สะพานโค้งและบ่อน้ำนันโกในสวนริตสึริน เมืองทาคามัตสึ

25 ที่เที่ยวคางาวะ|รวมสถานที่ห้ามพลาดทั้ง 5 พื้นที่

แชร์บทความนี้

FacebookXLINE

IG・Messenger: แชร์ผ่านแอป (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)

คางาวะคือจังหวัดที่เล็กที่สุดของญี่ปุ่น แต่ที่เที่ยวแน่นมาก ในวันเดียวไปได้ทั้งสวนญี่ปุ่นระดับประเทศ ปราสาทริมทะเล ศาลเจ้าบนเขาที่ต้องขึ้นบันไดหลายร้อยขั้น และเกาะศิลปะกลางทะเลเซโตะใน ที่สำคัญคือระยะทางสั้น รถไฟ JR และรถไฟโคโตเด็นพาไปได้หลายแห่งโดยไม่ต้องเช่ารถ

บทความนี้รวม 25 ที่เที่ยวคางาวะ แบ่งตาม 5 พื้นที่ บอกว่าแต่ละที่เด่นเรื่องอะไร ค่าเข้าเท่าไร และไปอย่างไร ที่ไหนมีบทความแยกจะมีลิงก์ให้อ่านต่อ ข้อมูล ณ กันยายน 2026

เนื้อหาในบทความย่อ −ดู +
  1. เลือกที่เที่ยวตามพื้นที่
  2. รอบเมืองทาคามัตสึ: สวน ปราสาท และเกาะศิลปะ
  3. เกาะโชโดชิมะและเทชิมะ: ทะเล หุบเขา และโชยุ
  4. คางาวะตอนกลาง: ศาลเจ้า ปราสาท และสะพานข้ามทะเล
  5. คางาวะตะวันออก: วัดสุดท้ายของเส้นทางแสวงบุญและสัตว์ทะเล
  6. คางาวะตะวันตก: หาดสะท้อนฟ้าและวิวทะเลเซโตะใน
  7. จัดเส้นทางตามจำนวนวัน
  8. คำถามที่พบบ่อย
  9. วางแผนเที่ยวคางาวะต่อ

เลือกที่เที่ยวตามพื้นที่

พื้นที่ที่เที่ยวเด่นเหมาะกับใครการเดินทางหลัก
รอบเมืองทาคามัตสึสวนริตสึริน สวนทามาโมะ เขายาชิมะ เกาะนาโอชิมะทริปแรก คนที่ไม่ขับรถ สายศิลปะรถไฟโคโตเด็น รถบัส และเรือจากท่าเรือทาคามัตสึ
เกาะโชโดชิมะและเทชิมะแองเจิลโรด หุบเขาคังคาเค โรงหมักโชยุ พิพิธภัณฑ์ศิลปะเทชิมะคนชอบทะเล เกาะ และอาหารท้องถิ่นเรือจากทาคามัตสึ แล้วต่อรถบัสหรือรถเช่า
คางาวะตอนกลางศาลเจ้าโคโตฮิระกู ปราสาทมารุกาเมะ วัดเซนสึจิ สะพานเซโตะโอฮาชิสายวัด ศาลเจ้า ปราสาท และครอบครัวJR สายโยซังและโดซัง หรือรถไฟโคโตเด็นสายโคโตฮิระ
คางาวะตะวันออกวัดโอคุโบจิ ศูนย์โลมาญี่ปุ่น สวนสัตว์ชิโรโทริครอบครัว ผู้แสวงบุญJR สายโคโทคุ และรถเช่า
คางาวะตะวันตกหาดจิจิบุงาฮามะ ภาพทรายเซนิกาตะ ภูเขาชิอุเดยามะสายถ่ายรูป วิวพระอาทิตย์ตกJR สายโยซัง แล้วต่อรถบัสหรือรถเช่า

รอบเมืองทาคามัตสึ: สวน ปราสาท และเกาะศิลปะ

1. สวนริตสึริน (Ritsurin Garden)

สะพานโค้งและบ่อน้ำนันโกในสวนริตสึริน เมืองทาคามัตสึ

สวนริตสึรินคือสวนญี่ปุ่นแบบเดินชมที่ตระกูลเจ้าเมืองทาคามัตสึสมัยเอโดะค่อย ๆ สร้างและต่อเติมมาเป็นเวลานาน จนได้รับการยกย่องเป็นสถานที่งดงามพิเศษระดับชาติ (特別名勝) เสน่ห์ที่หาไม่ได้จากสวนอื่นคือต้นสนจำนวนมากที่ตัดแต่งทรงเหมือนบอนไซขนาดยักษ์ ตั้งเรียงรายกับบ่อน้ำ เกาะกลางน้ำ และสะพานโค้ง โดยมีภูเขาชิอุนซังเป็นฉากหลัง เดินเลี้ยวไปมุมไหนก็ได้ภาพเหมือนภาพวาดญี่ปุ่นโบราณ

วิธีสนุกที่สุดคือนั่งเรือไม้พายรอบบ่อนันโกที่คนพายจะเล่าเรื่องสวนระหว่างทาง แล้วแวะร้านน้ำชาคิคุเก็ตสึเต (掬月亭) นั่งจิบมัทฉะกับขนมหวานมองบ่อน้ำในมุมเดียวกับที่เจ้าเมืองเคยนั่งชม ปลายพฤศจิกายนมีงานเปิดไฟชมใบไม้เปลี่ยนสีตอนกลางคืน เหมาะกับคนที่ชอบสวนญี่ปุ่น ชอบถ่ายรูป และอยากสัมผัสญี่ปุ่นแบบสงบ ๆ แนะนำให้มาช่วงเช้าที่แสงนุ่มและคนยังน้อย

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ปลายมีนาคม–ต้นเมษายน (ซากุระ)
  • ปลายพฤศจิกายน (ใบไม้เปลี่ยนสี เปิดไฟกลางคืน 20–29 พฤศจิกายน 2026)
  • ช่วงเช้าคนน้อย
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 500 เยน
  • เด็ก 170 เยน
  • เรือไม้พายรอบบ่อ 850 เยน (ราว 30 นาที)
  • ชุดมัทฉะกับขนมที่คิคุเก็ตสึเต 800 เยน
เวลาทำการ
  • ราวพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก เปลี่ยนตามเดือน
  • ตุลาคม 6:00–17:30 น.
วันหยุด

เปิดทุกวัน

เวลาที่ควรเผื่อ

60–90 นาที

การเดินทาง

จากสถานีโคโตเด็นทาคามัตสึจิกโกะ นั่งรถไฟโคโตเด็นสายโคโตฮิระ (200 เยน) ลงสถานีริตสึรินโคเอ็น แล้วเดินต่ออีกไม่ไกล

แผนที่Google Maps

2. สวนทามาโมะ ซากปราสาททาคามัตสึ (Tamamo Park)

สะพานซายาบาชิและคูน้ำชั้นในมองจากลานชมวิวฐานหอคอย

ซากปราสาททาคามัตสึเป็นปราสาทริมทะเลที่ดึงน้ำทะเลจากทะเลเซโตะในเข้ามาเป็นคูเมือง จึงถูกนับเป็นหนึ่งในสามปราสาทน้ำที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ความพิเศษที่หาดูที่อื่นได้ยากคือในคูน้ำมีปลาไททะเลว่ายอยู่จริง ๆ ภายในสวนทามาโมะยังมีป้อมเก่า กำแพงหิน และสวนญี่ปุ่นให้เดินเล่น เป็นมุมประวัติศาสตร์ที่อยู่ห่างจากสถานีรถไฟเพียงไม่กี่นาที

กิจกรรมที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ชอบคือซื้ออาหารปลาแล้วโยนลงคู ปลาไทจะว่ายมารุมกันจนน้ำกระเพื่อม ถ้าอยากเห็นกำแพงหินจากมุมต่ำให้ลองนั่งเรือรอบคูน้ำ ที่นี่อยู่ติดสถานีทาคามัตสึและท่าเรือ จึงเหมาะเป็นจุดแรกหลังลงรถไฟ หรือแวะก่อนขึ้นเรือไปเกาะ ช่วงซากุระลานซากุระโนะบาบะในสวนก็สวยมาก เหมาะกับคนที่ชอบปราสาทและครอบครัวที่มีเด็ก

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ปลายมีนาคม–ต้นเมษายน (ซากุระ)
  • เที่ยวได้ตลอดปี
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 300 เยน
  • อายุต่ำกว่า 18 ปีฟรี
  • อาหารปลาไท 100 เยน
  • เรือรอบคู
    ผู้ใหญ่ 500 เยน
    เด็ก
    5 ขวบขึ้นไป 300 เยน
  • ไม่ต้องจอง
เวลาทำการ
  • ประตูตะวันออก เมษายน–กันยายน 7:00–18:00 น.
  • ตุลาคม–มีนาคม 8:30–17:00 น.
  • ประตูตะวันตกเวลาเปลี่ยนทุกเดือน
วันหยุด

