ร่มชานชานสีสันสดใสที่ใช้ในการรำร่ม จัดแสดงในสถานีทตโตริ

การรำร่มอินาบะ|ต้นฉบับของการรำ 3,000 คนที่คุณเห็นในเดือนสิงหาคม

แชร์บทความนี้

FacebookXLINE

IG・Messenger: แชร์ผ่านแอป (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)

ทุกเดือนสิงหาคม คนราว 3,000 คนออกมารำร่มพร้อมกันบนถนนกลางเมืองทตโตริ และในปี 2014 งานนี้ทำสถิติโลกในตอนนั้นในฐานะการรำร่มที่ใหญ่ที่สุด แต่ท่ารำที่คนสามพันคนนั้นรำอยู่ ไม่ใช่ของเดิม

ท่าที่ใช้ในเทศกาลถูกดัดแปลงมาจากการรำร่มแบบดั้งเดิมของภาคตะวันออกของจังหวัดที่ชื่ออินาบะโนะคาซะโอโดริ เพื่อให้ใครก็รำได้ง่าย ๆ ส่วนของเดิมนั้นใช้ร่มใหญ่ด้ามยาว หมุนร่มไปพร้อมกับร่ายรำแบบการรำดาบ และเป็นท่าที่ดุดัน

เนื้อหาในบทความย่อ −ดู +
  1. ข้อมูลพื้นฐาน
  2. จุดเด่นและสิ่งที่ไม่ควรพลาด
  3. วิธีเที่ยวและเวลาที่ควรเผื่อ
  4. การเดินทาง
  5. สิ่งที่ควรเช็กก่อนเดินทาง
  6. สถานที่เที่ยวใกล้เคียง

ของเดิมยังรำอยู่ แต่ไม่ได้อยู่กลางเมือง ที่ที่ได้ดูคืองานเปิดฤดูน้ำตกที่น้ำตกอาเมดากิ ทุกวันเสาร์แรกของเดือนมิถุนายน และงานรวมการรำร่มอินาบะ ราวปลายเดือนสิงหาคม ที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์อินาบะมันโย ทั้งสองแห่งอยู่ในเขตโคคุฟุ นอกตัวเมืองออกไป

ภาพปก: ร่มชานชานที่ใช้ในการรำ จัดแสดงในสถานีทตโตริ · ภาพต้นฉบับ: Flow in edgewise · CC BY-SA 3.0

ข้อมูลพื้นฐาน

ข้อมูลสถานที่รายละเอียด
ชื่อภาษาไทยการรำร่มอินาบะ(因幡の傘踊り)
ชื่อภาษาอังกฤษInaba Umbrella Dance
ชื่อภาษาญี่ปุ่น因幡の傘踊り(いなばのかさおどり)
จังหวัดทตโตริ — ฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะเขตโคคุฟุของเมืองทตโตริ
ที่อยู่ภาษาญี่ปุ่น〒680-0146 鳥取県鳥取市国府町町屋726(因幡万葉歴史館)
ลักษณะใช้ร่มใหญ่ด้ามยาว หมุนร่มพร้อมร่ายรำแบบการรำดาบ
งานที่ 1งานเปิดฤดูน้ำตกอาเมดากิ — เสาร์แรกของเดือนมิถุนายนทุกปี ที่ 鳥取市国府町雨滝
งานที่ 2งานรวมการรำร่มอินาบะ — ราวปลายเดือนสิงหาคม ที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์อินาบะมันโย 鳥取市国府町町屋
รุ่นที่คนรู้จักมากกว่าเทศกาลชานชานเมืองทตโตริ — งานก่อนวันจริง 13 สิงหาคม และรำพร้อมกัน 14 สิงหาคม กลางเมืองทตโตริ
ขนาดของเทศกาลผู้รำราว 3,000 คน และเคยทำสถิติโลกในปี 2014
โทรศัพท์0857-20-3210(สำนักงานสมาคมส่งเสริมเทศกาลชานชานเมืองทตโตริ)・ภาษาญี่ปุ่น
เว็บไซต์การรำขอฝนสมัยปลายเอโดะที่ใช้หมวกดอกไม้ ถูกเรียบเรียงเป็นการรำร่มในสมัยเมจิ
สหพันธ์ท่องเที่ยวจังหวัดทตโตริ/เว็บไซต์ท่องเที่ยวเมืองทตโตริ (ภาษาญี่ปุ่น)
แผนที่因幡の傘踊り

ค่าใช้จ่ายและการจอง

ค่าเข้าชมและการจองเป็นงานกลางแจ้ง ไม่มีประกาศเรื่องค่าเข้ารวมไว้

สรุปความสัมพันธ์ให้ชัดคือ อินาบะโนะคาซะโอโดริคือของต้นทาง เป็นการรำที่ต้องฝึกและมีน้ำหนัก ส่วนเทศกาลชานชานคือรุ่นที่ทำให้ง่ายลงเพื่อให้คนทั้งเมืองรำพร้อมกันได้ นักท่องเที่ยวเกือบทั้งหมดเห็นแต่รุ่นหลัง

