การเผาหญ้าบนที่ราบสูงอากิโยชิได

เที่ยวยามากุจิหน้าหนาว|9 ที่เที่ยว ธ.ค.–ก.พ. ปลาปักเป้า ไฟคริสต์มาส และบ๊วย

แชร์บทความนี้

FacebookXLINE

IG・Messenger: แชร์ผ่านแอป (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)

หน้าหนาวยามากุจิไม่ค่อยมีหิมะในเมือง อากาศเย็นแต่เที่ยวได้สบาย ช่วงธันวาคมถึงกุมภาพันธ์เป็นฤดูปลาปักเป้าที่ชิโมโนเซกิ เมืองยามากุจิประดับไฟคริสต์มาสทั้งเดือนธันวาคม และกลางกุมภาพันธ์ดอกบ๊วยกับดอกคามิเลียเริ่มบาน

บทความนี้รวม 9 ที่เที่ยวยามากุจิหน้าหนาว ทั้งไฟยามค่ำ น้ำพุร้อน ถ้ำที่อุ่นกว่าข้างนอก พิธีเผาหญ้าบนที่ราบสูง และดอกไม้ปลายหนาว พร้อมช่วงเวลาและวิธีไป ข้อมูล ณ กันยายน 2026 วันจัดงานจริงเปลี่ยนได้ทุกปี

เนื้อหาในบทความย่อ −ดู +
  1. ช่วงเวลาแต่ละจุด
  2. เมืองยามากุจิและตอนกลาง
  3. ชายฝั่งและเมืองอื่น
  4. วางแผนเที่ยวหน้าหนาว
  5. คำถามที่พบบ่อย
  6. วางแผนเที่ยวยามากุจิต่อ

ช่วงเวลาแต่ละจุด

จุดเที่ยวเมืองช่วงเวลา
ไฟคริสต์มาสเมืองยามากุจิ(クリスマス市やまぐち)เมืองยามากุจิ1–31 ธ.ค.
วัดรุริโคจิ(瑠璃光寺五重塔)เมืองยามากุจิเปิดไฟทุกคืน
น้ำพุร้อนยูดะ(湯田温泉)เมืองยามากุจิตลอดหน้าหนาว
ถ้ำอากิโยชิโด(秋芳洞)มิเนะราคาโลว์ซีซัน 1 ธ.ค. – 28 ก.พ.
พิธีเผาหญ้าอากิโยชิได(秋吉台山焼き)มิเนะกลาง ก.พ.
ตลาดคาราโตะ(唐戸市場)ชิโมโนเซกิฤดูปลาปักเป้า ธ.ค. – ก.พ.
น้ำพุร้อนนางาโตะยุโมโตะ(長門湯本温泉)นางาโตะตลอดหน้าหนาว
บ๊วยศาลเจ้าโฮฟุเท็นมังงู(防府天満宮)โฮฟุกลาง ก.พ. – ต้น มี.ค.
ป่าคามิเลียคาซายามะ(笠山椿群生林)ฮางิกลาง ก.พ. – ปลาย มี.ค.

เมืองยามากุจิและตอนกลาง

1. ไฟคริสต์มาสเมืองยามากุจิ(クリスマス市やまぐち)

ไฟจำลองโบสถ์อนุสรณ์เซเวียร์ เมืองยามากุจิ

เมืองยามากุจิคือจุดกำเนิดคริสต์มาสแห่งแรกของญี่ปุ่น ในปี 1552 ที่นี่จัดพิธีฉลองวันประสูติของพระเยซูเป็นครั้งแรกในประเทศ หลังโออุจิ โยชิทากะ เจ้าเมืองในสมัยมุโรมาจิ อนุญาตให้นักบุญฟรานซิสเซเวียร์เผยแผ่ศาสนา ทุกเดือนธันวาคมทั้งเมืองจึงกลายเป็นเมืองคริสต์มาส ไฮไลต์อยู่ที่สวนคาเมยามะข้างพิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัด ซึ่งมีไฟจำลองโบสถ์อนุสรณ์เซเวียร์หลังเก่า และถนนพาร์กโรดที่ประดับไฟยาวตลอดแนว

