เลือกที่เที่ยวตามพื้นที่
| พื้นที่ | ที่เที่ยวเด่น | เหมาะกับใคร | การเดินทางหลัก |
|---|---|---|---|
| รอบเมืองทาคามัตสึ | สวนริตสึริน สวนทามาโมะ เขายาชิมะ เกาะนาโอชิมะ | ทริปแรก คนที่ไม่ขับรถ สายศิลปะ | รถไฟโคโตเด็น รถบัส และเรือจากท่าเรือทาคามัตสึ |
| เกาะโชโดชิมะและเทชิมะ | แองเจิลโรด หุบเขาคังคาเค โรงหมักโชยุ พิพิธภัณฑ์ศิลปะเทชิมะ | คนชอบทะเล เกาะ และอาหารท้องถิ่น | เรือจากทาคามัตสึ แล้วต่อรถบัสหรือรถเช่า |
| คางาวะตอนกลาง | ศาลเจ้าโคโตฮิระกู ปราสาทมารุกาเมะ วัดเซนสึจิ สะพานเซโตะโอฮาชิ | สายวัด ศาลเจ้า ปราสาท และครอบครัว | JR สายโยซังและโดซัง หรือรถไฟโคโตเด็นสายโคโตฮิระ |
| คางาวะตะวันออก | วัดโอคุโบจิ ศูนย์โลมาญี่ปุ่น สวนสัตว์ชิโรโทริ | ครอบครัว ผู้แสวงบุญ | JR สายโคโทคุ และรถเช่า |
| คางาวะตะวันตก | หาดจิจิบุงาฮามะ ภาพทรายเซนิกาตะ ภูเขาชิอุเดยามะ | สายถ่ายรูป วิวพระอาทิตย์ตก | JR สายโยซัง แล้วต่อรถบัสหรือรถเช่า |
รอบเมืองทาคามัตสึ: สวน ปราสาท และเกาะศิลปะ
1. สวนริตสึริน (Ritsurin Garden)

สวนริตสึรินคือสวนญี่ปุ่นแบบเดินชมที่ตระกูลเจ้าเมืองทาคามัตสึสมัยเอโดะค่อย ๆ สร้างและต่อเติมมาเป็นเวลานาน จนได้รับการยกย่องเป็นสถานที่งดงามพิเศษระดับชาติ (特別名勝) เสน่ห์ที่หาไม่ได้จากสวนอื่นคือต้นสนจำนวนมากที่ตัดแต่งทรงเหมือนบอนไซขนาดยักษ์ ตั้งเรียงรายกับบ่อน้ำ เกาะกลางน้ำ และสะพานโค้ง โดยมีภูเขาชิอุนซังเป็นฉากหลัง เดินเลี้ยวไปมุมไหนก็ได้ภาพเหมือนภาพวาดญี่ปุ่นโบราณ
วิธีสนุกที่สุดคือนั่งเรือไม้พายรอบบ่อนันโกที่คนพายจะเล่าเรื่องสวนระหว่างทาง แล้วแวะร้านน้ำชาคิคุเก็ตสึเต (掬月亭) นั่งจิบมัทฉะกับขนมหวานมองบ่อน้ำในมุมเดียวกับที่เจ้าเมืองเคยนั่งชม ปลายพฤศจิกายนมีงานเปิดไฟชมใบไม้เปลี่ยนสีตอนกลางคืน เหมาะกับคนที่ชอบสวนญี่ปุ่น ชอบถ่ายรูป และอยากสัมผัสญี่ปุ่นแบบสงบ ๆ แนะนำให้มาช่วงเช้าที่แสงนุ่มและคนยังน้อย
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด | เปิดทุกวัน |
| เวลาที่ควรเผื่อ | 60–90 นาที |
| การเดินทาง | จากสถานีโคโตเด็นทาคามัตสึจิกโกะ นั่งรถไฟโคโตเด็นสายโคโตฮิระ (200 เยน) ลงสถานีริตสึรินโคเอ็น แล้วเดินต่ออีกไม่ไกล |
| แผนที่ | Google Maps |
2. สวนทามาโมะ ซากปราสาททาคามัตสึ (Tamamo Park)

ซากปราสาททาคามัตสึเป็นปราสาทริมทะเลที่ดึงน้ำทะเลจากทะเลเซโตะในเข้ามาเป็นคูเมือง จึงถูกนับเป็นหนึ่งในสามปราสาทน้ำที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ความพิเศษที่หาดูที่อื่นได้ยากคือในคูน้ำมีปลาไททะเลว่ายอยู่จริง ๆ ภายในสวนทามาโมะยังมีป้อมเก่า กำแพงหิน และสวนญี่ปุ่นให้เดินเล่น เป็นมุมประวัติศาสตร์ที่อยู่ห่างจากสถานีรถไฟเพียงไม่กี่นาที
กิจกรรมที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ชอบคือซื้ออาหารปลาแล้วโยนลงคู ปลาไทจะว่ายมารุมกันจนน้ำกระเพื่อม ถ้าอยากเห็นกำแพงหินจากมุมต่ำให้ลองนั่งเรือรอบคูน้ำ ที่นี่อยู่ติดสถานีทาคามัตสึและท่าเรือ จึงเหมาะเป็นจุดแรกหลังลงรถไฟ หรือแวะก่อนขึ้นเรือไปเกาะ ช่วงซากุระลานซากุระโนะบาบะในสวนก็สวยมาก เหมาะกับคนที่ชอบปราสาทและครอบครัวที่มีเด็ก
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด | 29–31 ธันวาคม |
| เวลาที่ควรเผื่อ | ราว 1 ชั่วโมง |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
3. เขายาชิมะ (Yashima)

