ภาพรวมเส้นทาง
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ระยะเวลา | 2 วัน 1 คืน |
| การเดินทาง | เช่ารถ แนะนำรับรถที่สนามบินโคจิเรียวมะหรือเมืองโคจิ |
| ที่พัก | ออนเซ็นคิตากาวะ “ยุสุโนะยาโดะ” (北川村温泉ゆずの宿) |
| ข้อควรระวัง | ถ้ำอิโอะคิโดปิดห้ามเข้าชั่วคราว · สวนโมเนต์ปิดหน้าหนาว (ฤดู 2026–27 ปิดถึง 12 มี.ค. 2027) · ดอลฟินเซ็นเตอร์ปิดวันพุธช่วง ต.ค.–มิ.ย. |
| เหมาะกับ | ขับรถได้ ชอบทะเล ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติ |
วันที่ 1 อากิ และหมู่บ้านคิตะงาวะ
9:30 เริ่มที่หาดโคโตะงะฮามะ (琴ヶ浜) หาดทรายและแนวสนริมทะเล
10:20 ตลาด “จิบะซังอิจิบะ” หน้าสถานีอากิ (安芸駅ぢばさん市場) ซื้อของฝากและของกินท้องถิ่น
1. หอนาฬิกาโนระโดเค และย่านซามูไรโดอิคะจูจู

เมืองอากิคือเมืองเล็กริมแปซิฟิกที่ยังเก็บบรรยากาศเก่าไว้ได้ดี สัญลักษณ์ของเมืองคือหอนาฬิกาโนระโดเค หอนาฬิกาไม้บนบ้านเก่าที่ชาวบ้านสร้างกลไกเองในสมัยเมจิ และยังเดินบอกเวลามาจนถึงทุกวันนี้ เดินต่อไม่ไกลคือย่านบ้านซามูไรโดอิคะจูจู ที่รั้วต้นไม้ กำแพงหิน และประตูไม้ของบ้านตระกูลโนมูระยังเรียงรายแบบสมัยเอโดะ เดินแล้วเงียบสงบเหมือนหลุดไปอีกยุค
จอดรถแล้วเดินไปถ่ายรูปหอนาฬิกาก่อน ตัวบ้านเป็นบ้านส่วนบุคคล จึงชมได้จากภายนอกเท่านั้น มุมที่สวยคือจากถนนด้านข้างที่เห็นหอนาฬิกากับหลังคาบ้านพร้อมกัน จากนั้นเดินเข้าย่านโดอิคะจูจู ไล่ดูรั้วต้นไม้ที่ตัดแต่งเรียบร้อยและประตูบ้านซามูไร แวะชมบ้านตระกูลโนมูระ แล้วกลับมาขึ้นรถไปบ้านเกิดอิวาซากิ ยาทาโร่ที่อยู่ไม่ไกล
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| เวลาถึงโดยประมาณ | 10:45 น. |
| เวลาที่ใช้ | ราว 45 นาที |
| ค่าใช้จ่าย | ฟรี (ชมหอนาฬิกาจากภายนอก) |
| ไปจุดถัดไป | 11:30 น. ขับรถราว 5 นาทีไปบ้านเกิดอิวาซากิ ยาทาโร่ |
2. บ้านเกิดอิวาซากิ ยาทาโร่

บ้านเกิดของอิวาซากิ ยาทาโร่ ผู้ก่อตั้งกลุ่มมิตซูบิชิ ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนาชานเมืองอากิ เป็นบ้านไม้หลังคามุงจากเรียบง่าย ต่างจากภาพบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เขาสร้างขึ้นอย่างสิ้นเชิง ในสวนมีหินที่ว่ากันว่าเขาจัดเรียงเป็นรูปเกาะญี่ปุ่นตั้งแต่วัยเยาว์ สะท้อนความฝันที่จะก้าวไปทั่วประเทศ เป็นจุดสั้นๆ แต่ได้เห็นจุดเริ่มต้นของตำนานธุรกิจญี่ปุ่น