นอกจากสวนคาเมยามะ ไฟประดับยังกระจายอยู่ที่ย่านน้ำพุร้อนยูดะ ลานหน้าสถานีชินยามากุจิ และย่านร้านค้ากลางเมือง แนะนำเริ่มเดินตอนไฟเปิดช่วงเย็น ชมไฟที่สวนคาเมยามะก่อน แล้วต่อไปวัดรุริโคจิที่เปิดไฟส่องเจดีย์ทุกคืน ปิดท้ายด้วยการแช่เท้าอุ่น ๆ ที่ยูดะ เหมาะกับคู่รัก และคนที่มาเที่ยวยามากุจิในเดือนธันวาคม

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

1–31 ธันวาคมของทุกปี

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ฟรี
  • เวิร์กช็อปบางรายการเสียเงิน
เวลาทำการ
  • เปิดไฟโดยทั่วไป 17:00–22:00 น.
  • แต่ละจุดอาจต่างกัน
เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 1–2 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • สวนคาเมยามะ:
    เดินจากสถานี JR ยามากุจิราว 15 นาที
  • หรือรถบัสจากสถานี JR ชินยามากุจิราว 40 นาที
แผนที่Google Maps

2. วัดรุริโคจิ(瑠璃光寺五重塔)

เจดีย์ห้าชั้นวัดรุริโคจิ สะท้อนบนสระน้ำในสวนโคซัง

เจดีย์ห้าชั้นของวัดรุริโคจิสร้างขึ้นในปี 1442 เป็นสมบัติแห่งชาติ และถูกนับเป็นหนึ่งในสามเจดีย์ที่งามที่สุดของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในสวนโคซังกลางเมืองยามากุจิ งานบูรณะหลังคาครั้งใหญ่เสร็จสิ้นแล้ว นั่งร้านถูกรื้อออก เจดีย์จึงกลับมาให้ชมได้เต็มองค์อีกครั้ง และในปี 2024 เจดีย์หลังนี้ยังเป็นจุดเด่นที่ทำให้หนังสือพิมพ์ The New York Times เลือกเมืองยามากุจิเข้ารายชื่อสถานที่ที่ควรไปเยือน

เจดีย์เปิดไฟส่องทุกคืนหน้าหนาวฟ้ามืดเร็ว จึงเริ่มชมไฟได้ตั้งแต่ช่วงเย็น มุมยอดนิยมคือฝั่งสระน้ำ ซึ่งเห็นเงาเจดีย์สะท้อนบนผิวน้ำ ถ้ามาเดือนธันวาคม ชมไฟที่นี่แล้วเดินต่อไปดูไฟคริสต์มาสในเมืองได้ในคืนเดียว เหมาะกับคนชอบถ่ายรูปกลางคืน และคนที่หลงใหลสถาปัตยกรรมไม้แบบญี่ปุ่นโบราณ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ทุกฤดู
  • ไฟส่องยามค่ำตั้งแต่พระอาทิตย์ตกถึง 22:00 น. ทุกคืน
ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี

เวลาทำการ
  • สวนโคซังและลานเจดีย์เข้าได้ตลอดเวลา
  • ห้องจัดแสดงของวัด 9:00–17:00 น.
เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 1 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • รถบัสจากสถานี JR ชินยามากุจิราว 30 นาที
    ลงป้ายเค็นโชมาเอะ แล้วเดินราว 10 นาที
  • รถยนต์จากโองูริ IC ราว 20 นาที
แผนที่Google Maps

3. น้ำพุร้อนยูดะ(湯田温泉)

