หุบเขาโกเค หน้าผาหินแกรนิต โซจะ

ใบไม้แดงโอคายามะ|10 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี ต.ค.–ธ.ค.

แชร์บทความนี้

FacebookXLINE

IG・Messenger: แชร์ผ่านแอป (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)

ใบไม้เปลี่ยนสีในโอคายามะเริ่มจากภูเขาทางเหนือราวปลายตุลาคม แล้วลงมาถึงหุบเขาและวัดในเดือนพฤศจิกายน จนถึงสวนโครากุเอ็นในเมืองที่ยังแดงอยู่ถึงต้นธันวาคม

บทความนี้รวม 10 จุดชมใบไม้แดงในโอคายามะ ตั้งแต่สวนญี่ปุ่นกลางเมือง โรงเรียนเก่าที่เป็นสมบัติชาติ ไปจนถึงหุบเขาหินแกรนิตและน้ำตกสูง 110 เมตร พร้อมช่วงสวยตามปกติและวิธีไป ข้อมูล ณ กันยายน 2026

เนื้อหาในบทความย่อ −ดู +
  1. ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีแต่ละจุด
  2. ภูเขาและหุบเขา
  3. วัด สวน และปราสาท
  4. วางแผนชมใบไม้แดง
  5. คำถามที่พบบ่อย
  6. วางแผนเที่ยวโอคายามะต่อ

ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีแต่ละจุด

จุดชมเมืองช่วงสวยปกติ
หุบเขาโอคุตสึคากามิโนะปลายตุลาคม–กลางพฤศจิกายน
จุดชมวิวคิโจไดมานิวะ (ฮิรุเซ็น)ปลายตุลาคม–กลางพฤศจิกายน
โรงเรียนชิซุทานิบิเซ็นต้น–กลางพฤศจิกายน (ต้นไคโนะกิ ปลายตุลาคม–ต้นพฤศจิกายน)
ยุบาระออนเซ็นมานิวะต้น–กลางพฤศจิกายน
หุบเขาโกเคโซจะต้น–ปลายพฤศจิกายน
วัดโฮฟุกุจิโซจะกลางพฤศจิกายน
น้ำตกคันบะมานิวะกลาง–ปลายพฤศจิกายน
ปราสาทสึยามะ สวนคาคุซังสึยามะกลาง–ปลายพฤศจิกายน
สวนชูรากุเอ็นสึยามะกลาง–ปลายพฤศจิกายน
สวนโครากุเอ็นโอคายามะกลางพฤศจิกายน–ต้นธันวาคม

ช่วงสวยเป็นค่าปกติ ควรดูรายงานสถานะใบไม้ของเว็บไซต์ท่องเที่ยวจังหวัดโอคายามะก่อนไป

ภูเขาและหุบเขา

1. หุบเขาโอคุตสึ(奥津渓)

หุบเขาโอคุตสึ

หุบเขาโอคุตสึในเมืองคากามิโนะ คือหุบเขาเลียบลำธารยาวราว 3 กิโลเมตรที่มีวิวเปลี่ยนไปตลอดทาง และถูกยกให้เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีตัวแทนของจังหวัดโอคายามะ ความพิเศษที่หาดูได้ยากคือกลุ่มหลุมหินกลมที่น้ำวนกัดเซาะโขดหินริมลำธารเป็นเวลานาน ตัดกับใบเมเปิลสีแดงส้มที่ห้อยลงเหนือสายน้ำใส

วิธีเที่ยวที่ดีที่สุดคือเดินเลียบลำธารช้า ๆ แวะดูหลุมหินและจุดที่ใบไม้สะท้อนผิวน้ำ ช่วงใบไม้แดงมีทั้งเทศกาลโมมิจิและกิจกรรมเดินชมกับไกด์ท้องถิ่นที่คนนิยมมาก จากนั้นแวะแช่โอคุตสึออนเซ็นที่อยู่ใกล้ ๆ เหมาะกับคนชอบธรรมชาติแบบหุบเขาและอยากเที่ยวใบไม้แดงควบคู่กับออนเซ็น