29–31 ธันวาคม

เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 1 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • เดินจากสถานี JR ทาคามัตสึราว 5 นาที
  • จากสถานีโคโตเด็นทาคามัตสึจิกโกะราว 2 นาที
แผนที่Google Maps

3. เขายาชิมะ (Yashima)

วิวอ่าวดันโนะอุระและทะเลเซโตะในจากจุดชมวิวดังโกเรบนยอดเขายาชิมะ

ยาชิมะเป็นภูเขายอดแบนที่มองจากเมืองแล้วเหมือนหลังคาบ้านวางอยู่ริมทะเล และเป็นสนามรบ “ศึกยาชิมะ” ปี 1185 ระหว่างตระกูลเก็นจิกับเฮเกะที่คนญี่ปุ่นรู้จักกันดี บนยอดมีวัดยาชิมะจิ วัดที่ 84 ของเส้นทางแสวงบุญชิโกกุ และอาคารชมวิวยาชิมารุที่ออกแบบเป็นทางเดินโค้งยาว เปิดมุมมองกว้างไปยังทะเลเซโตะใน หมู่เกาะ และเมืองทาคามัตสึ

เวลาที่ดีที่สุดคือช่วงบ่ายแก่ถึงพระอาทิตย์ตก เดินไหว้วัดยาชิมะจิก่อน แล้วไปรอแสงสีส้มที่จุดชมวิว ก่อนดูไฟเมืองทาคามัตสึค่อย ๆ สว่างตอนค่ำ ในคืนวันศุกร์ เสาร์ และคืนก่อนวันหยุด ยาชิมารุเปิดถึงค่ำ จึงดูวิวกลางคืนต่อได้สบาย เหมาะกับคนที่ชอบวิว ถ่ายรูป และประวัติศาสตร์ ถ้าจะเที่ยวพิพิธภัณฑ์ชิโกกุมุระที่ตีนเขาด้วย ลองดูพาสรถไฟโคโตเด็นที่รวมรถบัสขึ้นเขาไว้แล้ว

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ช่วงพระอาทิตย์ตกและคืนวันศุกร์–เสาร์
  • ปลายพฤศจิกายน (ใบไม้เปลี่ยนสี)
ค่าเข้าชมและการจอง
  • เดินบนเขาและเข้าอาคารยาชิมารุฟรี
  • ภาพวาดพาโนรามาในยาชิมารุ 1,000 เยน (ม.ต้นลงมาฟรี)
  • ห้องเก็บสมบัติวัดยาชิมะจิ
    ผู้ใหญ่ 500 เยน
  • ไม่ต้องจอง
เวลาทำการ
  • ยาชิมารุ 9:00–17:00 น.
  • วันศุกร์ เสาร์ และวันก่อนวันหยุดนักขัตฤกษ์ถึง 21:00 น.
วันหยุด
  • ยาชิมารุปิดวันอังคาร (ถ้าตรงวันหยุดนักขัตฤกษ์ ปิดวันทำการถัดไป)
การเดินทาง
  • จากสถานี JR ทาคามัตสึ นั่ง JR สายโคโทคุราว 16 นาทีถึงสถานียาชิมะ
    ต่อรถบัสชัตเทิลขึ้นเขาราว 18 นาที (ผู้ใหญ่ 200 เยน)
  • หรือจากสถานีโคโตเด็นยาชิมะ ใช้รถบัสคันเดียวกันราว 10 นาที
แผนที่Google Maps

4. พิพิธภัณฑ์ชิโกกุมุระ (Shikoku Mura Museum)

พิพิธภัณฑ์ชิโกกุมุระ ทาคามัตสึ

ชิโกกุมุระคือพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ตีนเขายาชิมะ รวบรวมบ้านเก่าและอาคารประวัติศาสตร์ราว 33 หลังจากทั่วเกาะชิโกกุ มาปลูกใหม่บนเนินเขาพื้นที่ราว 5 หมื่นตารางเมตร เดินตามทางหินขึ้นลงเนินจะผ่านบ้านชาวนามุงหลังคาจาก โกดังเก่า และสะพานเถาวัลย์ที่ต้องค่อย ๆ ก้าวข้าม ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในหมู่บ้านญี่ปุ่นยุคก่อนจริง ๆ

นอกจากบ้านเก่า ด้านบนเนินยังมีแกลเลอรีที่ทาดาโอะ อันโดะออกแบบ เป็นอาคารคอนกรีตเรียบ ๆ ที่ตัดกับบ้านไม้และป่ารอบตัวได้อย่างน่าสนใจ ทางเดินค่อนข้างชันและเป็นหิน ควรใส่รองเท้าที่เดินสบายและเผื่อเวลาเดินช้า ๆ ถ้าจะเที่ยวเขายาชิมะในวันเดียวกัน พาสรถไฟโคโตเด็นแบบรวมรถบัสขึ้นเขาและค่าเข้าชิโกกุมุระช่วยให้คุ้มขึ้น เหมาะกับคนที่ชอบสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นโบราณ ชอบถ่ายรูป และอยากหลบจากจุดที่คนพลุกพล่าน

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 1,600 เยน (ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2026 ปรับเป็น 2,200 เยน)
  • นักศึกษามหาวิทยาลัย 1,000 เยน
  • ม.ต้น–ม.ปลาย 600 เยน
  • ประถมลงมาฟรี
  • พาสโคโตเด็นยาชิมะ ชิโกกุมุระ ชิโดเซ็น (やしま四国村・志度線パス) 2,500 เยน รวมค่าเข้าแล้ว
เวลาทำการ

9:30–17:00 น. (รับเข้าถึง 16:30 น.)

วันหยุด
  • วันอังคาร (ถ้าตรงวันหยุดนักขัตฤกษ์ ปิดวันถัดไป)
การเดินทาง
  • เดินจากสถานีโคโตเด็นยาชิมะราว 5 นาที
  • ขับรถจาก Takamatsu-chuo IC ราว 15 นาที
แผนที่Google Maps

5. เกาะนาโอชิมะและพิพิธภัณฑ์ศิลปะชิจู (Naoshima)

ภูมิทัศน์ชายฝั่งและชุมชนบนเกาะนาโอชิมะ คางาวะ

นาโอชิมะคือเกาะเล็ก ๆ ในทะเลเซโตะในที่กลายเป็นเกาะศิลปะร่วมสมัยซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลก พิพิธภัณฑ์ งานศิลปะกลางแจ้ง และบ้านเก่าที่ถูกเปลี่ยนเป็นงานศิลปะกระจายอยู่ทั่วเกาะ ไฮไลต์คือพิพิธภัณฑ์ศิลปะชิจู (地中美術館) ที่ทาดาโอะ อันโดะออกแบบให้ฝังอยู่ใต้ดิน ใช้แสงธรรมชาติส่องภาพดอกบัวของโมเนต์ ส่วนฟักทองลายจุดของยาโยอิ คุซามะริมทะเลก็เป็นภาพจำของเกาะที่ใครมาก็ต้องถ่ายรูป

หัวใจของการเที่ยวนาโอชิมะคือวางแผนจากเวลาตั๋ว ให้จองพิพิธภัณฑ์ที่ต้องระบุรอบเวลาก่อน แล้วค่อยจัดรถบัสประจำเกาะ จักรยาน และมื้ออาหารรอบช่วงนั้น จักรยานไฟฟ้าช่วยได้มากเพราะเกาะมีเนินหลายช่วง ถ้ามีเวลาควรค้างบนเกาะสักคืนเพื่อไม่ต้องเร่งให้ทันเรือเที่ยวสุดท้าย เหมาะกับคนรักศิลปะและสถาปัตยกรรม และคนที่อยากเที่ยวเกาะแบบช้า ๆ

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • งานศิลปะกลางแจ้งบางจุดชมฟรี
  • พิพิธภัณฑ์ศิลปะชิจู
    วันธรรมดา 2,500 เยน จองออนไลน์ตามรอบเวลา
  • เรือเฟอร์รีจากทาคามัตสึ 680 เยน
  • เรือเร็ว 1,590 เยน
เวลาทำการ
  • พิพิธภัณฑ์ศิลปะชิจู 10:00–17:00 น.
  • สถานที่อื่นเวลาแตกต่างกัน
วันหยุด
  • พิพิธภัณฑ์ศิลปะชิจูปิดวันจันทร์
  • สถานที่อื่นมีวันหยุดประจำแตกต่างกัน
เวลาที่ควรเผื่อ
  • อย่างน้อย 1 วันเต็ม
  • ค้าง 1 คืนจะเที่ยวได้สบายกว่า
การเดินทาง

จากท่าเรือทาคามัตสึ นั่งเรือเฟอร์รีราว 50 นาที หรือเรือเร็วราว 30 นาทีถึงท่าเรือมิยาโนะอุระ แล้วต่อรถบัสประจำเกาะหรือจักรยาน

แผนที่Google Maps

6. โรงเรียนอุด้งนากาโนะ (Nakano Udon School)