ยาชิมะเป็นภูเขายอดแบนที่มองจากเมืองแล้วเหมือนหลังคาบ้านวางอยู่ริมทะเล และเป็นสนามรบ “ศึกยาชิมะ” ปี 1185 ระหว่างตระกูลเก็นจิกับเฮเกะที่คนญี่ปุ่นรู้จักกันดี บนยอดมีวัดยาชิมะจิ วัดที่ 84 ของเส้นทางแสวงบุญชิโกกุ และอาคารชมวิวยาชิมารุที่ออกแบบเป็นทางเดินโค้งยาว เปิดมุมมองกว้างไปยังทะเลเซโตะใน หมู่เกาะ และเมืองทาคามัตสึ
เวลาที่ดีที่สุดคือช่วงบ่ายแก่ถึงพระอาทิตย์ตก เดินไหว้วัดยาชิมะจิก่อน แล้วไปรอแสงสีส้มที่จุดชมวิว ก่อนดูไฟเมืองทาคามัตสึค่อย ๆ สว่างตอนค่ำ ในคืนวันศุกร์ เสาร์ และคืนก่อนวันหยุด ยาชิมารุเปิดถึงค่ำ จึงดูวิวกลางคืนต่อได้สบาย เหมาะกับคนที่ชอบวิว ถ่ายรูป และประวัติศาสตร์ ถ้าจะเที่ยวพิพิธภัณฑ์ชิโกกุมุระที่ตีนเขาด้วย ลองดูพาสรถไฟโคโตเด็นที่รวมรถบัสขึ้นเขาไว้แล้ว
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
4. พิพิธภัณฑ์ชิโกกุมุระ (Shikoku Mura Museum)

ชิโกกุมุระคือพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ตีนเขายาชิมะ รวบรวมบ้านเก่าและอาคารประวัติศาสตร์ราว 33 หลังจากทั่วเกาะชิโกกุ มาปลูกใหม่บนเนินเขาพื้นที่ราว 5 หมื่นตารางเมตร เดินตามทางหินขึ้นลงเนินจะผ่านบ้านชาวนามุงหลังคาจาก โกดังเก่า และสะพานเถาวัลย์ที่ต้องค่อย ๆ ก้าวข้าม ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในหมู่บ้านญี่ปุ่นยุคก่อนจริง ๆ
นอกจากบ้านเก่า ด้านบนเนินยังมีแกลเลอรีที่ทาดาโอะ อันโดะออกแบบ เป็นอาคารคอนกรีตเรียบ ๆ ที่ตัดกับบ้านไม้และป่ารอบตัวได้อย่างน่าสนใจ ทางเดินค่อนข้างชันและเป็นหิน ควรใส่รองเท้าที่เดินสบายและเผื่อเวลาเดินช้า ๆ ถ้าจะเที่ยวเขายาชิมะในวันเดียวกัน พาสรถไฟโคโตเด็นแบบรวมรถบัสขึ้นเขาและค่าเข้าชิโกกุมุระช่วยให้คุ้มขึ้น เหมาะกับคนที่ชอบสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นโบราณ ชอบถ่ายรูป และอยากหลบจากจุดที่คนพลุกพล่าน
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | 9:30–17:00 น. (รับเข้าถึง 16:30 น.) |
| วันหยุด |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
5. เกาะนาโอชิมะและพิพิธภัณฑ์ศิลปะชิจู (Naoshima)

นาโอชิมะคือเกาะเล็ก ๆ ในทะเลเซโตะในที่กลายเป็นเกาะศิลปะร่วมสมัยซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลก พิพิธภัณฑ์ งานศิลปะกลางแจ้ง และบ้านเก่าที่ถูกเปลี่ยนเป็นงานศิลปะกระจายอยู่ทั่วเกาะ ไฮไลต์คือพิพิธภัณฑ์ศิลปะชิจู (地中美術館) ที่ทาดาโอะ อันโดะออกแบบให้ฝังอยู่ใต้ดิน ใช้แสงธรรมชาติส่องภาพดอกบัวของโมเนต์ ส่วนฟักทองลายจุดของยาโยอิ คุซามะริมทะเลก็เป็นภาพจำของเกาะที่ใครมาก็ต้องถ่ายรูป
หัวใจของการเที่ยวนาโอชิมะคือวางแผนจากเวลาตั๋ว ให้จองพิพิธภัณฑ์ที่ต้องระบุรอบเวลาก่อน แล้วค่อยจัดรถบัสประจำเกาะ จักรยาน และมื้ออาหารรอบช่วงนั้น จักรยานไฟฟ้าช่วยได้มากเพราะเกาะมีเนินหลายช่วง ถ้ามีเวลาควรค้างบนเกาะสักคืนเพื่อไม่ต้องเร่งให้ทันเรือเที่ยวสุดท้าย เหมาะกับคนรักศิลปะและสถาปัตยกรรม และคนที่อยากเที่ยวเกาะแบบช้า ๆ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง | จากท่าเรือทาคามัตสึ นั่งเรือเฟอร์รีราว 50 นาที หรือเรือเร็วราว 30 นาทีถึงท่าเรือมิยาโนะอุระ แล้วต่อรถบัสประจำเกาะหรือจักรยาน |
| แผนที่ | Google Maps |
6. โรงเรียนอุด้งนากาโนะ (Nakano Udon School)

