เห็นคนตกปลาที่ท่าเรือ หรือเจอหอยตามชายหาด ไม่ได้แปลว่าเราตกหรือเก็บได้ทันที ในญี่ปุ่น กฎของทะเล แม่น้ำ บ่อตกปลา และพื้นที่ขุดหอยต่างกัน ทั้งเรื่องสิทธิ์เข้าพื้นที่ ชนิดสัตว์น้ำ เครื่องมือ ฤดูกาล และสิ่งที่นำกลับได้
ก่อนเริ่ม ให้ตอบให้ได้ว่า “ที่นี่ให้ทำอะไร ใช้อะไร และนำกลับได้เท่าไร” คู่มือนี้รวม 15 เรื่องสำหรับนักท่องเที่ยวไทย ตั้งแต่การเลือกกิจกรรมที่เหมาะกับมือใหม่ ไปจนถึงการเก็บเบ็ดและเอ็นกลับ โดยไม่ใช้กฎของจังหวัดหรือสถานที่หนึ่งแทนทั้งญี่ปุ่น
เช็กก่อนเริ่ม: กิจกรรมของเราอยู่กลุ่มไหน
| กิจกรรม | ต้องเช็กอะไร | อย่าเข้าใจผิดว่า |
|---|---|---|
| ตกปลาทะเลจากฝั่ง | จุดที่ให้เข้า ชนิดปลา เครื่องมือ และกฎท้องถิ่น | ท่าเรือทุกแห่งเป็นจุดตกปลาสาธารณะ |
| แม่น้ำและทะเลสาบ | เขต ชนิดปลา ฤดูกาล และบัตรอนุญาตตกปลา | จ่ายค่าจอดรถแล้วตกปลาได้ด้วย |
| บ่อตกปลาหรือกิจกรรมที่มีผู้ดูแล | รอบเวลา วิธีตก เบ็ดที่ใช้ และเงื่อนไขซื้อปลาหรือนำกลับ | จ่ายค่าเข้าแล้วตกได้ไม่จำกัดหรือปล่อยคืนได้ทุกตัว |
| ออกเรือตกปลา | ผู้ให้บริการที่จดทะเบียน รับผู้เดินทางชาวไทยหรือไม่ และวิธีตกที่ทำได้ | จองเรือแล้วใช้วิธีจับปลาใดก็ได้ |
| ขุดหอยช่วงน้ำลง | พื้นที่เปิดให้เก็บ ชนิด ขนาด ปริมาณ เครื่องมือ และประกาศความปลอดภัย | หอยที่เกิดตามธรรมชาติเป็นของฟรีเสมอ |
ก่อนจองและก่อนเหวี่ยงเบ็ด
1. เลือกพื้นที่ที่อนุญาต ไม่เดินตามคนอื่นผ่านรั้วหรือประตูปิด
ท่าเรือเป็นพื้นที่ทำงานของชาวประมง ส่วนเขื่อนกันคลื่นหรือพื้นที่ริมทะเลบางแห่งห้ามเข้าเพื่อความปลอดภัย การมีคนตกปลาอยู่แล้วไม่ยืนยันว่าถูกอนุญาต อ่านป้ายและถามผู้ดูแลก่อนเข้า ไม่ปีนรั้ว ยกเชือก หรือเดินอ้อมประตูปิด
ตัวอย่าง: เห็นจุดบนแผนที่ที่ถ่ายรูปสวย แต่พบป้าย 立入禁止 — ห้ามเข้า ให้เปลี่ยนจุด ไม่คิดว่าเข้าเพียงครึ่งชั่วโมงคงไม่เป็นไร สำหรับมือใหม่ เลือกสถานที่ที่เปิดให้ตกปลาหรือกิจกรรมมีผู้ดูแล และแจ้งว่าไม่เคยตกปลามาก่อน จะถามเรื่องอุปกรณ์และวิธีใช้พื้นที่ได้ชัดเจนกว่าเดินหาจุดเอง

2. นักท่องเที่ยวไทยตกปลาได้ในวิธีที่กฎหมายอนุญาต ไม่ใช่ใช้เครื่องมืออะไรก็ได้
การตกปลาเพื่อพักผ่อนของชาวต่างชาติอยู่ภายใต้ข้อกำหนดเฉพาะด้วย การใช้คันเบ็ดหรือสายเบ็ดจากฝั่งอยู่ในวิธีที่ยอมรับตามกฎหมายส่วนนี้ แต่ยังต้องผ่านเงื่อนไขพื้นที่ ชนิดสัตว์น้ำ ฤดูกาล และกฎท้องถิ่น ไม่ใช่ใบอนุญาตให้ตกทุกแห่ง