ลงมือนวดและตัดเส้นอุด้งที่โรงเรียนอุด้งนากาโนะ

อุด้งซานุกิคืออาหารประจำจังหวัดคางาวะ จนจังหวัดตั้งชื่อเล่นให้ตัวเองว่า “จังหวัดอุด้ง” และที่โรงเรียนอุด้งนากาโนะ คุณจะได้เป็นคนทำเส้นเองตั้งแต่ต้น ตั้งแต่นวดแป้ง เหยียบแป้งให้เหนียวนุ่ม รีดเป็นแผ่น ไปจนถึงตัดเส้นด้วยมีดใหญ่ตามที่ผู้สอนบอกทีละขั้น ก่อนนำเส้นฝีมือตัวเองไปต้มกินที่ร้านหรือห่อกลับ

กิจกรรมนี้เป็นการลงมือทำจริงทั้งหมด ไม่ต้องมีพื้นฐานทำอาหารมาก่อน ช่วงเหยียบแป้งมักเป็นช่วงที่ทั้งกลุ่มหัวเราะกันมากที่สุด เส้นที่ได้อาจหนาบางไม่เท่ากัน แต่รสชาติของเส้นที่ทำเองนั้นพิเศษกว่าที่ร้านไหน ๆ ควรจองล่วงหน้า และถ้าวางแผนไปศาลเจ้าโคโตฮิระกูอยู่แล้ว ก็มีสาขาโคโตฮิระให้เลือกด้วย เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก กลุ่มเพื่อน และคนที่อยากได้ประสบการณ์มากกว่าแค่กินอุด้ง

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • 2–14 คน คนละ 1,760 เยน
  • 15 คนขึ้นไป คนละ 1,650 เยน
  • แนะนำให้จองล่วงหน้า
เวลาทำการ

สาขาทาคามัตสึ เริ่มกิจกรรมราว 9:30–14:30 น. ตามรอบที่ว่าง

เวลาที่ควรเผื่อ
  • ทำแล้วห่อกลับราว 40–50 นาที
  • ทำและกินที่ร้านราว 90 นาที
การเดินทาง
  • จากสถานี JR ทาคามัตสึ นั่งรถบัสราว 25 นาทีลงป้าย Koto Chugakko-mae เดินราว 1 นาที
  • แท็กซี่จากสถานี JR ทาคามัตสึราว 25 นาที
แผนที่Google Maps

เกาะโชโดชิมะและเทชิมะ: ทะเล หุบเขา และโชยุ

7. พิพิธภัณฑ์ศิลปะเทชิมะ (Teshima Art Museum)

สถาปัตยกรรมและพื้นที่งานของพิพิธภัณฑ์ศิลปะเทชิมะ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเทชิมะเป็นผลงานร่วมกันของสถาปนิกริวเอะ นิชิซาวะกับศิลปินเรอิ ไนโต อาคารคอนกรีตสีขาวทรงหยดน้ำวางตัวต่ำอยู่บนเนินนาขั้นบันไดริมทะเลของเกาะเทชิมะ ข้างในไม่มีเสาแม้แต่ต้นเดียว มีเพียงช่องเปิดบนเพดานที่ปล่อยให้ลม แสง และเสียงธรรมชาติเข้ามา ขณะที่หยดน้ำเล็ก ๆ ค่อย ๆ ผุดขึ้นจากพื้นแล้วไหลรวมกันตลอดทั้งวัน

ที่นี่ไม่ได้มีภาพให้ดูบนผนัง แต่ชวนให้นั่งลงเงียบ ๆ แล้วสังเกตน้ำ แสง และลมที่เปลี่ยนไปทุกนาที ยิ่งอยู่นานยิ่งรู้สึกถึงความสงบ ก่อนเข้าชมจะได้เดินผ่านทางเดินเล็ก ๆ ที่มองเห็นทะเลและนาขั้นบันได ควรมาถึงก่อนเวลาจองสักพัก และวางเที่ยวเรือขากลับไว้ก่อนเข้า เหมาะกับคนรักศิลปะและสถาปัตยกรรม รวมถึงคนที่อยากได้ช่วงเวลาสงบ ๆ ระหว่างเที่ยวเกาะ

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ตั๋วออนไลน์ 1,800 เยน
  • หน้างาน 2,000 เยน (วันที่ตั๋วออนไลน์ขายหมดจะไม่มีขายหน้างาน)
  • อายุไม่เกิน 15 ปีฟรี
  • จองออนไลน์ตามรอบเวลา
เวลาทำการ
  • มีนาคม–กันยายน 10:00–17:00 น. (เข้าสุดท้าย 16:30 น.)
  • ตุลาคม–กุมภาพันธ์ 10:00–16:00 น. (เข้าสุดท้าย 15:30 น.)
วันหยุด
  • มีนาคม–พฤศจิกายน
  • ปิดวันอังคาร
  • ธันวาคม–กุมภาพันธ์
  • ปิดวันอังคาร–พฤหัสบดี (มีข้อยกเว้น ตรวจปฏิทินก่อนไป)
เวลาที่ควรเผื่อ
  • 90–120 นาที
  • มาถึงก่อนเวลาจอง 20–30 นาที
การเดินทาง

จากท่าเรืออิเอะอุระบนเกาะเทชิมะ นั่งรถบัสราว 15 นาทีลงป้าย Museum-mae

แผนที่Google Maps

8. แองเจิลโรด (Angel Road)

ทางทรายแองเจิลโรดที่โผล่ขึ้นตอนน้ำลง เกาะโชโดชิมะ

แองเจิลโรด หรือ “ทางเดินของนางฟ้า” (天使の散歩道) คือทางทรายที่โผล่ขึ้นมากลางทะเลเฉพาะช่วงน้ำลง วันละ 2 ครั้ง เชื่อมฝั่งเกาะโชโดชิมะกับเกาะเล็กตรงข้าม เมื่อน้ำขึ้นทางเส้นนี้จะหายไปใต้ทะเลอีกครั้ง มีความเชื่อว่าถ้าได้เดินข้ามพร้อมจับมือคนสำคัญ คำอธิษฐานจะเป็นจริง ที่นี่จึงเป็นจุดยอดนิยมของคู่รักและครอบครัว

เดินข้ามทางทรายแล้วอย่าลืมขึ้นเนินใกล้ ๆ ไปยังจุดชมวิว “ยาคุโซกุโนะโอกะ” (約束の丘展望台) ที่มีระฆังให้ลั่นขอพร จากตรงนั้นจะเห็นทางทรายโค้งกลางทะเลได้ทั้งเส้น ก่อนไปต้องเช็กตารางน้ำขึ้นน้ำลงของวันนั้น และเผื่อเวลาเดินกลับก่อนน้ำขึ้น ช่วงเย็นแสงอาทิตย์สะท้อนผิวน้ำสวยเป็นพิเศษ เหมาะกับคู่รัก ครอบครัว และคนที่ชอบถ่ายรูปทะเล

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ช่วงน้ำลง วันละ 2 ครั้ง (ดูตารางน้ำขึ้นน้ำลงของวันนั้นก่อนไป)

ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี

การเดินทาง
  • จากท่าเรือโทโนโช นั่งรถบัสราว 10 นาที
  • เรือจากทาคามัตสึถึงท่าเรือโทโนโช เฟอร์รีราว 60 นาที เรือเร็วราว 35 นาที
แผนที่Google Maps

9. หุบเขาคังคาเค (Kankakei)

หุบเขาและหินภูเขาคังคาเค

หุบเขาคังคาเคเกิดจากหินภูเขาไฟที่ถูกกัดเซาะมาเป็นเวลายาวนาน จนกลายเป็นหน้าผาและยอดหินรูปร่างแปลกตาเรียงซ้อนกันกลางเกาะโชโดชิมะ และได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งใน 3 หุบเขาที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น ไฮไลต์คือกระเช้าลอยฟ้าที่เคลื่อนผ่านหน้าผาหินในระยะใกล้ ขณะที่ด้านล่างมองเห็นทะเลเซโตะในและหมู่เกาะอยู่ไกลออกไป

ถ้ามีเวลาแนะนำให้นั่งกระเช้าเที่ยวเดียว แล้วเดินเส้นทางธรรมชาติอีกขาเพื่อชมหน้าผาในมุมใกล้ บนยอดมีจุดชมวิวที่มองเห็นทะเลได้กว้าง เดือนพฤศจิกายนช่วงใบไม้แดงเป็นช่วงที่สวยและคนเยอะที่สุด ควรมาถึงแต่เช้า ส่วนกลางถึงปลายเมษายนซากุระภูเขาบานช้ากว่าที่อื่น เหมาะกับคนที่ชอบธรรมชาติ วิวภูเขา และการถ่ายรูปจากมุมสูง

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ต้น–ปลายพฤศจิกายน (ใบไม้เปลี่ยนสี)
  • กลาง–ปลายเมษายน (ซากุระภูเขา)
ค่าเข้าชมและการจอง
  • จุดชมวิวและทางเดินฟรี
  • กระเช้าไป–กลับ
    ผู้ใหญ่ 2,340 เยน
  • เดือนพฤศจิกายน 2,700 เยน
เวลาทำการ
  • กระเช้าโดยทั่วไป 8:30–17:00 น.
  • 21 ตุลาคม–30 พฤศจิกายน 8:00–17:00 น.
วันหยุด