บ่อแช่เท้าคิตสึเนะโนะอาชิอาโตะ ยูดะออนเซ็น

ย่านน้ำพุร้อนกลางเมืองยามากุจิ มีตำนานเล่าว่าสุนัขจิ้งจอกขาวตัวหนึ่งลงแช่น้ำร้อนจนคนพบบ่อน้ำพุ รูปจิ้งจอกขาวจึงเป็นสัญลักษณ์ที่เห็นได้ทั่วย่าน ความพิเศษของยูดะคือเป็นออนเซ็นที่อยู่ในเมืองและเดินจากสถานีรถไฟได้ อีกทั้งมีบ่อแช่เท้าสาธารณะหลายจุด เช่น หน้าสถานียูดะออนเซ็นและถนนยุโนกะ ให้แวะแช่ได้ฟรีระหว่างเดินเล่น

จุดที่ควรแวะคือคิตสึเนะโนะอาชิอาโตะ ศูนย์ท่องเที่ยวที่มีบ่อแช่เท้าอยู่ในคาเฟ่ นั่งแช่เท้าไปพร้อมกับชิมสาเกท้องถิ่นของยามากุจิแบบชุดเทียบรส หรือขนมจากวัตถุดิบท้องถิ่น ในเดือนธันวาคมย่านนี้ยังเป็นหนึ่งในจุดจัดไฟคริสต์มาสของเมือง เหมาะกับคนที่พักค้างคืนในเมืองยามากุจิ และคนที่อยากลองออนเซ็นโดยไม่ต้องเดินทางไกล

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ตลอดหน้าหนาว

ค่าเข้าชมและการจอง
  • บ่อแช่เท้าสาธารณะ ฟรี
  • คิตสึเนะโนะอาชิอาโตะ ค่าแช่เท้า
    ผู้ใหญ่ 200 เยน
  • ประถม–ม.ต้น 100 เยน
เวลาทำการ
  • บ่อแช่เท้าสาธารณะ 10:00–22:00 น.
  • คิตสึเนะโนะอาชิอาโตะ 9:00–21:30 น.
วันหยุด
  • คิตสึเนะโนะอาชิอาโตะ
  • ปิดวันพุธที่ 1 และ 3 ของเดือน
เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 1–2 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • เดินจากสถานี JR ยูดะออนเซ็นราว 10 นาที
  • หรือรถบัสจากสถานี JR ชินยามากุจิราว 20 นาที
แผนที่Google Maps

4. ถ้ำอากิโยชิโด(秋芳洞)

ลำธารและทางเดินหน้าปากถ้ำอากิโยชิโด

ถ้ำหินปูนที่อยู่ลึกลงไปใต้ที่ราบสูงอากิโยชิไดราว 100 เมตร ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติพิเศษของญี่ปุ่น โพรงถ้ำยาวรวมกว่า 10 กิโลเมตร ภายในมีอุณหภูมิคงที่ราว 17 องศาเซลเซียสตลอดปี วันที่ข้างนอกหนาวจัด พอก้าวเข้าถ้ำจะรู้สึกอุ่นขึ้นทันที จึงเป็นที่เที่ยวหน้าหนาวที่เดินได้สบายแม้วันอากาศไม่ดี

เส้นทางชมทั่วไปยาวราว 1 กิโลเมตร เดินผ่านหินงอกหินย้อยและลำธารใต้ดินได้โดยไม่ต้องปีนป่าย หน้าหนาวยังตรงกับช่วงโลว์ซีซันที่ค่าเข้าถูกกว่าช่วงอื่นของปี ถ้ามีเวลา ลองเข้าทางหลักแล้วออกทางลิฟต์ขึ้นไปบนที่ราบสูงอากิโยชิได จะได้เที่ยวทั้งใต้ดินและบนดินในรอบเดียว เหมาะกับครอบครัว และคนที่ไม่อยากตากลมหนาวนาน

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

1 ธันวาคม–28 กุมภาพันธ์ ช่วงโลว์ซีซันที่ค่าเข้าถูกลง

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ช่วงโลว์ซีซัน
    ผู้ใหญ่ 1,350 เยน
  • ม.ต้น 1,050 เยน
  • ประถม 700 เยน
  • ช่วงปกติ
    ผู้ใหญ่ 1,600 เยน
เวลาทำการ

รับเข้าช่วงปกติ 9:00–16:30 น.