ตัวอย่าง: ไม่เปลี่ยนจากตกด้วยเบ็ดไปวางลอบหรืออวนเพราะเห็นชาวประมงทำ หากออกเรือ ให้แจ้งสัญชาติและวิธีที่อยากทำกับผู้ให้บริการที่จดทะเบียนก่อนจอง โดยเฉพาะ โทรลลิง หรือ trolling — การลากสายเบ็ดด้วยเรือที่เคลื่อนที่ ซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ ช่วงเวลา และเรือ อย่าถือว่าทัวร์รับจองเท่ากับทำได้ทุกวิธี
กรณีผู้พำนักถาวรหรือสถานะบางประเภทอาจมีข้อยกเว้นจากนิยาม “ชาวต่างชาติ” ในกฎหมายส่วนนี้ต่างจากนักท่องเที่ยว แต่กฎอนุรักษ์และกฎพื้นที่ยังต้องปฏิบัติตาม
3. แม่น้ำและทะเลสาบอาจต้องมีบัตรตกปลา ก่อนเริ่มต้องเช็กเขตและชนิดปลา
คำว่า 遊漁券 — บัตรอนุญาตตกปลาเพื่อสันทนาการ ไม่ใช่ตั๋วเข้าชมวิว ในพื้นที่ที่กำหนด ผู้ตกปลาต้องซื้อบัตรให้ตรงกับเขต ชนิดปลา วิธีตก และช่วงเวลาที่ระบุ เงินส่วนนี้เกี่ยวข้องกับการดูแลทรัพยากร เช่น ปล่อยลูกปลาและดูแลพื้นที่สืบพันธุ์
ตัวอย่าง: บัตรของแม่น้ำหนึ่งไม่ได้ใช้ได้ทุกสาขาหรือทุกทะเลสาบ ตรวจแผนที่เขตก่อนซื้อ บางบัตรดิจิทัลต้องแสดงหรือพิมพ์ตามเงื่อนไข เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจให้แสดงได้ ไม่เริ่มตกก่อนเพราะคิดว่าค่อยซื้อเมื่อถูกถาม และไม่สรุปว่าแม่น้ำที่ไม่มีคนเก็บเงินปลอดข้อกำหนด
4. อย่าเก็บหอย สาหร่าย หมึก หรือสัตว์เกาะติดเพียงเพราะเจอใกล้ตัว
漁業権 — สิทธิทำประมง คือสิทธิในกิจกรรมและสัตว์น้ำที่กำหนดในพื้นที่ ไม่ได้หมายความว่าคนทั่วไปตกปลาไม่ได้ทุกชนิด แต่การเก็บสัตว์หรือพืชที่อยู่ในสิทธินั้นโดยไม่มีสิทธิอาจเป็นการละเมิด เช่น หอยบางชนิด สาหร่าย กุ้งหรือหมึกที่กำหนด
ตัวอย่าง: มาตกปลาด้วยคันเบ็ด แล้วเห็นหอยซาซาเอะหรือหมึกตามโขดหิน อย่าเก็บใส่ถังเป็นของแถม การหยิบด้วยมือและนำกลับเพียงเล็กน้อยไม่ได้ทำให้ได้รับยกเว้น โดยเฉพาะหอยเป๋าฮื้อและปลิงทะเลมีข้อห้ามการจับเฉพาะสำหรับผู้ไม่มีสิทธิหรือใบอนุญาต ไม่เก็บเป็นที่ระลึก
5. เช็กชนิด ขนาด ฤดูกาล และจำนวน ไม่ดูแค่ว่า “วันนี้มีปลาให้ตก”
การที่เข้าพื้นที่ได้ไม่ได้ยืนยันว่าจับสัตว์ทุกชนิดได้ กฎอาจจำกัดช่วงสืบพันธุ์ ขนาดขั้นต่ำ ปริมาณ หรือวิธีจับ และแม่น้ำเดียวกันอาจแบ่งเขตย่อยต่างกัน ข้อจำกัดมีไว้เพื่อให้สัตว์น้ำเติบโตและมีรุ่นต่อไป