โดยทั่วไปไม่ปิด ยกเว้นวันซ่อมบำรุงหรืออากาศไม่ดี

เวลาที่ควรเผื่อ
  • ราว 90 นาที (กระเช้าและจุดชมวิว)
  • 3–4 ชั่วโมงถ้าเดินเส้นทางธรรมชาติ
การเดินทาง
  • จากท่าเรือหลักบนเกาะโชโดชิมะ ขับรถราว 30–40 นาทีถึงสถานีกระเช้าโคอุน (こううん駅)
  • ช่วงฤดูกาลมีรถบัสจากท่าเรือคุซาคาเบะ
แผนที่Google Maps

10. หมู่บ้านภาพยนตร์ยี่สิบสี่ดวงตา (Twenty-Four Eyes Movie Village)

หมู่บ้านภาพยนตร์ยี่สิบสี่ดวงตา เกาะโชโดชิมะ

หมู่บ้านภาพยนตร์ยี่สิบสี่ดวงตาคือฉากกลางแจ้งที่สร้างขึ้นสำหรับภาพยนตร์ “ยี่สิบสี่ดวงตา” (二十四の瞳) เรื่องราวของครูสาวกับนักเรียน 12 คนบนเกาะโชโดชิมะ พื้นที่ราว 10,000 ตารางเมตรริมทะเลจำลองหมู่บ้านญี่ปุ่นยุคต้นโชวะไว้อย่างครบถ้วน ทั้งโรงเรียนไม้ บ้านชาวประมง และร้านค้าเก่า เดินเข้าไปแล้วเหมือนย้อนเวลากลับไปเกือบร้อยปี

นอกจากเดินถ่ายรูปในห้องเรียนไม้และตรอกริมทะเล ยังมีโรงภาพยนตร์โชจิคุซะ แกลเลอรีภาพยนตร์ญี่ปุ่น และร้านอาหารที่เสิร์ฟชุดอาหารกลางวันแบบโรงเรียนสมัยก่อน ถ้าอยากได้รูปสวย ลองเช่าชุดผ้าคาสุริแล้วเดินถ่ายริมทะเล ควรมาช่วงเปิดใหม่ ๆ ที่คนยังน้อย เหมาะกับคนที่ชอบภาพยนตร์ บรรยากาศย้อนยุค และครอบครัว

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 850–1,000 เยน
  • นักเรียนประถม 430–500 เยน (ราคาตามฤดูกาล)
  • เด็กเล็กฟรี
เวลาทำการ

9:00–17:00 น.

วันหยุด

เปิดทุกวันตลอดปี

เวลาที่ควรเผื่อ
  • อย่างน้อย 60 นาที
  • 1.5–2.5 ชั่วโมงถ้าชมภาพยนตร์หรือกินอาหาร
การเดินทาง
  • จากท่าเรือโทโนโช นั่งรถบัสสายทาโนอุระราว 1 ชั่วโมงถึงป้ายสุดท้าย
  • ขับรถจากท่าเรือซากาเตะราว 25 นาที หรือท่าเรืออิเคดะราว 35 นาที
แผนที่Google Maps

11. ย่านฮิชิโอะโนะซาโตะ เมืองโชยุ (Hishio no Sato)

อาคารพิพิธภัณฑ์โชยุมารุคิน บนเกาะโชโดชิมะ

เกาะโชโดชิมะทำโชยุมาราว 400 ปี และย่านฮิชิโอะโนะซาโตะคือหัวใจของประวัติศาสตร์นั้น ตามถนนแคบ ๆ ยังมีโรงหมักโชยุเก่าเรียงราย เดินไปทางไหนก็ได้กลิ่นโชยุหอมลอยมาตามลม บางโรงยังหมักโชยุในถังไม้ขนาดใหญ่แบบดั้งเดิม เช่นยามาโรกุโชยุที่ใช้ถังไม้อายุกว่า 150 ปี และเปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียเงิน

เริ่มที่พิพิธภัณฑ์โชยุมารุคิน ดูเครื่องมือทำโชยุสมัยก่อนและขั้นตอนการหมัก ถ้ามาทันรอบกิจกรรมคั้นโมโรมิจะได้ลองคั้นโชยุดิบด้วยตัวเอง จากนั้นลองซอฟต์ครีมรสโชยุที่หวานเค็มลงตัว แล้วเดินต่อไปดูถังไม้เก่าที่ยามาโรกุโชยุในระยะใกล้ อย่าลืมเลือกโชยุขวดเล็กเป็นของฝาก เหมาะกับสายอาหาร คนชอบของฝาก และคนที่อยากเห็นวิถีการทำโชยุแบบดั้งเดิม

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • พิพิธภัณฑ์โชยุมารุคิน
    ผู้ใหญ่และ
    ม.ต้นขึ้นไป 500 เยน
  • ประถม 250 เยน
  • เด็กเล็กฟรี
  • กิจกรรมคั้นโมโรมิรอบ 10:00 น. และ 14:00 น. ไม่ต้องจอง
  • ยามาโรกุโชยุเข้าชมฟรี
เวลาทำการ
  • พิพิธภัณฑ์โชยุมารุคิน 9:00–16:00 น.
  • 20 กรกฎาคม–31 สิงหาคม และ 16 ตุลาคม–30 พฤศจิกายน ถึง 16:30 น.
วันหยุด

พิพิธภัณฑ์โชยุมารุคินหยุดไม่แน่นอน ปีละไม่กี่วัน

เวลาที่ควรเผื่อ
  • พิพิธภัณฑ์ราว 30 นาที
  • รวมร้านของฝากและซอฟต์ครีม 45 นาที–1 ชั่วโมง
การเดินทาง
  • จากท่าเรือซากาเตะ นั่งรถบัสโอลีฟบัสสายซากาเตะราว 6 นาทีลงป้ายมารุคินมาเอะ
  • เรือจากท่าเรือทาคามัตสึถึงท่าเรือซากาเตะราว 75 นาที
แผนที่Google Maps

12. สวนมะกอกโชโดชิมะ (Shodoshima Olive Garden)

ไร่มะกอกริมทะเลที่สวนมะกอกโชโดชิมะ

โชโดชิมะเป็นแหล่งปลูกมะกอกที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น และสวนมะกอกโชโดชิมะ (小豆島オリーブ園) คือสวนที่เล่าเรื่องจุดเริ่มต้นนั้น ในสวนมีต้นมะกอกที่ปลูกไว้ตั้งแต่ยุคแรก รวมถึงกลุ่มต้นมะกอกเก่าที่ปลูกราวปี 1917 ทางเดินใต้ร่มใบมะกอกสีเงินบนเนินที่หันหน้าสู่ทะเลเซโตะใน ให้บรรยากาศชวนนึกถึงชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน

เดินรอบสวนใช้เวลาไม่นาน ระหว่างทางมีประติมากรรมให้ถ่ายรูป จากนั้นแวะร้านค้าเลือกน้ำมันมะกอกและผลิตภัณฑ์จากมะกอก แล้วลองอาหารกับไอศกรีมรสมะกอกที่หาทานได้ไม่บ่อย เข้าชมฟรีจึงแวะได้ง่ายระหว่างเที่ยวรอบเกาะ และจับคู่กับย่านโชยุฮิชิโอะโนะซาโตะที่อยู่ในเส้นทางรถบัสสายเดียวกันได้ เหมาะกับครอบครัว คนชอบถ่ายรูปธรรมชาติ และคนที่อยากได้ของฝากขึ้นชื่อของโชโดชิมะ

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี

เวลาทำการ

8:30–17:00 น.