อุด้งซานุกิคืออาหารประจำจังหวัดคางาวะ จนจังหวัดตั้งชื่อเล่นให้ตัวเองว่า “จังหวัดอุด้ง” และที่โรงเรียนอุด้งนากาโนะ คุณจะได้เป็นคนทำเส้นเองตั้งแต่ต้น ตั้งแต่นวดแป้ง เหยียบแป้งให้เหนียวนุ่ม รีดเป็นแผ่น ไปจนถึงตัดเส้นด้วยมีดใหญ่ตามที่ผู้สอนบอกทีละขั้น ก่อนนำเส้นฝีมือตัวเองไปต้มกินที่ร้านหรือห่อกลับ
กิจกรรมนี้เป็นการลงมือทำจริงทั้งหมด ไม่ต้องมีพื้นฐานทำอาหารมาก่อน ช่วงเหยียบแป้งมักเป็นช่วงที่ทั้งกลุ่มหัวเราะกันมากที่สุด เส้นที่ได้อาจหนาบางไม่เท่ากัน แต่รสชาติของเส้นที่ทำเองนั้นพิเศษกว่าที่ร้านไหน ๆ ควรจองล่วงหน้า และถ้าวางแผนไปศาลเจ้าโคโตฮิระกูอยู่แล้ว ก็มีสาขาโคโตฮิระให้เลือกด้วย เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก กลุ่มเพื่อน และคนที่อยากได้ประสบการณ์มากกว่าแค่กินอุด้ง
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | สาขาทาคามัตสึ เริ่มกิจกรรมราว 9:30–14:30 น. ตามรอบที่ว่าง |
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
เกาะโชโดชิมะและเทชิมะ: ทะเล หุบเขา และโชยุ
7. พิพิธภัณฑ์ศิลปะเทชิมะ (Teshima Art Museum)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเทชิมะเป็นผลงานร่วมกันของสถาปนิกริวเอะ นิชิซาวะกับศิลปินเรอิ ไนโต อาคารคอนกรีตสีขาวทรงหยดน้ำวางตัวต่ำอยู่บนเนินนาขั้นบันไดริมทะเลของเกาะเทชิมะ ข้างในไม่มีเสาแม้แต่ต้นเดียว มีเพียงช่องเปิดบนเพดานที่ปล่อยให้ลม แสง และเสียงธรรมชาติเข้ามา ขณะที่หยดน้ำเล็ก ๆ ค่อย ๆ ผุดขึ้นจากพื้นแล้วไหลรวมกันตลอดทั้งวัน
ที่นี่ไม่ได้มีภาพให้ดูบนผนัง แต่ชวนให้นั่งลงเงียบ ๆ แล้วสังเกตน้ำ แสง และลมที่เปลี่ยนไปทุกนาที ยิ่งอยู่นานยิ่งรู้สึกถึงความสงบ ก่อนเข้าชมจะได้เดินผ่านทางเดินเล็ก ๆ ที่มองเห็นทะเลและนาขั้นบันได ควรมาถึงก่อนเวลาจองสักพัก และวางเที่ยวเรือขากลับไว้ก่อนเข้า เหมาะกับคนรักศิลปะและสถาปัตยกรรม รวมถึงคนที่อยากได้ช่วงเวลาสงบ ๆ ระหว่างเที่ยวเกาะ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง | จากท่าเรืออิเอะอุระบนเกาะเทชิมะ นั่งรถบัสราว 15 นาทีลงป้าย Museum-mae |
| แผนที่ | Google Maps |
8. แองเจิลโรด (Angel Road)

แองเจิลโรด หรือ “ทางเดินของนางฟ้า” (天使の散歩道) คือทางทรายที่โผล่ขึ้นมากลางทะเลเฉพาะช่วงน้ำลง วันละ 2 ครั้ง เชื่อมฝั่งเกาะโชโดชิมะกับเกาะเล็กตรงข้าม เมื่อน้ำขึ้นทางเส้นนี้จะหายไปใต้ทะเลอีกครั้ง มีความเชื่อว่าถ้าได้เดินข้ามพร้อมจับมือคนสำคัญ คำอธิษฐานจะเป็นจริง ที่นี่จึงเป็นจุดยอดนิยมของคู่รักและครอบครัว
เดินข้ามทางทรายแล้วอย่าลืมขึ้นเนินใกล้ ๆ ไปยังจุดชมวิว “ยาคุโซกุโนะโอกะ” (約束の丘展望台) ที่มีระฆังให้ลั่นขอพร จากตรงนั้นจะเห็นทางทรายโค้งกลางทะเลได้ทั้งเส้น ก่อนไปต้องเช็กตารางน้ำขึ้นน้ำลงของวันนั้น และเผื่อเวลาเดินกลับก่อนน้ำขึ้น ช่วงเย็นแสงอาทิตย์สะท้อนผิวน้ำสวยเป็นพิเศษ เหมาะกับคู่รัก ครอบครัว และคนที่ชอบถ่ายรูปทะเล
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ | ช่วงน้ำลง วันละ 2 ครั้ง (ดูตารางน้ำขึ้นน้ำลงของวันนั้นก่อนไป) |
| ค่าเข้าชมและการจอง | ฟรี |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
9. หุบเขาคังคาเค (Kankakei)

หุบเขาคังคาเคเกิดจากหินภูเขาไฟที่ถูกกัดเซาะมาเป็นเวลายาวนาน จนกลายเป็นหน้าผาและยอดหินรูปร่างแปลกตาเรียงซ้อนกันกลางเกาะโชโดชิมะ และได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งใน 3 หุบเขาที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น ไฮไลต์คือกระเช้าลอยฟ้าที่เคลื่อนผ่านหน้าผาหินในระยะใกล้ ขณะที่ด้านล่างมองเห็นทะเลเซโตะในและหมู่เกาะอยู่ไกลออกไป
ถ้ามีเวลาแนะนำให้นั่งกระเช้าเที่ยวเดียว แล้วเดินเส้นทางธรรมชาติอีกขาเพื่อชมหน้าผาในมุมใกล้ บนยอดมีจุดชมวิวที่มองเห็นทะเลได้กว้าง เดือนพฤศจิกายนช่วงใบไม้แดงเป็นช่วงที่สวยและคนเยอะที่สุด ควรมาถึงแต่เช้า ส่วนกลางถึงปลายเมษายนซากุระภูเขาบานช้ากว่าที่อื่น เหมาะกับคนที่ชอบธรรมชาติ วิวภูเขา และการถ่ายรูปจากมุมสูง
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด | โดยทั่วไปไม่ปิด ยกเว้นวันซ่อมบำรุงหรืออากาศไม่ดี |
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
10. หมู่บ้านภาพยนตร์ยี่สิบสี่ดวงตา (Twenty-Four Eyes Movie Village)

หมู่บ้านภาพยนตร์ยี่สิบสี่ดวงตาคือฉากกลางแจ้งที่สร้างขึ้นสำหรับภาพยนตร์ “ยี่สิบสี่ดวงตา” (二十四の瞳) เรื่องราวของครูสาวกับนักเรียน 12 คนบนเกาะโชโดชิมะ พื้นที่ราว 10,000 ตารางเมตรริมทะเลจำลองหมู่บ้านญี่ปุ่นยุคต้นโชวะไว้อย่างครบถ้วน ทั้งโรงเรียนไม้ บ้านชาวประมง และร้านค้าเก่า เดินเข้าไปแล้วเหมือนย้อนเวลากลับไปเกือบร้อยปี
นอกจากเดินถ่ายรูปในห้องเรียนไม้และตรอกริมทะเล ยังมีโรงภาพยนตร์โชจิคุซะ แกลเลอรีภาพยนตร์ญี่ปุ่น และร้านอาหารที่เสิร์ฟชุดอาหารกลางวันแบบโรงเรียนสมัยก่อน ถ้าอยากได้รูปสวย ลองเช่าชุดผ้าคาสุริแล้วเดินถ่ายริมทะเล ควรมาช่วงเปิดใหม่ ๆ ที่คนยังน้อย เหมาะกับคนที่ชอบภาพยนตร์ บรรยากาศย้อนยุค และครอบครัว
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | 9:00–17:00 น. |
| วันหยุด | เปิดทุกวันตลอดปี |
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
11. ย่านฮิชิโอะโนะซาโตะ เมืองโชยุ (Hishio no Sato)

