข้ามทะเลเซโตะในที่นี่ ช่วงแรกจากฝั่งเอฮิเมะคือสะพานคุรุชิมะไคเคียว (来島海峡大橋) ยาว 4.1 กิโลเมตร ปั่นอยู่เหนือน้ำวนกลางช่องแคบ

ไม่จำเป็นต้องปั่นครบทั้งเส้น ถ้ามีเวลาครึ่งวัน เช่าจักรยานที่ซันไรส์อิโตยามะแล้วปั่นข้ามสะพานคุรุชิมะไปเกาะโอชิมะแล้วกลับ ก็ได้ประสบการณ์หลักแล้ว ถ้าจะปั่นทั้งเส้นใช้เวลาเต็มวันและคืนจักรยานต่างจุดได้ เหมาะกับคนที่ปั่นจักรยานเป็น ไม่ต้องเป็นนักปั่นมืออาชีพ เพราะมีจักรยานไฟฟ้าให้เช่า

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

เมษายน–มิถุนายน และตุลาคม–พฤศจิกายน อากาศไม่ร้อนเกินไป

ค่าเข้าชมและการจอง
  • เช่าครอสไบค์ 3,000 เยนต่อวัน
  • จักรยานไฟฟ้า 4,000 เยน
  • คืนต่างจุดเพิ่ม 1,000 เยน
เวลาที่ควรเผื่อ

ครึ่งวัน (ข้ามสะพานคุรุชิมะไป–กลับ) ถึงเต็มวัน (ทั้งเส้น)

การเดินทาง

เช่าจักรยานที่สถานี JR อิมาบาริ หรือซันไรส์อิโตยามะ (จากสถานีนั่งแท็กซี่ราว 15 นาที)

แผนที่Google Maps

12. สวนจุดชมวิวภูเขาคิโรซัง (Kirosan Observatory)

พระอาทิตย์ตกเหนือสะพานคุรุชิมะไคเคียวจากภูเขาคิโรซัง

สวนจุดชมวิวภูเขาคิโรซัง (亀老山展望公園) อยู่บนยอดเขาทางใต้ของเกาะโอชิมะ เป็นจุดที่เห็นสะพานคุรุชิมะไคเคียวทั้ง 3 ช่วงเรียงต่อกันข้ามช่องแคบได้ในภาพเดียว พร้อมหมู่เกาะเล็กใหญ่รอบทะเลเซโตะใน ตัวจุดชมวิวออกแบบโดยสถาปนิกเค็งโงะ คุมะ ให้กลมกลืนไปกับภูเขา

ช่วงที่คุ้มที่สุดคือพระอาทิตย์ตก แสงสีส้มจะตกลงหลังสะพาน และหลังฟ้ามืดจะเห็นไฟบนสะพาน เข้าฟรีตลอด 24 ชั่วโมง แต่ต้องขับรถหรือนั่งแท็กซี่ขึ้นไป ทางจักรยานขึ้นเขาชันเฉลี่ยราว 13% เป็นระยะราว 3 กิโลเมตร ถ้าปั่นมาไกลแล้วไม่แนะนำ เหมาะกับคนที่มีรถและอยากได้ภาพชิมานามิไคโดที่ดีที่สุด

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ช่วงพระอาทิตย์ตก
  • วันฟ้าใส
ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี

เวลาทำการ

ตลอด 24 ชั่วโมง

เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 30–60 นาที

การเดินทาง
  • ขับรถจากโอชิมะมินามิ IC ราว 10 นาที
  • ไม่มีรถโดยสารถึงจุดชมวิว
แผนที่Google Maps

13. ศาลเจ้าโอยามาสึมิ (Oyamazumi Shrine)

ต้นการบูรและบริเวณศาลเจ้าโอยามาสึมิบนเกาะโอมีชิมะ

ศาลเจ้าโอยามาสึมิ (大山祇神社) บนเกาะโอมีชิมะเป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดของเอฮิเมะ และเป็นศาลเจ้าหลักของศาลเจ้าโอยามาสึมิทั่วญี่ปุ่น ขุนศึกและนักรบในอดีตนิยมมาถวายชุดเกราะและดาบเพื่อขอพรชนะศึก ศาลเจ้าจึงเก็บเครื่องอาวุธโบราณไว้มากจนเป็นแหล่งรวมสมบัติชาติประเภทนี้ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น

ในลานศาลเจ้ามีต้นการบูรยักษ์อายุหลายพันปีที่คนมาเดินวนรอบเพื่อขอพร ส่วนพิพิธภัณฑ์สมบัติจัดแสดงชุดเกราะที่เชื่อว่าเป็นของขุนศึกชื่อดังอย่างมินาโมโตะ โนะ โยชิสึเนะ เหมาะกับคนที่ชอบประวัติศาสตร์ซามูไร และนักปั่นชิมานามิไคโดที่แวะกลางทาง เพราะอยู่ไม่ไกลจากเส้นทางหลัก

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ตลอดปี
  • ช่วงเช้าคนน้อย
ค่าเข้าชมและการจอง
  • บริเวณศาลเจ้าฟรี
  • พิพิธภัณฑ์สมบัติ
    ผู้ใหญ่ 1,000 เยน
เวลาทำการ

พิพิธภัณฑ์ 9:00–16:30 น.

เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 1–1.5 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • จากโอมีชิมะ IC ราว 7 กิโลเมตร
  • มีรถบัสจากสถานี JR อิมาบาริ
แผนที่Google Maps

14. พิพิธภัณฑ์ผ้าขนหนูอิมาบาริ (Towel Museum)

อาคารด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ผ้าขนหนู อิมาบาริในเอฮิเมะ
อาคารพิพิธภัณฑ์ผ้าขนหนู อิมาบาริในย่านอาซากุระ จังหวัดเอฮิเมะ

อิมาบาริผลิตผ้าขนหนูมากที่สุดในญี่ปุ่น ผ้าขนหนูที่มีป้าย “อิมาบาริ” ต้องผ่านการทดสอบว่าดูดน้ำได้ภายใน 5 วินาที พิพิธภัณฑ์ผ้าขนหนูอิมาบาริ (タオル美術館) จึงเป็นที่ที่เล่าเรื่องของเมืองนี้ได้ดีที่สุด ชั้นบนให้ชมขั้นตอนตั้งแต่ด้ายจนทอเป็นผืน และมีห้องแสดงงานศิลปะที่ทำจากผ้าขนหนู

ชั้นล่างเป็นร้านขายผ้าขนหนูขนาดใหญ่ มีทั้งรุ่นธรรมดาและรุ่นที่ขายเฉพาะที่นี่ เป็นแหล่งซื้อของฝากที่ใช้ได้จริงและน้ำหนักเบา ด้านนอกมีสวนดอกไม้แบบยุโรปให้เดินเล่น เหมาะกับครอบครัวและคนที่อยากซื้อของฝากคุณภาพ ที่นี่ไม่ได้อยู่ติดสถานีรถไฟ ควรขับรถหรือนั่งแท็กซี่

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ตลอดปี
  • เหมาะกับวันฝนตก
ค่าเข้าชมและการจอง
  • แกลเลอรี
    ผู้ใหญ่ 1,000 เยน
  • ร้านค้าเข้าฟรี
เวลาทำการ

9:30–18:00 น.

เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 1.5 ชั่วโมง รวมช็อปปิ้ง

การเดินทาง
  • จากอิมาบาริ IC ขับราว 20 นาที
  • จากโทโยทัมบาระ IC ราว 10 นาที
แผนที่Google Maps

15. ปราสาทอิมาบาริ (Imabari Castle)

ปราสาทอิมาบาริ คูน้ำ และรูปปั้นโทโด ทาคาโทระ

ปราสาทอิมาบาริ (今治城) เป็น 1 ใน 3 ปราสาทน้ำที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น คูเมืองกว้างดึงน้ำทะเลเข้ามาโดยตรง ระดับน้ำในคูจึงขึ้นลงตามน้ำทะเล และบางครั้งเห็นปลาทะเลว่ายอยู่ในคู ปราสาทสร้างโดยโทโด ทาคาโทระ ขุนศึกที่ได้ชื่อว่าเป็นปรมาจารย์การสร้างปราสาท

ในเวลากลางคืนกำแพงหินและหอคอยเปิดไฟส่องสว่าง สะท้อนลงในคูน้ำ เป็นภาพที่ต่างจากตอนกลางวัน ตั๋วรวมพาเข้าชมอาคาร 4 หลังที่จัดแสดงชุดเกราะและประวัติเมือง และชั้นบนสุดของหอคอยมองเห็นทะเลกับสะพานชิมานามิไคโดไกล ๆ เหมาะกับคนที่อยู่อิมาบาริก่อนหรือหลังปั่นจักรยาน และครอบครัวที่มีเด็ก เพราะอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าฟรี

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ตลอดปี
  • ช่วงเย็นถึงค่ำมีไฟส่องปราสาท
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ตั๋วรวม 4 อาคาร
    ผู้ใหญ่ 520 เยน
  • อายุต่ำกว่า 18 ปีฟรี
เวลาทำการ

9:00–17:00 น.

เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 1 ชั่วโมง

การเดินทาง

จากสถานี JR อิมาบาริ นั่งรถบัสราว 9 นาทีลงป้าย Imabari-jo-mae หรือเดินราว 20 นาที

แผนที่Google Maps

ไซโจและนิอิฮามะ: เหมืองทองแดงและเมืองน้ำใส

16. เหมืองทองแดงเบชชิ มายน์โทเปียเบชชิ (Minetopia Besshi)

รถไฟท่องเที่ยวมายน์โทเปียเบชชิ

มายน์โทเปียเบชชิ (マイントピア別子) สร้างบนที่ตั้งของเหมืองทองแดงเบชชิ เหมืองที่ขุดทองแดงต่อเนื่องเกือบ 300 ปีและทำให้เมืองนิอิฮามะเติบโตเป็นเมืองอุตสาหกรรม ที่นี่แบ่งเป็น 2 โซน โซนฮาเดบะ (端出場) อยู่เชิงเขา มีรถไฟเหมืองขนาดเล็กพาข้ามสะพานเหล็กสีแดงเข้าอุโมงค์ที่จำลองการทำงานของคนงานเหมืองในอดีต

โซนที่คนอยากไปที่สุดคือโทนารุ (東平) บนภูเขา เป็นซากสถานีเหมืองที่เหลือแต่ผนังหินเรียงเป็นขั้นท่ามกลางป่า จนได้ฉายาว่า “มาชูปิกชูแห่งตะวันออก” ไปได้ด้วยรถบัสทัวร์จากฮาเดบะ ที่โซนฮาเดบะยังมีกิจกรรมร่อนหาทอง ร้านอาหาร และออนเซ็น ใช้เวลาได้ครึ่งวัน เหมาะกับครอบครัว คนชอบประวัติศาสตร์อุตสาหกรรม และคนที่อยากได้ภาพซากโบราณในป่า

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • มีนาคม–พฤศจิกายน
  • โซนโทนารุปิดช่วงฤดูหนาวราวธันวาคม–ปลายกุมภาพันธ์
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ทัวร์เหมือง (รถไฟเหมือง + อุโมงค์ชมเหมือง)
    ผู้ใหญ่ 1,500 เยน นักเรียน
    ม.ต้น–ม.ปลาย 1,100 เยน
    อายุ 3 ปีขึ้นไป 900 เยน
  • รถบัสทัวร์ไปโซนโทนารุ 2,200 เยน
เวลาทำการ

9:00–17:00 น.

เวลาที่ควรเผื่อ

ครึ่งวัน ถ้ารวมโซนโทนารุ

การเดินทาง

จากสถานี JR นิอิฮามะ นั่งรถราว 17 นาที

แผนที่Google Maps

17. อควาโทเปีย ไซโจ (Aquatopia Saijo)

อนุสาวรีย์รูปสามเหลี่ยมและสายน้ำอควาโทเปียในเมืองไซโจ

เมืองไซโจได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งน้ำ เพราะน้ำใต้ดินจากภูเขาอิชิซึจิพุ่งขึ้นมาเองจากบ่อที่คนท้องถิ่นเรียกว่าอุจินุกิ (うちぬき) มีอยู่ราว 2,000 จุดทั่วเมือง บ้านหลายหลังใช้น้ำนี้ดื่มและทำอาหารทุกวัน อควาโทเปีย ไซโจ (アクアトピア水系) คือเส้นทางเดินริมน้ำที่พาเดินชมลำธารใส ปลาคาร์ป และบ่อน้ำพุกลางเมือง

เดินตามเส้นทางราว 2.4 กิโลเมตรได้ในชั่วโมงเศษ ๆ ระหว่างทางมีจุดที่ให้ตักน้ำดื่มได้ฟรี น้ำเย็นและรสอ่อน นำขวดเปล่ามาเติมได้ แถวนี้ยังมีโรงหมักสาเกที่ใช้น้ำเดียวกัน เหมาะกับคนที่อยากเดินเล่นเงียบ ๆ ในเมืองเล็ก และคนที่ผ่านไซโจระหว่างทางไปภูเขาอิชิซึจิ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ฤดูร้อน น้ำเย็นและร่มรื่น
  • ตลอดปีเดินได้
ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี

เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 1–1.5 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • เส้นทางอยู่ในย่านคันไบ (神拝) ของเมืองไซโจ ใกล้สถานี JR อิโยไซโจ
  • ขับรถจากอิโยไซโจ IC ราว 15 นาที
แผนที่Google Maps

อุจิโกะ โอซุ และซาดามิซากิ: เมืองเก่าในหุบเขา

18. เมืองเก่าอุจิโกะ (Uchiko)