วันหยุด

ไม่มี เปิดทุกวัน

เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 1 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • รถบัสจากสถานี JR ชินยามากุจิราว 40 นาที
    ลงป้ายอากิโยชิโด แล้วเดินราว 10 นาที
  • รถยนต์จากอากิโยชิได IC ราว 5 นาที
แผนที่Google Maps

5. พิธีเผาหญ้าอากิโยชิได(秋吉台山焼き)

การเผาหญ้าบนที่ราบสูงอากิโยชิได

ทุกปีช่วงกลางกุมภาพันธ์ ทุ่งหญ้าแห้งทั่วที่ราบสูงอากิโยชิไดจะถูกจุดไฟเผาพร้อมกันเพื่อรักษาทุ่งหญ้าไว้ เปลวไฟและควันสีขาวลามไปทั่วเนินเขาหินปูนกว้างสุดสายตา เป็นประเพณีที่ทำในรูปแบบปัจจุบันมาราว 100 ปี และเป็นภาพที่เห็นได้เพียงปีละครั้ง ต่างจากที่ราบสูงสีเขียวหรือสีทองที่คนส่วนใหญ่คุ้นตา

หลังไฟมอด ทุ่งหญ้าจะกลายเป็นสีดำ เผยให้เห็นหินปูนที่ปกติซ่อนอยู่ใต้หญ้าได้ชัดเจน และพอถึงฤดูใบไม้ผลิ หญ้าใหม่จะงอกขึ้นเป็นสีเขียวสด วันจัดงานเลื่อนได้ตามสภาพอากาศ ควรเช็กประกาศของเมืองมิเนะก่อนออกเดินทาง และแต่งตัวให้อุ่นเพราะต้องยืนรอกลางแจ้งบนที่ราบสูง เหมาะกับคนชอบถ่ายภาพ และคนที่อยากเห็นประเพณีที่หาดูได้ยาก

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ทุกปีช่วงกลางกุมภาพันธ์ (เลื่อนได้ตามสภาพอากาศ)
  • ตรวจสอบวันของปีนี้บนเว็บไซต์ทางการก่อนไป
ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี

เวลาที่ควรเผื่อ

ราวครึ่งวัน

การเดินทาง
  • รถบัสจากสถานี JR ชินยามากุจิราว 40 นาที
    ลงป้ายอากิโยชิโด แล้วเดินขึ้นราว 30 นาที
  • รถยนต์จากอากิโยชิได IC ราว 10 นาที หรือจากมิเนะ IC ราว 20 นาที
แผนที่Google Maps

ชายฝั่งและเมืองอื่น

6. ตลาดคาราโตะ(唐戸市場)

ภายในตลาดคาราโตะ ชิโมโนเซกิ

ตลาดปลาริมช่องแคบคันมงในเมืองชิโมโนเซกิ เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องปลาปักเป้า หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า “ฟุกุ” ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่าโชคดี หน้าหนาวคือฤดูที่คนญี่ปุ่นนิยมกินปลาปักเป้ามากที่สุด ทุกวันศุกร์ถึงอาทิตย์และวันหยุด ร้านปลาในตลาดจะตั้งแผงขายซูชิเป็นชิ้น ข้าวหน้าปลา และซุปปลาปักเป้า ในงานที่ชื่อ “อิคิอิคิบากังไก” ให้เดินเลือกได้ในราคาไม่แพง

วิธีสนุกที่สุดคือเดินดูให้ครบทุกแผงก่อน แล้วค่อยเลือกซูชิทีละชิ้นใส่ถาด จ่ายเงินที่ร้าน จากนั้นถือไปนั่งกินริมทะเลพร้อมวิวช่องแคบ ควรมาแต่เช้า เพราะแต่ละร้านปิดเมื่อของหมด ถ้าพักอยู่ฟุกุโอกะ นั่งเรือข้ามจากท่าเรือโมจิโกะมาได้ในไม่กี่นาที ทำเป็นทริปไปกลับวันเดียวได้สบาย เหมาะกับสายกินอาหารทะเล และคนที่อยากลองปลาปักเป้าเป็นครั้งแรก