ตัวอย่าง: เห็นปลาแซลมอนในแม่น้ำ อย่าถือว่าตกได้เหมือนปลาชนิดอื่น เพราะการจับแซลมอนในแม่น้ำและน่านน้ำภายในตามกฎหมายนี้ถูกห้ามเป็นหลัก ยกเว้นกรณีที่ได้รับอนุญาตเฉพาะ หากไม่รู้จักชนิดที่จับได้ ให้ถามผู้ดูแลทันที ไม่ใส่รวมในถังแล้วค่อยแยกตอนกลับ และอย่าคิดว่าตั้งใจจะปล่อยคืนทำให้เลือกจับชนิดที่ห้ามได้
6. บ่อตกปลาอาจคิดเงินทุกตัวที่จับได้ ถามก่อนเริ่ม
สถานที่มีผู้ดูแลก็ไม่ได้ใช้กฎเดียวกัน บางคอร์สให้ตกแล้วซื้อปลาทุกตัว บางคอร์สให้นำกลับตามจำนวนที่รวมในบัตร และบางพื้นที่เน้นปล่อยคืน ต้องถามว่าค่าคันเบ็ด ค่าเหยื่อ ค่าปลา และค่าทำอาหารรวมอะไรบ้าง
ตัวอย่าง: Riverbase Shioze แยกคอร์สเหยื่อที่ต้องซื้อปลาทุกตัวและห้ามปล่อยคืน ออกจากคอร์สลัวร์ที่มีเงื่อนไขเบ็ดและจำนวนปลาให้นำกลับ อย่าตกต่อเพื่อถ่ายคลิปหลายตัวแล้วเลือกซื้อเพียงตัวใหญ่ ส่วนคำว่า barbless — เบ็ดไม่มีเงี่ยงย้อน หรือ single hook — เบ็ดปลายเดี่ยว เป็นเงื่อนไขอุปกรณ์ที่บางแห่งกำหนด ให้เจ้าหน้าที่ตรวจอุปกรณ์ก่อนใช้ ไม่ดัดแปลงเองตามการเดา

ขุดหอย: เปิดให้เก็บก็ยังมีขอบเขต
7. ใช้เครื่องมือที่อนุญาต ของที่ซื้อได้ไม่ได้แปลว่าใช้ได้ทุกหาด
潮干狩り — การขุดหรือเก็บหอยในช่วงน้ำลง เป็นกิจกรรมที่ต้องเช็กทั้งกฎพื้นที่และข้อจำกัดเครื่องมือ อย่านำอุปกรณ์ขนาดใหญ่ ตะแกรง อวน หรือลอบมาใช้เพราะคิดว่าจะเก็บง่ายกว่า
ตัวอย่าง: Umi no Koen ในโยโกฮามะไม่ให้ใช้เครื่องมือเก็บหอยกว้างเกิน 15 ซม. และอุปกรณ์คราดติดตาข่ายหรือโจเร็นใช้ไม่ได้แม้กว้างไม่เกิน 15 ซม. ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างของสถานที่ดังกล่าว ไม่ใช่เกณฑ์เดียวทั่วญี่ปุ่น หากไม่แน่ใจให้นำภาพอุปกรณ์ไปถามก่อนเดินทาง ไม่ใช้คำว่า “ไซซ์เล็ก” แทนการยืนยันว่าชนิดนั้นอนุญาต
8. วัดขนาดและจำกัดปริมาณ ไม่เก็บเต็มถังแล้วค่อยถาม
หอยตัวเล็กเป็นทรัพยากรสำหรับอนาคต พื้นที่เปิดให้เก็บจึงอาจกำหนดทั้งขนาดและปริมาณต่อคน เช่น Umi no Koen ห้ามเก็บหอยอาซาริที่ความยาวเปลือกไม่เกิน 2 ซม. และให้เก็บหอยได้คนละไม่เกิน 2 กก. ต่อครั้ง ไม่ใช่ 2 กก. ต่อถัง
ตัวอย่าง: กลุ่มสามคนแต่มีคนเก็บคนเดียว อย่าใช้จำนวนผู้ติดตามคูณโควตาเอง ให้ถามวิธีนับของสถานที่ เตรียมวิธีวัดและตรวจน้ำหนักก่อนเกินกำหนด หากมีคอร์สคิดค่าหอยส่วนเกิน ต้องถามก่อนเก็บ การยอมจ่ายเพิ่มไม่ได้ยกเลิกข้อห้ามชนิดหรือขนาด และความเป็นชายหาดที่เข้าฟรีไม่ได้ให้เก็บได้ไม่จำกัด