ตัวบ้านชมได้จากภายนอกเท่านั้น เดินรอบรั้วดูหลังคามุงจากและมองเข้าไปที่สวนหินรูปเกาะญี่ปุ่น ใช้เวลาไม่นาน จากนั้นขับกลับเข้าย่านโดอิคะจูจู แวะคะจูฟุรุซาโตะคังเพื่อดูเรื่องราวของเมืองอากิ แล้วหามื้อกลางวันในเมือง ก่อนขับต่อไปทางถ้ำอิโอะคิโดและหมู่บ้านคิตะงาวะ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| เวลาถึงโดยประมาณ | ราว 11:35 น. |
| เวลาที่ใช้ | ราว 20 นาที |
| ค่าใช้จ่าย | ฟรี (ชมจากภายนอก) |
| เวลาทำการ | 9:00–16:30 น. |
| วันหยุด | วันจันทร์ (ถ้าตรงวันหยุดนักขัตฤกษ์ ปิดวันถัดไป) · ช่วงปีใหม่ · ปิดเมื่ออากาศแปรปรวน |
| ไปจุดถัดไป | 12:00 น. กลับเข้าย่านโดอิคะจูจู แวะคะจูฟุรุซาโตะคัง (廓中ふるさと館) แล้วหามื้อกลางวันในเมืองอากิ |
3. ถ้ำอิโอะคิโด (ตอนนี้ห้ามเข้า)

ถ้ำอิโอะคิโดคือถ้ำทะลุเล็กๆ ใกล้ชายฝั่งเมืองอากิ ผนังถ้ำและลำธารด้านในปกคลุมด้วยเฟิร์นหลายชนิดจนกลายเป็นอุโมงค์สีเขียว เป็นจุดที่คนชอบถ่ายรูปธรรมชาติตั้งใจแวะมา แต่ขณะนี้ถ้ำปิดห้ามเข้าชั่วคราวเพื่อตรวจความปลอดภัยและซ่อมบำรุง และยังไม่กำหนดวันเปิดอีกครั้ง
ในแผนเที่ยวตอนนี้ให้ข้ามจุดนี้แล้วขับไปสวนโมเนต์ที่หมู่บ้านคิตะงาวะเลย เวลาที่ได้คืนมาใช้เดินชมสวนโมเนต์ให้นานขึ้น หรือแวะพักริมทางระหว่างทางเข้าหุบเขา ถ้าถ้ำกลับมาเปิดแล้ว ควรใส่รองเท้าที่เปียกได้ เพราะทางเดินในถ้ำมีน้ำไหล และตรวจประกาศล่าสุดของเมืองอากิก่อนเดินทางทุกครั้ง
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| เวลาถึงโดยประมาณ | — (ข้ามจุดนี้ระหว่างปิด) |
| เวลาที่ใช้ | ปัจจุบันข้ามจุดนี้ |
| ค่าใช้จ่าย | ช่วงเปิดตามปกติเข้าฟรี |
| วันหยุด | ปิดห้ามเข้าถ้ำตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2026 · ยังไม่กำหนดวันเปิดอีกครั้ง |
| ไปจุดถัดไป | ราว 13:00 น. หลังมื้อกลางวันขับรถเข้าหุบเขาไปหมู่บ้านคิตะงาวะ |
4. สวนโมเนต์ มาร์มอตตอง หมู่บ้านคิตะงาวะ

สวนโมเนต์ มาร์มอตตองที่หมู่บ้านคิตะงาวะจำลองสวนของโคลด โมเนต์ที่ฌีแวร์นี ฝรั่งเศส มาไว้กลางหุบเขาโคจิ ไฮไลต์คือสระบัวกับสะพานโค้งสีเขียวที่เหมือนหลุดออกมาจากภาพวาดชุดดอกบัวอันโด่งดัง รอบๆ มีสวนดอกไม้ที่เปลี่ยนสีสันไปตามฤดู ทั้งสวนถูกดูแลอย่างละเอียดจนบรรยากาศสงบกว่าที่คิด แม้อยู่ลึกเข้าไปในหุบเขา
