มีเรื่องหนึ่งที่ต้องรู้ก่อนไป บริเวณแอ่งน้ำใต้น้ำตกปิดห้ามเข้าอยู่ในตอนนี้เพราะเสี่ยงหินร่วง แผนที่วางไว้ว่าจะไปยืนใต้น้ำตกจึงใช้ไม่ได้
ภาพปก: เนินเขาที่ปกคลุมด้วยมิตสึบะสึสึจิในสวนทากิซัง · ภาพ: เทศบาลเมืองฮิโนะ
ข้อมูลพื้นฐาน
| ข้อมูลสถานที่ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อภาษาไทย | สวนทากิซัง(滝山公園) |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Takisan Park |
| ชื่อภาษาญี่ปุ่น | 滝山公園(たきさんこうえん) |
| จังหวัด | ทตโตริ — อำเภอฮิโนะ เมืองฮิโนะ |
| ที่อยู่ภาษาญี่ปุ่น | 〒689-5135 鳥取県日野郡日野町中菅 |
| ที่อยู่ภาษาอังกฤษ | Nakasuge, Hino, Hino District, Tottori, Japan |
| ช่วงที่ดอกบาน | กลางถึงปลายเมษายน (มิตสึบะสึสึจิ) และซากุระในฤดูใบไม้ผลิ |
| น้ำตกริวโอ | อยู่ในเขตศาลเจ้าทากิซังกลางสวน |
| หมายเหตุเรื่องเวลา | เป็นสวนกลางแจ้ง ไม่มีประกาศเวลาเปิด-ปิดรวมไว้ |
| ข้อจำกัดปัจจุบัน | บริเวณแอ่งน้ำใต้น้ำตกห้ามเข้า เพราะเสี่ยงหินร่วง |
| ห้องน้ำ | มีที่ลานจอดรถ ปิดช่วงธันวาคมถึงต้นเมษายนเพื่อกันน้ำแข็ง |
| สถานีที่ใกล้ที่สุด | สถานีคุโรซากะ (黒坂) สาย JR ฮากุบิ — เดินราว 20 นาที ระยะ 2.0 กิโลเมตร |
| โทรศัพท์ | 0859-72-2101(สมาคมท่องเที่ยวเมืองฮิโนะ ในกองส่งเสริมอุตสาหกรรมของเทศบาล)/0859-72-0332・ภาษาญี่ปุ่น |
| เว็บไซต์ | เทศบาลเมืองฮิโนะ (ภาษาญี่ปุ่น)/สหพันธ์ท่องเที่ยวจังหวัดทตโตริ (ภาษาญี่ปุ่น) |
ค่าใช้จ่ายและการจอง
| ค่าเข้าชมและการจอง | ไม่มีประกาศเรื่องค่าเข้ารวมไว้ |
|---|
สวนทากิซังอยู่ในหมู่บ้านนาคาสุเงะ เมืองฮิโนะ ซึ่งเป็นเมืองในหุบเขาแม่น้ำฮิโนะทางฝั่งตะวันตกของจังหวัดทตโตริ ตัวสวนเป็นไหล่เขาที่มีทางเดิน ลำธาร ศาลเจ้า และน้ำตกอยู่ในบริเวณเดียวกัน จุดที่ต่างจากสถานที่ชมดอกไม้อื่น ๆ ในแถบนี้คือเดินจากสถานีรถไฟถึงได้ ไม่ต้องมีรถ
จุดเด่นและสิ่งที่ไม่ควรพลาด
น้ำตกผีในหนังสือของลาฟคาดิโอ เฮิร์น
ลาฟคาดิโอ เฮิร์น หรือโคอิซูมิ ยากูโมะ เป็นนักเขียนเชื้อสายกรีก-ไอริชที่มาตั้งรกรากในญี่ปุ่นปลายศตวรรษที่ 19 และเป็นคนที่ทำให้เรื่องผีพื้นบ้านญี่ปุ่นเป็นที่รู้จักในโลกภาษาอังกฤษ ในหนังสือ Kottō ของเขามีเรื่องหนึ่งชื่อน้ำตกผี และน้ำตกในเรื่องนั้นคือน้ำตกริวโอในเขตศาลเจ้าทากิซังแห่งนี้