จุดเด่นและสิ่งที่ไม่ควรพลาด

การรำขอฝนที่กลายเป็นการรำดาบ

ต้นทางคือการรำขอฝนในช่วงภัยแล้งปลายสมัยเอโดะ ตอนนั้นใช้หมวกดอกไม้ ไม่ใช่ร่ม แล้วในสมัยเมจิจึงมีการเรียบเรียงขึ้นใหม่เป็นการรำร่มอย่างที่เห็นทุกวันนี้ นี่คือจุดที่ทำให้มันต่างจากการรำในเทศกาลทั่วไป เพราะมันเริ่มจากความจำเป็น ไม่ได้เริ่มจากความสนุก

สิ่งที่ทำให้คนดูรู้สึกได้ทันทีคือท่วงท่า ร่มที่ใช้เป็นร่มใหญ่ด้ามยาว และการรำคือการหมุนร่มไปพร้อมกับเคลื่อนไหวแบบการรำดาบ จึงไม่ใช่การรำที่นุ่มนวล แต่เป็นการรำที่ใช้แรงและมีจังหวะแข็ง

ร่มรำลายสีแดงน้ำเงินประดับกระดิ่งเล็ก ๆ ตามขอบซี่ร่ม
ร่มรำพร้อมกระดิ่งที่ติดตามซี่ร่ม เสียงกระดิ่งคือที่มาของชื่อชานชาน · ภาพต้นฉบับ: KASEI · CC BY-SA 3.0

ทำไมถึงเรียกว่าชานชาน

ชื่อของเทศกาลใหญ่มาจากเสียงสองอย่างที่พ้องกัน อย่างแรกคือเสียงน้ำพุร้อนที่ผุดขึ้นมาในเมืองทตโตริซึ่งเป็นเมืองออนเซ็น และอย่างที่สองคือเสียงกระดิ่งที่ติดอยู่กับร่ม ทั้งสองอย่างออกเสียงว่าชานชานในภาษาญี่ปุ่น

เวลาดูของจริงจึงควรฟังด้วย ไม่ใช่ดูอย่างเดียว เมื่อร่มสามพันคันหมุนพร้อมกัน เสียงที่ได้ยินไม่ใช่เสียงดนตรีอย่างเดียว แต่เป็นเสียงกระดิ่งโลหะจำนวนมหาศาลสั่นพร้อมกัน

ของเดิมรำที่น้ำตก ไม่ใช่ที่ถนน

จุดที่น่าสนใจที่สุดสำหรับคนที่อยากเห็นของแท้คือสถานที่ งานหนึ่งในสองงานคืองานเปิดฤดูน้ำตกที่น้ำตกอาเมดากิ จัดในวันเสาร์แรกของเดือนมิถุนายน ชื่อของน้ำตกแห่งนี้เขียนด้วยอักษรที่แปลว่าน้ำตกฝน ซึ่งเข้ากันพอดีกับการรำที่เกิดขึ้นเพื่อขอฝน

น้ำตกอาเมดากิไหลลงมาท่ามกลางป่าเขียวชอุ่ม
น้ำตกอาเมดากิ เขตโคคุฟุ เมืองทตโตริ จุดจัดงานเปิดฤดูน้ำตกในเดือนมิถุนายน · ภาพต้นฉบับ: Reggaeman · CC BY-SA 3.0

อีกงานคืองานรวมการรำร่มอินาบะ ราวปลายเดือนสิงหาคม ที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์อินาบะมันโย ในเขตโคคุฟุเช่นกัน งานนี้จัดขึ้นเพื่อการรำร่มโดยเฉพาะ จึงเป็นโอกาสได้ดูของเดิมแบบเต็มรูปแบบ ไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งของงานอื่น

วิธีเที่ยวและเวลาที่ควรเผื่อ

เรื่องนี้ไม่ใช่สถานที่ แต่เป็นการแสดง จึงต้องวางแผนจากวันก่อน ไม่ใช่จากแผนที่ ถ้าอยากดูของเดิมให้เล็งวันเสาร์แรกของมิถุนายนที่น้ำตกอาเมดากิ หรือปลายสิงหาคมที่อินาบะมันโย ถ้าอยากดูของใหญ่ให้เล็งวันที่ 13 และ 14 สิงหาคมในตัวเมือง

สำหรับเทศกาลชานชานวันที่ 14 สิงหาคม ควรมาถึงพื้นที่ก่อนเวลาเริ่มพอสมควร เพราะเป็นงานที่ปิดถนนกลางเมืองและคนมาก โรงแรมในเมืองทตโตริช่วงนั้นเต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้าหลายเดือน