เริ่มเดินจากสวนดอกไม้ด้านหน้าก่อน แล้วค่อยไปสวนน้ำที่มีสระบัวและสะพานโค้ง ช่วงบัวบานในฤดูร้อนจะสวยเป็นพิเศษ ถ่ายรูปจากฝั่งตรงข้ามสะพานให้เห็นเงาสะท้อนในน้ำ ถ้าเหนื่อยแวะคาเฟ่ในสวนพักจิบเครื่องดื่ม แล้วขับรถไม่ไกลไปเข้าที่พักออนเซ็นคิตากาวะ ยุสุโนะยาโดะ ซึ่งบางฤดูมีบ่อแช่ส้มยูสุให้ผ่อนคลาย
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| เวลาถึงโดยประมาณ | ราว 13:45 น. (ขับรถจากอากิ) |
| เวลาที่ใช้ | ราว 2 ชั่วโมง |
| ค่าใช้จ่าย | ผู้ใหญ่ 1,000 เยน · ประถม–ม.ต้น 500 เยน · ต่ำกว่าประถมฟรี |
| เวลาทำการ | 9:00–17:00 น. (เข้าได้ถึง 16:30 น.) |
| วันหยุด | วันพุธที่ 1 และ 3 ของเดือน ช่วงมิถุนายน–ตุลาคม · ปิดฤดูหนาว 1 ธันวาคม–สิ้นกุมภาพันธ์ (ฤดู 2026–27 ปิดถึง 12 มีนาคม 2027) |
| ไปจุดถัดไป | 17:00 น. เข้าที่พักออนเซ็นคิตากาวะ ยุสุโนะยาโดะ (北川村温泉ゆずの宿) |
วันที่ 2 มุโรโตะ
ขับรถลงใต้ไปเมืองมุโรโตะ
5. มุโรโตะดอลฟินเซ็นเตอร์

มุโรโตะดอลฟินเซ็นเตอร์คือศูนย์เลี้ยงโลมาริมทะเลมุโรโตะ ที่โลมาว่ายอยู่ในบ่อน้ำทะเลริมฝั่งท่ามกลางวิวมหาสมุทร ที่นี่ไม่ได้เน้นโชว์ใหญ่แบบสวนสัตว์น้ำในเมือง แต่ให้ผู้มาเยือนได้ใกล้ชิดโลมาผ่านกิจกรรมหลายแบบ ตั้งแต่ให้อาหาร จับมือทักทาย ไปจนถึงลงว่ายน้ำด้วยกัน เหมาะสำหรับครอบครัวและคนรักสัตว์
มาให้ถึงตอนเปิดเพื่อดูตารางกิจกรรมของวันนั้นก่อน กิจกรรมบางรายการรับจำนวนจำกัดและควรจองล่วงหน้า ถ้าไม่ได้ลงน้ำ ลองกิจกรรมให้อาหารหรือสัมผัสโลมาจากขอบบ่อ ซึ่งใช้เวลาไม่นานแต่ได้ใกล้ชิดจริง เตรียมผ้าเช็ดตัวและเสื้อเปลี่ยนถ้าเลือกกิจกรรมที่อาจเปียก จากนั้นขับรถต่อไปกินมื้อกลางวันข้าวหน้าปลาคินเมะในเมืองมุโรโตะ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| เวลาถึงโดยประมาณ | 10:00 น. |
| เวลาที่ใช้ | ราว 1–1.5 ชั่วโมง |
| ค่าใช้จ่าย | ม.ต้นขึ้นไป 550 เยน · อายุ 4 ปี–ประถม 440 เยน · 3 ปีลงไปฟรี · กิจกรรมเสียเพิ่ม บางรายการควรจอง |
| เวลาทำการ | 10:00–17:00 น. (ปิดรับผู้เข้าชม 16:30 น.) |
| วันหยุด | วันพุธ ช่วงตุลาคม–มิถุนายน · อาจปิดตามสภาพอากาศหรือสภาพโลมา |
| ไปจุดถัดไป | ขับรถไปร้านอาหารในเมืองมุโรโตะเพื่อกินมื้อกลางวัน |
6. มื้อกลางวัน ข้าวหน้าปลาคินเมะได

มุโรโตะขึ้นชื่อเรื่องปลาคินเมะได ปลาทะเลลึกผิวสีแดงสดตาโตสีทอง เนื้อขาวนุ่มมันที่จับได้จากทะเลลึกนอกแหลมมุโรโตะ เมนูประจำเมืองคือ “มุโรโตะคินเมะด้ง” ข้าวหน้าปลาคินเมะเทริยากิที่หลายร้านในเมืองทำตามแบบของตัวเอง ร้านแนะนำคือเรียวเทย์คะเก็ตสึ ที่เสิร์ฟคู่กับซาชิมิปลาท้องถิ่น ทำให้ได้ชิมรสทะเลมุโรโตะครบในมื้อเดียว