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ใบไม้เปลี่ยนสี ปลายตุลาคม–กลางพฤศจิกายน
  • มีเทศกาลโมมิจิและกิจกรรมเดินชมกับไกด์ช่วงนี้
ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี

เวลาที่ควรเผื่อ

1–1.5 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • จากสถานี JR อินโนโช นั่งรถบัสราว 35 นาที
    ลงป้ายโอบาตะ แล้วเดินราว 20 นาที
  • จากอินโนโช IC ขับราว 25 นาที
แผนที่Google Maps

2. จุดชมวิวคิโจได(鬼女台展望休憩所)

ภูเขาไดเซ็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

จุดชมวิวคิโจไดตั้งอยู่บนแนวเขตแดนจังหวัดโอคายามะกับทตโตริ ด้านเหนือมองเห็นภูเขาไดเซ็น ยอดเขาที่มีชื่อเสียงของทตโตริ หันกลับมาอีกด้านจะเห็นเมืองฮิรุเซ็นทอดตัวอยู่บนที่ราบสูงสีเขียว ในฤดูใบไม้ร่วงเนินเขารอบจุดชมวิวเปลี่ยนเป็นสีแดงและเหลือง ทำให้ที่นี่เป็นจุดแวะยอดนิยมของเส้นทางขับรถชมวิว

ถ้าตื่นเช้าได้ ให้มาตอนรุ่งสาง เพราะบางวันในฤดูใบไม้ร่วงจะเห็นทะเลหมอกปกคลุมเมืองด้านล่าง และแสงอาทิตย์ขึ้นหลังภูเขาฮิรุเซ็นสามลูก จุดนี้ต้องมาด้วยรถเท่านั้น และถนนปิดช่วงหน้าหนาว จึงเหมาะจะรวมไว้ในทริปขับรถเที่ยวที่ราบสูงฮิรุเซ็น เหมาะกับคนชอบวิวภูเขากว้าง ๆ และสายขับรถเที่ยว

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ใบไม้เปลี่ยนสี ปลายตุลาคม–กลางพฤศจิกายน
  • ทะเลหมอกบางเช้าในฤดูใบไม้ร่วง
เวลาทำการ

จุดพักรถ 9:00–17:00 น.

วันหยุด
  • ปิดช่วงหน้าหนาวราวธันวาคม–มีนาคม (ถนนปิด)
  • อาจปิดชั่วคราวเมื่ออากาศไม่ดี
เวลาที่ควรเผื่อ

30 นาที

การเดินทาง
  • จากฮิรุเซ็น IC ขับราว 5 นาที
  • จากสถานี JR ชูโงกุคัตสึยามะ นั่งแท็กซี่ราว 45 นาที
แผนที่Google Maps

3. หุบเขาโกเค(豪渓)

หุบเขาโกเค หน้าผาหินแกรนิต โซจะ

หุบเขาโกเคเกิดจากลำน้ำที่กัดเซาะที่ราบหินแกรนิตลึกลงไป จนกลายเป็นหน้าผาและยอดหินแหลมรูปร่างแปลกตาเรียงราย ยอดที่โดดเด่นที่สุดคือเท็นชูซัง สูง 330 เมตรจากระดับน้ำทะเล ในฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ริมลำธารเปลี่ยนเป็นสีแดงและเหลืองตัดกับหินสีเทา ทำให้ที่นี่เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ขึ้นชื่อของโอคายามะ

เดินเลียบลำธารแล้วเงยหน้ามองยอดหินที่มีใบไม้แดงเกาะอยู่ตามซอกผา เป็นภาพที่ต่างจากสวนญี่ปุ่นทั่วไปอย่างชัดเจน ช่วงเดือนพฤศจิกายนมีศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวเปิดเฉพาะฤดูนี้ การมาด้วยรถสาธารณะต้องต่อแท็กซี่จากสถานี ถ้ามีรถจะสะดวกที่สุด เหมาะกับคนชอบธรรมชาติแบบภูเขาและการเดินชมวิว