เกาะโชโดชิมะทำโชยุมาราว 400 ปี และย่านฮิชิโอะโนะซาโตะคือหัวใจของประวัติศาสตร์นั้น ตามถนนแคบ ๆ ยังมีโรงหมักโชยุเก่าเรียงราย เดินไปทางไหนก็ได้กลิ่นโชยุหอมลอยมาตามลม บางโรงยังหมักโชยุในถังไม้ขนาดใหญ่แบบดั้งเดิม เช่นยามาโรกุโชยุที่ใช้ถังไม้อายุกว่า 150 ปี และเปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียเงิน
เริ่มที่พิพิธภัณฑ์โชยุมารุคิน ดูเครื่องมือทำโชยุสมัยก่อนและขั้นตอนการหมัก ถ้ามาทันรอบกิจกรรมคั้นโมโรมิจะได้ลองคั้นโชยุดิบด้วยตัวเอง จากนั้นลองซอฟต์ครีมรสโชยุที่หวานเค็มลงตัว แล้วเดินต่อไปดูถังไม้เก่าที่ยามาโรกุโชยุในระยะใกล้ อย่าลืมเลือกโชยุขวดเล็กเป็นของฝาก เหมาะกับสายอาหาร คนชอบของฝาก และคนที่อยากเห็นวิถีการทำโชยุแบบดั้งเดิม
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด | พิพิธภัณฑ์โชยุมารุคินหยุดไม่แน่นอน ปีละไม่กี่วัน |
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
12. สวนมะกอกโชโดชิมะ (Shodoshima Olive Garden)

โชโดชิมะเป็นแหล่งปลูกมะกอกที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น และสวนมะกอกโชโดชิมะ (小豆島オリーブ園) คือสวนที่เล่าเรื่องจุดเริ่มต้นนั้น ในสวนมีต้นมะกอกที่ปลูกไว้ตั้งแต่ยุคแรก รวมถึงกลุ่มต้นมะกอกเก่าที่ปลูกราวปี 1917 ทางเดินใต้ร่มใบมะกอกสีเงินบนเนินที่หันหน้าสู่ทะเลเซโตะใน ให้บรรยากาศชวนนึกถึงชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน
เดินรอบสวนใช้เวลาไม่นาน ระหว่างทางมีประติมากรรมให้ถ่ายรูป จากนั้นแวะร้านค้าเลือกน้ำมันมะกอกและผลิตภัณฑ์จากมะกอก แล้วลองอาหารกับไอศกรีมรสมะกอกที่หาทานได้ไม่บ่อย เข้าชมฟรีจึงแวะได้ง่ายระหว่างเที่ยวรอบเกาะ และจับคู่กับย่านโชยุฮิชิโอะโนะซาโตะที่อยู่ในเส้นทางรถบัสสายเดียวกันได้ เหมาะกับครอบครัว คนชอบถ่ายรูปธรรมชาติ และคนที่อยากได้ของฝากขึ้นชื่อของโชโดชิมะ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง | ฟรี |
| เวลาทำการ | 8:30–17:00 น. |
| วันหยุด | เปิดทุกวันตลอดปี |
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
คางาวะตอนกลาง: ศาลเจ้า ปราสาท และสะพานข้ามทะเล
13. ศาลเจ้าโคโตฮิระกู (Kotohira-gu)

ศาลเจ้าโคโตฮิระกู หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกอย่างเอ็นดูว่า “คนปิระซัง” คือศาลเจ้าของเทพผู้คุ้มครองการเดินเรือ ที่ชาวเรือและผู้คนทั่วญี่ปุ่นเดินทางมาสักการะกันมาแต่โบราณ สิ่งที่ทำให้ที่นี่เป็นตำนานคือบันไดหินยาวขึ้นภูเขาโซซุ ต้องเดิน 785 ขั้นจากปากทางถึงศาลหลัก และถ้าไปต่อถึงศาลชั้นในจะรวมเป็น 1,368 ขั้น
ช่วงแรกของบันไดมีร้านของฝาก ร้านขนม และร้านอุด้งเรียงรายสองข้างทาง แนะนำให้เดินช้า ๆ พักตามลานเป็นระยะ พอถึงศาลหลักจะมีลานชมวิวที่มองเห็นที่ราบซานุกิกว้างไกล ถ้ายังมีแรงก็เดินต่อไปศาลชั้นในอีก 583 ขั้น ควรใส่รองเท้าที่เดินสบายและเริ่มเดินช่วงเช้าก่อนอากาศร้อน เหมาะกับคนที่สนใจวัฒนธรรมญี่ปุ่นและไม่กลัวการเดินขึ้นบันได
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง | เดินจากสถานีโคโตเด็นโคโตฮิระราว 15 นาที หรือสถานี JR โคโตฮิระราว 20 นาทีถึงปากทางบันได |
| แผนที่ | Google Maps |
14. ปราสาทมารุกาเมะ (Marugame Castle)

ปราสาทมารุกาเมะเป็น 1 ใน 12 ปราสาทของญี่ปุ่นที่หอคอยหลักยังเป็นของดั้งเดิม ไม่ใช่ของสร้างใหม่ หอคอยอาจดูเล็ก แต่สิ่งที่ทำให้ที่นี่โดดเด่นคือกำแพงหินที่ซ้อนกันหลายชั้นจากตีนเนินขึ้นไปถึงยอด สูงรวมราว 60 เมตร เส้นโค้งของกำแพงที่ลาดขึ้นแล้วตั้งชันตอนบนดูสง่างามจากทุกมุม
ทางขึ้นเนินปราสาทค่อนข้างชัน แต่ระหว่างทางจะได้เห็นกำแพงหินในระยะใกล้ พอถึงลานฮมมารุด้านบนจะเห็นวิวเมืองมารุกาเมะ ทะเลเซโตะใน และภูเขาซานุกิฟูจิ ภายในหอคอยเป็นโครงไม้เก่าและบันไดชันแบบปราสาทจริง ช่วงต้นเมษายนซากุระราว 1,000 ต้นบานรอบกำแพงหินและมีเปิดไฟยามค่ำ เหมาะกับคนที่ชอบปราสาท ประวัติศาสตร์ และการถ่ายรูปกำแพงหินมุมกว้าง
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ | ต้นเมษายน (ซากุระ ช่วงเทศกาลเปิดไฟถึง 21:00 น.) |
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | หอคอย 9:00–16:30 น. |
| วันหยุด |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ | 1.5–2.5 ชั่วโมง |
| การเดินทาง | เดินจากสถานี JR มารุกาเมะราว 10–15 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
15. วัดเซนสึจิ (Zentsuji Temple)