ระหว่างทำกิจกรรม: ไม่เสี่ยงและไม่รบกวนผู้อื่น
9. สวมเสื้อชูชีพให้ถูกและเลือกรองเท้าตามพื้นที่
ตกปลาริมน้ำก็มีโอกาสตกน้ำ ไม่จำเป็นต้องตั้งใจว่ายจึงจะต้องเตรียมเสื้อชูชีพ เลือกขนาดและชนิดให้เหมาะกับกิจกรรม รัดสายและซิปตามคำแนะนำ โดยการออกเรือให้ทำตามอุปกรณ์และข้อกำหนดของเรือนั้น รองเท้าต้องยึดเกาะดีและไม่หลุดง่าย
ตัวอย่าง: ไม่ยืนบนบล็อกกันคลื่นหรือพื้นที่เปียกที่ลื่นเพื่อให้เหวี่ยงไกลขึ้น และไม่คิดว่ารองเท้าชนิดเดียวเหมาะกับพื้นทุกรูปแบบ ก่อนเริ่มให้ดูทางขึ้นจากน้ำและจุดเรียกเจ้าหน้าที่ไว้ เด็กต้องมีผู้ใหญ่ดูแล ไม่ให้เดินเล่นด้านหลังคนเหวี่ยงเบ็ดหรือเฝ้าคันเบ็ดลำพัง

10. กำหนดเวลากลับตามน้ำและอากาศ ไม่ใช่ตามจำนวนที่อยากได้
น้ำลงจนเดินออกไปได้ ไม่ได้แปลว่าน้ำขึ้นแล้วจะเดินกลับทางเดิมทัน อ่านตารางน้ำของพื้นที่และคำแนะนำผู้ดูแล ก่อนออกไปไกลต้องรู้เส้นทางกลับ หากลม คลื่น น้ำในแม่น้ำ หรืออากาศเปลี่ยน ให้หยุดเร็วพอ ไม่รอให้ปลาตัวสุดท้ายติดเบ็ด
ตัวอย่าง: ได้ยินฟ้าร้องให้หยุดและไปที่ปลอดภัย ไม่ถือคันเบ็ดยาวอยู่กลางที่โล่ง ขณะขุดหอยให้คอยดูคนร่วมกลุ่ม โดยเฉพาะเด็ก ไม่เดินไกลตามคนอื่นโดยไม่รู้ว่าน้ำกำลังกลับขึ้น เมื่อมีสัญญาณสึนามิให้ออกจากชายฝั่งทันที รายละเอียดอยู่ใน คู่มือภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉิน และ กฎการเล่นน้ำทะเลและสระ
11. เว้นระยะก่อนเหวี่ยง ไม่แทรกหรือวางของจองพื้นที่เกินจำเป็น
เบ็ด ตะกั่ว และเหยื่อปลอมอาจทำให้คนอื่นบาดเจ็บ ตรวจทั้งด้านหลังและด้านข้างก่อนเหวี่ยง ไม่เหวี่ยงผ่านศีรษะคนเดิน ไม่วางคันเบ็ดพาดทางเดิน หรือยืนชิดจนสายพันกับคนข้าง ๆ
ตัวอย่าง: จุดที่อยากตกมีคนอยู่ ให้ทักถามและเว้นพื้นที่ให้พอ ไม่แทรกเข้าไปเพราะเห็นช่องว่างเล็ก ๆ และไม่กางเก้าอี้หรือถังหลายใบเพื่อจองแนวยาว ถ้ามีเจ้าหน้าที่จัดช่องหรือจำกัดจำนวนคัน ให้ใช้ตามนั้น ไม่ใช้คันเพิ่มโดยไม่แจ้ง

12. หลีกเรือ อวน และงานของชาวประมง รักษาความสงบของชุมชน
ท่าเรือที่อนุญาตให้ตกปลาได้ก็ยังเป็นที่ทำงาน อย่าเข้าใกล้เครื่องมือประมง ผูกเรือกับกระชัง หรือเหวี่ยงเบ็ดแถวเรือที่จอดและอวน หากเรือต้องผ่าน ให้เก็บสายตามความปลอดภัยและคำแนะนำ ไม่ให้เกี่ยวเรือหรืออุปกรณ์