วันหยุด

เปิดทุกวันตลอดปี

เวลาที่ควรเผื่อ
  • ทางเดินรอบสวน 15–20 นาที
  • รวมร้านค้าและร้านอาหารอย่างน้อย 40 นาที
การเดินทาง
  • นั่งรถบัสโอลีฟบัสสายซากาเตะลงป้ายโอลีฟกาโอกะ
  • ขับรถจากท่าเรืออิเคดะราว 10 นาที ท่าเรือซากาเตะราว 15 นาที ท่าเรือโทโนโชราว 20 นาที
แผนที่Google Maps

คางาวะตอนกลาง: ศาลเจ้า ปราสาท และสะพานข้ามทะเล

13. ศาลเจ้าโคโตฮิระกู (Kotohira-gu)

สถาปัตยกรรมไม้ของศาลเจ้าโคโตฮิระกู คางาวะ

ศาลเจ้าโคโตฮิระกู หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกอย่างเอ็นดูว่า “คนปิระซัง” คือศาลเจ้าของเทพผู้คุ้มครองการเดินเรือ ที่ชาวเรือและผู้คนทั่วญี่ปุ่นเดินทางมาสักการะกันมาแต่โบราณ สิ่งที่ทำให้ที่นี่เป็นตำนานคือบันไดหินยาวขึ้นภูเขาโซซุ ต้องเดิน 785 ขั้นจากปากทางถึงศาลหลัก และถ้าไปต่อถึงศาลชั้นในจะรวมเป็น 1,368 ขั้น

ช่วงแรกของบันไดมีร้านของฝาก ร้านขนม และร้านอุด้งเรียงรายสองข้างทาง แนะนำให้เดินช้า ๆ พักตามลานเป็นระยะ พอถึงศาลหลักจะมีลานชมวิวที่มองเห็นที่ราบซานุกิกว้างไกล ถ้ายังมีแรงก็เดินต่อไปศาลชั้นในอีก 583 ขั้น ควรใส่รองเท้าที่เดินสบายและเริ่มเดินช่วงเช้าก่อนอากาศร้อน เหมาะกับคนที่สนใจวัฒนธรรมญี่ปุ่นและไม่กลัวการเดินขึ้นบันได

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ต้นเมษายน (ซากุระ)
  • กลางพฤศจิกายน–ต้นธันวาคม (ใบไม้เปลี่ยนสี)
  • ช่วงเช้าอากาศเย็นกว่า
ค่าเข้าชมและการจอง
  • สักการะฟรี
  • ห้องเก็บสมบัติและโอโมเตะโชอิน แห่งละ 800 เยน
  • หอศิลป์ทาคาฮาชิ ยูอิจิ 500 เยน (ราคา
    ผู้ใหญ่)
เวลาทำการ
  • ประตูเปิด 6:00–18:00 น.
  • อาคารศิลปะ 9:00–17:00 น. (เข้าถึง 16:30 น.)
วันหยุด
  • พื้นที่สักการะเปิดทุกวัน
  • อาคารศิลปะอาจปิดชั่วคราว
เวลาที่ควรเผื่อ
  • ขึ้นลงศาลหลัก 2–3 ชั่วโมง
  • ไปศาลชั้นในเผื่อเวลาเพิ่ม
การเดินทาง

เดินจากสถานีโคโตเด็นโคโตฮิระราว 15 นาที หรือสถานี JR โคโตฮิระราว 20 นาทีถึงปากทางบันได

แผนที่Google Maps

14. ปราสาทมารุกาเมะ (Marugame Castle)

หอคอยและกำแพงหินของปราสาทมารุกาเมะในคางาวะ

ปราสาทมารุกาเมะเป็น 1 ใน 12 ปราสาทของญี่ปุ่นที่หอคอยหลักยังเป็นของดั้งเดิม ไม่ใช่ของสร้างใหม่ หอคอยอาจดูเล็ก แต่สิ่งที่ทำให้ที่นี่โดดเด่นคือกำแพงหินที่ซ้อนกันหลายชั้นจากตีนเนินขึ้นไปถึงยอด สูงรวมราว 60 เมตร เส้นโค้งของกำแพงที่ลาดขึ้นแล้วตั้งชันตอนบนดูสง่างามจากทุกมุม

ทางขึ้นเนินปราสาทค่อนข้างชัน แต่ระหว่างทางจะได้เห็นกำแพงหินในระยะใกล้ พอถึงลานฮมมารุด้านบนจะเห็นวิวเมืองมารุกาเมะ ทะเลเซโตะใน และภูเขาซานุกิฟูจิ ภายในหอคอยเป็นโครงไม้เก่าและบันไดชันแบบปราสาทจริง ช่วงต้นเมษายนซากุระราว 1,000 ต้นบานรอบกำแพงหินและมีเปิดไฟยามค่ำ เหมาะกับคนที่ชอบปราสาท ประวัติศาสตร์ และการถ่ายรูปกำแพงหินมุมกว้าง

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ต้นเมษายน (ซากุระ ช่วงเทศกาลเปิดไฟถึง 21:00 น.)

ค่าเข้าชมและการจอง
  • หอคอย
    ผู้ใหญ่ 400 เยน
  • ม.ต้นลงมาฟรี
  • เดินในพื้นที่ปราสาทฟรี
เวลาทำการ

หอคอย 9:00–16:30 น.

วันหยุด
  • หอคอยโดยทั่วไปไม่ปิด
  • อาจปิดจากสภาพอากาศหรือกิจกรรม
เวลาที่ควรเผื่อ

1.5–2.5 ชั่วโมง

การเดินทาง

เดินจากสถานี JR มารุกาเมะราว 10–15 นาที

แผนที่Google Maps

15. วัดเซนสึจิ (Zentsuji Temple)

เจดีย์ห้าชั้นของวัดเซนสึจิ จังหวัดคางาวะ

วัดเซนสึจิเป็นวัดที่ 75 ของเส้นทางแสวงบุญชิโกกุ 88 วัด และเป็นสถานที่ที่เชื่อกันว่าท่านโคโบไดชิ (คูไค) ผู้ก่อตั้งนิกายชิงงอนถือกำเนิด จึงเป็นวัดที่มีความหมายพิเศษสำหรับผู้แสวงบุญ เขตวัดกว้างขวาง แบ่งเป็นฝั่งตะวันออกที่มีอุโบสถและเจดีย์ห้าชั้นสูงสง่า กับฝั่งตะวันตกที่มีหอมิเอโดะซึ่งสร้างไว้ตรงบริเวณที่ท่านเกิด

ประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดคือ “ไคดันเมกุริ” เดินในทางเดินใต้หอมิเอโดะที่มืดสนิทจนมองไม่เห็นมือตัวเอง ใช้มือลูบผนังเดินไปช้า ๆ พร้อมตั้งจิตอธิษฐาน เป็นเวลาไม่กี่นาทีที่ชวนให้ใจสงบลงอย่างน่าประหลาด ตั๋วเดียวกันยังเข้าชมห้องเก็บสมบัติของวัดได้ด้วย เหมาะกับคนที่สนใจพุทธศาสนาญี่ปุ่น ผู้แสวงบุญ และคนที่อยากได้ประสบการณ์แปลกใหม่ ควรเผื่อเวลาเดินให้ครบทั้งสองฝั่ง

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • เดินในเขตวัดฟรี
  • ไคดันเมกุริรวมห้องเก็บสมบัติ
    ผู้ใหญ่ 700 เยน
  • ประถม–ม.ปลาย 300 เยน
เวลาทำการ
  • อุโบสถ 7:00–17:00 น.
  • หอมิเอโดะตั้งแต่พิธีสวดเช้าถึง 17:00 น.
วันหยุด

เปิดทุกวัน

การเดินทาง
  • เดินจากสถานี JR เซนสึจิราว 20 นาที
  • ขับรถจาก Zentsuji IC ราว 10 นาที
แผนที่Google Maps

16. สวนอนุสรณ์สะพานเซโตะโอฮาชิ (Seto Ohashi Memorial Park)

สวนอนุสรณ์สะพานเซโตะโอฮาชิ

สวนอนุสรณ์สะพานเซโตะโอฮาชิตั้งอยู่ริมทะเลตรงเชิงสะพานเซโตะโอฮาชิ สะพานสองชั้นที่ให้ทั้งรถยนต์และรถไฟวิ่งข้ามทะเล เชื่อมเกาะชิโกกุกับเกาะฮนชู จากสนามหญ้ากว้างในสวนจะเห็นโครงสะพานเหล็กทอดยาวข้ามหมู่เกาะเล็ก ๆ ไปจนสุดสายตา เป็นมุมถ่ายรูปสะพานยอดนิยมที่เห็นความยิ่งใหญ่ของงานวิศวกรรมได้เต็มตา

ในสวนมีพิพิธภัณฑ์สะพานเซโตะโอฮาชิที่เล่าเรื่องการสร้างสะพานให้ชมฟรี มีพื้นที่ให้เด็กวิ่งเล่น และใกล้กันยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะฮิงาชิยามะ ไคอิ เซโตะอุจิ ให้แวะต่อ ช่วงเย็นลองนั่งริมทะเลดูเรือแล่นผ่านช่องแคบพร้อมแสงอาทิตย์ตก เหมาะกับครอบครัว คนที่ชอบสะพานและวิศวกรรม และคนที่อยากพักผ่อนริมทะเลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี (สวนและพิพิธภัณฑ์สะพาน)

เวลาทำการ

พิพิธภัณฑ์สะพาน 9:00–17:00 น.