ตำนานท้องถิ่นที่เป็นต้นเรื่องคือ ใครพาเด็กอายุสองขวบไปไหว้ที่น้ำตกนี้ เด็กจะกลับมาโดยไม่มีศีรษะ ในเรื่องของเฮิร์น คนงานโรงป่านท้าพนันกันว่าใครกล้าไปเอากล่องเงินของศาลเจ้าที่น้ำตกกลางดึกมาเป็นหลักฐาน หญิงชื่อโอกัตสึรับคำท้าและออกไปพร้อมลูกชายวัยสองขวบที่หลับอยู่บนหลัง เธอกลับมาพร้อมกล่องเงินจริง แต่ตอนที่คนช่วยกันแกะผ้าห่อออกดูที่ข้างกองไฟ สิ่งที่เหลืออยู่ไม่ครบ
รายละเอียดที่ทำให้เรื่องนี้ใกล้ตัวกว่าที่คิดคือ เฮิร์นเขียนชื่อหมู่บ้านไว้ในเรื่องว่าคุโรซากะ แคว้นโฮกิ และคุโรซากะคือชื่อสถานีรถไฟที่ต้องลงเพื่อมาที่สวนแห่งนี้
ถ้าอ่านเรื่องนี้มาก่อนแล้วมายืนตรงนี้ ความรู้สึกจะต่างออกไป น้ำตกอยู่ในเขตศาลเจ้า ไม่ใช่จุดชมวิวที่แยกออกมาต่างหาก เสียงน้ำกับความมืดของหุบเขาเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศที่เรื่องเล่าอาศัยอยู่ ข้อควรจำคือตอนนี้บริเวณแอ่งน้ำใต้น้ำตกปิด จึงเข้าไปใกล้ได้ไม่เท่าเดิม
สามหมื่นต้นย้อมทั้งภูเขาเป็นสีชมพู
ตัวเลข30,000 ต้นอธิบายได้ว่าทำไมที่นี่ถึงเป็นชื่อแรกที่คนในจังหวัดนึกถึงเวลาพูดถึงสึสึจิ ช่วงที่บานคือกลางถึงปลายเมษายน และสิ่งที่เห็นไม่ใช่แปลงดอกไม้ แต่เป็นไหล่เขาทั้งด้านที่เปลี่ยนสี ซากุระในสวนก็บานช่วงใกล้เคียงกัน ทำให้บางปีได้เห็นสองอย่างพร้อมกัน
เส้นทางในสวนเป็นทางเดินขึ้นเขา ไม่ใช่ทางราบ รองเท้าที่เดินทางดินและหินได้จึงจำเป็น และควรเผื่อว่าช่วงดอกบานเป็นช่วงที่คนท้องถิ่นมากันเยอะที่สุดของปี
ภูเขาลูกนี้เปลี่ยนสีปีละสองครั้ง
นอกจากสีชมพูในเดือนเมษายน ที่นี่ยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง และเป็นที่หนีร้อนริมลำธารในฤดูร้อน คนที่มาทตโตริช่วงพฤศจิกายนจึงไม่ต้องตัดที่นี่ออกจากแผน เพราะสิ่งที่ได้เห็นเป็นคนละภาพแต่คุณภาพเท่ากัน

วิธีเที่ยวและเวลาที่ควรเผื่อ
เผื่อเวลาราวหนึ่งถึงสองชั่วโมงสำหรับสวนนี้ เพราะไม่ใช่จุดที่มองจากลานจอดรถแล้วจบ ต้องเดินขึ้นไปตามไหล่เขา แวะศาลเจ้า และเดินไปทางน้ำตก ถ้ามาช่วงดอกบานให้เผื่ออีกเพราะคนเยอะและที่จอดรถจำกัด
ลำดับที่เดินได้สบายคือ เข้าทางลานจอดรถ ขึ้นไปดูไหล่เขาที่ดอกบานก่อนตอนแสงยังดี แล้วค่อยลงมาทางศาลเจ้าและน้ำตกซึ่งอยู่ในหุบที่ร่มกว่า ทางเป็นดินและหินธรรมชาติ ไม่ใช่ทางปูน
เรื่องห้องน้ำมีรายละเอียดที่ต้องดูปฏิทิน ห้องน้ำอยู่ที่ลานจอดรถ และปิดช่วงธันวาคมถึงต้นเมษายนเพื่อกันท่อแตกจากน้ำแข็ง แปลว่าถ้ามาดูใบไม้เปลี่ยนสีในพฤศจิกายนยังใช้ได้ แต่ถ้ามาต้นเมษายนก่อนดอกบานอาจยังไม่เปิด