วัดเซนสึจิเป็นวัดที่ 75 ของเส้นทางแสวงบุญชิโกกุ 88 วัด และเป็นสถานที่ที่เชื่อกันว่าท่านโคโบไดชิ (คูไค) ผู้ก่อตั้งนิกายชิงงอนถือกำเนิด จึงเป็นวัดที่มีความหมายพิเศษสำหรับผู้แสวงบุญ เขตวัดกว้างขวาง แบ่งเป็นฝั่งตะวันออกที่มีอุโบสถและเจดีย์ห้าชั้นสูงสง่า กับฝั่งตะวันตกที่มีหอมิเอโดะซึ่งสร้างไว้ตรงบริเวณที่ท่านเกิด
ประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดคือ “ไคดันเมกุริ” เดินในทางเดินใต้หอมิเอโดะที่มืดสนิทจนมองไม่เห็นมือตัวเอง ใช้มือลูบผนังเดินไปช้า ๆ พร้อมตั้งจิตอธิษฐาน เป็นเวลาไม่กี่นาทีที่ชวนให้ใจสงบลงอย่างน่าประหลาด ตั๋วเดียวกันยังเข้าชมห้องเก็บสมบัติของวัดได้ด้วย เหมาะกับคนที่สนใจพุทธศาสนาญี่ปุ่น ผู้แสวงบุญ และคนที่อยากได้ประสบการณ์แปลกใหม่ ควรเผื่อเวลาเดินให้ครบทั้งสองฝั่ง
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด | เปิดทุกวัน |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
16. สวนอนุสรณ์สะพานเซโตะโอฮาชิ (Seto Ohashi Memorial Park)

สวนอนุสรณ์สะพานเซโตะโอฮาชิตั้งอยู่ริมทะเลตรงเชิงสะพานเซโตะโอฮาชิ สะพานสองชั้นที่ให้ทั้งรถยนต์และรถไฟวิ่งข้ามทะเล เชื่อมเกาะชิโกกุกับเกาะฮนชู จากสนามหญ้ากว้างในสวนจะเห็นโครงสะพานเหล็กทอดยาวข้ามหมู่เกาะเล็ก ๆ ไปจนสุดสายตา เป็นมุมถ่ายรูปสะพานยอดนิยมที่เห็นความยิ่งใหญ่ของงานวิศวกรรมได้เต็มตา
ในสวนมีพิพิธภัณฑ์สะพานเซโตะโอฮาชิที่เล่าเรื่องการสร้างสะพานให้ชมฟรี มีพื้นที่ให้เด็กวิ่งเล่น และใกล้กันยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะฮิงาชิยามะ ไคอิ เซโตะอุจิ ให้แวะต่อ ช่วงเย็นลองนั่งริมทะเลดูเรือแล่นผ่านช่องแคบพร้อมแสงอาทิตย์ตก เหมาะกับครอบครัว คนที่ชอบสะพานและวิศวกรรม และคนที่อยากพักผ่อนริมทะเลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง | ฟรี (สวนและพิพิธภัณฑ์สะพาน) |
| เวลาทำการ | พิพิธภัณฑ์สะพาน 9:00–17:00 น. |
| วันหยุด |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
17. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชิโกกุ (Shikoku Aquarium)

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชิโกกุตั้งอยู่ริมทะเลเมืองอุทาซุ และตั้งใจเล่าเรื่องสายน้ำทั้งหมดของเกาะชิโกกุ ตั้งแต่ทะเลเซโตะในที่สงบ ลำธารบนภูเขา แม่น้ำชิมันโตะที่ใสสะอาด ไปจนถึงทะเลเปิดฝั่งแปซิฟิก เดินจากโซนหนึ่งไปอีกโซนจึงเหมือนได้เดินทางรอบเกาะชิโกกุผ่านโลกใต้น้ำ ไฮไลต์คือตู้ขนาดใหญ่ “วาตัตสึมิ” ที่หลายคนยืนดูได้นานโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเข้าไปแล้วควรเช็กตารางกิจกรรมก่อน เช่นรอบให้อาหารและกิจกรรมบนดาดฟ้าที่มีทะเลเซโตะในเป็นฉากหลัง แล้วค่อยวางเส้นทางเดินตามรอบนั้น พิพิธภัณฑ์อยู่ติดกับโกลด์ทาวเวอร์ จึงเที่ยวคู่กันได้ในครึ่งวัน และเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับวันที่ฝนตก เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก คนรักสัตว์น้ำ และคนที่ชอบการจัดแสดงสวย ๆ ให้ถ่ายรูป
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ | 2–3 ชั่วโมง |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
18. โกลด์ทาวเวอร์ (Gold Tower)

โกลด์ทาวเวอร์คือหอคอยสีทองสูง 158 เมตรริมทะเลเมืองอุทาซุ มองเห็นแต่ไกลเหมือนแท่งทองคำตั้งอยู่ริมฝั่ง ชั้นชมวิวที่ความสูง 119 เมตรถูกเปลี่ยนเป็น “SORAKIN” อควาเรียมปลาทองลอยฟ้า ตู้ปลาทองหลากสายพันธุ์ตั้งเรียงอยู่ข้างหน้าต่างกระจกที่มองออกไปเห็นทะเลเซโตะในและสะพานเซโตะโอฮาชิ เป็นการผสมวิวสูงกับปลาทองที่ไม่ค่อยเห็นที่ไหน
ช่วงที่แนะนำคือเย็นถึงค่ำของวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดที่เปิดถึงดึก จะได้เห็นทั้งแสงพระอาทิตย์ตกและไฟเมืองจากมุมสูง ส่วนตัวหอคอยตอนกลางคืนจะเปลี่ยนสีไฟตามพยากรณ์อากาศของวันรุ่งขึ้น ลองสังเกตก่อนกลับที่พัก ชั้น 1 มีโซนเกมและร้านของฝากที่เข้าได้โดยไม่เสียค่าเข้า เหมาะกับคู่รัก ครอบครัว และคนที่เที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชิโกกุที่อยู่ติดกัน
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ | เย็นถึงค่ำวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ |
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง | เดินจากสถานี JR อุทาซุราว 12 นาที หรือแท็กซี่ราว 4 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
19. สวนแห่งชาติซานุกิมันโนะ (Sanuki Manno Park)

