ภาพปก: ภูเขาไดเซ็นมองจากเมืองโฮกิ · ภาพต้นฉบับ: 663highland · CC BY 2.5
ข้อมูลพื้นฐาน
| ข้อมูลสถานที่ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อภาษาไทย | ภูเขาไดเซ็น (การปีนเขาไดเซ็น)(大山/大山登山) |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Mount Daisen |
| ชื่อภาษาญี่ปุ่น | 大山(だいせん)/大山登山 |
| จังหวัด | ทตโตริ — อำเภอไซฮากุ เมืองไดเซ็น |
| ที่อยู่ภาษาญี่ปุ่น | 〒689-3318 鳥取県西伯郡大山町大山40-33 |
| ที่อยู่ภาษาอังกฤษ | 40-33 Daisen, Daisen, Saihaku District, Tottori, Japan |
| หมายเหตุเรื่องเวลา | ภูเขาไม่มีเวลาเปิดปิด; สำนักงานการท่องเที่ยวไดเซ็นรับสายเวลา 8:30–16:00 |
| วันหยุด | ไม่มี |
| ที่จอดรถ | โบโรซะ 600 คัน เปิดทั้งปี; ลานจอดหลายชั้น 331 คัน และมากิฮาระ 1,530 คัน เปิดเฉพาะฤดูสกี; นันโกกาวาระใกล้ปากทางขึ้น ฟรีนอกฤดูสกี |
| โทรศัพท์ | 0859-52-2502(一般社団法人大山観光局・ภาษาญี่ปุ่น) |
ค่าใช้จ่ายและการจอง
| ค่าเข้าชมและการจอง | ปีนเขาไม่มีค่าเข้า; เงินสมทบเข้าเขา 500 เยนต่อครั้ง หรือ 3,000 เยนต่อปี (นักเรียนไม่เกินมัธยมปลายไม่ต้องจ่าย); ไกด์นำปีนเขาต้องจองล่วงหน้า |
|---|
จุดเด่นและสิ่งที่ไม่ควรพลาด
ยอดที่ไม่มีใครขึ้นไปยืนได้
ไดเซ็นสูง 1,729 เมตร เป็นยอดสูงที่สุดของภูมิภาคชูโกกุ แต่จุดที่นักเดินเขาไปถึงได้จริงคือยอดรองชื่อมิเซ็น สูง 1,709 เมตร ต่ำกว่ายอดจริงยี่สิบเมตรพอดี สันเขาแคบที่ทอดจากมิเซ็นไปยังเค็นกามิเนะซึ่งเป็นยอดจริงพังทลายรุนแรงจนเป็นเส้นทางที่ขอให้เลี่ยง ภูเขาลูกนี้จึงเป็นภูเขาที่ยอดสูงสุดมองเห็นได้ชัดจากที่ยืน แต่ไปไม่ถึง
สาเหตุอยู่ที่โครงสร้างของภูเขาเอง ไดเซ็นเป็นภูเขาไฟชั้นที่มีโดมลาวาวางอยู่ด้านบน หน้าผาชันทางเหนือและใต้ของยอดยังพังลงมาเรื่อย ๆ สิ่งที่เห็นจากมิเซ็นจึงไม่ใช่ยอดเขาเรียบร้อยสวยงาม แต่เป็นสันหินแหลมที่กำลังถูกกัดกร่อนอยู่ตรงหน้า
หินหนึ่งก้อนต่อคนหนึ่งคน
ในทศวรรษ 1970 จำนวนนักเดินเขาเพิ่มขึ้นจนพืชบนยอดหายไปเป็นบริเวณกว้าง ดินสูญเสียความสามารถในการอุ้มน้ำ และเกิดร่องน้ำกัดเซาะจำนวนมาก ปี 1985 จึงเกิดกิจกรรมหนึ่งต้นหนึ่งหิน ให้นักเดินเขาแต่ละคนหยิบหินจากกองที่ลานจอดรถนันโกกาวาระ ฝั่งตะวันตกของสะพานไดเซ็นจิ แล้วแบกขึ้นไปถมร่องบนยอด ควบคู่กับการปลูกต้นกล้าและวางทางเดินไม้เพื่อกันการเหยียบย่ำ