อีกเรื่องคือแอ่งน้ำใต้น้ำตกปิดห้ามเข้าเพราะเสี่ยงหินร่วง สถานะนี้อาจเปลี่ยนได้ ควรเช็กหน้าเว็บของเทศบาลก่อนออกเดินทางถ้าตั้งใจมาเพื่อน้ำตกโดยเฉพาะ
การเดินทาง
สถานีคุโรซากะ (黒坂) บนสาย JR ฮากุบิ คือสถานีที่ต้องลง จากสถานีเดินราว 20 นาที ระยะทางราว 2 กิโลเมตร สาย JR ฮากุบิวิ่งระหว่างโยนาโกะกับโอกายามะ จึงเข้าถึงได้ทั้งจากฝั่งทะเลญี่ปุ่นและจากฝั่งเซโตะ
การเดินจากสถานีถึงได้เป็นข้อได้เปรียบที่สถานที่ชมดอกไม้ในชนบททตโตริส่วนใหญ่ไม่มี แต่รถไฟบนสายนี้ไม่ได้มาบ่อย ควรดูตารางเที่ยวกลับก่อนออกเดินจากสถานี ไม่ใช่ตอนเดินกลับมาถึงแล้ว
ถ้าขับรถเอง เส้นทางหลักคือทางหลวงหมายเลข 180 ที่เลียบแม่น้ำฮิโนะผ่านเมืองฮิโนะ และที่ตัวสวนมีลานจอดรถ
ให้คนขับหรือเจ้าหน้าที่ดูข้อความภาษาญี่ปุ่นนี้
日野町中菅の滝山公園(たきさんこうえん)までお願いします。
鳥取県日野郡日野町中菅
ความหมาย: ขอไปที่สวนทากิซัง หมู่บ้านนาคาสุเงะ เมืองฮิโนะ ห่างจากสถานีคุโรซากะราว 2 กิโลเมตร
สิ่งที่ควรเช็กก่อนเดินทาง
ข้อแรกคือสถานะของน้ำตก บริเวณแอ่งน้ำใต้น้ำตกปิดห้ามเข้าเพราะเสี่ยงหินร่วง ถ้าเป้าหมายหลักของทริปคือน้ำตก ควรเช็กหน้าเว็บของเทศบาลหรือโทรถามก่อน เพราะข้อจำกัดแบบนี้เปลี่ยนตามสภาพหน้างาน
ข้อสองคือห้องน้ำที่ลานจอดรถปิดตั้งแต่ธันวาคมถึงต้นเมษายน ช่วงนั้นควรจัดการที่สถานีคุโรซากะหรือก่อนออกจากที่พัก
ข้อสามคือเบอร์โทร 0859-72-2101 เป็นเบอร์ภาษาญี่ปุ่นและอยู่ในเวลาราชการของเทศบาล ถ้าไม่มีคนญี่ปุ่นช่วย ควรให้ที่พักหรือศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวโทรให้
ข้อสี่คือช่วงดอกบานกลางถึงปลายเมษายนเปลี่ยนตามอากาศของแต่ละปี ปีที่หนาวยาวอาจเลื่อนออกไปได้หลายวัน
สถานที่เที่ยวใกล้เคียง
ในเมืองฮิโนะเดียวกันมีศาลเจ้าคาโมจิ ซึ่งเป็นศาลเจ้าขอโชคลาภที่คนรู้จักทั่วประเทศ ขับขึ้นไปทางต้นน้ำอีกหน่อยถึงเมืองนิจินังซึ่งมีสวนคาเมยามะ ที่อาซาเลียบานหลังที่นี่ราวหนึ่งถึงสองสัปดาห์ ถ้าวางแผนดี สองที่นี้ต่อกันเป็นทริปตามดอกไม้ที่ไล่จากกลางเมษายนไปต้นพฤษภาคมได้พอดี
อีกอย่างที่เมืองนี้มีและไม่เกี่ยวกับดอกไม้เลยคือเป็ดแมนดาริน ฝูงเป็ดจะมาที่แม่น้ำฮิโนะราวเดือนตุลาคมและอยู่ถึงราวเดือนมีนาคม ช่วงที่มามากที่สุดนับได้เกิน 800 ตัว และมีกระท่อมสำหรับดูนกให้เข้าไปดูใกล้ ๆ เป็ดชนิดนี้เป็นนกประจำเมืองฮิโนะและนกประจำจังหวัดทตโตริ

ขับต่อไปทางเหนือตามแม่น้ำจะถึงเชิงเขาไดเซ็นและศาลเจ้าโอกามิยามะโอกุมิยะ ดูบทความท่องเที่ยวญี่ปุ่นอื่น ๆ สำหรับไอเดียทริปต่อ
