สวนแห่งชาติซานุกิมันโนะเป็นสวนขนาดใหญ่กลางหุบเขาข้างอ่างเก็บน้ำมันโนะอิเกะ ทางใต้ของจังหวัด พื้นที่กว้างจนเดินได้ทั้งวัน แต่ละฤดูมีทุ่งดอกไม้ผลัดกันบาน จากดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิ ทุ่งดอกไม้ฤดูร้อน ไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ส่วนฤดูหนาวมักมีงานประดับไฟ ทำให้มีเหตุผลให้กลับมาได้ทุกฤดู
เพราะสวนกว้างมาก การเช่าจักรยานช่วยให้เที่ยวได้ทั่วโดยไม่เหนื่อย สนามหญ้าผืนใหญ่เหมาะกับการปูเสื่อปิกนิก ส่วนเด็ก ๆ มีเครื่องเล่นและพื้นที่วิ่งเล่นกลางแจ้งให้สนุกได้เต็มที่ ควรเช็กวันเปิดก่อนไปเพราะส่วนใหญ่ปิดวันอังคาร และถ้าไม่ได้ขับรถ ต้องเผื่อเวลาเดินจากป้ายรถบัสค่อนข้างไกล เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก คนชอบดอกไม้ และคนที่ขับรถเที่ยว
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
คางาวะตะวันออก: วัดสุดท้ายของเส้นทางแสวงบุญและสัตว์ทะเล
20. วัดโอคุโบจิ (Okuboji Temple)

วัดโอคุโบจิคือวัดที่ 88 วัดสุดท้ายของเส้นทางแสวงบุญชิโกกุ ตั้งอยู่ในหุบเขาทางใต้ของเมืองซานุกิ ผู้แสวงบุญที่เดินครบทั้ง 88 วัดจะมาถึงที่นี่เพื่อ “เคจิกัน” หรือสำเร็จการแสวงบุญ และนำไม้เท้าที่ใช้ค้ำตัวมาตลอดทางมาถวายไว้ที่วัด บรรยากาศท่ามกลางป่าเขาจึงเต็มไปด้วยความรู้สึกของการเดินทางไกลที่สิ้นสุดลง
แม้ไม่ได้เดินแสวงบุญก็มาสัมผัสบรรยากาศได้ ลองนั่งพักในเขตวัดแล้วสังเกตผู้แสวงบุญในชุดขาวที่เพิ่งเดินมาถึงปลายทาง ช่วงกลางพฤศจิกายนต้นเมเปิลแดงและแปะก๊วยเหลืองรอบวัดเปลี่ยนสีพร้อมกันสวยมาก ถนนเข้าวัดเป็นทางภูเขา การขับรถสะดวกที่สุด หรือใช้รถบัสชุมชนของเมืองซานุกิที่จอดหน้าวัด เหมาะกับคนที่สนใจวัฒนธรรมการแสวงบุญ และคนที่ชอบวัดเงียบ ๆ ในภูเขา
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ | กลางพฤศจิกายน (ใบไม้เปลี่ยนสี) |
| ค่าเข้าชมและการจอง | สักการะฟรี |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
21. ศูนย์โลมาญี่ปุ่น (Japan Dolphin Center)

ศูนย์โลมาญี่ปุ่นตั้งอยู่ริมอ่าวธรรมชาติในเมืองซานุกิทางตะวันออกของคางาวะ โลมาที่นี่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทะเลที่กั้นไว้ในอ่าว ไม่ใช่สระว่ายน้ำ จึงได้เห็นโลมาว่ายเล่นในน้ำทะเลจริงอย่างใกล้ชิด และได้ใกล้ชิดโลมามากกว่าการนั่งดูโชว์จากอัฒจันทร์ไกล ๆ
จุดเด่นคือเลือกโปรแกรมได้ตามความกล้า ตั้งแต่ยืนดูจากริมอ่าว ให้อาหาร สัมผัสตัวโลมา ไปจนถึงลงว่ายน้ำไปพร้อมกัน โปรแกรมให้อาหารหรือสัมผัสใช้เวลาไม่นานและเหมาะกับเด็ก ส่วนโปรแกรมลงน้ำควรจองล่วงหน้าและเผื่อเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้า มาถึงก่อนเวลานัดสักพักเพื่อเช็กอิน เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก คนรักสัตว์ และคนที่อยากได้ประสบการณ์ใกล้ชิดโลมาจริง ๆ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ | โดยทั่วไป 10:00–17:00 น. (เปลี่ยนตามฤดูกาล) |
| วันหยุด |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ | 2–3 ชั่วโมง |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
22. สวนสัตว์ชิโรโทริ (Shirotori Zoo)

สวนสัตว์ชิโรโทริเป็นสวนสัตว์ขนาดกลางในเมืองฮิงาชิคางาวะ ที่ขึ้นชื่อเรื่องให้คนเข้าใกล้สัตว์ได้มากกว่าสวนสัตว์ทั่วไป ให้อาหารสัตว์ได้หลายชนิด บางช่วงยังมีโอกาสได้สัมผัสลูกสัตว์กินเนื้อที่ปกติเห็นได้แค่หลังกรง และมีเสือขาวเป็นดาวเด่นที่หลายคนตั้งใจมาดู บรรยากาศเป็นกันเองจนคนญี่ปุ่นพูดถึงว่าเป็นสวนสัตว์ที่ “อิสระ” เป็นพิเศษ
ก่อนเข้าชมให้ดูรอบกิจกรรมและโชว์ประจำวันก่อน แล้วเลือก 1–2 รายการที่อยากร่วมเป็นแกน จากนั้นค่อยเดินดูสัตว์รอบ ๆ ภายในสวนมีนกยูงและกระต่ายเดินอิสระให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ เตรียมเหรียญไว้ซื้ออาหารสัตว์และเผื่อแบตกล้องให้พอ เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก คนรักสัตว์ และคนที่อยากถ่ายรูปกับสัตว์ในระยะใกล้
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| เวลาทำการ |
|
| วันหยุด | ปิดเดือนละ 2 วัน (ตรวจปฏิทินก่อนไป) |
| เวลาที่ควรเผื่อ | 2–3 ชั่วโมง |
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
คางาวะตะวันตก: หาดสะท้อนฟ้าและวิวทะเลเซโตะใน
23. หาดจิจิบุงาฮามะ (Chichibugahama)