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ฤดูปลาปักเป้า ธันวาคม–กุมภาพันธ์
  • งานซูชิเฉพาะศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
ค่าเข้าชมและการจอง
  • เข้าฟรี
  • จ่ายตามที่ซื้อ
เวลาทำการ
  • งานซูชิอิคิอิคิบากังไก ศุกร์–เสาร์ 10:00–15:00 น.
  • อาทิตย์และวันหยุด 8:00–15:00 น.
  • ของหมดแล้วปิด
เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 1 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • รถบัสซันเด็นจากสถานี JR ชิโมโนเซกิราว 7–10 นาที
    ลงป้ายคาราโตะ แล้วเดินราว 3 นาที
  • หรือเรือคันมงคิเซ็นจากท่าเรือโมจิโกะราว 5 นาที
แผนที่Google Maps

7. น้ำพุร้อนนางาโตะยุโมโตะ(長門湯本温泉)

โรงอาบน้ำพุร้อนออนโตะ นางาโตะยุโมโตะ

ย่านน้ำพุร้อนเก่าแก่ราว 600 ปีริมแม่น้ำโอโตซุเระ เมืองนางาโตะ ตำนานเล่าว่าเป็นน้ำพุร้อนที่เทพประทาน ซึ่งผูกพันกับวัดไทเนจิ หัวใจของย่านคือโรงอาบน้ำออนโตะ ที่น้ำพุร้อนผุดขึ้นจากชั้นหินใต้บ่อโดยตรง นั่งแช่แล้วมองเห็นน้ำไหลออกจากหินได้ด้วยตาตัวเอง ซึ่งเป็นบ่อแบบที่หาได้ไม่บ่อยนัก

น้ำเป็นน้ำแร่อัลคาไลน์ อุณหภูมิราว 37–39 องศาเซลเซียส อุ่นกำลังดีจนแช่ได้นาน หลังอาบน้ำแล้วค่อยเดินเล่นริมแม่น้ำ ซึ่งมีทางเดินและร้านค้าเล็ก ๆ ให้แวะ บรรยากาศเงียบสงบต่างจากออนเซ็นใหญ่ในเมือง ใครอยากแช่หลายรอบ บัตรทั้งวันคุ้มกว่า เหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศออนเซ็นเมืองเล็ก และคนที่เที่ยวฝั่งทะเลญี่ปุ่นของยามากุจิ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ตลอดหน้าหนาว

ค่าเข้าชมและการจอง
  • โรงอาบน้ำออนโตะ
    ผู้ใหญ่ 990 เยน
  • เด็ก 4–12 ปี 500 เยน
  • บัตรทั้งวัน
    ผู้ใหญ่ 1,500 เยน
เวลาทำการ

ออนโตะ 10:00–22:00 น.

วันหยุด

ออนโตะ หยุดไม่แน่นอน ควรเช็กเว็บไซต์ก่อนไป

เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 2 ชั่วโมง รวมเดินเล่นริมแม่น้ำ

การเดินทาง

เดินจากสถานี JR นางาโตะยุโมโตะราว 15 นาที

แผนที่Google Maps

8. บ๊วยศาลเจ้าโฮฟุเท็นมังงู(防府天満宮)

ดอกบ๊วยที่ศาลเจ้าโฮฟุเท็นมังงู

ศาลเจ้าโฮฟุเท็นมังงูบูชาสุงาวาระ โนะ มิจิซาเนะ เทพเจ้าแห่งการเรียน และเป็นเท็นมังงูแห่งแรกที่ถูกสร้างขึ้นในญี่ปุ่น จากศาลเจ้าที่บูชามิจิซาเนะราว 12,000 แห่งทั่วประเทศ มิจิซาเนะเป็นผู้ที่รักดอกบ๊วย ในบริเวณศาลเจ้าจึงมีต้นบ๊วยราว 1,100 ต้นจาก 16 สายพันธุ์ ปลายหนาวเมื่อดอกสีขาวและสีชมพูบาน กลิ่นหอมอ่อน ๆ จะลอยไปทั่วลานศาลเจ้า