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ใบไม้เปลี่ยนสี ต้น–ปลายพฤศจิกายน

เวลาที่ควรเผื่อ

1–1.5 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • จากสถานี JR โกเค นั่งแท็กซี่ราว 20 นาที
  • จากโอคายามะโซจะ IC ขับราว 45 นาที
แผนที่Google Maps

4. น้ำตกคันบะ(神庭の滝)

ฝูงลิงป่าในสวนธรรมชาติน้ำตกคันบะ

น้ำตกคันบะสูง 110 เมตร กว้าง 20 เมตร ได้รับการยกย่องเป็นทัศนียภาพงดงามระดับชาติ และพื้นที่รอบ ๆ เป็นสวนธรรมชาติระดับจังหวัด ในฤดูใบไม้ร่วง ป่ารอบหน้าผาเปลี่ยนเป็นสีแดงส้มล้อมสายน้ำตกสีขาวที่พุ่งลงมาเป็นแนวยาว อีกเสน่ห์คือฝูงลิงป่าราว 160 ตัวที่อาศัยอยู่ในหุบเขา และมักเดินอยู่ข้างทางไปน้ำตก

ทางเดินจากทางเข้าไปถึงหน้าน้ำตกเลียบลำธาร มีใบไม้แดงให้ถ่ายรูปตลอดทาง ยืนที่ลานหน้าน้ำตกจะเห็นใบไม้หลากสีกับสายน้ำในเฟรมเดียว อย่าให้อาหารลิงและอย่าถือถุงอาหารให้เห็น เพราะลิงอาจเข้ามาแย่ง เหมาะกับคนชอบธรรมชาติ และคนที่เที่ยวทางเหนือต่อไปยุบาระออนเซ็นหรือฮิรุเซ็น

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ใบไม้เปลี่ยนสี กลาง–ปลายพฤศจิกายน

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 600 เยน
  • ประถมและมัธยมต้น 300 เยน
เวลาทำการ

8:30–17:15 น. (รับเข้าถึง 16:30 น.)

วันหยุด

29 ธันวาคม–3 มกราคม

เวลาที่ควรเผื่อ

1 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • จากสถานี JR ชูโงกุคัตสึยามะ นั่งแท็กซี่ราว 20 นาที
  • จากโอจิไอ IC ขับราว 40 นาที
แผนที่Google Maps

5. ยุบาระออนเซ็น(湯原温泉)

บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งซูนายุ ยูบาระ

ยุบาระออนเซ็นเป็นเมืองออนเซ็นริมแม่น้ำอาซาฮิ ใต้เขื่อนยุบาระในเมืองมานิวะ น้ำแร่มีปริมาณมากและเป็นด่างสูง สัมผัสลื่นนุ่มผิว สัญลักษณ์ของเมืองคือ “สึนะยุ” บ่อออนเซ็นกลางแจ้งริมแม่น้ำที่น้ำร้อนผุดขึ้นจากท้องน้ำ ได้รับการจัดอันดับเป็น “โยโกซึนะฝั่งตะวันตก” ของบ่อกลางแจ้งทั่วญี่ปุ่น และเปิดให้แช่ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ภูเขารอบเมืองกลายเป็นสีแดงและเหลือง แช่บ่อริมแม่น้ำพร้อมมองใบไม้แดงคือประสบการณ์ที่หาได้ไม่บ่อย บ่อสึนะยุเป็นบ่อรวมแบบเปิดโล่ง ควรเตรียมผ้าเช็ดตัวไปเอง แนะนำให้พักที่นี่หนึ่งคืน แล้วเที่ยวน้ำตกคันบะกับที่ราบสูงฮิรุเซ็นต่อ เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งใบไม้แดงและออนเซ็นในทริปเดียว