ผลคือช่วงบนของภูเขามีทางเดินไม้ยกพื้นทอดยาวไปตามสันเขา และกฎที่ตามมาคือห้ามเดินนอกทางไม้ ห้ามเข้าเขตอนุรักษ์พืช และห้ามเข้าพื้นที่หมุดสามเหลี่ยม สำหรับคนที่ขึ้นไปครั้งเดียวในชีวิต การหยิบหินก้อนเดียวใส่เป้ตั้งแต่ลานจอดรถคือส่วนหนึ่งของการขึ้นเขาลูกนี้
ป่าบีชกับต้นคยาระโบกุ
ช่วงความสูง 800 ถึง 1,300 เมตรของเส้นทางเดินอยู่ในป่าบีชธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นตะวันตก ต้นไม้สูงบังแดดเกือบตลอดทางขึ้น พอพ้นระดับ 1,300 เมตรป่าก็หายไปทันที เปลี่ยนเป็นแนวไม้พุ่มเตี้ยที่ถูกลมกดจนไม่สูงขึ้น
ไม้พุ่มนั้นคือคยาระโบกุ ซึ่งขึ้นเป็นกลุ่มใหญ่ตั้งแต่ราวช่วงที่ 8 ของเส้นทางและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติของชาติ ในกลุ่มไม้เตี้ยระดับนี้ยังพบไม้ดอกบนที่สูงอย่างสึงะซากุระ อากาโมโนะ และนังโงกุคุไกโซ ความเปลี่ยนแปลงจากป่าทึบเป็นทุ่งพุ่มเตี้ยภายในระยะไม่กี่ร้อยเมตรคือสิ่งที่ทำให้เส้นทางนี้ไม่น่าเบื่อแม้จะชันต่อเนื่อง

วิธีเที่ยวและเวลาที่ควรเผื่อ
เส้นทางนัตสึยามะใช้เวลาไปกลับราว 6 ชั่วโมงรวมพัก แบ่งเป็นขาขึ้น 3 ชั่วโมงและขาลง 2 ชั่วโมงครึ่ง จังหวะขาขึ้นคือปากทาง ถึงช่วงที่ 3 ใน 60 นาที ถึงช่วงที่ 6 อีก 60 นาที และถึงยอดมิเซ็นอีก 60 นาที ขาลงย่นเหลือช่วงละ 50 นาที ตัวเลขนี้เป็นเวลาเดินล้วน ยังไม่รวมเวลาถ่ายรูปและเวลาที่ใช้หาที่จอดรถ
ช่วงที่ 1 ถึง 2 เป็นบันไดไม้สลับหิน ช่วงที่ 5 เป็นจุดที่เส้นทางเกียวจะดานิมาบรรจบ ช่วงที่ 7 ชันขึ้นและพื้นเริ่มไม่มั่นคง ช่วงที่ 8 เข้าเขตคยาระโบกุ และเห็นกระท่อมหลบภัยยอดเขาตั้งแต่ช่วงที่ 9 เป็นเส้นทางที่นับความคืบหน้าได้ตลอด ซึ่งช่วยมากเวลาที่ขาเริ่มหนัก
เรื่องที่ต้องเตรียมก่อนออกจากที่พักมีสามอย่าง อย่างแรกคือน้ำ ไม่มีจุดเติมน้ำบนเส้นทาง และปริมาณที่แนะนำคือ 1.5 ลิตรขึ้นไปต่อคน อย่างที่สองคือเสื้อกันหนาว อุณหภูมิลดราว 6 องศาต่อความสูงที่เพิ่มขึ้นทุกพันเมตร ยอดเขาจึงเย็นกว่าเชิงเขาชัดเจนแม้ในหน้าร้อน อย่างที่สามคือชุดห้องน้ำพกพา เพราะห้องน้ำบนเส้นทางมีจำกัดมาก
ห้องน้ำบนเส้นทางมีที่กระท่อมหลบภัยช่วงที่ 6 ซึ่งเป็นตู้สำหรับใช้ชุดพกพาหนึ่งตู้ ผู้ใช้ต้องเตรียมชุดมาเองและนำกลับลงมาเอง ส่วนกระท่อมหลบภัยบนยอดมีห้องน้ำจริง แต่ระบบชักโครกใช้น้ำฝน จึงมีช่วงที่ใช้ไม่ได้ตามสภาพอากาศ กระดาษชำระต้องเตรียมมาเองทุกจุด