หาดจิจิบุงาฮามะเป็นหาดทรายยาวราว 1 กิโลเมตรในเมืองมิโตโยะ ที่โด่งดังจากภาพถ่ายในโซเชียลจนได้ฉายาว่า “ซาลาร์เดอยูนีของญี่ปุ่น” เพราะตอนน้ำลงจะเหลือแอ่งน้ำตื้นกระจายอยู่บนผืนทราย ถ้าลมสงบ ผิวน้ำจะนิ่งจนสะท้อนท้องฟ้า เมฆ และคนที่ยืนอยู่ได้เหมือนกระจกบานใหญ่ โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกที่ทั้งฟ้าและน้ำเป็นสีส้มเดียวกัน
เคล็ดลับคือมาให้ตรงวันที่น้ำลงใกล้เวลาพระอาทิตย์ตกและลมสงบ เมืองประกาศตารางช่วงเวลาที่เหมาะถ่ายรูปไว้ทุกเดือน ควรมาถึงก่อนพระอาทิตย์ตกราว 1 ชั่วโมงเพื่อหาแอ่งน้ำ แล้วให้คนถ่ายย่อตัวถือกล้องหรือมือถือให้ต่ำใกล้ผิวน้ำ จะได้ภาพสะท้อนเต็มเฟรม ลองโพสท่ากระโดดหรือทำท่าสนุก ๆ เป็นเงาดำตัดกับฟ้า เหมาะกับคู่รัก กลุ่มเพื่อน และสายถ่ายรูป
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ | ช่วงน้ำลงที่ตรงกับพระอาทิตย์ตกและลมสงบ (ดูตารางรายเดือนของเมืองก่อนไป) |
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| วันหยุด |
|
| เวลาที่ควรเผื่อ |
|
| การเดินทาง |
|
| แผนที่ | Google Maps |
24. ภาพทรายเซนิกาตะ (Zenigata Sand Coin)

ภาพทรายเซนิกาตะคือภาพเหรียญโบราณ “คันเอย์ซือโฮ” (寛永通宝) ขนาดยักษ์ กว้าง 122 เมตร ยาว 90 เมตร ที่ขุดเป็นร่องบนหาดทรายในสวนโคโตฮิกิ เมืองคันอนจิ ถ้ายืนดูจากพื้นจะเห็นเป็นแค่ร่องทรายยาว ๆ แต่เมื่อขึ้นไปดูจากจุดชมวิวบนเนินเขา ภาพจะกลายเป็นเหรียญวงกลมที่สมบูรณ์จนน่าทึ่ง
คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่าใครได้เห็นภาพทรายนี้จะไม่ขัดสนเรื่องเงินทอง ที่นี่จึงเป็นจุดขอพรเรื่องโชคลาภยอดนิยม ชมได้ตลอด 24 ชั่วโมงและตอนค่ำมีไฟส่อง จึงแวะได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน ซากุระในสวนโคโตฮิกิที่อยู่รอบ ๆ ก็บานสวย เหมาะกับคนที่ชอบจุดขอพร ครอบครัว และคนที่เที่ยวฝั่งตะวันตกของคางาวะร่วมกับหาดจิจิบุงาฮามะ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง | ฟรี |
| เวลาทำการ |
|
| การเดินทาง | ห่างจากสถานี JR คันอนจิราว 2 กม. เดินราว 25 นาที หรือแท็กซี่ราว 5 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
25. ภูเขาชิอุเดยามะ (Mount Shiude)