ถนนเมืองเก่าโยกะอิจิ โกโกกุ เมืองอุจิโกะ

อุจิโกะ (内子) เคยร่ำรวยจากการผลิตขี้ผึ้งญี่ปุ่นที่ใช้ทำเทียนและเครื่องสำอางในยุคเอโดะถึงเมจิ บ้านพ่อค้าขี้ผึ้งเหล่านั้นยังตั้งเรียงอยู่บนถนนยาวราว 600 เมตร ผนังดินสีเหลืองอ่อนคู่กับปูนขาวและหน้าต่างไม้ระแนง ที่นี่เป็นเขตอนุรักษ์สิ่งปลูกสร้างดั้งเดิมแห่งแรกของชิโกกุ ได้รับเลือกในปี 1982

ต่างจากเมืองเก่าที่กลายเป็นย่านร้านค้าเต็มถนน อุจิโกะยังมีคนอาศัยอยู่จริงและค่อนข้างเงียบ เดินชมถนนฟรี ถ้าอยากเห็นข้างในบ้านพ่อค้า ให้เข้าบ้านคามิฮากะ (上芳我邸) ที่แสดงเครื่องมือทำขี้ผึ้ง เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศญี่ปุ่นยุคเก่าแบบไม่วุ่นวาย ต่อด้วยปราสาทโอซุที่อยู่ห่างไปทางรถไฟไม่กี่สถานีได้ในวันเดียวกัน

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ตลอดปี
  • วันธรรมดาคนน้อย
ค่าเข้าชมและการจอง
  • เดินชมถนนฟรี
  • บ้านคามิฮากะ 500 เยน
  • ตั๋วรวม 700 เยน
  • โรงละครอุจิโกะซะปิดซ่อมถึงราวปลายปี 2028
เวลาที่ควรเผื่อ

2–3 ชั่วโมง

การเดินทาง

จากสถานี JR มัตสึยามะ นั่งรถไฟด่วนพิเศษราว 25 นาทีถึงสถานีอุจิโกะ แล้วเดินราว 15 นาที

แผนที่Google Maps

19. ปราสาทโอซุ (Ozu Castle)

หอคอยหลักและป้อมยากุระของปราสาทโอซุในเอฮิเมะ

ปราสาทโอซุ (大洲城) ตั้งบนเนินริมแม่น้ำฮิจิกาวะ หอคอยหลักที่เห็นในวันนี้สร้างขึ้นใหม่ในปี 2004 ด้วยไม้และวิธีช่างดั้งเดิมตามแบบแปลนและภาพถ่ายเก่า ไม่ใช้คอนกรีต จึงเป็นหนึ่งในปราสาทสร้างใหม่ที่ใกล้ของจริงที่สุดในญี่ปุ่น หอคอยเชื่อมกับป้อมยาม 2 หลังที่เป็นของดั้งเดิมและขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ

ข้างในจะเห็นโครงไม้และเสาต้นใหญ่ชัดเจน มุมถ่ายรูปที่ดีที่สุดคือจากฝั่งตรงข้ามแม่น้ำที่เห็นปราสาทสะท้อนน้ำ ปราสาทนี้ยังเปิดให้เข้าพักค้างคืนแบบ “Castle Stay” ที่มีราคาสูงและต้องจองล่วงหน้า เหมาะกับคนที่ชอบปราสาทและงานไม้ญี่ปุ่น ซื้อตั๋วรวมกับการิวซันโซจะคุ้มกว่า

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ตลอดปี
  • ช่วงเช้าตุลาคม–มีนาคมอาจเห็นหมอกฮิจิกาวะอาราชิจากจุดชมวิว
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 550 เยน
  • ตั๋วรวมกับการิวซันโซ 880 เยน
เวลาทำการ

9:00–17:00 น.

เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 1 ชั่วโมง

การเดินทาง

จากสถานี JR อิโยโอซุ นั่งรถโดยสารในเมืองลงป้ายโอซุโจมาเอะ แล้วเดินราว 3 นาที

แผนที่Google Maps

20. บ้านการิวซันโซ (Garyu Sanso)

อาคารหลังคามุงจากในบ้านการิวซันโซ เมืองโอซุ

การิวซันโซ (臥龍山荘) เป็นบ้านพักตากอากาศที่โคจิ โทราจิโร่ พ่อค้าผู้ร่ำรวยจากการค้าขี้ผึ้ง ใช้เวลากว่า 10 ปีสร้างบนหน้าผาริมแม่น้ำฮิจิกาวะ ประกอบด้วยอาคาร 3 หลังกับสวนญี่ปุ่นที่ออกแบบให้กลมกลืนกับวิวแม่น้ำ ทุกรายละเอียดตั้งแต่ลายช่องลมจนถึงงานไม้ผนังทำอย่างประณีต