ก่อนขึ้นเขาควรยื่นแผนการเดินทาง ทำได้ทางออนไลน์ผ่านระบบยื่นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ของจังหวัดหรือแอปคอมพาส และมีตู้รับเอกสารกระดาษที่ป้อมตำรวจไดเซ็นจิ ลานจอดรถนันโกกาวาระ และปากทางขึ้นเส้นทางนัตสึยามะ เมื่อลงมาแล้วต้องยื่นแจ้งลงเขาด้วย
เงินสมทบเข้าเขาเริ่มใช้เมื่อเดือนมิถุนายน 2022 อยู่ที่ 500 เยนต่อการขึ้นหนึ่งครั้ง หรือ 3,000 เยนต่อปีแบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง จ่ายได้ที่กระท่อมหลบภัยบนยอดและที่ศูนย์อุทยานแห่งชาติไดเซ็น รับทั้งกล่องรับบริจาค เจ-คอยน์เพย์ และบัตรเครดิต เงินส่วนนี้ใช้ซ่อมเส้นทาง ดูแลกระท่อมหลบภัย และทำความสะอาดห้องน้ำ ผู้จ่ายจะได้การ์ดที่ระลึกหรือพวงกุญแจไม้สาลี่
การเดินทาง
ด้วยรถสาธารณะ ตั้งต้นที่สถานีเจอาร์โยนาโกะ ขึ้นรถเมล์นิฮงโคซูสายฮงกูไดเซ็นผ่านถนนชมวิว ปลายทางไดเซ็นจิ ใช้เวลาราว 50 นาที ลงที่ป้ายไดเซ็นจิ ซึ่งอยู่ในย่านเดียวกับลานจอดรถนันโกกาวาระและปากทางขึ้นเขา เที่ยวรถไม่ได้ถี่ ควรดูตารางเดินรถของวันนั้นก่อนออก และเผื่อเวลาขากลับให้มากกว่าที่คิด
ด้วยรถยนต์ จากทางด่วนลงที่โยนาโกะไอซี แล้วใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 24 ราว 12 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 40 นาทีถึงไดเซ็นจิ หรือลงที่มิโซกุจิไอซี ใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 45 ต่อด้วยหมายเลข 158 ราว 10 กิโลเมตร จากโอซากาใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง 15 นาที จากฮิโรชิมาราว 3 ชั่วโมง และจากโอกายามะราว 2 ชั่วโมง
จากสนามบินโยนาโกะคิทาโรนั่งแท็กซี่หรือขับรถเช่าราว 70 นาที หรือขึ้นรถเมล์เชื่อมสนามบินไปสถานีโยนาโกะราว 30 นาที แล้วต่อรถเมล์อีก 50 นาที
เรื่องที่จอดรถ ลานโบโรซะจุ 600 คันและเปิดทั้งปี เป็นตัวเลือกที่แน่นอนที่สุดสำหรับคนขับรถมาเดินเขา ส่วนลานนันโกกาวาระอยู่ใกล้ปากทางขึ้นที่สุดและฟรีนอกช่วงที่ลานสกีเปิด แต่เล็กและเต็มเร็วในวันอากาศดี ลานจอดหลายชั้นและลานมากิฮาระเปิดเฉพาะฤดูสกี จึงไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับการเดินเขาหน้าร้อน

ให้คนขับหรือเจ้าหน้าที่ดูข้อความภาษาญี่ปุ่นนี้
大山の夏山登山口までお願いします。神奈川県の大山(おおやま)ではありません。
〒689-3318 鳥取県西伯郡大山町大山
ความหมาย: ขอไปที่ปากทางขึ้นเขาเส้นนัตสึยามะของภูเขาไดเซ็น แถวลานจอดรถนันโกกาวาระ ไม่ใช่ภูเขาโอยามะของจังหวัดคานางาวะ
สิ่งที่ควรเช็กก่อนเดินทาง