วันหยุด
  • พิพิธภัณฑ์สะพานปิดวันจันทร์
  • พื้นที่สวนไม่มีวันหยุดประจำ
การเดินทาง
  • จากสถานี JR ซากาอิเดะ นั่งรถบัสเทศบาลสายที่มุ่งหน้าไปเซอิ (瀬居行き) ราว 18 นาที
    ลงป้ายหน้าสวน
  • แท็กซี่ราว 15 นาที
แผนที่Google Maps

17. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชิโกกุ (Shikoku Aquarium)

ฝูงปลาในตู้วาตัตสึมิของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชิโกกุ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชิโกกุตั้งอยู่ริมทะเลเมืองอุทาซุ และตั้งใจเล่าเรื่องสายน้ำทั้งหมดของเกาะชิโกกุ ตั้งแต่ทะเลเซโตะในที่สงบ ลำธารบนภูเขา แม่น้ำชิมันโตะที่ใสสะอาด ไปจนถึงทะเลเปิดฝั่งแปซิฟิก เดินจากโซนหนึ่งไปอีกโซนจึงเหมือนได้เดินทางรอบเกาะชิโกกุผ่านโลกใต้น้ำ ไฮไลต์คือตู้ขนาดใหญ่ “วาตัตสึมิ” ที่หลายคนยืนดูได้นานโดยไม่รู้ตัว

เมื่อเข้าไปแล้วควรเช็กตารางกิจกรรมก่อน เช่นรอบให้อาหารและกิจกรรมบนดาดฟ้าที่มีทะเลเซโตะในเป็นฉากหลัง แล้วค่อยวางเส้นทางเดินตามรอบนั้น พิพิธภัณฑ์อยู่ติดกับโกลด์ทาวเวอร์ จึงเที่ยวคู่กันได้ในครึ่งวัน และเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับวันที่ฝนตก เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก คนรักสัตว์น้ำ และคนที่ชอบการจัดแสดงสวย ๆ ให้ถ่ายรูป

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 2,600 เยน
  • นักเรียนประถม–ม.ต้น 1,400 เยน
  • เด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป 700 เยน
  • ต่ำกว่า 3 ปีฟรี
เวลาทำการ
  • 9:00–18:00 น. (เข้าสุดท้าย 17:30 น.)
  • บางฤดูเปิดนานขึ้น
วันหยุด
  • โดยทั่วไปเปิดทุกวัน
  • มีวันปิดบำรุงรักษาในฤดูหนาว
เวลาที่ควรเผื่อ

2–3 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • เดินจากสถานี JR อุทาซุราว 12 นาที
  • ขับรถจาก Sakaide IC ราว 10 นาที
แผนที่Google Maps

18. โกลด์ทาวเวอร์ (Gold Tower)

โกลด์ทาวเวอร์เปิดไฟสีเขียวยามค่ำคืน

โกลด์ทาวเวอร์คือหอคอยสีทองสูง 158 เมตรริมทะเลเมืองอุทาซุ มองเห็นแต่ไกลเหมือนแท่งทองคำตั้งอยู่ริมฝั่ง ชั้นชมวิวที่ความสูง 119 เมตรถูกเปลี่ยนเป็น “SORAKIN” อควาเรียมปลาทองลอยฟ้า ตู้ปลาทองหลากสายพันธุ์ตั้งเรียงอยู่ข้างหน้าต่างกระจกที่มองออกไปเห็นทะเลเซโตะในและสะพานเซโตะโอฮาชิ เป็นการผสมวิวสูงกับปลาทองที่ไม่ค่อยเห็นที่ไหน

ช่วงที่แนะนำคือเย็นถึงค่ำของวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดที่เปิดถึงดึก จะได้เห็นทั้งแสงพระอาทิตย์ตกและไฟเมืองจากมุมสูง ส่วนตัวหอคอยตอนกลางคืนจะเปลี่ยนสีไฟตามพยากรณ์อากาศของวันรุ่งขึ้น ลองสังเกตก่อนกลับที่พัก ชั้น 1 มีโซนเกมและร้านของฝากที่เข้าได้โดยไม่เสียค่าเข้า เหมาะกับคู่รัก ครอบครัว และคนที่เที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชิโกกุที่อยู่ติดกัน

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

เย็นถึงค่ำวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

ค่าเข้าชมและการจอง
  • SORAKIN
    ผู้ใหญ่และ
    ม.ต้นขึ้นไป 1,500 เยน
  • อายุ 1 ขวบถึงประถม 1,000 เยน
  • ชั้น 1 เข้าฟรี
  • ไม่ต้องจอง
เวลาทำการ
  • วันธรรมดา 10:00–18:00 น. (เข้าถึง 17:30 น.)
  • เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10:00–22:00 น. (เข้าถึง 21:30 น.)
วันหยุด
  • เปิดทุกวัน
  • อาจปิดในวันซ่อมบำรุงประจำปี
เวลาที่ควรเผื่อ
  • 45 นาที–1 ชั่วโมง
  • เที่ยวคู่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชิโกกุเผื่อครึ่งวัน
การเดินทาง

เดินจากสถานี JR อุทาซุราว 12 นาที หรือแท็กซี่ราว 4 นาที

แผนที่Google Maps

19. สวนแห่งชาติซานุกิมันโนะ (Sanuki Manno Park)

ไฟประดับฤดูหนาวที่สวนซานุกิมันโนะ

สวนแห่งชาติซานุกิมันโนะเป็นสวนขนาดใหญ่กลางหุบเขาข้างอ่างเก็บน้ำมันโนะอิเกะ ทางใต้ของจังหวัด พื้นที่กว้างจนเดินได้ทั้งวัน แต่ละฤดูมีทุ่งดอกไม้ผลัดกันบาน จากดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิ ทุ่งดอกไม้ฤดูร้อน ไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ส่วนฤดูหนาวมักมีงานประดับไฟ ทำให้มีเหตุผลให้กลับมาได้ทุกฤดู

เพราะสวนกว้างมาก การเช่าจักรยานช่วยให้เที่ยวได้ทั่วโดยไม่เหนื่อย สนามหญ้าผืนใหญ่เหมาะกับการปูเสื่อปิกนิก ส่วนเด็ก ๆ มีเครื่องเล่นและพื้นที่วิ่งเล่นกลางแจ้งให้สนุกได้เต็มที่ ควรเช็กวันเปิดก่อนไปเพราะส่วนใหญ่ปิดวันอังคาร และถ้าไม่ได้ขับรถ ต้องเผื่อเวลาเดินจากป้ายรถบัสค่อนข้างไกล เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก คนชอบดอกไม้ และคนที่ขับรถเที่ยว

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วงตามทุ่งดอกไม้แต่ละช่วง
  • ฤดูหนาวมักมีงานประดับไฟ
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 450 เยน
  • อายุ 65 ปีขึ้นไป 210 เยน
  • ม.ต้นลงมาฟรี
เวลาทำการ
  • มีนาคม–19 กรกฎาคม และกันยายน–ตุลาคม 9:30–17:00 น.
  • 20 กรกฎาคม–สิงหาคม 9:30–18:00 น.
  • พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ 9:30–16:30 น.
วันหยุด
  • ส่วนใหญ่ปิดวันอังคาร (บางฤดูเปิด)
  • ปิดช่วงปลายปีและช่วงบำรุงรักษาเดือนมกราคม
การเดินทาง
  • จากสถานี JR โคโตฮิระหรือโคโตเด็นโคโตฮิระ นั่งรถบัสราว 16 นาทีลงป้ายมันโนโคเอ็นกุจิ แล้วเดินราว 30 นาที
  • ขับรถจาก Zentsuji IC หรือ Mima IC
แผนที่Google Maps

คางาวะตะวันออก: วัดสุดท้ายของเส้นทางแสวงบุญและสัตว์ทะเล

20. วัดโอคุโบจิ (Okuboji Temple)

ศาลหลักและต้นไม้ของวัดโอคุโบจิ

วัดโอคุโบจิคือวัดที่ 88 วัดสุดท้ายของเส้นทางแสวงบุญชิโกกุ ตั้งอยู่ในหุบเขาทางใต้ของเมืองซานุกิ ผู้แสวงบุญที่เดินครบทั้ง 88 วัดจะมาถึงที่นี่เพื่อ “เคจิกัน” หรือสำเร็จการแสวงบุญ และนำไม้เท้าที่ใช้ค้ำตัวมาตลอดทางมาถวายไว้ที่วัด บรรยากาศท่ามกลางป่าเขาจึงเต็มไปด้วยความรู้สึกของการเดินทางไกลที่สิ้นสุดลง

แม้ไม่ได้เดินแสวงบุญก็มาสัมผัสบรรยากาศได้ ลองนั่งพักในเขตวัดแล้วสังเกตผู้แสวงบุญในชุดขาวที่เพิ่งเดินมาถึงปลายทาง ช่วงกลางพฤศจิกายนต้นเมเปิลแดงและแปะก๊วยเหลืองรอบวัดเปลี่ยนสีพร้อมกันสวยมาก ถนนเข้าวัดเป็นทางภูเขา การขับรถสะดวกที่สุด หรือใช้รถบัสชุมชนของเมืองซานุกิที่จอดหน้าวัด เหมาะกับคนที่สนใจวัฒนธรรมการแสวงบุญ และคนที่ชอบวัดเงียบ ๆ ในภูเขา

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

กลางพฤศจิกายน (ใบไม้เปลี่ยนสี)

ค่าเข้าชมและการจอง

สักการะฟรี

การเดินทาง
  • ขับรถจากสถานีโคโตเด็นนางาโอะราว 30 นาที
  • จาก Shido IC ราว 40 นาที
  • มีรถบัสชุมชนเมืองซานุกิจอดหน้าวัด
แผนที่Google Maps