จุดเด่นคือศาลาฟุโรอัง (不老庵) ที่สร้างยื่นออกไปเหนือหน้าผา ค้ำด้วยต้นไม้ที่ยังมีชีวิต นั่งอยู่ข้างในเหมือนลอยอยู่เหนือแม่น้ำ และเพดานไม้ไผ่โค้งจะสะท้อนแสงจากผิวน้ำในวันแดดดี ช่วงใบไม้แดงสวนจะเปลี่ยนสีทั้งสวน เหมาะกับคนที่ชอบสวนญี่ปุ่นและสถาปัตยกรรมไม้ เดินต่อจากปราสาทโอซุได้

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • กลางพฤศจิกายน (ใบไม้แดง)
  • ตลอดปี
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 550 เยน
  • ตั๋วรวมกับปราสาทโอซุ 880 เยน
เวลาทำการ

9:00–17:00 น. (เปิดทุกวัน)

เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 45 นาที

การเดินทาง

อยู่ในย่านเมืองเก่าโอซุ เดินต่อจากปราสาทโอซุได้

แผนที่Google Maps

21. ประภาคารซาดามิซากิ (Cape Sada Lighthouse)

ประภาคารซาดามิซากิเปิดไฟบนปลายแหลมในภาพถ่ายปี 2017

แหลมซาดามิซากิ (佐田岬) เป็นแหลมที่ยาวและแคบที่สุดในญี่ปุ่น ยื่นออกไปในทะเลราว 40 กิโลเมตร ฝั่งหนึ่งเป็นทะเลเซโตะใน อีกฝั่งเป็นทะเลอุวะ ปลายสุดมีประภาคารสีขาวที่สร้างตั้งแต่ปี 1918 ยืนอยู่บนหน้าผา วันฟ้าใสมองข้ามช่องแคบไปเห็นเกาะคิวชู

การไปถึงประภาคารต้องตั้งใจพอสมควร จากลานจอดรถต้องเดินทางป่าเลียบทะเลราว 1.8 กิโลเมตร มีขึ้นลงเป็นช่วง ๆ แต่ระหว่างทางเห็นทะเลสีฟ้าเข้มผ่านต้นไม้ ถนนบนแหลมที่ขับไปก็เป็นทางวิวสวยเรียงกังหันลม เหมาะกับคนที่ขับรถและอยากไปจุดปลายสุดของชิโกกุ ใส่รองเท้าเดินป่าเบา ๆ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • วันฟ้าใส
  • หลีกเลี่ยงวันลมแรง
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ฟรี
  • ลานจอดรถ 40 คัน ไม่เสียค่าจอด
เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 1.5 ชั่วโมง รวมเดินไป–กลับ

การเดินทาง

ขับรถไปลานจอดรถซาดามิซากิ (ไม่ใช่ที่อยู่ของประภาคาร) แล้วเดินราว 1.8 กิโลเมตร

แผนที่Google Maps

อุวะจิมะและเอฮิเมะตอนใต้: ปราสาท สวน และหุบเขา

22. ปราสาทอุวะจิมะ (Uwajima Castle)

หอคอยปราสาทอุวะจิมะสีขาวตั้งอยู่บนฐานกำแพงหิน

ปราสาทอุวะจิมะ (宇和島城) เป็นปราสาทหอคอยดั้งเดิมแห่งที่สองของเอฮิเมะ และเป็นหนึ่งใน 12 ปราสาทดั้งเดิมของญี่ปุ่นเช่นเดียวกับปราสาทมัตสึยามะ แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก หอคอยสีขาวสามชั้นตั้งอยู่บนยอดเนินกลางเมือง สร้างใหม่ในยุคเอโดะโดยตระกูลดาเตะที่ปกครองอุวะจิมะ

ทางขึ้นเป็นทางเดินหินในป่าร่มรื่น ใช้เวลาราว 15–20 นาทีจากเชิงเขา ข้างในหอคอยยังเป็นโครงไม้เดิม บันไดชัน และจากชั้นบนมองเห็นเมืองอุวะจิมะกับอ่าวทะเลอุวะ ค่าเข้าถูกมาก ต้องจ่ายเป็นเงินสด เหมาะกับคนที่เก็บปราสาทดั้งเดิมทั้ง 12 แห่ง และคนที่มาเที่ยวเอฮิเมะตอนใต้

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ตลอดปี
  • ช่วงเช้าอากาศเย็นเดินขึ้นเขาสบาย
ค่าเข้าชมและการจอง

หอคอย
ผู้ใหญ่ 200 เยน (เงินสดเท่านั้น)

เวลาทำการ
  • 9:00–17:00 น.
  • พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ถึง 16:00 น.
เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 1 ชั่วโมง รวมเดินขึ้นเขา