ภูเขาชิอุเดยามะสูง 352 เมตร ตั้งอยู่บนคาบสมุทรโชไนเมืองมิโตโยะ มีตำนานเล่าว่าที่นี่คือจุดที่อุราชิมะ ทาโร่เปิดกล่องสมบัติ แล้วควันที่ลอยออกมากลายเป็นเมฆสีม่วง จนเป็นที่มาของชื่อภูเขา (紫雲 แปลว่าเมฆสีม่วง) จากยอดเขามองเห็นหมู่เกาะในทะเลเซโตะในกระจายตัวอยู่รอบด้านแบบพาโนรามา
ช่วงที่คนตั้งตารอที่สุดคือปลายมีนาคมถึงกลางเมษายน เมื่อซากุระราว 1,000 ต้นบานรับวิวทะเลสีฟ้าและหมู่เกาะ ส่วนต้นฤดูร้อนมีดอกไฮเดรนเยียบานเป็นอีกช่วงที่สวย ที่จอดรถบนยอดมีจำกัด และช่วงซากุระมีระบบจำกัดรถพร้อมเก็บค่าจอด ควรเช็กประกาศก่อนออกเดินทาง ไปวันธรรมดาหรือแต่เช้าจะสบายกว่า เหมาะกับคนที่ขับรถเที่ยวและชอบวิวทะเลจากที่สูง
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|
| ค่าเข้าชมและการจอง |
|
| การเดินทาง | ขับรถจากสถานี JR ทาคุมะราว 40 นาที |
| แผนที่ | Google Maps |
จัดเส้นทางตามจำนวนวัน
- 1 วัน ไม่เช่ารถ สวนริตสึริน สวนทามาโมะ และเขายาชิมะ ใช้รถไฟโคโตเด็นกับรถบัสชัตเทิล
- 2 วัน 1 คืน วันแรกในเมืองทาคามัตสึ วันที่สองนั่งเรือไปเกาะนาโอชิมะ หรือนั่งรถไฟไปศาลเจ้าโคโตฮิระกูกับปราสาทมารุกาเมะ
- 3 วันขึ้นไป เพิ่มเกาะโชโดชิมะ 1 วัน และฝั่งตะวันตกอย่างหาดจิจิบุงาฮามะช่วงพระอาทิตย์ตก
คำถามที่พบบ่อย
ถ้ามีเวลาเที่ยวคางาวะแค่วันเดียว ควรไปที่ไหน
เริ่มที่สวนริตสึริน ต่อด้วยสวนทามาโมะใกล้สถานีทาคามัตสึ แล้วขึ้นเขายาชิมะช่วงบ่ายถึงเย็นเพื่อดูวิวทะเลและวิวเมือง ทั้งหมดไปได้ด้วยรถไฟและรถบัส
ไม่ขับรถ เที่ยวคางาวะได้ไหม
ได้ ในเมืองทาคามัตสึ ศาลเจ้าโคโตฮิระกู ปราสาทมารุกาเมะ และเกาะนาโอชิมะไปด้วยรถไฟและเรือได้ ที่ควรเช่ารถคือภูเขาชิอุเดยามะ และบางจุดบนเกาะโชโดชิมะ
เกาะนาโอชิมะกับเทชิมะต้องจองอะไรล่วงหน้าบ้าง
พิพิธภัณฑ์ศิลปะชิจูบนนาโอชิมะและพิพิธภัณฑ์ศิลปะเทชิมะใช้ตั๋วจองรอบเวลาออนไลน์ ถ้าตั๋วออนไลน์เต็มจะไม่มีขายหน้างาน ควรจองก่อนเดินทาง
ควรพักที่ไหน
พักใกล้สถานี JR ทาคามัตสึสะดวกที่สุด เพราะเป็นจุดรวมของรถไฟ JR รถไฟโคโตเด็น รถบัสสนามบิน และท่าเรือไปเกาะต่างๆ
วางแผนเที่ยวคางาวะต่อ
- 10 เมนูดังคางาวะ — อุด้งซานุกิ และอาหารท้องถิ่น
- ของฝากคางาวะ
- เที่ยวคางาวะ — หน้ารวมทุกพื้นที่
ดูที่เที่ยวอื่นๆ ใน ที่เที่ยวทั้งหมด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง · เว็บไซต์ภายนอก26 ลิงก์
ลิงก์ด้านล่างเปิดเว็บไซต์ภายนอกในแท็บใหม่
- 1. สวนริตสึริน (Ritsurin Garden) — ภาพ: Leela Soden (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons
- 2. สวนทามาโมะ ซากปราสาททาคามัตสึ (Tamamo Park) — ภาพ: 先従隗始 (commons.wikimedia.org) ↗ / CC0 / Wikimedia Commons
- 3. เขายาชิมะ (Yashima) — ภาพ: 屋嶋の仙人 (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons
- 4. พิพิธภัณฑ์ชิโกกุมุระ (Shikoku Mura Museum) — ภาพ: 663highland (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 2.5 / Wikimedia Commons
- 5. เกาะนาโอชิมะและพิพิธภัณฑ์ศิลปะชิจู (Naoshima) — ภาพ: KimonBerlin (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 2.0 / Wikimedia Commons
- 6. โรงเรียนอุด้งนากาโนะ (Nakano Udon School) — ภาพ: สมาคมท่องเที่ยวคางาวะ(うどん県旅ネット) (my-kagawa.jp) ↗
- 7. พิพิธภัณฑ์ศิลปะเทชิมะ (Teshima Art Museum) — ภาพ: Benesse Art Site Naoshima (benesse-artsite.jp) ↗
- 8. แองเจิลโรด (Angel Road) — ภาพ: 663highland (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 2.5 / Wikimedia Commons
- 9. หุบเขาคังคาเค (Kankakei) — ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดคางาวะ (my-kagawa.jp) ↗
- 10. หมู่บ้านภาพยนตร์ยี่สิบสี่ดวงตา (Twenty-Four Eyes Movie Village) — ภาพ: 663highland (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 2.5 / Wikimedia Commons
- 11. ย่านฮิชิโอะโนะซาโตะ เมืองโชยุ (Hishio no Sato) — ภาพ: Asturio Cantabrio (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons
- 12. สวนมะกอกโชโดชิมะ (Shodoshima Olive Garden) — ภาพ: สมาคมท่องเที่ยวคางาวะ(うどん県旅ネット) (my-kagawa.jp) ↗
- 13. ศาลเจ้าโคโตฮิระกู (Kotohira-gu) — ภาพ: Raita Futo from Tokyo, Japan (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 2.0 / Wikimedia Commons
- 14. ปราสาทมารุกาเมะ (Marugame Castle) — ภาพ: EkuT (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 4.0 / Wikimedia Commons
- 15. วัดเซนสึจิ (Zentsuji Temple) — ภาพ: 663highland (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 2.5 / Wikimedia Commons
- 16. สวนอนุสรณ์สะพานเซโตะโอฮาชิ (Seto Ohashi Memorial Park) — ภาพ: 663highland (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 2.5 / Wikimedia Commons
- 17. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชิโกกุ (Shikoku Aquarium) — ตู้ขนาดใหญ่ ‘วาตัตสึมิ’ ที่ให้ชมการเคลื่อนไหวของฝูงปลา — ภาพโดย Totti (commons.wikimedia.org) ↗(CC BY-SA 4.0; ครอป 3:2)
- 18. โกลด์ทาวเวอร์ (Gold Tower) — ภาพ: 663highland (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 2.5 / Wikimedia Commons
- 19. สวนแห่งชาติซานุกิมันโนะ (Sanuki Manno Park) — ภาพ: r18 INO (PACHIMO) (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 3.0 / Wikimedia Commons
- 20. วัดโอคุโบจิ (Okuboji Temple) — ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดคางาวะ (my-kagawa.jp) ↗
- 21. ศูนย์โลมาญี่ปุ่น (Japan Dolphin Center) — ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดคางาวะ (my-kagawa.jp) ↗
- 22. สวนสัตว์ชิโรโทริ (Shirotori Zoo) — ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดคางาวะ (my-kagawa.jp) ↗
- 23. หาดจิจิบุงาฮามะ (Chichibugahama) — ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดคางาวะ (my-kagawa.jp) ↗
- 24. ภาพทรายเซนิกาตะ (Zenigata Sand Coin) — ภาพ: nnh (commons.wikimedia.org) ↗ / Public domain / Wikimedia Commons
- 25. ภูเขาชิอุเดยามะ (Mount Shiude) — ภาพ: Dokudami (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons
- ภาพหลัก — ภาพ: Leela Soden (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons






