21. ศูนย์โลมาญี่ปุ่น (Japan Dolphin Center)

กิจกรรมชมและสัมผัสโลมาที่ศูนย์โลมาญี่ปุ่น

ศูนย์โลมาญี่ปุ่นตั้งอยู่ริมอ่าวธรรมชาติในเมืองซานุกิทางตะวันออกของคางาวะ โลมาที่นี่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทะเลที่กั้นไว้ในอ่าว ไม่ใช่สระว่ายน้ำ จึงได้เห็นโลมาว่ายเล่นในน้ำทะเลจริงอย่างใกล้ชิด และได้ใกล้ชิดโลมามากกว่าการนั่งดูโชว์จากอัฒจันทร์ไกล ๆ

จุดเด่นคือเลือกโปรแกรมได้ตามความกล้า ตั้งแต่ยืนดูจากริมอ่าว ให้อาหาร สัมผัสตัวโลมา ไปจนถึงลงว่ายน้ำไปพร้อมกัน โปรแกรมให้อาหารหรือสัมผัสใช้เวลาไม่นานและเหมาะกับเด็ก ส่วนโปรแกรมลงน้ำควรจองล่วงหน้าและเผื่อเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้า มาถึงก่อนเวลานัดสักพักเพื่อเช็กอิน เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก คนรักสัตว์ และคนที่อยากได้ประสบการณ์ใกล้ชิดโลมาจริง ๆ

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • เข้าชม
    ผู้ใหญ่ 660 เยน
  • อายุ 4–12 ปี 500 เยน
  • ให้อาหารหรือสัมผัส 770 เยน
  • โปรแกรมอื่นราคาและเงื่อนไขแยก
เวลาทำการ

โดยทั่วไป 10:00–17:00 น. (เปลี่ยนตามฤดูกาล)

วันหยุด
  • พฤศจิกายน–มิถุนายน
  • ปิดวันพุธ
  • กรกฎาคม–ตุลาคม โดยทั่วไปไม่ปิด
เวลาที่ควรเผื่อ

2–3 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • เดินจากสถานี JR สึรุวะราว 20 นาที
  • ขับรถจาก Tsuda-Higashi IC ราว 5 นาที
แผนที่Google Maps

22. สวนสัตว์ชิโรโทริ (Shirotori Zoo)

สัตว์ที่ชมได้ใกล้ในสวนสัตว์ชิโรโทริ

สวนสัตว์ชิโรโทริเป็นสวนสัตว์ขนาดกลางในเมืองฮิงาชิคางาวะ ที่ขึ้นชื่อเรื่องให้คนเข้าใกล้สัตว์ได้มากกว่าสวนสัตว์ทั่วไป ให้อาหารสัตว์ได้หลายชนิด บางช่วงยังมีโอกาสได้สัมผัสลูกสัตว์กินเนื้อที่ปกติเห็นได้แค่หลังกรง และมีเสือขาวเป็นดาวเด่นที่หลายคนตั้งใจมาดู บรรยากาศเป็นกันเองจนคนญี่ปุ่นพูดถึงว่าเป็นสวนสัตว์ที่ “อิสระ” เป็นพิเศษ

ก่อนเข้าชมให้ดูรอบกิจกรรมและโชว์ประจำวันก่อน แล้วเลือก 1–2 รายการที่อยากร่วมเป็นแกน จากนั้นค่อยเดินดูสัตว์รอบ ๆ ภายในสวนมีนกยูงและกระต่ายเดินอิสระให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ เตรียมเหรียญไว้ซื้ออาหารสัตว์และเผื่อแบตกล้องให้พอ เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก คนรักสัตว์ และคนที่อยากถ่ายรูปกับสัตว์ในระยะใกล้

ข้อมูล

รายละเอียด

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 1,650 เยน
  • เด็กอายุ 3 ปี–ประถม 770 เยน
  • กิจกรรมบางอย่างมีค่าใช้จ่ายแยก
เวลาทำการ
  • 9:30–17:00 น. (เข้าสุดท้าย 16:00 น.)
  • อาจเปลี่ยนตามฤดูกาล
วันหยุด

ปิดเดือนละ 2 วัน (ตรวจปฏิทินก่อนไป)

เวลาที่ควรเผื่อ

2–3 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • สะดวกที่สุดด้วยรถยนต์
  • สถานีใกล้ที่สุดคือ JR ซานุกิชิโรโทริ ควรเช็กเส้นทางหรือแท็กซี่ล่วงหน้า
แผนที่Google Maps

คางาวะตะวันตก: หาดสะท้อนฟ้าและวิวทะเลเซโตะใน

23. หาดจิจิบุงาฮามะ (Chichibugahama)

หาดจิจิบุงาฮามะและทะเลเซโตะ

หาดจิจิบุงาฮามะเป็นหาดทรายยาวราว 1 กิโลเมตรในเมืองมิโตโยะ ที่โด่งดังจากภาพถ่ายในโซเชียลจนได้ฉายาว่า “ซาลาร์เดอยูนีของญี่ปุ่น” เพราะตอนน้ำลงจะเหลือแอ่งน้ำตื้นกระจายอยู่บนผืนทราย ถ้าลมสงบ ผิวน้ำจะนิ่งจนสะท้อนท้องฟ้า เมฆ และคนที่ยืนอยู่ได้เหมือนกระจกบานใหญ่ โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกที่ทั้งฟ้าและน้ำเป็นสีส้มเดียวกัน

เคล็ดลับคือมาให้ตรงวันที่น้ำลงใกล้เวลาพระอาทิตย์ตกและลมสงบ เมืองประกาศตารางช่วงเวลาที่เหมาะถ่ายรูปไว้ทุกเดือน ควรมาถึงก่อนพระอาทิตย์ตกราว 1 ชั่วโมงเพื่อหาแอ่งน้ำ แล้วให้คนถ่ายย่อตัวถือกล้องหรือมือถือให้ต่ำใกล้ผิวน้ำ จะได้ภาพสะท้อนเต็มเฟรม ลองโพสท่ากระโดดหรือทำท่าสนุก ๆ เป็นเงาดำตัดกับฟ้า เหมาะกับคู่รัก กลุ่มเพื่อน และสายถ่ายรูป

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ช่วงน้ำลงที่ตรงกับพระอาทิตย์ตกและลมสงบ (ดูตารางรายเดือนของเมืองก่อนไป)

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ฟรี
  • บางวันที่คนหนาแน่นอาจต้องจองที่จอดรถ
วันหยุด
  • ไม่มี
  • พายุหรือคลื่นแรงอาจจำกัดการเข้า
เวลาที่ควรเผื่อ
  • 90–120 นาที
  • มาถึงก่อนพระอาทิตย์ตก 60–90 นาที
การเดินทาง
  • รถรับส่งจากสถานี JR ทาคุมะหรือ JR คันอนจิราว 20 นาที
  • ขับรถจาก Sanuki-Toyonaka IC ราว 20 นาที
แผนที่Google Maps

24. ภาพทรายเซนิกาตะ (Zenigata Sand Coin)

ภาพทรายรูปเหรียญเซนิกาตะ สวนโคโตฮิกิ เมืองคันอนจิ

ภาพทรายเซนิกาตะคือภาพเหรียญโบราณ “คันเอย์ซือโฮ” (寛永通宝) ขนาดยักษ์ กว้าง 122 เมตร ยาว 90 เมตร ที่ขุดเป็นร่องบนหาดทรายในสวนโคโตฮิกิ เมืองคันอนจิ ถ้ายืนดูจากพื้นจะเห็นเป็นแค่ร่องทรายยาว ๆ แต่เมื่อขึ้นไปดูจากจุดชมวิวบนเนินเขา ภาพจะกลายเป็นเหรียญวงกลมที่สมบูรณ์จนน่าทึ่ง

คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่าใครได้เห็นภาพทรายนี้จะไม่ขัดสนเรื่องเงินทอง ที่นี่จึงเป็นจุดขอพรเรื่องโชคลาภยอดนิยม ชมได้ตลอด 24 ชั่วโมงและตอนค่ำมีไฟส่อง จึงแวะได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน ซากุระในสวนโคโตฮิกิที่อยู่รอบ ๆ ก็บานสวย เหมาะกับคนที่ชอบจุดขอพร ครอบครัว และคนที่เที่ยวฝั่งตะวันตกของคางาวะร่วมกับหาดจิจิบุงาฮามะ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • กลางวันที่ฟ้าใส หรือค่ำที่เปิดไฟ
  • ปลายมีนาคม–ต้นเมษายน ซากุระในสวนโคโตฮิกิบาน
ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี

เวลาทำการ
  • ชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • เปิดไฟถึง 22:00 น.
การเดินทาง

ห่างจากสถานี JR คันอนจิราว 2 กม. เดินราว 25 นาที หรือแท็กซี่ราว 5 นาที

แผนที่Google Maps

25. ภูเขาชิอุเดยามะ (Mount Shiude)