การเดินทาง

จากสถานี JR อุวะจิมะ เดินราว 15 นาทีถึงทางขึ้น แล้วเดินขึ้นเขาต่อ

แผนที่Google Maps

23. สวนเท็นฉะเอ็น (Tenshaen Garden)

ศาลาชุนอุเทกับสระน้ำและต้นไม้ในสวนเท็นฉะเอ็น

สวนเท็นฉะเอ็น (天赦園) เป็นสวนญี่ปุ่นที่ตระกูลดาเตะแห่งอุวะจิมะสร้างไว้เป็นที่พักผ่อน จัดสวนรอบสระน้ำให้เดินวนชมได้ ชื่อสวนมาจากบทกวีของดาเตะ มาซามุเนะ ขุนศึกชื่อดังที่เป็นบรรพบุรุษของตระกูลนี้ ในสวนใช้ต้นไผ่หลายชนิดเป็นสัญลักษณ์ เพราะไผ่อยู่ในตราประจำตระกูลดาเตะ

ช่วงที่คนมาที่สุดคือปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคม เมื่อซุ้มดอกฟูจิสีม่วงยาวห้อยลงเหนือสะพานไม้ในสระ ภาพนี้เป็นภาพประจำของสวน นอกฤดูดอกไม้ก็ยังเป็นสวนที่เงียบและเดินสบาย เหมาะกับคนที่ชอบสวนญี่ปุ่นและมาอุวะจิมะพร้อมกับปราสาท

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ปลายเมษายน–ต้นพฤษภาคม (ดอกฟูจิ)

ค่าเข้าชมและการจอง

ผู้ใหญ่ 500 เยน

เวลาทำการ

8:30–16:30 น. (เมษายน–มิถุนายน 8:30–17:00 น.)

วันหยุด
  • ปิดวันจันทร์ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 2 ของธันวาคมถึงปลายกุมภาพันธ์ (ถ้าตรงวันหยุดนักขัตฤกษ์ ปิดวันถัดไป)
  • 28 ธันวาคม–1 มกราคม
เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 40 นาที

การเดินทาง

จากสถานี JR อุวะจิมะ นั่งรถบัสราว 10 นาทีลงป้ายฮิงาชิโคโคมาเอะ แล้วเดินราว 3 นาที

แผนที่Google Maps

24. หุบเขานาเมโทโกะ (Nametoko Gorge)

สายน้ำไหลบนลานหินเรียบของน้ำตกยูกิวะในหุบเขานาเมโทโกะ

หุบเขานาเมโทโกะ (滑床渓谷) อยู่ในป่าลึกของเมืองมัตสึโนะ ชื่อ “นาเมโทโกะ” มาจากพื้นแม่น้ำที่เป็นลานหินแกรนิตเรียบลื่น น้ำใสไหลบาง ๆ ไปบนหินเป็นแผ่นยาว สุดทางเดินคือน้ำตกยูกิวะ (雪輪の滝) ที่น้ำไหลลงบนหินลาดยาวราว 300 เมตรเป็นลายคล้ายเกล็ดหิมะ

เส้นทางเดินเริ่มจากสะพานมันเนน เดินเลียบลำธารไปจนถึงน้ำตก ระหว่างทางมีแอ่งน้ำใสให้พัก ช่วงหน้าร้อนมีกิจกรรมแคนยอนนิงที่ให้ใส่ชุดป้องกันแล้วสไลด์ไปตามลานหินและกระโดดลงแอ่งน้ำ เป็นกิจกรรมเด่นของเอฮิเมะตอนใต้ เหมาะกับคนชอบธรรมชาติและครอบครัวที่อยากเล่นน้ำ ควรขับรถไป

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • กรกฎาคม–สิงหาคม (แคนยอนนิง)
  • กลางพฤศจิกายน (ใบไม้แดง)
ค่าเข้าชมและการจอง
  • เดินชมฟรี
  • ลานจอดรถราว 150 คัน ไม่เสียค่าจอด
  • แคนยอนนิงต้องจองกับผู้ให้บริการ
เวลาที่ควรเผื่อ

ครึ่งวัน

การเดินทาง
  • ขับรถจากทางออกมิมะราว 50 นาที
  • หรือรถไฟสายโยโดถึงสถานี JR มัตสึมารุ แล้วแท็กซี่ราว 30 นาที
แผนที่Google Maps

25. ไร่ขั้นบันไดยูสุ มิซุงาอุระ (Yusu Mizugaura)

ไร่ขั้นบันไดหินริมทะเลที่ยูสุ มิซุงาอุระในฤดูหนาว

ไร่ขั้นบันไดยูสุ มิซุงาอุระ (遊子水荷浦の段畑) คือแปลงปลูกมันฝรั่งที่ก่อด้วยหินซ้อนขึ้นไปจากริมทะเลอุวะจนถึงยอดเขา มองจากด้านล่างเหมือนขั้นบันไดยักษ์ไต่ขึ้นฟ้า ชาวบ้านสร้างด้วยมือเพราะพื้นที่ราบมีน้อย และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นภูมิทัศน์วัฒนธรรมสำคัญของญี่ปุ่น