ห้องน้ำแต่ละจุดเปิดให้ใช้ตามช่วงเวลาที่เปลี่ยนไปทุกปี ควรดูประกาศของช่วงนั้น
ฤดูหนาวเป็นคนละภูเขา ไดเซ็นเป็นภูเขาโดดที่ติดทะเลญี่ปุ่น เมื่ออากาศเริ่มแปรปรวนความรุนแรงเทียบได้กับภูเขาระดับสามพันเมตร มีอุบัติเหตุหิมะถล่มเกิดขึ้นจริงในเดือนมีนาคม 2024 การขึ้นในช่วงนั้นต้องใช้ตะปูน้ำแข็งที่ใส่ได้ทั้งที่สวมถุงมือหนา เครื่องส่งสัญญาณค้นหา และประสบการณ์ภูเขาหิมะ ไม่ใช่กิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป
บนเขามีหมี วิธีที่แนะนำคือเดินพร้อมเสียง เช่น กระดิ่งหรือวิทยุ ส่วนการเก็บพืชและสัตว์ห้ามเด็ดขาดเพราะทั้งภูเขาอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ขยะทุกชิ้นต้องนำกลับลงมา และการบินโดรนต้องขออนุญาตล่วงหน้า
ถ้าอยากเจอบรรยากาศพิธีเปิดฤดูเดินเขา งานฤดูร้อนจัดสุดสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายนทุกปี คืนก่อนงานมีขบวนคบเพลิงเดินลงจากศาลเจ้ามายังลานโบโรซะเป็นระยะราวหนึ่งกิโลเมตร เห็นเป็นสายไฟยาวบนไหล่เขา ที่นั่งขบวนขายล่วงหน้าทางออนไลน์เท่านั้น จำนวนจำกัด และมีค่าเข้าร่วม ส่วนวันรุ่งขึ้นมีพิธีบนยอดมิเซ็นตอนสิบโมง เข้าร่วมได้ทุกคนที่เดินขึ้นไปถึง วันที่แน่นอนประกาศเป็นปี ๆ ไป
สำหรับคนที่อยากมีไกด์ มีบริการนำเดินทั้งแบบเดินระดับเบาถึงโมโตดานิ และแบบขึ้นยอด ต้องจองล่วงหน้าทั้งสองแบบ ราคาที่มีอยู่คือ 2,000 เยนสำหรับแบบเบาที่รับได้ถึง 5 คน และ 19,000 เยนสำหรับแบบขึ้นยอดที่รับได้ถึง 30 คน แต่ไม่ชัดว่าเป็นราคาต่อคนหรือต่อกลุ่ม จึงควรยืนยันตอนจอง
เรื่องชื่อ ภูเขาลูกนี้เขียนด้วยอักษร 大山 และอ่านว่าไดเซ็น แต่ในจังหวัดคานางาวะมีภูเขาที่เขียนเหมือนกันทุกตัวและอ่านว่าโอยามะ เวลาค้นหาข้อมูลเส้นทาง เวลาเดิน หรือรถเมล์ ต้องดูให้แน่ว่าเป็นของจังหวัดทตโตริ ไม่ใช่ของคานางาวะ
สถานที่เที่ยวใกล้เคียง
ย่านเชิงเขาที่รถเมล์มาจอดคือย่านวัดไดเซ็นจิ มีทางเดินหินทอดขึ้นไปยังวัดไดเซ็นจิและศาลเจ้าโอกามิยามะโอกุมิยะ ซึ่งอยู่บนเส้นทางเกียวจะที่บรรจบเส้นทางหลักที่ช่วงที่ 5 คนที่ไม่ได้ตั้งใจขึ้นยอดก็เดินช่วงนี้ได้ ถัดออกไปทางตะวันออกมีย่านโกดังผนังปูนขาวคุระโยชิและพิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดทตโตริ ซึ่งเข้ากันดีกับวันถัดจากวันเดินเขาที่ขายังล้า ดูบทความท่องเที่ยวญี่ปุ่นอื่น ๆ สำหรับไอเดียทริปต่อ




