ช่วงดอกบ๊วยบานมีเทศกาลบ๊วยราวสองสัปดาห์ ชมดอกไม้แล้วลองขึ้นหอชุนปูโร อาคารไม้ที่เดิมเป็นเจดีย์ห้าชั้นซึ่งสร้างไม่เสร็จ จากตรงนั้นมองเห็นเมืองโฮฟุได้ทั้งเมือง ช่วงนี้ยังตรงกับฤดูสอบของญี่ปุ่น จะเห็นแผงเอมะขอพรสอบเข้าแขวนเต็มลาน เหมาะกับคนชอบดอกไม้ และคนที่อยากเห็นวัฒนธรรมการขอพรของคนญี่ปุ่น

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ดอกบ๊วย กลางกุมภาพันธ์–ต้นมีนาคม
  • เทศกาลบ๊วยจัดช่วงเดียวกัน (ตรวจสอบวันของปีนี้บนเว็บไซต์ทางการ)
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ไหว้ในบริเวณศาลเจ้าฟรี
  • หอประวัติศาสตร์ 800 เยน
เวลาทำการ

ประตูเปิด 6:00–20:00 น.

วันหยุด

ไม่มี เปิดทุกวัน

เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 1 ชั่วโมง

การเดินทาง

เดินจากสถานี JR โฮฟุราว 15 นาที

แผนที่Google Maps

9. ป่าคามิเลียคาซายามะ(笠山椿群生林)

ป่าคามิเลียคาซายามะ ฮางิ

บนแหลมโทระงาซากิของภูเขาคาซายามะ เมืองฮางิ มีต้นคามิเลียป่าพันธุ์ยาบุสึบากิราว 25,000 ต้น ขึ้นหนาแน่นบนพื้นที่ราว 10 เฮกตาร์ ปลายฤดูหนาวดอกสีแดงบานเต็มยอดไม้ ส่วนดอกที่ร่วงลงมาทั้งดอกก็ปูทางเดินจนกลายเป็นพรมสีแดง ได้ชมดอกไม้ทั้งบนต้นและบนพื้นในคราวเดียว ซึ่งเป็นภาพที่ป่าดอกไม้ทั่วไปไม่ค่อยมี

ช่วงดอกบานมีเทศกาลคามิเลียฮางิ เดินเล่นตามทางในป่าได้สบาย ๆ ราวหนึ่งชั่วโมง ถ้าไม่ได้ขับรถ แนะนำมาวันเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดช่วงเทศกาล เพราะมีรถรับส่งฟรีจากลานจอดโคชิงาฮามะ ส่วนวันธรรมดาต้องเดินจากป้ายรถบัสอีกไกล เหมาะกับคนชอบธรรมชาติและถ่ายรูปดอกไม้ และคนที่เที่ยวเมืองฮางิอยู่แล้วอยากเพิ่มอีกหนึ่งจุด

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • เทศกาลคามิเลียฮางิ ปกติกลางกุมภาพันธ์–ปลายมีนาคม
  • ตรวจสอบวันของปีนี้บนเว็บไซต์ทางการ
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ฟรี
  • บางกิจกรรมเสียเงิน
เวลาทำการ

ช่วงเทศกาล 10:00–15:30 น.