ตัวอย่าง: รถต้องจอดจุดที่กำหนด ไม่ขวางทางรถขนปลา เช้าตรู่หรือกลางคืนให้พูดเบา ๆ ไม่เปิดเพลง หากผู้ทำงานขอทาง ให้ขยับของทันที ไม่อ้างว่ามาก่อนจึงมีสิทธิ์ยึดพื้นที่จนหมดวัน
13. เก็บเบ็ด เอ็น และเหยื่อเหลือกลับ ไม่ทิ้งไว้แม้ชิ้นเล็ก
เอ็นที่ดูบางอาจพันขานกหรือสัตว์อื่น ส่วนเบ็ดอาจแทงคนและสัตว์ รวมถึงไปติดเครื่องมือประมง เตรียมภาชนะสำหรับเอ็นและของแหลมโดยเฉพาะ ไม่ปล่อยเบ็ดเปลือยไว้ในถุงที่แทงทะลุได้ และไม่ใช้คำว่าอาหารปลาเป็นเหตุให้เทเหยื่อเหลือทั้งหมดลงน้ำ
ตัวอย่าง: ตัดเอ็นแล้วใส่ภาชนะปิดได้ทันที ไม่วางบนพื้นให้ลมพัดไป เก็บเหยื่อเหลือกลับตามวิธีของสถานที่ หากเบ็ดติดหรือปลาดิ้นขณะปลด ให้ขอผู้ดูแลช่วย ไม่ให้เด็กจับปลาหรือเบ็ดที่ยังไม่ปลอดภัยเพื่อถ่ายภาพ และไม่ลงน้ำไปเก็บอุปกรณ์ที่หลุด

เมื่อจับได้และก่อนกลับ
14. ตัดสินใจว่าจะปล่อยคืนหรือนำกลับตามกฎ ไม่ย้ายปลาไปอีกแหล่งน้ำ
ปลาที่ไม่เก็บและอนุญาตให้ปล่อยคืนควรได้รับการดูแลอย่างอ่อนโยน ไม่ทิ้งบนพื้นแห้งเพื่อถ่ายรูปนาน แต่บางกิจกรรมห้ามปล่อยปลาที่เก็บลงถังแล้วกลับบ่อ ต้องถามตั้งแต่ก่อนเริ่ม ส่วนชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่ถูกควบคุมอาจห้ามขนย้ายทั้งที่ยังมีชีวิต และบางจังหวัดห้ามปล่อยคืนด้วย
ตัวอย่าง: ไม่ใส่ปลาเป็น ๆ ในถังเพื่อเอาไปปล่อยที่แม่น้ำใกล้โรงแรมเพราะสงสาร หากไม่รู้ชนิด ให้ถามผู้ดูแลเรื่องวิธีจัดการ ไม่ใช้คำแนะนำ “ปล่อยทุกตัว” กับทุกสถานที่ และไม่โอนปลาให้เพื่อนเพื่อลดจำนวนที่ตนถือเกินเงื่อนไขโดยพลการ
15. จับได้ไม่ได้แปลว่ากินได้ และก่อนกลับต้องคืนพื้นที่ให้สะอาด
การอนุญาตให้เก็บกับความปลอดภัยในการกินเป็นคนละเรื่อง ก่อนขุดหอยให้ตรวจประกาศพิษในหอยและคำสั่งของพื้นที่ ไม่คิดว่าต้มแล้วปลอดภัยเสมอ เพราะพิษในหอยบางประเภททนความร้อน การแช่น้ำให้คายทรายก็ไม่ได้ยืนยันว่ากำจัดพิษแล้ว ส่วนปลาที่ไม่รู้จักอย่าปรุงหรือชิมจากการเดา
ตัวอย่าง: หากพื้นที่มีคำขอให้งดเก็บหอยเพื่อความปลอดภัย ให้เปลี่ยนเป็นเดินชม ไม่เอากลับเพราะคิดว่าจะต้มสุก ก่อนออกตรวจเศษเอ็น เบ็ด เหยื่อ และขยะ คืนอุปกรณ์เช่า และล้างเฉพาะจุดที่จัดให้ ไม่ทิ้งเศษปลาหรือหอยที่จุดล้างมือสาธารณะ การเช็กกฎก่อนเริ่มและเก็บพื้นที่ให้เรียบร้อยช่วยให้ชุมชนยังเปิดรับนักท่องเที่ยวคนต่อไปได้