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ใบไม้เปลี่ยนสี ต้น–กลางพฤศจิกายน

ค่าเข้าชมและการจอง

บ่อสึนะยุ ฟรี

เวลาทำการ

บ่อสึนะยุ
เปิด 24 ชั่วโมง

เวลาที่ควรเผื่อ

1 คืน (หรือแวะ 1–2 ชั่วโมง)

การเดินทาง
  • จากสถานี JR ชูโงกุคัตสึยามะ นั่งรถบัสราว 35 นาที
    ลงป้ายยุบาระออนเซ็น แล้วเดินราว 10 นาที
  • จากยุบาระ IC ขับราว 10 นาที
แผนที่Google Maps

วัด สวน และปราสาท

6. โรงเรียนชิซุทานิ(旧閑谷学校)

อาคารเรียนสมบัติชาติของโรงเรียนชิซุทานิ บิเซ็น

โรงเรียนชิซุทานิก่อตั้งในปี 1670 โดยเจ้าเมืองโอคายามะ เป็นโรงเรียนรัฐสำหรับสามัญชนแห่งแรกของญี่ปุ่น และอาคารเรียนหลักเป็นสมบัติชาติ ไฮไลต์ของฤดูใบไม้ร่วงคือต้นไคโนะกิคู่หนึ่งหน้าศาลขงจื๊อ ที่เปลี่ยนเป็นสีแดงและเหลืองสดคนละโทนก่อนต้นไม้อื่น ภาพต้นไม้สองสีตัดกับหลังคากระเบื้องบิเซ็นสีน้ำตาลแดงคือภาพเอกลักษณ์ของที่นี่

ต้นไคโนะกิเปลี่ยนสีเร็วกว่าใบไม้ทั่วไปในบริเวณ ถ้ามาช่วงปลายตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายนจะได้เห็นเต็มที่ ส่วนใบไม้รอบโรงเรียนตามมาในช่วงต้นถึงกลางพฤศจิกายน อย่าลืมเข้าไปดูภายในอาคารเรียนที่พื้นไม้ขัดเงาจนสะท้อนสีใบไม้ข้างนอก เหมาะกับคนชอบสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นโบราณ และคนที่อยากได้ภาพใบไม้เปลี่ยนสีที่ไม่ซ้ำใคร

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ต้นไคโนะกิ ปลายตุลาคม–ต้นพฤศจิกายน
  • ใบไม้รอบโรงเรียน ต้น–กลางพฤศจิกายน
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 450 เยน
  • อายุ 65 ปีขึ้นไป 230 เยน
  • ประถม–มัธยมต้น 100 เยน
เวลาทำการ

9:00–17:00 น.

วันหยุด

29–31 ธันวาคม

เวลาที่ควรเผื่อ

1 ชั่วโมง

การเดินทาง

จากสถานี JR โยชินากะ นั่งรถบัสราว 10 นาที
ลงป้ายชิซุทานิกักโค แล้วเดินราว 5 นาที

แผนที่Google Maps

7. วัดโฮฟุกุจิ(宝福寺)

วัดโฮฟุกุจิ โซจะ วัดที่เซสชูฝึกตนตอนเด็ก

วัดโฮฟุกุจิในเมืองโซจะเป็นวัดเซนนิกายรินไซ ที่เซสชู จิตรกรภาพหมึกชื่อดังของญี่ปุ่น เคยฝึกตนเป็นเณรในวัยเด็ก และมีตำนานว่าเขาใช้น้ำตาวาดรูปหนูด้วยปลายเท้าตอนถูกมัดไว้กับเสา ในฤดูใบไม้ร่วง ใบเมเปิลรอบเจดีย์สามชั้นที่เป็นสมบัติวัฒนธรรมสำคัญของประเทศจะแดงไปทั้งวัด กลายเป็นภาพวัดเซนกับใบไม้แดงแบบคลาสสิก