สั่งคินเมะด้งเป็นหลัก ครึ่งแรกกินแบบข้าวหน้าตามปกติ แล้วค่อยลองซาชิมิที่มากับชุดเพื่อเทียบรสเนื้อปลาดิบกับปลาเทริยากิ ช่วงฤดูหนาวปลาคินเมะไดมันเป็นพิเศษ กินเสร็จแล้วแวะศูนย์อุทยานธรณีโลกมุโรโตะที่อยู่ระหว่างทาง ดูโมเดลและนิทรรศการว่าแหลมมุโรโตะเกิดจากการยกตัวของแผ่นดินอย่างไร ก่อนไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในโรงเรียนร้าง
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| เวลาถึงโดยประมาณ | 11:30 น. |
| เวลาที่ใช้ | ราว 1 ชั่วโมง |
| ไปจุดถัดไป | 12:40 น. แวะศูนย์อุทยานธรณีโลกมุโรโตะ (室戸世界ジオパークセンター เปิด 9:00–17:00 น.) แล้วขับต่อไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในโรงเรียนร้าง |
7. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในโรงเรียนร้าง มุโรโตะ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมุโรโตะคือโรงเรียนประถมเก่าที่ปิดไปแล้ว ถูกปรับเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโดยยังเก็บบรรยากาศโรงเรียนไว้ครบ ตู้ปลาวางอยู่ในห้องเรียน มีกระดานดำและโต๊ะเรียนเป็นฉาก ไฮไลต์คือสระว่ายน้ำกลางแจ้งของโรงเรียนที่ตอนนี้มีฉลามและเต่าทะเลว่ายอยู่ ความแปลกที่ผสมความคิดถึงวัยเรียนทำให้ที่นี่เป็นจุดที่คนพูดถึงมาก
เริ่มจากสระว่ายน้ำด้านนอกก่อน มองลงไปจากขอบสระจะเห็นฉลามว่ายผ่านใต้เส้นแบ่งลู่แบบเดิม แล้วเข้าไปเดินในอาคารเรียน ดูตู้ปลาในห้องเรียนและห้องวิทยาศาสตร์ อ่านป้ายอธิบายที่ทำเป็นสไตล์โรงเรียน ถ้าตรงเวลาให้อาหารปลาก็อย่าพลาด ร้านของที่ระลึกมีของน่ารักธีมโรงเรียน จากนั้นขับต่อไปปิดท้ายที่แหลมมุโรโตะ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| เวลาถึงโดยประมาณ | 13:30 น. |
| เวลาที่ใช้ | ราว 1 ชั่วโมง |
| ค่าใช้จ่าย | ม.ปลายขึ้นไป 600 เยน · ประถม–ม.ต้น 300 เยน · ต่ำกว่าประถมฟรี |
| เวลาทำการ | เมษายน–กันยายน 9:00–18:00 น. · ตุลาคม–มีนาคม 9:00–17:00 น. |
| วันหยุด | เปิดทุกวัน |
| ไปจุดถัดไป | ขับรถไปแหลมมุโรโตะ |
8. แหลมมุโรโตะ

แหลมมุโรโตะคือปลายแหลมทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะชิโกกุ ที่คลื่นแปซิฟิกซัดเข้าหาโขดหินรูปร่างแปลกตา ทั้งพื้นที่เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานธรณีโลกมุโรโตะ แนวหินเผยให้เห็นร่องรอยการยกตัวของแผ่นดินจากใต้ทะเล ริมทางเต็มไปด้วยพืชเขตร้อน และยังมีถ้ำที่เล่ากันว่าพระคูไคเคยบำเพ็ญเพียรตอนหนุ่ม เป็นจุดปิดท้ายทริปที่ให้ความรู้สึกถึงพลังธรรมชาติ