วิวทะเลเซโตะในและหมู่เกาะจากภูเขาชิอุเดยามะ

ภูเขาชิอุเดยามะสูง 352 เมตร ตั้งอยู่บนคาบสมุทรโชไนเมืองมิโตโยะ มีตำนานเล่าว่าที่นี่คือจุดที่อุราชิมะ ทาโร่เปิดกล่องสมบัติ แล้วควันที่ลอยออกมากลายเป็นเมฆสีม่วง จนเป็นที่มาของชื่อภูเขา (紫雲 แปลว่าเมฆสีม่วง) จากยอดเขามองเห็นหมู่เกาะในทะเลเซโตะในกระจายตัวอยู่รอบด้านแบบพาโนรามา

ช่วงที่คนตั้งตารอที่สุดคือปลายมีนาคมถึงกลางเมษายน เมื่อซากุระราว 1,000 ต้นบานรับวิวทะเลสีฟ้าและหมู่เกาะ ส่วนต้นฤดูร้อนมีดอกไฮเดรนเยียบานเป็นอีกช่วงที่สวย ที่จอดรถบนยอดมีจำกัด และช่วงซากุระมีระบบจำกัดรถพร้อมเก็บค่าจอด ควรเช็กประกาศก่อนออกเดินทาง ไปวันธรรมดาหรือแต่เช้าจะสบายกว่า เหมาะกับคนที่ขับรถเที่ยวและชอบวิวทะเลจากที่สูง

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ปลายมีนาคม–กลางเมษายน (ซากุระ)
  • ต้นฤดูร้อน (ไฮเดรนเยีย)
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ไม่มีค่าเข้า
  • ช่วงซากุระมีระบบจำกัดรถและเก็บค่าจอด
การเดินทาง

ขับรถจากสถานี JR ทาคุมะราว 40 นาที

แผนที่Google Maps

จัดเส้นทางตามจำนวนวัน

  • 1 วัน ไม่เช่ารถ สวนริตสึริน สวนทามาโมะ และเขายาชิมะ ใช้รถไฟโคโตเด็นกับรถบัสชัตเทิล
  • 2 วัน 1 คืน วันแรกในเมืองทาคามัตสึ วันที่สองนั่งเรือไปเกาะนาโอชิมะ หรือนั่งรถไฟไปศาลเจ้าโคโตฮิระกูกับปราสาทมารุกาเมะ
  • 3 วันขึ้นไป เพิ่มเกาะโชโดชิมะ 1 วัน และฝั่งตะวันตกอย่างหาดจิจิบุงาฮามะช่วงพระอาทิตย์ตก

คำถามที่พบบ่อย

ถ้ามีเวลาเที่ยวคางาวะแค่วันเดียว ควรไปที่ไหน

เริ่มที่สวนริตสึริน ต่อด้วยสวนทามาโมะใกล้สถานีทาคามัตสึ แล้วขึ้นเขายาชิมะช่วงบ่ายถึงเย็นเพื่อดูวิวทะเลและวิวเมือง ทั้งหมดไปได้ด้วยรถไฟและรถบัส

ไม่ขับรถ เที่ยวคางาวะได้ไหม

ได้ ในเมืองทาคามัตสึ ศาลเจ้าโคโตฮิระกู ปราสาทมารุกาเมะ และเกาะนาโอชิมะไปด้วยรถไฟและเรือได้ ที่ควรเช่ารถคือภูเขาชิอุเดยามะ และบางจุดบนเกาะโชโดชิมะ

เกาะนาโอชิมะกับเทชิมะต้องจองอะไรล่วงหน้าบ้าง

พิพิธภัณฑ์ศิลปะชิจูบนนาโอชิมะและพิพิธภัณฑ์ศิลปะเทชิมะใช้ตั๋วจองรอบเวลาออนไลน์ ถ้าตั๋วออนไลน์เต็มจะไม่มีขายหน้างาน ควรจองก่อนเดินทาง

ควรพักที่ไหน

พักใกล้สถานี JR ทาคามัตสึสะดวกที่สุด เพราะเป็นจุดรวมของรถไฟ JR รถไฟโคโตเด็น รถบัสสนามบิน และท่าเรือไปเกาะต่างๆ

วางแผนเที่ยวคางาวะต่อ

ดูที่เที่ยวอื่นๆ ใน ที่เที่ยวทั้งหมด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง · เว็บไซต์ภายนอก26 ลิงก์

ลิงก์ด้านล่างเปิดเว็บไซต์ภายนอกในแท็บใหม่

  1. 1. สวนริตสึริน (Ritsurin Garden) — ภาพ: Leela Soden (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons
  2. 2. สวนทามาโมะ ซากปราสาททาคามัตสึ (Tamamo Park) — ภาพ: 先従隗始 (commons.wikimedia.org) ↗ / CC0 / Wikimedia Commons
  3. 3. เขายาชิมะ (Yashima) — ภาพ: 屋嶋の仙人 (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons
  4. 4. พิพิธภัณฑ์ชิโกกุมุระ (Shikoku Mura Museum) — ภาพ: 663highland (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 2.5 / Wikimedia Commons
  5. 5. เกาะนาโอชิมะและพิพิธภัณฑ์ศิลปะชิจู (Naoshima) — ภาพ: KimonBerlin (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 2.0 / Wikimedia Commons
  6. 6. โรงเรียนอุด้งนากาโนะ (Nakano Udon School) — ภาพ: สมาคมท่องเที่ยวคางาวะ(うどん県旅ネット) (my-kagawa.jp) ↗
  7. 7. พิพิธภัณฑ์ศิลปะเทชิมะ (Teshima Art Museum) — ภาพ: Benesse Art Site Naoshima (benesse-artsite.jp) ↗
  8. 8. แองเจิลโรด (Angel Road) — ภาพ: 663highland (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 2.5 / Wikimedia Commons
  9. 9. หุบเขาคังคาเค (Kankakei) — ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดคางาวะ (my-kagawa.jp) ↗
  10. 10. หมู่บ้านภาพยนตร์ยี่สิบสี่ดวงตา (Twenty-Four Eyes Movie Village) — ภาพ: 663highland (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 2.5 / Wikimedia Commons
  11. 11. ย่านฮิชิโอะโนะซาโตะ เมืองโชยุ (Hishio no Sato) — ภาพ: Asturio Cantabrio (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons
  12. 12. สวนมะกอกโชโดชิมะ (Shodoshima Olive Garden) — ภาพ: สมาคมท่องเที่ยวคางาวะ(うどん県旅ネット) (my-kagawa.jp) ↗
  13. 13. ศาลเจ้าโคโตฮิระกู (Kotohira-gu) — ภาพ: Raita Futo from Tokyo, Japan (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 2.0 / Wikimedia Commons
  14. 14. ปราสาทมารุกาเมะ (Marugame Castle) — ภาพ: EkuT (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 4.0 / Wikimedia Commons
  15. 15. วัดเซนสึจิ (Zentsuji Temple) — ภาพ: 663highland (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 2.5 / Wikimedia Commons
  16. 16. สวนอนุสรณ์สะพานเซโตะโอฮาชิ (Seto Ohashi Memorial Park) — ภาพ: 663highland (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 2.5 / Wikimedia Commons
  17. 17. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชิโกกุ (Shikoku Aquarium) — ตู้ขนาดใหญ่ ‘วาตัตสึมิ’ ที่ให้ชมการเคลื่อนไหวของฝูงปลา — ภาพโดย Totti (commons.wikimedia.org) ↗(CC BY-SA 4.0; ครอป 3:2)
  18. 18. โกลด์ทาวเวอร์ (Gold Tower) — ภาพ: 663highland (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 2.5 / Wikimedia Commons
  19. 19. สวนแห่งชาติซานุกิมันโนะ (Sanuki Manno Park) — ภาพ: r18 INO (PACHIMO) (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 3.0 / Wikimedia Commons
  20. 20. วัดโอคุโบจิ (Okuboji Temple) — ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดคางาวะ (my-kagawa.jp) ↗
  21. 21. ศูนย์โลมาญี่ปุ่น (Japan Dolphin Center) — ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดคางาวะ (my-kagawa.jp) ↗
  22. 22. สวนสัตว์ชิโรโทริ (Shirotori Zoo) — ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดคางาวะ (my-kagawa.jp) ↗
  23. 23. หาดจิจิบุงาฮามะ (Chichibugahama) — ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดคางาวะ (my-kagawa.jp) ↗
  24. 24. ภาพทรายเซนิกาตะ (Zenigata Sand Coin) — ภาพ: nnh (commons.wikimedia.org) ↗ / Public domain / Wikimedia Commons
  25. 25. ภูเขาชิอุเดยามะ (Mount Shiude) — ภาพ: Dokudami (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons
  26. ภาพหลัก — ภาพ: Leela Soden (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons

แชร์บทความนี้

FacebookXLINE

IG・Messenger: แชร์ผ่านแอป (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)