เดินขึ้นทางเดินระหว่างแปลงไปถึงด้านบนได้ จากจุดสูงจะเห็นแนวหินทับซ้อนกับทะเลและแพเลี้ยงปลาในอ่าว ต้นเมษายนมีงานเทศกาลที่ขายมันฝรั่งใหม่จากไร่นี้ เหมาะกับคนที่อยากเห็นวิถีชีวิตชนบทริมทะเลที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว และคนที่ขับรถเที่ยวเอฮิเมะตอนใต้

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ต้นเมษายน (ช่วงเก็บมันฝรั่งและเทศกาล)
  • วันฟ้าใส
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ฟรี
  • ที่จอดรถราว 20 คัน ไม่เสียค่าจอด
เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 1 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • ขับรถจากใจกลางเมืองอุวะจิมะราว 40 นาที
  • มีรถโดยสารสายคาบสมุทรมิอุระลงป้ายมิซุงาอุระ แต่เที่ยวน้อย
แผนที่Google Maps

จัดเส้นทางตามจำนวนวัน

จำนวนวันเส้นทาง
1 วัน ไม่เช่ารถปราสาทมัตสึยามะ บันซุยโซ ช่วงบ่ายนั่งรถรางไปโดโกะออนเซ็น
2 วัน 1 คืนวันแรกในมัตสึยามะ วันที่สองนั่งรถไฟไปอุจิโกะและโอซุ หรือไปอิมาบาริปั่นจักรยานช่วงแรกของชิมานามิไคโด
3 วันขึ้นไปเพิ่มสถานีชิโมนาดะตอนเย็น หรือลงใต้ไปอุวะจิมะ 1 วัน

คำถามที่พบบ่อย

ถ้ามีเวลาเที่ยวเอฮิเมะแค่วันเดียว ควรไปที่ไหน

อยู่ในเมืองมัตสึยามะ ขึ้นปราสาทมัตสึยามะช่วงเช้า แวะบันซุยโซ แล้วนั่งรถรางไปอาบน้ำที่โดโกะออนเซ็นช่วงบ่ายถึงค่ำ

ไม่ขับรถ เที่ยวเอฮิเมะได้ไหม

ได้ ในมัตสึยามะใช้รถราง อุจิโกะ โอซุ และอิมาบาริไปด้วยรถไฟ JR ที่ควรเช่ารถคือหุบเขาโอโมโกะ ซาดามิซากิ และไร่ขั้นบันไดยูสุ

ปั่นชิมานามิไคโดต้องเตรียมอะไร

เช่าจักรยานที่สถานีอิมาบาริหรือซันไรส์อิโตยามะ และคืนรถให้ทันเวลาปิดของจุดคืน ถ้าไม่ปั่นครบเส้น ปั่นไปกลับสะพานคุรุชิมะไคเคียวอย่างเดียวก็ได้เห็นวิวช่องแคบแล้ว

ควรพักที่ไหน

พักย่านโดโกะออนเซ็นถ้าอยากอาบออนเซ็นเช้าเย็น หรือใกล้สถานีมัตสึยามะชิและ JR มัตสึยามะถ้าจะนั่งรถไฟไปเมืองอื่นหลายวัน

วางแผนเที่ยวเอฮิเมะต่อ

ดูที่เที่ยวอื่นๆ ใน ที่เที่ยวทั้งหมด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง · เว็บไซต์ภายนอก18 ลิงก์