มุมที่คนชอบที่สุดคือเจดีย์สามชั้นที่มีใบเมเปิลแดงอยู่ด้านหน้า ควรเดินชมให้ครบทั้งประตูซันมง อาคารพระ และลานวัด แล้วหาจังหวะที่คนน้อยเพื่อถ่ายรูป สำหรับคนที่อยากลองนั่งสมาธิแบบเซน วัดมีกิจกรรมประจำเดือนและรับนัดทางโทรศัพท์ เหมาะกับคนชอบวัดเซนบรรยากาศสงบ และคนที่ตามรอยเซสชู

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ใบไม้เปลี่ยนสี กลางพฤศจิกายน

ค่าเข้าชมและการจอง
  • นั่งสมาธิประจำเดือน (อาทิตย์ที่ 2 ของเดือน ยกเว้นสิงหาคม)
    มัธยมต้นขึ้นไป 500 เยน
  • นั่งสมาธินัดทางโทรศัพท์
    ประถมขึ้นไป 1,000 เยน
เวลาทำการ

เข้าสักการะ 5:00–17:00 น.

เวลาที่ควรเผื่อ

45 นาที–1 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • จากสถานี JR โซจะ เดินราว 30 นาที
  • จากโอคายามะโซจะ IC ขับราว 15 นาที
แผนที่Google Maps

8. ปราสาทสึยามะ สวนคาคุซัง(津山城・鶴山公園)

ซากุระที่ซากปราสาทสึยามะ สวนคาคุซัง

ปราสาทสึยามะสร้างขึ้นในปี 1616 โดยโมริ ทาดามาสะ แม้หอคอยจะถูกรื้อไปในสมัยเมจิ แต่กำแพงหินหลายชั้นที่สูงรวมราว 45 เมตรยังคงอยู่ ในฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ที่ขึ้นบนกำแพงหินเปลี่ยนเป็นสีแดงและเหลือง ตัดกับแนวหินสีเทาอย่างงดงาม ปราสาทนี้ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 100 ปราสาทของญี่ปุ่น และมีป้อมบิตชูยางุระที่สร้างคืนในปี 2005

เดินไล่ขึ้นตามทางลาดระหว่างกำแพงหินแต่ละชั้น จะได้มุมใบไม้แดงเกาะกำแพงหินต่างกันไปทุกระดับ ขึ้นไปถึงฐานหอคอยเดิมจะเห็นวิวเมืองสึยามะท่ามกลางภูเขาที่เปลี่ยนสี จากนั้นเดินต่อไปสวนชูรากุเอ็นได้ในวันเดียวกัน เหมาะกับคนชอบปราสาทญี่ปุ่นและการถ่ายรูปกำแพงหินกับใบไม้แดง

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ใบไม้เปลี่ยนสี กลาง–ปลายพฤศจิกายน

ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ (มัธยมปลายขึ้นไป) 310 เยน
  • มัธยมต้นลงมาฟรี
เวลาทำการ
  • ตุลาคม–กุมภาพันธ์ 8:40–17:00 น.
  • มีนาคมและกันยายน 8:40–18:00 น.
  • เมษายน–สิงหาคม 8:40–19:00 น.
วันหยุด

29–31 ธันวาคม

เวลาที่ควรเผื่อ

1–1.5 ชั่วโมง

การเดินทาง

จากสถานี JR สึยามะ เดินราว 10 นาที

แผนที่Google Maps

9. สวนชูรากุเอ็น(衆楽園)

สวนชูรากุเอ็น สวนเจ้าเมืองสึยามะ

สวนชูรากุเอ็นเป็นสวนเดินชมที่โมริ นากัตสึกุ เจ้าเมืองสึยามะรุ่นที่สอง สร้างขึ้นเป็นเรือนพักนอกปราสาท โดยจำลองรูปแบบจากสวนเซ็นโตโกโชในเกียวโต ในฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้แดงรอบบ่อน้ำกว้างสะท้อนผิวน้ำราวกับกระจก สวนนี้ขึ้นทะเบียนเป็นทัศนียภาพงดงามของประเทศในปี 2002 แต่ยังเปิดให้เข้าชมฟรี