สำหรับงานที่น้ำตกอาเมดากิในเดือนมิถุนายน สภาพจะตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง คือเป็นงานเล็กในหุบเขา คนน้อย และได้เห็นใกล้ ถ้าเป้าหมายคือดูท่ารำจริง ๆ ให้ชัด งานนี้เหมาะกว่า

เรื่องเวลาเริ่มและรายละเอียดของแต่ละปีไม่มีประกาศรวมไว้ในหน้าเดียว ควรเช็กหน้าเว็บของเมืองทตโตริหรือโทรถามในเดือนก่อนเดินทาง

การเดินทาง

เทศกาลชานชานจัดในใจกลางเมืองทตโตริ เดินจากสถานี JR ทตโตริถึงได้ ไม่ต้องใช้รถ และช่วงงานถนนหลายสายปิด การขับรถเข้าไปจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดี

งานของเดิมอยู่คนละที่ ทั้งน้ำตกอาเมดากิและพิพิธภัณฑ์อินาบะมันโยอยู่ในเขตโคคุฟุ ซึ่งเป็นพื้นที่ชนบททางตะวันออกเฉียงใต้ของตัวเมืองทตโตริ ต้องใช้รถหรือรถประจำทางจากตัวเมือง

น้ำตกอาเมดากิอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขามากกว่า ถนนช่วงท้ายแคบ และในเดือนมิถุนายนอาจมีฝน ควรเผื่อเวลาขับและใส่รองเท้าที่เดินบนทางเปียกได้

ให้คนขับหรือเจ้าหน้าที่ดูข้อความภาษาญี่ปุ่นนี้

国府町の因幡万葉歴史館までお願いします。

鳥取県鳥取市国府町町屋 因幡万葉歴史館

ความหมาย: ขอไปที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์อินาบะมันโย เขตโคคุฟุ

เปิดแผนที่จุดหมาย

สิ่งที่ควรเช็กก่อนเดินทาง

ข้อแรกคือวันที่ของแต่ละปี เทศกาลชานชานปกติจัดวันก่อนงาน 13 สิงหาคมและรำพร้อมกัน 14 สิงหาคม ส่วนงานของเดิมคือเสาร์แรกของมิถุนายนและปลายสิงหาคม แต่รายละเอียดเปลี่ยนได้ในแต่ละปี ควรยืนยันก่อนจองตั๋ว

ข้อสองคือที่พัก วันที่ 13 และ 14 สิงหาคมตรงกับช่วงโอบ้งซึ่งเป็นช่วงที่คนญี่ปุ่นเดินทางกลับบ้าน ที่พักในเมืองทตโตริช่วงนั้นเป็นช่วงที่หายากที่สุดของปี

ข้อสามคือถ้าจะไปน้ำตกอาเมดากิ ข้อมูลเรื่องลานจอดรถ ห้องน้ำ และเวลาเริ่มงานไม่มีประกาศรวมไว้ ควรโทรถามหรือเช็กหน้าเว็บของเมืองก่อน

ข้อสี่คือเบอร์ 0857-20-3210 เป็นเบอร์ของสำนักงานเทศกาลชานชานและเป็นภาษาญี่ปุ่น สำหรับงานในเขตโคคุฟุ ควรถามผ่านศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวของเมืองทตโตริ

สถานที่เที่ยวใกล้เคียง

เทศกาลชานชานอยู่กลางเมืองทตโตริ ซึ่งเดินถึงย่านร้านค้าและโรงอาบน้ำออนเซ็นในเมืองได้ ส่วนเนินทรายทตโตริอยู่ห่างออกไปทางเหนือด้วยรถประจำทาง เป็นคู่ที่รวมในทริปเดียวกันได้สบาย

ถ้าสนใจสายความเชื่อเรื่องขอฝนเหมือนกัน บ่อน้ำอาคามัตสึที่เชิงเขาไดเซ็นก็เป็นสถานที่ขอฝนที่ยังใช้งานอยู่ อยู่คนละฝั่งของจังหวัด แต่เล่าเรื่องเดียวกันคือความกลัวภัยแล้งในอดีต

ฝั่งตะวันตกของจังหวัดมีพิพิธภัณฑ์มิซึกิ ชิเงรุและเขาไดเซ็น ส่วนตอนกลางมีย่านโกดังผนังขาวคุระโยชิและพิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดทตโตริ ดูบทความท่องเที่ยวญี่ปุ่นอื่น ๆ สำหรับไอเดียทริปต่อ

แชร์บทความนี้

FacebookXLINE

IG・Messenger: แชร์ผ่านแอป (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)