เดินตามทางเลียบโขดหินริมทะเลแบบสบายๆ มีป้ายอธิบายชนิดหินและพืชเป็นระยะ ไม่ต้องเดินจนสุดทาง เลือกช่วงที่ชอบแล้วนั่งฟังเสียงคลื่น ใส่รองเท้าที่ยึดเกาะดีเพราะหินบางจุดลื่น วันที่คลื่นลมแรงอย่าเข้าใกล้ขอบน้ำ ถ้ายังมีเวลาก่อนแสงหมด ขับขึ้นไปจุดชมวิวบนเนินเพื่อมองแหลมจากมุมสูง แล้วค่อยขับกลับเมืองโคจิหรือสนามบิน
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| เวลาถึงโดยประมาณ | 15:00 น. |
| เวลาที่ใช้ | ราว 1 ชั่วโมง |
| ค่าใช้จ่าย | เดินชมแหลมฟรี |
| วันหยุด | ไม่มีวันหยุด · บางทางเดินอาจปิดจากงานก่อสร้าง คลื่น หรือลม |
| ไปจุดถัดไป | กลับ: ขับรถกลับเมืองโคจิหรือสนามบินโคจิเรียวมะ |
สิ่งที่ควรเช็กก่อนเดินทาง
- ถ้ำอิโอะคิโด ปิดห้ามเข้าชั่วคราว เช็กประกาศของเมืองอากิก่อนไป
- สวนโมเนต์ ปิดหน้าหนาว 1 ธันวาคม–ปลายกุมภาพันธ์ (ฤดู 2026–27 ถึง 12 มีนาคม 2027) ถ้าไปช่วงนี้ให้สลับเป็นแหลมมุโรโตะนานขึ้น
- วันพุธ ดอลฟินเซ็นเตอร์ปิดช่วงตุลาคม–มิถุนายน และสวนโมเนต์ปิดวันพุธที่ 1 และ 3 ช่วงมิถุนายน–ตุลาคม
- วันจันทร์ บ้านเกิดอิวาซากิ ยาทาโร่ปิด
- ที่พัก ออนเซ็นคิตากาวะมีห้องจำกัด ควรจองล่วงหน้า
คำถามที่พบบ่อย
เที่ยวเส้นทางนี้โดยไม่เช่ารถได้ไหม
ยาก รถไฟโกเมน-นาฮาริวิ่งถึงอากิและนาฮาริ แต่สวนโมเนต์ ดอลฟินเซ็นเตอร์ และแหลมมุโรโตะต้องต่อรถบัสที่มีเที่ยวน้อย แนะนำให้เช่ารถ
ควรไปช่วงไหน
ช่วงที่สวนโมเนต์เปิด (ปกติมีนาคม–พฤศจิกายน ฤดูนี้เปิดอีกครั้ง 13 มีนาคม 2027) ถ้าอยากกินปลาคินเมะไดที่มันที่สุด คือธันวาคม–กุมภาพันธ์ แต่ช่วงนั้นสวนโมเนต์ปิด
ค่าเข้าชมรวมประมาณเท่าไร
ผู้ใหญ่ สวนโมเนต์ 1,000 เยน ดอลฟินเซ็นเตอร์ 550 เยน พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ 600 เยน รวมราว 2,150 เยน จุดอื่นเข้าฟรี ไม่รวมค่ารถเช่า น้ำมัน ที่พัก และอาหาร
ย่อเหลือ 1 วันได้ไหม
ได้ เลือกเฉพาะอากิ (โนระโดเค บ้านอิวาซากิ) กับสวนโมเนต์ หรือขับตรงไปแหลมมุโรโตะกับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ไม่ควรรวมทั้งหมดในวันเดียว
เส้นทางและบทความที่เกี่ยวข้อง
ดูที่เที่ยวอื่นๆ ใน จังหวัดโคจิ หรือ ที่เที่ยวทั้งหมด


