ลิงก์ด้านล่างเปิดเว็บไซต์ภายนอกในแท็บใหม่

  1. 1. โดโกะออนเซ็น (Dogo Onsen) — ภาพ: lienyuan lee (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 3.0 / Wikimedia Commons
  2. 2. ปราสาทมัตสึยามะ (Matsuyama Castle) — ภาพ: Drivephotographer / CC0 1.0 / https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Matsuyama_Castle.jpg
  3. 3. รถไฟบ็อตจัง (Botchan Train) — ภาพ: 光朝 (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons
  4. 4. ศาลเจ้าอิซานิวะ (Isaniwa Shrine) — ภาพ: Urashimataro / Public domain (PD-self) / https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Hachiman-zukuri-Isaniwa_shrine.jpg
  5. 5. คฤหาสน์บันซุยโซ (Bansuiso) — ภาพ: ja:利用者:Otraff (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons
  6. 6. พิพิธภัณฑ์ซากะโนะอุเอะโนะคุโมะ (Saka no Ue no Kumo Museum) — ภาพ: 建園春秋 / CC BY-SA 4.0 / https://commons.wikimedia.org/wiki/File:2023%E5%B9%B47%E6%9C%88-%E5%9D%82%E4%B8%8A%E4%B9%8B%E9%9B%B2%E5%8D%9A%E7%89%A9%E9%A4%A8A.jpg
  7. 7. สถานีชิโมนาดะ (Shimonada Station) — ภาพ: Captain76 (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons
  8. 8. เครื่องปั้นดินเผาโทเบะ (Tobe-yaki) — ภาพ: CT-May (commons.wikimedia.org) ↗ / CC0 / Wikimedia Commons
  9. 9. หุบเขาโอโมโกะ (Omogo Gorge) — ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวเมืองคุมะโคเก็น (kuma-kanko.com) ↗
  10. 10. ภูเขาอิชิซึจิ (Mount Ishizuchi) — ภาพ: HendrixEesti / CC BY-SA 3.0 / https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Mount_Ishizuchi.jpg
  11. 11. ชิมานามิไคโด (Shimanami Kaido) — ภาพ: Herry Lawford (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 2.0 / Wikimedia Commons
  12. 12. สวนจุดชมวิวภูเขาคิโรซัง (Kirosan Observatory) — พระอาทิตย์ตกเหนือสะพานคุรุชิมะไคเคียวจากภูเขาคิโรซัง (ภาพโดย Dokudami (commons.wikimedia.org) ↗ · CC BY-SA 4.0 (creativecommons.org) ↗)
  13. 13. ศาลเจ้าโอยามาสึมิ (Oyamazumi Shrine) — ต้นการบูรและบริเวณศาลเจ้าโอยามาสึมิบนเกาะโอมีชิมะ (ภาพโดย そらみみ (commons.wikimedia.org) ↗ · CC BY-SA 4.0 (creativecommons.org) ↗)
  14. 15. ปราสาทอิมาบาริ (Imabari Castle) — ปราสาทอิมาบาริ คูน้ำ และรูปปั้นโทโด ทาคาโทระ (ภาพโดย Fred Cherrygarden (commons.wikimedia.org) ↗ · CC BY-SA 4.0 (creativecommons.org) ↗)
  15. 16. เหมืองทองแดงเบชชิ มายน์โทเปียเบชชิ (Minetopia Besshi) — ภาพ: จังหวัดเอฮิเมะ(いよ観ネット) (iyokannet.jp) ↗
  16. 17. อควาโทเปีย ไซโจ (Aquatopia Saijo) — อนุสาวรีย์รูปสามเหลี่ยมและสายน้ำอควาโทเปียในเมืองไซโจ (ภาพ: จังหวัดเอฮิเมะ(いよ観ネット) (iyokannet.jp) ↗)
  17. 18. เมืองเก่าอุจิโกะ (Uchiko) — ภาพ: Asturio Cantabrio (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons
  18. 19. ปราสาทโอซุ (Ozu Castle) — ภาพ: ภาพท่องเที่ยวทางการของจังหวัดเอฮิเมะ
  19. 20. บ้านการิวซันโซ (Garyu Sanso) — ภาพ: yano@mama.akari.ne.j… (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons
  20. 21. ประภาคารซาดามิซากิ (Cape Sada Lighthouse) — ประภาคารซาดามิซากิขณะเปิดไฟ (ถ่ายปี 2017) · ภาพ: melvil · CC BY-SA 4.0
  21. 22. ปราสาทอุวะจิมะ (Uwajima Castle) — หอคอยปราสาทอุวะจิมะ · ภาพ: Saigen Jiro · CC0 1.0
  22. 23. สวนเท็นฉะเอ็น (Tenshaen Garden) — ศาลาชุนอุเทริมสระน้ำในสวนเท็นฉะเอ็น · ภาพ: Dokudami · CC BY-SA 4.0
  23. 24. หุบเขานาเมโทโกะ (Nametoko Gorge) — น้ำตกยูกิวะบนลานหินเรียบ · ภาพ: Reggaeman · CC BY-SA 3.0
  24. 25. ไร่ขั้นบันไดยูสุ มิซุงาอุระ (Yusu Mizugaura) — ไร่ขั้นบันไดหินริมทะเลในฤดูหนาว · ภาพ: Koda6029 · CC BY-SA 4.0
  25. ภาพหลัก — ภาพ: Herry Lawford (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 2.0 / Wikimedia Commons

แชร์บทความนี้

FacebookXLINE

IG・Messenger: แชร์ผ่านแอป (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)

รวมเรื่องเที่ยวเอฮิเมะ

เรื่องแนวเดียวกันทั่วญี่ปุ่น