เดินรอบบ่อช้า ๆ แล้วหยุดตรงสะพานหรือริมน้ำที่เห็นเงาใบไม้แดงสะท้อนชัดที่สุด ช่วงเช้าที่ลมสงบผิวน้ำจะนิ่งและได้ภาพสวยกว่า สวนอยู่ไม่ไกลจากปราสาทสึยามะ จึงเที่ยวต่อกันได้ในครึ่งวัน เหมาะกับคนชอบสวนญี่ปุ่นบรรยากาศสงบ และคนที่อยากชมใบไม้แดงโดยไม่ต้องเสียค่าเข้า

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ใบไม้เปลี่ยนสี กลาง–ปลายพฤศจิกายน

ค่าเข้าชมและการจอง

ฟรี

เวลาทำการ

7:00–20:00 น. (พฤศจิกายน–มีนาคม ถึง 17:00 น.)

วันหยุด

ไม่มี

เวลาที่ควรเผื่อ

30–45 นาที

การเดินทาง

จากสถานี JR สึยามะ เดินราว 20 นาที

แผนที่สวนชูรากุเอ็น(衆楽園)Google Maps

10. สวนโครากุเอ็น(岡山後楽園)

วิวสวนโครากุเอ็นจากอาคารเอ็นโยเต

สวนโครากุเอ็น หนึ่งในสามสวนที่งามที่สุดของญี่ปุ่น เป็นจุดปิดท้ายฤดูใบไม้แดงของโอคายามะ เพราะใบไม้ในเมืองเปลี่ยนสีช้ากว่าภูเขาทางเหนือ ต้นเมเปิลราว 300 ต้นในสวนแดงรอบบ่อน้ำและสนามหญ้ากว้าง โดยมีปราสาทโอคายามะสีดำเป็นฉากหลัง ช่วงปลายพฤศจิกายนยังมีงานไฟส่องยามค่ำ “อากิโนะเก็นโซเทเอ็น” ที่ทำให้สวนดูต่างจากตอนกลางวันโดยสิ้นเชิง

ถ้าช่วงเวลาตรงกับงานไฟส่อง แนะนำให้มาชมสองรอบ รอบกลางวันเดินดูใบไม้แดงรอบบ่อน้ำและเนินยุยชินซัง แล้วกลับมาอีกครั้งตอนค่ำเพื่อดูใบไม้ที่เรืองแสง จากนั้นเดินข้ามสะพานไปปราสาทโอคายามะได้ เหมาะกับคนที่มาเที่ยวช่วงปลายฤดู และคนที่อยากชมใบไม้แดงในเมืองโดยไม่ต้องเช่ารถ

ข้อมูล

รายละเอียด

ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ใบไม้เปลี่ยนสี กลางพฤศจิกายน–ต้นธันวาคม
  • งานไฟส่อง “อากิโนะเก็นโซเทเอ็น” ปลายพฤศจิกายน (ปี 2026: 20–29 พฤศจิกายน)
ค่าเข้าชมและการจอง
  • ผู้ใหญ่ 500 เยน
  • อายุ 65 ปีขึ้นไป 200 เยน
  • มัธยมปลายลงมาฟรี
เวลาทำการ
  • 1 ต.ค.–19 มี.ค. 8:00–17:00 น.
  • 20 มี.ค.–30 ก.ย. 7:30–18:00 น.
    (เข้าได้ถึง 15 นาทีก่อนปิด)
วันหยุด

เปิดทุกวัน

เวลาที่ควรเผื่อ

1–1.5 ชั่วโมง

การเดินทาง
  • จากสถานี JR โอคายามะ นั่งรถบัสราว 10 นาที
    ลงป้ายโครากุเอ็นมาเอะ
  • หรือเดินราว 25 นาที
แผนที่Google Maps