คำญี่ปุ่นที่ช่วยอ่านป้ายและเงื่อนไข
- 釣り禁止
- ห้ามตกปลา แม้จะเข้าเดินชมบริเวณนั้นได้
- 立入禁止・関係者以外立入禁止
- ห้ามเข้า・เข้าได้เฉพาะผู้เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ทางผ่านไปจุดตกปลา
- 遊漁券・遊漁承認証
- บัตรหรือหลักฐานอนุญาตตกปลา ตรวจเขต ชนิดปลา และวันใช้
- 禁漁期間・禁漁区域
- ช่วงเวลาหรือพื้นที่ห้ามจับสัตว์น้ำ
- 採捕禁止
- ห้ามจับหรือเก็บ ดูชนิดสัตว์น้ำและพื้นที่ที่ป้ายกำหนด
- 持ち帰り制限
- จำกัดสิ่งที่นำกลับ เช็กจำนวน น้ำหนัก หรือขนาด
- リリース禁止
- ห้ามปล่อยคืน ถามวิธีจัดการก่อนเริ่มตก
- バーブレスフック
- เบ็ดไม่มีเงี่ยงย้อน ให้เจ้าหน้าที่ตรวจว่าตรงเงื่อนไขหรือไม่
แหล่งข้อมูลและเครดิตภาพ
- กรมประมงญี่ปุ่น: กฎการตกปลาเพื่อพักผ่อนของชาวต่างชาติ
- กรมประมงญี่ปุ่น: กฎพื้นฐานของกิจกรรมจับสัตว์น้ำเพื่อพักผ่อน
- กรมประมงญี่ปุ่น: กฎแม่น้ำ ทะเลสาบ และการจับแซลมอน
- กรมประมงญี่ปุ่น: ความหมายของสิทธิทำประมง
- คานางาวะ: สิทธิทำประมง เครื่องมือ และข้อห้ามจับสัตว์บางชนิด
- กระทรวงเกษตรฯ ญี่ปุ่น: บัตรตกปลาและมารยาทการตกปลาในลำธาร
- ไซตามะ: เหตุผลของค่าบัตรตกปลาและการดูแลทรัพยากร
- Riverbase Shioze: คอร์สเหยื่อ คอร์สลัวร์ การนำปลาออกและการปล่อยคืน
- Umi no Koen: เครื่องมือ ขนาด ปริมาณหอย และตารางน้ำ
- หน่วยยามฝั่งญี่ปุ่น: เสื้อชูชีพ รองเท้า และการติดต่อฉุกเฉิน
- หน่วยยามฝั่งญี่ปุ่น: อากาศ สุขภาพ แผนเดินทาง และพื้นที่ห้ามเข้า
- หน่วยยามฝั่งญี่ปุ่น: ระยะห่าง เรือ เครื่องมือประมง และชุมชน
- สำนักงานกิจการผู้บริโภค: อันตรายจากเบ็ดและการตกปลากับเด็ก
- นีงาตะ: ผลของเอ็นและเบ็ดที่ทิ้งต่อสัตว์ป่า
- กระทรวงสิ่งแวดล้อม: การขนย้ายและปล่อยคืนชนิดพันธุ์ต่างถิ่น
- คณะกรรมการความปลอดภัยอาหาร: พิษในหอยและอันตรายจากการปรุงปลาที่ไม่รู้จัก
- กระทรวงเกษตรฯ ญี่ปุ่น: พิษในหอยไม่หมดไปเพียงเพราะปรุงสุก
ภาพปกและภาพบ่อตกปลา: Ichigaya fishing pond โดย tomohisa suna, CC BY 2.0 ใช้ภาพขนาดย่อ 960 × 638 โดยไม่ครอปหรือปรับแต่ง เป็นภาพบรรยากาศที่อิจิงายะ ไม่ใช่ภาพของผู้ให้บริการที่ยกกฎมาเปรียบเทียบ ภาพที่ระบุ AI เป็นภาพจำลองอธิบายการกระทำ ไม่ใช่สถานที่หรือเหตุการณ์จริง