เวลาที่ควรเผื่อ

ราว 1 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • รถบัสสายประจำจากสถานี JR ฮิงาชิฮางิราว 13 นาที
    ลงป้ายโคชิงาฮามะ แล้วเดินราว 40 นาที
  • เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดช่วงเทศกาลมีรถรับส่งฟรีจากลานจอดโคชิงาฮามะราว 10 นาที
  • รถยนต์จากสถานี JR ฮิงาชิฮางิราว 20 นาที
แผนที่ป่าสึบากิ คาซายามะGoogle Maps

วางแผนเที่ยวหน้าหนาว

  • ธันวาคมพักเมืองยามากุจิ ชมไฟวัดรุริโคจิและไฟคริสต์มาสในคืนเดียวกัน แล้วแช่เท้าที่ยูดะ
  • ถ้ำอากิโยชิโดไปจากสถานีชินยามากุจิได้ครึ่งวัน
  • ชิโมโนเซกิไปกลับจากฟุกุโอกะได้ในวันเดียว
  • กลางกุมภาพันธ์มีทั้งบ๊วยโฮฟุ พิธีเผาหญ้าอากิโยชิได และคามิเลียฮางิ
  • ภูเขาทางเหนือของจังหวัดมีหิมะบางวัน ถ้าขับรถควรใช้ยางหน้าหนาว

คำถามที่พบบ่อย

ยามากุจิหน้าหนาวหิมะตกไหม

ในเมืองชายฝั่งหิมะไม่ค่อยตก แต่ภูเขาและที่ราบสูงทางตอนกลางกับตอนเหนือมีหิมะบางวัน

ไฟคริสต์มาสเมืองยามากุจิจัดถึงวันไหน

ทุกปีวันที่ 1–31 ธันวาคม เปิดไฟ 17:00–22:00 น. เข้าชมฟรี

ช่วงไหนถ้ำอากิโยชิโดถูกที่สุด

1 ธันวาคม – 28 กุมภาพันธ์ ค่าเข้าผู้ใหญ่ 1,350 เยน

กินปลาปักเป้าที่ไหนดี

ตลาดคาราโตะที่ชิโมโนเซกิ วันศุกร์–อาทิตย์และวันหยุดมีงานซูชิอิคิอิคิบากังไก

วางแผนเที่ยวยามากุจิต่อ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง · เว็บไซต์ภายนอก10 ลิงก์

ลิงก์ด้านล่างเปิดเว็บไซต์ภายนอกในแท็บใหม่

  1. 1. ไฟคริสต์มาสเมืองยามากุจิ(クリスマス市やまぐち) — ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ(おいでませ山口へ) (yamaguchi-tourism.jp) ↗
  2. 2. วัดรุริโคจิ(瑠璃光寺五重塔) — ภาพ: เจดีย์ห้าชั้นกับสระน้ำในสวนโคซัง · ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ (yamaguchi-tourism.jp) ↗
  3. 3. น้ำพุร้อนยูดะ(湯田温泉) — ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ(おいでませ山口へ) (yamaguchi-tourism.jp) ↗
  4. 4. ถ้ำอากิโยชิโด(秋芳洞) — ภาพ: ลำธารและทางเดินหน้าปากถ้ำ · ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ (yamaguchi-tourism.jp) ↗
  5. 5. พิธีเผาหญ้าอากิโยชิได(秋吉台山焼き) — ภาพ: Tu-ka-pon (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons
  6. 6. ตลาดคาราโตะ(唐戸市場) — ภาพ: そらみみ (Soramimi) (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 4.0 / Wikimedia Commons
  7. 7. น้ำพุร้อนนางาโตะยุโมโตะ(長門湯本温泉) — ภาพ: Bsx (commons.wikimedia.org) ↗ / Public domain / Wikimedia Commons
  8. 8. บ๊วยศาลเจ้าโฮฟุเท็นมังงู(防府天満宮) — ภาพ: TT mk2 (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons
  9. 9. ป่าคามิเลียคาซายามะ(笠山椿群生林) — ภาพ: สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดยามากุจิ(おいでませ山口へ) (yamaguchi-tourism.jp) ↗
  10. ภาพหลัก — ภาพ: Tu-ka-pon (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons

แชร์บทความนี้

FacebookXLINE

IG・Messenger: แชร์ผ่านแอป (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)

รวมเรื่องเที่ยวยามากุจิ

เรื่องแนวเดียวกันทั่วญี่ปุ่น