วางแผนชมใบไม้แดง

  • ไม่เช่ารถ: สวนโครากุเอ็น ปราสาทสึยามะ สวนชูรากุเอ็น วัดโฮฟุกุจิ และโรงเรียนชิซุทานิ (รถบัส)
  • มีรถ: วนมานิวะ ฮิรุเซ็น น้ำตกคันบะ และพักยุบาระออนเซ็น 1 คืน
  • ปลายตุลาคมเริ่มจากทางเหนือ กลางพฤศจิกายนค่อยลงมาในเมือง

คำถามที่พบบ่อย

ใบไม้แดงโอคายามะสวยช่วงไหน

ภูเขาทางเหนือปลายตุลาคมถึงกลางพฤศจิกายน สวนและวัดในเมืองกลางพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคม

ต้นไคโนะกิที่โรงเรียนชิซุทานิคืออะไร

ต้นไม้คู่หน้าศาลขงจื๊อของโรงเรียน เปลี่ยนสีเร็วกว่าต้นอื่น ราวปลายตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน

ไม่เช่ารถไปจุดไหนได้

สวนโครากุเอ็น ปราสาทสึยามะ สวนชูรากุเอ็น วัดโฮฟุกุจิ และโรงเรียนชิซุทานิ (รถบัส)

หุบเขาโอคุตสึไปยังไง

รถบัสจากสถานี JR อินโนโชราว 35 นาที แล้วเดินราว 20 นาที หรือขับรถจากอินโนโช IC ราว 25 นาที

วางแผนเที่ยวโอคายามะต่อ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง · เว็บไซต์ภายนอก11 ลิงก์

ลิงก์ด้านล่างเปิดเว็บไซต์ภายนอกในแท็บใหม่

  1. 1. หุบเขาโอคุตสึ(奥津渓) — ภาพ: สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดโอคายามะ(岡山観光WEB) (okayama-kanko.jp) ↗
  2. 2. จุดชมวิวคิโจได(鬼女台展望休憩所) — ภาพ: Reggaeman (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons
  3. 3. หุบเขาโกเค(豪渓) — ภาพ: Reggaeman (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons
  4. 4. น้ำตกคันบะ(神庭の滝) — ภาพ: ลิงป่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สวนธรรมชาติ · ภาพ: Okayama Kanko WEB (สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดโอคายามะ) (okayama-kanko.jp) ↗
  5. 5. ยุบาระออนเซ็น(湯原温泉) — ภาพ: Phronimoi (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons
  6. 6. โรงเรียนชิซุทานิ(旧閑谷学校) — ภาพ: by Reggaeman (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons
  7. 7. วัดโฮฟุกุจิ(宝福寺) — ภาพ: by Reggaeman (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons
  8. 8. ปราสาทสึยามะ สวนคาคุซัง(津山城・鶴山公園) — ภาพ: Vickerman625 at English Wikipedia (commons.wikimedia.org) ↗ / Public domain / Wikimedia Commons
  9. 9. สวนชูรากุเอ็น(衆楽園) — ภาพ: 663highland (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY 2.5 / Wikimedia Commons
  10. 10. สวนโครากุเอ็น(岡山後楽園) — ภาพ: ทิวทัศน์ของสวนที่มองจากอาคารเอ็นโยเต · ภาพ: Okayama Kanko WEB (สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดโอคายามะ) (okayama-kanko.jp) ↗
  11. ภาพหลัก — ภาพ: Reggaeman (commons.wikimedia.org) ↗ / CC BY-SA 3.0 / Wikimedia Commons

แชร์บทความนี้

FacebookXLINE

IG・Messenger: แชร์ผ่านแอป (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)

รวมเรื่องเที่ยวโอคายามะ

เรื่องแนวเดียวกันทั่วญี่ปุ่น